ร้านอาหาร
เมื่อพูดถึง “แบรนด์” สิ่งที่คนคิดขึ้นมาในหัวคือ โลโก้ โทนสี รูปแบบกราฟิก ไอคอน ลวดลาย แบรนด์ที่ดีก็คงเป็นแบรนด์ที่โลโก้สวย สีสันจดจำได้ขึ้นใจ ความเข้าใจนั้นทำให้หลายแบรนด์ ‘สอบตก’ เพราะแท้จริงแล้ว คำว่า “แบรนด์” หากขาดคำว่า ‘มีชีวิต’ ก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ที่ไร้แรงดึงดูด คนทำแบรนด์ส่วนใหญ่พยายามยัดเยียดการขาย การตลาด เข้าไปในแบรนด์ เพราะคิดว่าเมื่อแบรนด์ทำเงินได้ จึงจะเรียกได้ว่าเกิดมูลค่า นั่นทำให้แบรนด์ขาดชีวิต จงมองแบรนด์ให้เหมือน ‘มนุษย์หนึ่งคนที่มีชีวิต’ จากนั้น สิ่งที่คนทำแบรนด์ต้องทำความเข้าใจต่อ คือ “ความมีชีวิตคืออะไร?” คุยกับ อาจารย์ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์และนักออกแบบภาพลักษณ์ธุรกิจอาหาร ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเกษตรยั่งยืน แห่ง Karb Studio เจ้าของรางวัล Gourmand Awards ซึ่งเปรียบได้กับเวทีออสการ์อาหารโลก 20 ปีซ้อน และเป็นผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “Local สู่ เลอค่า” ผู้ที่เชื่อว่าความ Local อยู่ที่ใดก็เลอค่า ถ้ารู้จักเล่าเรื่อง ก่อนจะหา CI หาจิตวิญญาณตัวเองให้เจอก่อน จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ขึ้นมาแบรนด์หนึ่ง ต้องเริ่มจากการนั่งวิเคราะห์ 3 สิ่ง ได้แก่ สิ่งท
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 4,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 8,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการขยายสาขาของแบรนด์ “โบนัสสุกี้” และ MK Buffet ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 แม้บริษัทสามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจร้านอาหารยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่อยู่ในระดับสูง ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าขนส่ง และวัสดุสิ้นเปลือง ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การบริหารอัตรากำไรยังคงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนถึงทิศทางการดำเนินงานที
Time Out สื่อและนิตยสารระดับโลกด้านไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ที่มักนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหาร คาเฟ่ ศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ และกิจกรรมต่างๆ ในเมืองใหญ่ทั่วโลก ได้เผยการจัดอันดับ The world’s best cities for street food in 2026 หรือ เมืองสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดในโลกปี 2026 การจัดอันดับมาจากการสำรวจครั้งใหญ่ของชาวเมืองกว่า 24,000 คนทั่วโลก โดยให้คนท้องถิ่นให้คะแนนความคุ้มค่าและคุณภาพของอาหารในเมืองของตน รวมถึงแง่มุมเฉพาะต่าง ๆ เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหารเช้า และร้านอาหารหรูหรา เพราะเอาเข้าใจเมื่อพูดถึงการรับประทานอาหารในต่างประเทศ คนก็คงไม่ได้นึกถึงโต๊ะอาหารปูผ้าขาวหรือห้องอาหารที่อึดอัด แต่คงนึกถึงเสียงฉ่าของกระทะ ควันโขมงโฉงเฉง และคำแรกที่เลอะเทอะของอาหารที่ห่อภาชนะง่าย ๆ มากกว่า ผลการจัดอันดับ “โฮจิมินห์” ประเทศเวียดนาม ครองอันดับหนึ่งในฐานะเมืองที่มีอาหารริมทางดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 63% ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเมืองใหญ่ที่มีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ถึง 6 ร้าน รวมถึงร้าน Ănăn Saigon ที่ยกระดับอาหารริมทางให้กลายเป็นศิลปะชั้นเลิศ ในเวียดนามการได้เดินเข้าไปในตรอก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกแบบลดราคา (discount retail) ในประเทศจีนได้กลายเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุด และหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในอุตสาหกรรมนี้คือ HotMaxx แบรนด์ค้าปลีกสัญชาติจีนที่เติบโตจากร้านค้าเดียวในเซี่ยงไฮ้ สู่เครือข่ายร้านค้าเกือบพันสาขาภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี จากวิกฤตสต๊อกสินค้าส่วนเกินสู่โมเดลธุรกิจพันล้าน HotMaxx ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 โดยผู้ร่วมก่อตั้งสองคนคือ กู่ เสี่ยวเจี้ยน ผู้มีพื้นฐานด้านธุรกิจค้าส่ง และ ฟ่าน จื้อเฟิง ผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทั้งคู่เผชิญปัญหาสต๊อกสินค้าส่วนเกินจำนวนมากในช่วงที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เดิมทีทั้งสองตั้งใจเพียงเปิดร้านเคลียร์สต๊อกชั่วคราวเพื่อระบายสินค้าแล้วปิดกิจการ แต่กระแสตอบรับจากผู้บริโภคกลับดีเกินคาด จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ร้านสาขาแรกเปิดตัวในศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ของเซี่ยงไฮ้ โดยจำหน่ายขนมและเครื่องดื่มที่ใกล้หมดอายุในราคาลดพิเศษ ก่อนจะขยายกลุ่มสินค้าครอบคลุมทั้งสินค้าใกล้หมดอายุ สิน
5 ปีที่อิตาลี หรือจะสู้ 78 ปี ที่ซานฟรานซิสโก นี่ก็สมูทเหมือนกันนะ จากร้านไอศกรีมเล็กๆ ในซานฟรานซิสโก สู่ Swensen’s แบรนด์ที่คนทั้งโลกรัก เรื่องราวกว่า 78 ปีที่ไม่ได้หวานมาตลอด หากพูดถึงร้านไอศกรีมที่อยู่ในความทรงจำของคนไทย หลายคนคงนึกถึง Swensen’s เป็นชื่อแรกๆ ไม่ว่าจะเป็นการฉลองวันเกิด การพาครอบครัวไปทานของหวาน หรือเมนูซันเดย์ที่กลายเป็นภาพจำของหลายเจเนอเรชัน แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ไม่ได้มาจากนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ หากแต่เกิดจากอดีตทหารเรือคนหนึ่งที่เชื่อว่า “ไอศกรีมที่อร่อย” สามารถสร้างความสุขให้ผู้คนได้ เมื่ออดีตทหารเรือตกหลุมรักการทำไอศกรีม Swensen’s ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 โดย Earle Swensen อดีตนักดับเพลิงที่ต้องไปเป็นทหารเรือกองทัพสหรัฐฯ ตอนช่วงรบสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งบนเรือรบที่เขาประจำการอยู่นั้น มีเครื่องทำไอศกรีมไว้แจกจ่ายทหาร เขาจึงได้เรียนรู้การทำไอศกรีมระหว่างปฏิบัติหน้าที่บนเรือนั้น หลังปลดประจำการ เขาจึงนำความชอบและความเชี่ยวชาญนี้มาเปิดร้านไอศกรีมร้านแรกที่ซานฟรานซิสโกในปี 1948 ด้วยเชื่อว่า หากใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด ทำไอศกรีมด้วยคว
ในอดีตชานมไข่มุกอาจเป็นเครื่องดื่มรางวัลชีวิตหนึ่งเดียวที่คนพอจะนึกออก เมื่ออยากเติมความหวานให้ร่างกาย แต่การดื่มชานมมากเกินไปก็สร้างภาระให้ร่างกายไม่น้อย แต่พอมีเครื่องดื่มอย่างโยเกิร์ตสมูทตี้ที่ทั้งอร่อย และเติมหวานทดแทนกันได้ การมอบรางวัลชีวิตแบบรักสุขภาพก็เป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค หากจะเจาะลงไปในตลาดโยเกิร์ตสมูทตี้ทั่วโลก มีการประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจากตัวเลขของ fortunebusiness) หรือราว 1.7 ล้านบาท การเติบโตของตลาดมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอาหารที่มีโปรไบโอติกสูง หาอาหารทดแทนมื้ออาหาร และเทรนด์รักสุขภาพ คาดว่าจะเติบโตเกิน 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2031 โดยที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 6-9% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด (มากกว่า 40%) ในขณะที่อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับสมูทตี้โยเกิร์ต เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมสูตรที่มีน้ำตาลต่ำและโปรตีนสูง YoPPa Yogurt แบรนด์โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี ของนักแสดงชื่อดัง “ญดา” นริลญา กุลมงคลเพชร คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่มาปลุกกระแส
จากเจ้าแม่อีเวนต์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ประกอบการร้านอาหารอย่าง จิ้นทอดป้าตือ และ ป้าตือไวไวเขย่า เส้นทางของ ป้าตือ – สมบัษร ถิระสาโรช ไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการมองหาโอกาส ศึกษาตลาด และค่อยๆ ลงมือทำอย่างไม่เกินตัว “เวลาจะเริ่มทำอะไรก็ตาม ต้องศึกษาก่อน ว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่กำลังจะทำคืออะไร ตลาดต้องการอะไร ความแตกต่าง ความยูนีค DNA ของเราอยู่ไหน และใส่ตัวตนของเราเข้าไป” คำบอกเล่าของ ป้าตือ บนเวที “สสว. UNLOCK ปลดล็อก ธุรกิจ SME ไทย” ก่อนแชร์ให้ฟังถึงสูตรการทำธุรกิจหลากหลาย หนึ่ง ให้เริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองมี “ความชอบ” เรื่องอะไร เพราะถ้าทำสิ่งที่ชอบจะสามารถอธิบายให้ลูกค้าฟังได้ อย่าง จิ้นทอดป้าตือ ก็เริ่มต้นจากความชอบกินอาหารเหนือ “เราชอบกินอาหารเหนือ เลยมาขายอาหารเหนือในราคาถูก เพราะคนไทยชอบกินของจุกจิก และกินหลายอย่าง แต่ต้องราคาถูก จับต้องได้ ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ สอง ตลาดแบบนี้ในกรุงเทพฯ ในเมืองใหญ่ยังไม่มี หรือแม้แต่การเปิดไวไวเขย่า เราต้องสร้างซิกเนเจอร์ให้คนเขย่ากล่อง แต่ขณะเดียวกันต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำมาแล้วอร่อย และราคาจับต้องได้ เป็นพื้นฐานเลย” สอง
“คนซื้อไม่บ่น คนบ่นไม่ซื้อ” “ถ้าแพง แปลว่าเราไม่ใช่ target” การตัดจบด้วยประโยคเหล่านี้กำลังทำให้ร้านที่ราคา overpriced กลายเป็นเรื่องปกติ และคนที่ซื้อไม่ได้ถูกทิ้งให้ตกขบวน? คุณได้สังเกตหรือไม่ว่า มัตจะแก้วหนึ่งในมือตอนนี้ ราคาแก้วละ 3-4 ร้อยบาท กาแฟกับโดนัทที่ไว้ทานคู่มื้อเช้าอีกเกิน 2-3 ร้อย แต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยอยู่ที่ราว 350 บาท นั่นแปลว่าทำงานทั้งวันซื้อได้แค่มัตจะแก้วเดียว แล้วคนที่ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าในกระแสตามราคานี้ได้ คือคนที่จะถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ ล้าหลัง หรือแม้แต่ใครที่กล้าตั้งคำถามกับ ‘ราคา’ ก็จะถูกผลักให้เป็นคนชายขอบ ที่ไม่มีกำลังซื้อสินค้าระดับพรีเมียมเช่นนี้ Overpriced ในเชิงเศรษฐศาสตร์ คืออะไร ในทางเศรษฐศาสตร์ คำว่า “Overpriced” หมายถึง สินค้าที่ตั้งราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงหรือสูงกว่าที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เต็มใจจะจ่ายเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ (Perceived Value และ Willingness to Pay) ซึ่งอาจเกิดจากอำนาจทางการตลาด การสร้างภาพลักษณ์ หรือการปั่นกระแสมากกว่าคุณค่าที่แท้จริงของสินค้าเอง เศรษฐศาสตร์ไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าสินค้าชิ้นไหนแพงเกินจริง เพราะราคาสินค้าขึ้
จากคนที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของร้านอาหาร “คุณวิท – วริศ พรพงศา” ต้องผ่านบทเรียนจากธุรกิจแรกที่ล้มเหลว ก่อนนำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน สร้าง “ร้านช้อน” และต่อยอดสู่ “ซิงซิง หม่าล่า” ด้วยการเรียนรู้จากคู่แข่ง พัฒนาสูตรน้ำซุปและเมนูที่แตกต่าง พร้อมใช้โซเชียลมีเดียสร้างการจดจำแบรนด์ ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความคุ้มค่า จนทำให้แบรนด์เติบโตหลายสาขา บทเรียนจากความล้มเหลว ด้วยความชอบทำอาหาร คุณวิทจึงตั้งเป้าหมายกับตัวเองตั้งแต่ยังเรียนว่า สักวันหนึ่งจะต้องมี “ร้านอาหาร” เป็นของตัวเองให้ได้ ระหว่างเรียน เขาใช้เวลาไปช่วยรุ่นพี่และเพื่อนเปิดร้านอาหารอยู่บ้าง เพื่อหาประสบการณ์และรอเวลาลงมือสานฝันของตัวเอง หลังเรียนจบด้านสถิติเขาเปิดร้านหมูกรอบ เทรนด์อาหารยอดนิยมในขณะนั้น เพราะเป็นแนวสตรีตฟู้ด ทานง่าย ก่อนเปิดขายออนไลน์จนสามารถเก็บทุนได้จำนวนหนึ่งมาเปิดหน้าร้านแรก “ทำธุรกิจร้านอาหาร ไม่ใช่แค่ชอบทำอาหารแล้วจะประสบความสำเร็จได้” คุณวิทเล่าเสริม เขาเจอ “Pain Point” มากมาย ทั้ง Cashflow การจัดการต้นทุน การบริหารคน รวมถึงการเลือกพาร์ตเนอร์ ทำให้ธุรกิจแรกของเขาเดินทางสู่ “ความล้มเหลว”
มาใหม่อีกแล้ว แว้บแรกอาจจะยัง ทุกแว้บใช่เลย ท็อปปิ้งไวรัลใหม่ที่หน้าตาแปลกประหลาดไปสักนิด แต่ฮิตแบบงง ๆ ช่วงนี้ใครไถฟีด TikTok ช่วงนี้คงเจอผ่านตากันบ้างแล้ว กับเค้ก เครื่องดื่ม หรือเบเกอรี่ที่โรยหน้าด้วยเส้นสีดำบางๆ หยิกงอ หน้าตาคล้าย…เส้นผม จนกลายเป็นท็อปปิ้งไวรัลที่คนแห่ลองกันทั้งที่ยังงงอยู่ว่ามันคืออะไรกันแน่ วันนี้จะพาไปเปิดที่มาของ “สาหร่ายเส้นผม” ว่าคืออะไร ทำไมถึงถูกยกให้เป็นอาหารมงคล จริงๆ แล้วคำว่าสาหร่ายเส้นผมเป็นชื่อเรียกรวมๆ ที่ครอบคลุมสิ่งมีชีวิตหน้าตาคล้ายเส้นผมหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีที่มาต่างกันสุดขั้ว มีทั้ง 1. ฟ่าไช่ (髮菜) หรือ Nostoc flagelliforme คือพระเอกของบทความนี้ และเป็นตัวที่กำลังฮิตในโซเชียล มันไม่ใช่พืชหรือสาหร่ายทะเลอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่จัดอยู่ในกลุ่มไซยาโนแบคทีเรีย เติบโตอยู่ในทะเลทรายแถบมณฑลกานซู ซินเจียง มองโกเลียใน ของจีน ทนร้อน ทนหนาว ทนแล้ง พอเก็บเกี่ยวมาตากแห้งแล้วจะออกมาเป็นเส้นสีดำเล็กๆ หยิกงอ คล้ายเส้นผมมนุษย์แบบเป๊ะ 2. สาหร่ายผมนาง (Gracilaria fisheri) ของดีฝั่งภาคใต้บ้านเรา เป็นสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลอมแดง เส้นฝอยยาวกรุบกรอบ พบมากแถ
