Featured
ในยุคที่ตลาดโลกเต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด แบรนด์ไทยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากกระแสเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายธุรกิจมองหาช่องทางในการเติบโตใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาดไปต่างประเทศ หรือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ตัวเอง แต่เราจะทำอย่างไรให้แบรนด์ของเราเป็นที่จดจำและเข้าถึงใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน คำตอบอาจไม่ได้อยู่ในตำราธุรกิจแบบเดิมๆ แต่กำลังเกิดขึ้นจริงในสมรภูมิการตลาดกาแฟของจีน ที่ซึ่งแบรนด์อย่าง Luckin Coffee (瑞幸咖啡) สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดแซงหน้าแบรนด์ระดับโลกอย่าง Starbucks ได้ในระยะเวลาอันสั้น ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวของ “กาแฟ” แต่คือบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับตัวอย่างชาญฉลาด ความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ และการใช้กลยุทธ์ที่เข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังความสำเร็จของ Luckin Coffee พร้อมทั้งถอดรหัสกลยุทธ์สำคัญที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ธุรกิจไทยสามารถสร้าง “จุดเปลี่ยน” และเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ถอดรหัสยุทธศาสตร
MK Restaurants แบรนด์ที่ยืนหนึ่งทุกเทศกาลสำคัญ ชูกลยุทธ์เชื่อมโยงช่วงเวลาพิเศษ ตอกย้ำภาพแบรนด์ร้านอาหารแห่งครอบครัว ซึ่งวันแม่ปีนี้ MK Restaurants ส่งแคมเปญอบอุ่น แจกฟรี! น้ำจิ้มสุกี้สูตรต้นตำรับที่ใครๆ ก็รัก นำมาออกแบบใหม่ ผ่านศิลปินรุ่นใหม่กับไอเดียสุดน่ารัก “แม่คือน้ำจิ้มของบ้าน” เพราะ MK เชื่อว่า “บ้าน” คือ “หม้อสุกี้” และ “แม่” ก็คือ “น้ำจิ้ม” ที่ทำให้ทุกอย่างกลมกล่อม เข้ากัน และน่าอยู่ หยิบยกมุมมองแม่มาปรุงรักเป็นลวดลายบนขวดน้ำจิ้ม MK ลายลิมิเต็ด “Mother’s Day Collection” กับ 5 ศิลปินตัวลูก เพื่อถ่ายทอดความรัก และส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กับทุกครอบครัว สะท้อนให้เห็นถึงภาพจำที่นึกถึงแม่ๆ ของแต่ละบ้านได้อย่างชัดเจน งานนี้ MK Restaurants แจกฟรี! น้ำจิ้ม MK ลายลิมิเต็ดสุดพิเศษ พร้อมส่งมอบความสุขให้แม่อิ่มท้องอิ่มใจ แบบจุกๆ เมื่อทานอาหารหรือเครื่องดื่มครบ 1,199 บาท (ก่อนหักส่วนลด) หรือ เมื่อทาน โปรโมชัน คุ้ม คุ้ม อิ่มไม่อั้น 299 บาท จำนวน 4 คนขึ้นไป รับทันที 1 ขวด ตั้งแต่วันที่ 4-15 สิงหาคม 2568 และต่อด้วยการเสิร์ฟพวงมาลัยแบบใหม่แบบหมี่ ครีเอตเมนูซิกเนเจอร์ “มาลัยหมี่หยก” ชวนลูกๆ มอบควา
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่ากระแส Plant-based Food มาแรงมาก อย่าง “นมโอ๊ต” ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งนมชนิดนี้จะมีความครีมมี่มากกว่านมทางเลือกอื่นๆ สามารถตีฟองได้ดีกว่า ทั้งยังควบคู่ไปกับการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งในช่วงนี้หลายคนคงเห็นไวรัล “Oatside Barista Blend ขนาด 1 ลิตร” ที่มีการปรับราคาลงถึง 50% โดยทางเพจ ผู้บริโภค ได้มีการโพสต์รูปภาพ OATSIDE ที่ปรับราคาลงถาวร จากปกติ 112 บาท เหลือเพียง 56 บาท โดยระบุข้อความว่า “ร้านกาแฟถูกใจสิ่งนี้ ถาวรครึ่งต่อครึ่งเลยนะ รับทราบนะ ผู้บริโภค” โดยทางเพจ Oatside Thailand ได้มีการคอมเมนต์ถึงการลดราคาถาวรนี้ว่า “ขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุน Oatside มาโดยตลอด การปรับราคานี้เป็นราคาปกติ ปรับทุกห้าง สาเหตุที่ปรับลดราคาลง เนื่องจากตอนนี้เราสามารถลดราคาได้เพราะเราขยายธุรกิจไปทั่วโลก ทำให้ต้นทุนลดลง เราก็เลยอยากแบ่งปัน ส่วนลดนี้ให้ลูกค้า เพื่อเข้าถึง Oatside ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทางแบรนด์ขอยืนยันว่า รสชาติ ความอร่อยยังคงเดิม” ชวนรู้จัก Oatside (โอ๊ตไซด์) 
“หลายคนฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่เรากลับมีอยู่ในมืออยู่แล้ว ทำไมไม่หยิบขึ้นมาต่อยอดให้เต็มที่ แรงที่เราทุ่มให้กับบริษัทอื่น ถ้าเอามาลงกับธุรกิจของเราเอง มันจะไปได้ไกลแค่ไหน” แนวคิดนี้ทำให้ คุณทีเจ-อนันทรัพย์ จันทร์แก้ว ทายาทรุ่นสอง ที่เคยมองข้ามธุรกิจครอบครัว ตัดสินใจกลับมารับช่วงต่อพัฒนาธุรกิจร้านไก่สด “Ali Halal” ที่ทำมาตั้งแต่รุ่นคุณยายจนถึงรุ่นแม่ให้เติบโตอย่างมีกลยุทธ์ ตั้งแต่การรีแบรนด์ ปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อเดินหน้าได้ในยุคที่พฤติกรรมลูกค้าไม่เหมือนเดิม สานต่อธุรกิจครอบครัว ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะโชคดีมีธุรกิจครอบครัวที่วางรากฐานมาอย่างแข็งแรงแล้ว แต่การเข้ามารับช่วงต่อในฐานะทายาทรุ่นสอง ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด “ถ้าคิดแค่รักษาของเดิมไว้ มันอาจจะไม่ยากมาก แต่ถ้าอยากให้ธุรกิจเติบโตต่อ ทันยุค และมีผลกำไรเพิ่มขึ้น มันคืออีกเรื่องหนึ่งเลย เพราะเต็มไปด้วยความท้าทาย ตอนเริ่มต้น แม่ให้ผมลงมือทำทุกอย่างเหมือนคนงาน เพื่อให้เข้าใจระบบทั้งหมดของกิจการ มารู้ตัวอีกทีคือ ผมไม่ชอบธุรกิจนี้เลย (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่าความชอบไม่ใช่เงื่อนไขเดียวของความสำเร็จ เราอาจไม่ต้
จากกรณีที่ประเทศไทย สามารถปิดดีลเรื่องภาษีนำเข้า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยสามารถเจรจาและบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้าต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) กับสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศอัตราเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าฯ จากสินค้าของไทย 19% โดยข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 2568 เป็นต้นไป ซึ่งอัตราที่ประกาศออกมาแม้จะต่ำกว่า 36% แต่ก็ยังคงมีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการยังคงกังวลในหลายๆ เรื่อง จากมุมมองของ รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้ประกอบการ SMEs แนวทางการปรับตัวและสร้างโอกาสท่ามกลางความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับกำแพงภาษี 19% รศ.ดร.สมภพ เน้นย้ำว่า “ความคล่องตัว” และ “ความทันสมัย” คือหัวใจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโต ประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่อง “อาหาร” (Food) ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่ง แต่การจะเพิ่มมูลค่าให
สืบเนื่องจากมีข้อมูลจากแพทย์ในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งดูแลอาการของทหารหลายนาย ระบุ นอกจากจะมีอาการการบาดเจ็บจากการปะทะแล้ว ยังมีการติดเชื้อราและติดเชื้อแบคทีเรียจากแผลแมลงกัดต่อยกันเป็นจำนวนมากนั้น ล่าสุด ทางกลุ่มจิตอาสาแพทย์แผนไทย นำโดยทีมแพทย์แผนไทยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเครือข่ายศิษย์เก่าแพทย์แผนไทยจากหลากหลายพื้นที่ ช่วยกันคนละไม้ละมือ ผลิต “ยาหม่องสมุนไพรสรรพยา” จำนวน 1,500 กระปุก เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับทหารแนวหน้า และประชาชนผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สำหรับ “ยาหม่องสมุนไพรสรรพยา” ดังกล่าว ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติที่ทรงคุณค่าทางการแพทย์แผนไทย เช่น ใบพญายอ ฟ้าทะลายโจร ใบพลู และกระดูกไก่ดำ มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก แมลงสัตว์กัดต่อย ไล่ยุง รวมถึงบรรเทาผื่นคันจากภูมิแพ้และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย โดยสมุนไพรทุกชนิด ผ่านการคัดสรรและอบรมวิธีการผลิตจาก “ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ” จังหวัดปราจีนบุรี โดยยาหม่องล็อตแรก จำนวน 800 กระปุก ได้ส่งมอบให้กับ “สำนักงานพัฒนา 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒน
การได้ไปซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติ ฟังเสียงธารน้ำไหล ฝูงนกโผบิน เมื่อตกช่วงค่ำคืน นอนฟังเสียงร้องของแมลงที่ดังระงมมาจากในป่า เป็นอะไรที่ผ่อนคลาย และอยู่ในตัวเลือกของคนกรุงที่อยากจะใช้ชีวิตในวันหยุดไปกับอะไรแบบนั้น “The Scenery Vintage Farm” ในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี คือหนึ่งในจุดหมายที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ที่พักแห่งนี้ยืนหยัดมานานกว่า 20 ปี ด้วยเสน่ห์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปเยือนและพูดคุยกับ คุณดวงกมล ชุติมันต์ กรรมการบริหาร The Scenery Vintage Farm เธอได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางอันน่าประทับใจ นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นเมื่อ 20 ปีก่อน จนถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในปัจจุบัน จุดเปลี่ยนจากความล้มเหลวสู่ความสำเร็จ คุณดวงกมล เล่าว่า ย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สวนผึ้งยังคงเป็นเพียงป่าที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ไม่ใช่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเช่นทุกวันนี้ เธอมีความฝันอยากเป็นเกษตรกร และได้ลองลงทุนปลูกหัวหอม ซึ่งในตอนแรกก็สร้างรายได้เป็นอย่างดี แต่ต่อมากลับประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก สูญเงินไปหลายแสนบาท จากความล้มเหลวในการทำเกษตร
อากาศร้อนๆ แบบนี้ หนึ่งในเมนูที่ขายดีคงหนีไม่พ้นเหล่าหวานเย็น น้ำแข็งไส น้ำชงต่างๆ แต่อีกหนึ่งเมนูที่ขายดี นั่นคือ “ชาผลไม้” ที่จะรวมผลไม้หลากหลายชนิด ผสมกับชามะลิหรือชาอู่หลง ใช้วิธีแช่เย็นแทนการใส่น้ำแข็ง เมื่อทานผลไม้เข้าไปแล้วจะทำให้สดชื่นและคลายร้อนได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้าน “TEA MO ชาสดชื่น” ร้านชาผลไม้ที่เกิดจากความตั้งใจของ คุณแบงกิ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง จากช่อง BANKII และ คุณโม-วรรณวิภา เหมะ เจ้าของเพจ เที่ยวไหนพัทยา ที่เธอนั้นได้ทำการซื้อเครื่องซีลกระป๋อง และนำมาลองทำเมนูน้ำลำไยกระป๋องดู เมื่อลองทำให้เพื่อนชิมก็รู้สึกว่าต่อยอดได้ จึงนำไปออกบูธขายตามงานอีเวนต์ต่างๆ จนปัจจุบันได้กลายเป็นร้านชาผลไม้ที่ลูกค้าต่อคิวแน่น ขายดีพีกสุด หมดภายใน 1 ชั่วโมง จุดเริ่มต้นจากความชอบ คุณโม เล่าว่า เริ่มแรกได้มีการซื้อเครื่องซีลกระป๋องมาลองทำเล่นๆ บวกกับช่วงนั้นมีกระแสน้ำลำไยมาพอดี แรกๆ จึงลองทำเพียงน้ำลำไย และให้เพื่อนชิม จนกระทั่งได้ไปออกงานอีเวนต์ ผลปรากฏว่าขายหมดภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากประสบความสำเร็จกับน้ำลำไย คุณโมก็ไม่ได้หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ “พอทำไปสัก
คุณธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด (IdeasLabs) MarTech Solution สัญชาติไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ตลาด Influencer Marketing ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์ที่ใช้ Publisher Services ซึ่งเป็นโมเดลการตลาดผ่าน KOL ที่มีระบบวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบและสามารถวัดผลได้จริง ซึ่งโมเดล Publisher Services ในปีนี้ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่เพียงการจ้าง KOL แล้วหวังผลอีกต่อไป แต่คือการวาง “โครงสร้างการตลาดแบบใหม่” ที่เชื่อมโยงข้อมูล กลยุทธ์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการตลาดไทย ที่กำลังเข้าสู่ยุคที่ KOL คือ Infrastructure ของการเติบโต ไม่ใช่แค่เครื่องมือชั่วคราวอีกต่อไป โดยหัวใจของความสำเร็จในการทำ Influencer Marketing ก็คือการเข้าถึง Data + Platform + Planning = แต้มต่อของแบรนด์ในยุค Digital Sales ท่ามกลางตลาดที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 91.2% ของประชากร และบัญชีโซเชียลมีเดียมากถึง 51 ล้านบัญชี ดังนั้น กลยุทธ์ Influencer Marketing ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ
ว่ากันว่า ครอบครัว “วณิชชากร” คือตระกูลใหญ่แห่งตลาดประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี มีที่มาจาก “ตระกูลเจี่ย” อพยพจากเมืองซัวเถา ประเทศจีน ตั้งแต่สมัยรุ่นก๋ง ก่อนจะมาตั้งรกรากอย่างมั่นคงที่อำเภอประจันตคาม จุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งในตระกูลเกิดจากร้านขายของชำเล็กๆ เมื่อกว่า 80 ปีก่อน ก่อนจะค่อยๆ ขยายกิจการและเติบโตอย่างต่อเนื่อง คุณเล็ก วณิชชากร เป็นทายาทรุ่นที่สอง แต่งงานกับ คุณรัชนี วณิชชากร มีบุตรชายด้วยกัน 5 คน ทุกคนต่างเติบโตมากับธุรกิจครอบครัว ที่กลายเป็น “กงสี” เต็มรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่ร้านขายของชำ โรงสีข้าว ปั๊มน้ำมัน ร้านถ่ายภาพ ร้านมอเตอร์ไซค์ ไปจนถึงมาร์ทขนาดกลาง โดย คุณวัฒนา วณิชชากร ลูกคนสุดท้อง ในฐานะทายาทรุ่นที่สาม คือผู้รับช่วงต่อ “โรงสีไทยวัฒนารุ่งเรืองธัญกิจ” และคือผู้แบกความฝันของ “เตี่ย” ที่ไม่อยากเห็นธุรกิจนี้ล้มหายไปกับกาลเวลา คุณวัฒนา ย้อนความหลังให้ฟัง เขาและพี่ๆ ทุกคน เติบโตมาท่ามกลางธุรกิจโรงสี ซึ่งมีจุดเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2527 พวกเขาช่วยงานกันมาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นทั้งพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของโรงสีอย่างต่อเนื่อง จากยุคที่ต้องใช้แรงงานคนเป็นหลัก ไปจนถึงการนำเครื่
