Featured
คุณอุบลรัตน์ หลักหาญ หรือ คุณหนิง อายุ 47 ปี หนึ่งในพนักงานที่เจอพิษฟองสบู่แตก โดนเลิกจ้างงานแบบกะทันหันเมื่อปี 2543 จนทำให้เธอต้องหาธุรกิจทำ โดยการเปิดร้านขายขนมครกเศรษฐี 9 หน้า “หลังโดนเลิกจ้างงาน ช่วงแรกยังไม่รู้จะทำอะไร พอดีคุณยายที่สุราษฎร์ฯ ท่านมีสูตรทำขนมครก เป็นสูตรโรยน้ำตาลแบบคนใต้ทาน พี่ก็เลยไปเรียนกับแก” เรียนจนความรู้แน่น คุณหนิงเปิดร้านขายทันที โดยเริ่มจากเข็นรถเข็นขาย แต่ยังไม่ถูกปากลูกค้าเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไม่เคยกินขนมครกแบบโรยน้ำตาล จึงกลับมาปรับสูตรใหม่ ใส่กะทิแบบขนมครกทั่วไป เพิ่มหน้าขนมครก แรกเริ่มแค่ 2-3 อย่าง เช่น ข้าวโพด ฟักทอง แต่ถึงอย่างนั้น ผลตอบรับก็ยังไม่ดี คุณหนิง เล่าต่อ กลับมาปรับสูตรกันอีกรอบ คราวนี้เพิ่มหน้าขนมครกมากถึง 9 หน้า เช่น ฟักทอง ข้าวโพด มันม่วง แปะก๊วย งา ต้นหอม ฝอยทอง เผือก ข้าวบาร์เลย์ และมีหน้าอื่นๆ อีกสลับกันไปวันละ 9 หน้า รวมทั้งหมด 9 หน้า (ที่มาของชื่อขนมครกเศรษฐี 9 หน้า) ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนแป้ง นอกจากกรอบอร่อยแล้ว คนกินยังได้รับประโยชน์อีกด้วย หลังปรับสูตรจนเป็นขนมครกเศรษฐี 9 หน้าฉบับสมบูรณ์ ยอดขายดีขึ้นทันตาเห็น จากเข็นรถขาย
กลายเป็นละครดัง มีผู้ติดตามชมทุกตอนแบบล้นหลาม บุพเพสันนิวาส เรื่องราวรักข้ามภพ อิงประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ในเรื่องราวมีบุรุษสตรีสูงศักดิ์หลายๆ คน และมีชีวิตจริง ในประวัติศาสตร์ แต่หลายคนอาจไม่รู้ ว่า บุคคลสำคัญกับละคร บุพเพสันนิวาส ในชีวิตจริง มีเชื้อสายเจ้าแท้ๆ นั่นคือ ผู้จัดละครคนดัง หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ ที่ผลิตละคร บุพเพสันนิวาส หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ เป็นทายาท หม่อมเจ้า(หญิง)อรุณแสงไข ภาณุพันธุ์ เสกสมรสกับนายชุมพล ทองรักษ์ มีธิดาด้วยกัน 1 คน คือ ผู้จัดละครคนดัง หน่อง อรุโณชา โดยเป็นหลานตาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านิพันธุ์ภาณุพงศ์ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช กับ หม่อมอรุณ ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา เป็นเหลนตาทวด สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช (เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี)
อีกหนึ่งของดีที่ไปเยือนจังหวัดเพชรบุรีคือ “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” โดย สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี เขียนไว้ในหนังสือ “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” ว่า ชมพู่เพชรสายรุ้ง เป็นไม้ผลที่ปลูกในจังหวัดเพชรบุรีเมื่อประมาณ 176 ปีที่แล้ว เดิมมีชื่อเรียกหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ชมพู่เขียวเสวย ชมพู่สายน้ำผึ้ง ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” เพื่อเจาะจงลงไปว่าเป็นพันธุ์ใหม่ ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าอันไหนคือชมพู่เพชรแท้ๆ หากลองเสิร์ชข้อมูลในกูเกิ้ลว่า “ชมพู่เมืองเพชร” รายชื่อสวนอันดับเเรกที่ปรากฏคือ “สวนชมพู่ลุงเทิ้น” ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี อีกหนึ่งสวนชมพู่ที่เป็นที่รู้จัก เเละได้รับความนิยม เรณู ผิวขำ หรือ พี่น้ำ ลูกสาว “ลุงเทิ้น” อาสาเป็นคนพาชมสวนชมพู่ที่มีอายุเท่าตนเองก็ว่าได้ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น พื้นที่กว่า 2 ไร่ ต้นชมพู่อายุนับ 40 ปี ขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยนั่งร้านทำจากไม้ เพื่อให้คนงานปีนขึ้นไปห่อชมพู่ เก็บผลผลิต เเละในบางครั้ง พี่น้ำ เล่าด้วยน้ำเสียงขบขันว่า “ลูกค้าก็มีปีนขึ้นไปถ่ายภาพ” เรณู ผิวขำ “พี่น้ำ” เล่าย้อนกลับไปกว่า 40 ปีที่เเล้ว “ลุงเทิ้น” เดิมมีอาชีพทำนา ซึ่งในต
บนถนนเยาวราชจะยามค่ำหรือยามปกติก็หาของกินรสเด็ดได้ไม่ยาก มีร้านอาหารวางตัวให้ลองชิมกันตลอดทั้งถนน แต่หากอยากลองชิมอาหารเลิศรสที่ขึ้นชื่อเป็นตำนานความอร่อย ต้องร้านนี้ ลิ้มเหล่าโหงว 80 ปีความอร่อยบนถนนเยาวราช ตำนานบะหมี่ลูกชิ้นปลากระโดด ร้านลิ้มเหล่าโหงวส่งต่อสูตรเด็ดรสอร่อยมายาวนานตั้งแต่รุ่นแรกที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ตกทอดมาสู่รุ่นต่อรุ่น ไฮไลต์สำคัญที่ยังคงอยู่มาถึงรุ่นปัจจุบันคือลูกชิ้นปลากระโดด ได้รสชาติของลูกชิ้นปลาอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ความพิถีพิถัน ใส่ใจในกระบวนการผลิต ไม่ผสมแป้ง ไม่มีสารเคมีเจือปน และสูตรลับต้นตำรับจากเมืองจีนที่ทำให้ลูกชิ้นปลาอร่อย กรอบเด้ง เหนียวนุ่ม กระโดดในปากราวกับมีชีวิต ทีเด็ดอีกอย่างของร้านอยู่ที่เส้นบะหมี่ ที่ทำจากแป้งพรีเมี่ยมผสมกับไข่ไก่สดคุณภาพดีปริมาณมากเป็นพิเศษ ผ่านกระบวนการนวดและรีดเป็นเส้นแบนด้วยความตั้งใจจนได้เส้นบะหมี่รสเด็ด เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นไข่ชวนลิ้มลอง ความอร่อยขึ้นชื่อของร้านโด่งดังถึงระดับโลก ได้รับการจัดอันดับให้เป็นร้านถูกและดี “Bib Gourmand” โดย Michelin Guide พูดเลยว่าการันตีรสชาติกันเบอร์นี้ยัง
ข้าวอินทรีย์ เป็นการผลิตข้าวที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ตลอดจนสารสังเคราะห์ต่างๆ ทุกชนิด อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และเทคนิคอื่นๆ ตามมาตรฐานอินทรีย์อีกมากมาย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแหล่งปลูกข้าวอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานในประเทศจึงมีน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีเกษตรกรรายใหม่สมัครใจเข้ามาปลูกข้าวอินทรีย์กันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีแรงจูงใจจากราคาขายและความต้องการของตลาดที่ยังเปิดกว้าง คุณประมวล ขันธ์เพชร ประธานกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนร่วมใจโนนค้อทุ่ง” ตั้งอยู่เลขที่ 157 หมู่ที่ 5 ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ บอกว่า ในอดีตชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาการปลูกข้าวมายาวนานจนมีรายได้ลดลงหรือบางรายมีหนี้สินจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาปลูกข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานภายใต้ความอดทนต่อระเบียบ เงื่อนไขทั้งในเรื่องขั้นตอนการปลูก รวมถึงความซื่อสัตย์ เพราะเล็งเห็นว่ากำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคซึ่งมีตลาดรับซื้อแน่นอนในราคาที่ดี ประธานกลุ่ม กล่าว ยอมรับว่าการปลูกข้าวอินทรีย์ในยุคแรกของการปรับเปลี่ยนในสังคมคนทำนาด้วยกันยังไม่มีใครยอมรับ หรือแม้แต่ในจังหวัดอำนาจเจริญยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่เข้มแข็ง
ระยะเวลาปีเศษที่ผ่านมา สินค้าเกษตรหลายชนิดที่เคยเป็นสินค้าดาวรุ่ง ขายดี ทำกำไรสูง เช่น มะม่วง มะนาว มะพร้าวน้ำหอม กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ฯลฯ กลับตกอยู่ในทิศทางตลาดขาลง ทำให้หลายคนรู้สึกกังวลและงวยงงกับสถานการณ์ราคาตลาดว่า จะปลูกต่อดีหรือถอยไปปลูกพืชชนิดอื่นดี แม้หลายคนจะมองว่า ตลาดกล้วยน้ำว้า อยู่ในทิศทางขาลง แต่ อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช เจ้าของไร่พัชชา กลับยืนยันว่า ตลาดกล้วยน้ำว้ายักษ์ยังเติบโตต่อเนื่อง ขายดิบขายดี จนผลิตหน่อพันธุ์ไม่ทันกับความต้องการของตลาด ดังนั้น ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปค้นหาเสน่ห์ของ กล้วยน้ำว้ายักษ์ ที่ทำให้ขายดี ติดลมบนตลอดทั้งปีกันสักหน่อย กล้วยน้ำว้ายักษ์ มาจากไหน อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช ปัจจุบัน ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 10 โหรหญิงดังยอดนิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือ ที่แบ่งเวลามาทำสวนเกษตร ชื่อว่า ไร่พัชชา ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหนองปรือ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เบอร์โทร. (084) 548-9000 และ (086) 128-8000 อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช โชว์กล้วยน้ำว้ายักษ์ อาจารย์พัชนี เล่าว่า การทำอาชีพเกษตรกรรมในวันนี้ มีจุดเริ่มต้นจากความชอบสะสมที่ดิน ที่ดินแปลงหนึ่งในจังหวัดราชบุรี
ผ้าฝ้าย เป็นผ้าที่สวมใส่แล้วสบายที่สุด เหมาะกับหน้าร้อน หรืออากาศเมืองร้อนแบบบ้านเรา เนื่องจากระบายอากาศดี กลุ่มตัดเย็บผ้าฝ้าย และทำผ้าย้อมคราม บ้านดงสาร อ.เซกา จ.บึงกาฬ เป็นอีกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยความสามารถในการดำรงคงอยู่ของอาชีพนี้อย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่ปี 2554 โดยการรวมตัวกันของคนชุมชน บ้างทำเป็นงานหลัก บ้างใช้เวลาว่างจากการกรีดยางพารา มาหารายได้เสริม คุณวิรัตน์ แผ่นทอง และคุณไพรวัล แผ่นทอง สองสามีภรรยา ผู้รวบรวมสินค้านำออกสู่ตลาด เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ลักษณะของผ้าย้อมคราม คือเป็นผ้าฝ้าย ที่เกิดจากการย้อมคราม ตั้งแต่เป็นเส้นด้าย โดยครามที่นำมาย้อม ก็มาจาก ต้นคราม ที่ปลูกกันไว้ตามหัวไร่ปลายนา กลุ่มนี้รวมตัวกันได้ 15 คน มีสินค้าหลักๆ คือ ผ้าถุง กระเป๋า กระโปรง เสื้อ กางเกง ที่ทางกลุ่มออกแบบเอง ย้อม ตัดเย็บกันเอง และขั้นตอนสุดท้ายก็คือหมักด้วยโคลน ให้ผ้านุ่ม และฟิกซ์สีกันสีตกอีกด้วย “คนที่มาทำ คือส่วนใหญ่ทำเป็นอาชีพเสริม อาชีพหลักคือกรีดยาง บางคนทำได้หลายผืนต่อสัปดาห์ เฉลี่ยๆ แล้วจะมีรายได้ราว 3000 บาทต่อเดือน พอเป็นค่ากับข้าวในครัวเรือน” คุณวิรัตน์
ประเทศไทย 4.0 ทำอะไรชักช้า เยิ่นเย้อ ไม่ทันกิน เจ้าของร้านอาหารกล่องสุขภาพขึ้นชื่อมากเจ้าหนึ่ง ยอดขายชักตก เพราะคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นทุกที ใครๆ ก็อยากขายอาหารกล่องสุขภาพ น่าคิดเหมือนกันว่าแล้วใครจะกิน ถ้าเป็นคนขายกันหมด ของเขาคนนี้ ตอนออกใหม่ๆ ก็มาปรึกษาทำโน่นทำนี่ ตอนนี้รายได้เริ่มหด พอดีเขาเช่าที่ไว้ทำโรงครัวอยู่แล้ว มีตัวร้าน ปูสนามหญ้าสวยงาม จอดรถได้ 2-3 คัน (ซึ่งเป็นข้อเสีย ไม่พอจอด แต่ดีกว่าไม่มีเลย) เมื่อก่อนเขาเปิดร้านให้คนนั่งสั่งอาหารมากินอยู่แล้ว มีคนกินบ้าง หลังๆ ชักหาย มาซื้ออาหารกล่องกลับบ้านอย่างเดียว ช่วงหนึ่งเคยเปิดขายก๋วยเตี๋ยว ขายดีพอใช้ แต่คนขายมือเติบ ใส่หมูสับเป็นก้อน ลูกชิ้นเป็นสิบ ของเหลือโยนทิ้ง เก็บไว้กลัวไม่อร่อย ขายได้เท่าไหร่คืนแม่ค้าตลาดไปหมด ปีใหม่ ฟ้าใหม่ ยุค 4.0 เขาเลยมาปรึกษาว่า ทำอะไรขายเร็วๆ ดี มีแอ๊กชั่น ไม่ทื่อๆ เหมือนเคาะอาหารกล่องมาใส่จาน ความคิดเขาอยากขายข้าวมันไก่สุขภาพหน่อยๆ ใช้อกไก่ ข้าวไม่ใช้น้ำมันผัด แต่ลีลามันน้อยไป ผมเลยนึกถึงสูตร “ข้าวมันไก่หมก” ของ อาจารย์พลศรี ในหนังสือแม่บ้านทันสมัยรุ่นโบราณ เคยมีคนเอาไปทำขายถึง อำเภอฝาง เชียงใหม่ กว่า
อีกหนึ่งสุดยอดไอเดีย ราคาประหยัดสำหรับผู้ที่รักน้องหมา หรือเป็นทาสแมว สำหรับกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Amarildo Silva ได้แชร์คลิปวิดีโอพร้อมรูปภาพ ถึงไอเดียในการทำที่นอนให้กับน้องหมา และ แมว ใหม่ๆ ด้วยงบที่ไม่ต้องจ่ายเงินสูง โดยในคลิปเริ่มจากการหาวัตถุดิบด้วยการใช้ยางรถยนต์เก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาตกแต่งสีสันตามสไตล์ พ่วงด้วยเบาะรองนั่งให้น้องหมา และน้องเหมียว นอนหลับอย่างสบาย ไม่ต้องเสียเงินมากมายซื้อบ้านไม้หลังโตแต่อย่างใด
คุณยามีละ ตาเละ สาวพิการทั้งแขน-ขา แต่มีความกตัญญู ใจสู้ไม่ถอย เจ้าของเรื่องราวดีๆครั้งนี้ อาศัยอยู่ที่บ้านยะลูตง ต.กาเยาะมาดี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ปัจจุบันอายุ 28 ปี มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เธอเป็นลูกคนที่ 4 คุณแม่ประกอบอาชีพค้าขาย ส่วนคุณพ่อไม่ได้ทำงานมานานกว่า 15 ปีแล้ว เนื่องจากมีโรคประจำตัว เมื่อขออนุญาตถามถึงความปกติของร่างกาย เธอเล่าเสียงหม่น เป็นมาตั้งแต่กำเนิด สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่รู้สึกลำบากอะไร แต่ไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไป บางครั้งก็รู้สึกท้อแท้บ้างที่เกิดมาเป็นแบบนี้ ส่วนความสามารถด้านการแต่งหน้านั้น เธอเล่าด้วยน้ำเสียงแจ่มใสขึ้นว่า เป็นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าฝันอยากเป็น “ช่างแต่งหน้า” พออายุได้ราว 17-18 ปี เลยฝึกแต่งหน้าตัวเอง และฝึกมาเรื่อยๆ พวกญาติและเพื่อนๆ เลยจะทราบดีว่าเธอแต่งหน้าได้ จนอยู่มาวันหนึ่งที่บ้านของเธอมีงานแต่งงาน ญาติ 2-3 คน เลยมาขอให้ช่วยแต่งหน้าให้ หลังจากนั้นไม่นานละแวกบ้านมีงานเดินพาเหรด เลยมีคนมาขอให้ช่วยแต่งหน้าให้อีก เธอเลยคิดค่าแรงหน้าละ 300 บาท ส่วนเครื่องสำอาง เธอเป็นคนออกเอ
