Featured
นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรณีข่าวที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นชาติแรกที่มีการนำเข้าปลา จากเมืองฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่เกิดแผ่นดินไหวแล้วสึนามิถล่มเมื่อปี 2554 จนทำให้กัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์รั่วไหลลงในน้ำ ในวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมานั้น จากการตรวจสอบด่านนำเข้า พบว่า ปลาที่นำเข้ามาเป็นปลาตระกูลซีกเดียว และลิ้นหมา จำนวน 130 กิโลกรัม(กก.) ซึ่งกรมประมงยืนยันว่า ก่อนจะนำเข้าปลาจาก เมืองฟุกุชิมะ จะผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของกระทรวงสาธารณสุข ในการตรวจสอบเรื่องปริมาณสารกัมมันตรังสีในอาหารตามประกาศของกระทรวงทุกครั้ง สำหรับกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศเรื่องมาตรฐานอาหารที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีปีพ.ศ. 2554 ระบุว่า สินค้าที่นำเข้ามาต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐหรือห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองฯ ระบุปริมาณไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด และอย.เป็นผู้สุ่มตรวจควบคุม โดยกำหนดให้ตรวจปริมาณการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีในอาหาร 3 ชนิดคือ ไอโอดีน 131 จะต้องไม่เกิน 100 เบคเคอเรล ต่อ กก. ซีเซียม 137 และซีเซียม 134 รวมกัน ไม่เกิน 500 เบ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ พร้อมผู้เสียหายกว่า 100 คน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. เพื่อเอาผิด น.ส.วรรณพา (สงวนนามสกุล) เจ้าของผลิตภัณฑ์ความงามหลายยี่ห้อ หลังถูกหลอกลวงให้ขายและลงทุนผลิตสินค้าไม่ได้คุณภาพ ทำให้เกิดความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยนำหลักฐานเป็นผลิตภัณฑ์สินค้า และเอกสารต่างๆ มามอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณาคดี นายรณณรงค์ กล่าวว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้รับสินค้าโดยตรงจากบริษัทไปขายต่อให้กับลูกค้ารายย่อย ซึ่งทางบริษัทอ้างว่าสินค้าทุกตัวมีเลข อย.สามารถจำหน่ายได้ ต่อมาภายหลังมีผู้พบว่าเลข อย.ไม่ตรงกับเลขสินค้า ทำให้มีการตรวจสอบขยายผล พบว่าสินค้าส่วนใหญ่ถูกสวม อย. และมีการใช้เลข อย.ผิดประเภท รวมถึงการอ้างสถานที่ตั้งผลิตโรงงานที่ไม่มีอยู่จริง นอกจากนี้ ตนยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสารประกอบว่าจะมีการใช้สารต้องห้ามทาง อย.รวมอยู่ด้วย หลังจากนี้จะให้ อย.ตรวจสอบว่าเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้นถูกต้องหรือไม่ “ส่วนในวันนี้จะแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชนกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ แ
อีกหนึ่งเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก InterNations เปิดเผยผลสำรวจประเทศที่ดีเเละเหมาะสมสำหรับสตรีเดินทางไปทำงานยังต่างประเทศ โดยปัจจุบันชาวต่างชาติประมาณหนึ่งในสี่ ที่เป็นผู้หญิงเดินทางไปต่างประเทศ ด้วยเหตุผลในการทำงาน ในการสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับความพึงพอใจในงานของชาวต่างชาติ บริษัทได้สัมภาษณ์ผู้หญิงกว่า 7,000 คนที่ทำงานใน 168 ประเทศ โดยเป็นชาวต่างชาติจาก 152 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี และรัสเซีย จากนั้น InterNations ได้จัดอันดับประเทศที่ดีที่สุด 10 อันดับแรกสำหรับสตรีที่ทำงานในต่างประเทศ จากการประเมินด้านเงินเดือนสูง ความพึงพอใจเเละโอกาสในการทำงาน รวมถึงชั่วโมงในการทำงานเเต่ละสัปดาห์ โดยรายชื่อ 10 ประเทศ มีดังนี้ 1. เม็กซิโก มีโอกาสได้เงินเดือนสูงถึง 29% ความพึงพอใจต่อโอกาสในการทำงานกว่า 68% เเละทำงานเต็มเวลา 45 ชั่วโมง/สัปดาห์ 2. พม่า มีโอกาสได้เงินเดือนสูงถึง 46% ความพึงพอใจต่อโอกาสในการทำงานกว่า 70% เเละทำงานเต็มเวลา 45.5 ชั่วโมง/สัปดาห์ 3. กัมพูชา มีโอกาสได้เงินเดือนสูงถึง 33% ความพึงพอใจต่อโอกาสในการทำงานกว่า 63% เเละทำงานเต็มเวลา 42.4 ชั่วโมง/สัปดาห์ 4. บาห์เรน มีโอกา
วันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เพาะปลูกกระเทียม ในพื้นที่อ.ไชยปราการ อ.ฝาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตซึ่งเป็นกระเทียมสด เพื่อนำไปขาย โดยพบว่าพื้นที่เพาะปลูกกระเทียมลดลงจากปีก่อน ซึ่งทั้ง 3 อำเภอ มีพื้นที่ประมาณ 8,000 ไร่ เฉลี่ยแล้วสามารถปลูกกระเทียมได้ 3,500 กิโลกรัมต่อไร่ และต้นทุนในการผลิตไร่ละประมาณ 20,000-24,000 บาท ส่วนในปีนี้การเก็บเกี่ยวค่อนข้างดีเพราะฝนยังไม่ตก พ่อค้าคนกลางเดินทางมารับซื้อไปเป็นจำนวนมากและให้ราคาค่อนข้างดี กิโลกรัมละประมาณ13-17 บาท ตามขนาดของกระเทียม โดยเฉลี่ยจะรับซื้อเหมาไม่ต้องคัดขนาด ก็จะอยู่ที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม เท่าที่พบเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องรีบเก็บกระเทียมเนื่องจากเกรงว่าจะมีฝนตกลงมาใส่ผลผลิตทำให้ราคาตก ไม่มีคนมาซื้อ ทำให้ราคาอยู่ที่ไม่เกิน 10 บาทต่อกิโลกรัม นายอินแก้ว สุภา เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม ในพื้นที่บ้านปาง ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ปลูกรายใหญ่อีกรายหนึ่งที่รีบถอนกระเทียม กว่า 20 ไร่ ส่งขายให้กับนายทุน ในราคา 15 บาท ซึ่งก็พอใจในระดับหนึ่ง เนื่องจากปีที่ผ่านมา ขายไปในราคา 20 บาท ซึ่งนายทุนเป็นผู้มาถอนและคั
จากที่มีกรณีผู้ใช้แฟนเพจเฟซบุ๊ก บิ๊กเกรียน ได้โพสต์คลิปวิดีโอชิ้นหนึ่ง เป็นภาพหญิงสาวกำลังใช้มีดผ่าท้องลิงที่นอนนิ่ง หลังจากลิงตัวดังกล่าวถูกรถชนจนเสียชีวิตในขณะที่กำลังท้องแก่ จนลูกน้อยรอดชีวิตออกมาได้ในที่สุด อ่านข่าว : หอมกลิ่นความเศร้า! ชมสาวทำคลอดลิงท้องแก่ถูกรถชนตาย สุดท้ายลูกน้อยปลอดภัย (คลิป) ล่าสุดแฟนเพจเฟซบุ๊ก “บิ๊กเกรียน” ได้ลงพื้นที่ไปยัง วัดเขาหน่อ ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ โดยได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพระบุว่า ผู้ที่ช่วยชีวิตลิงน้อยตัวดังกล่าวด้วยการทำคลอดชื่อ คุณปัทมา เกศเกื้อวิริยะนนท์ อายุ 36 ปี อาชีพแม่ค้าขายอาหารลิงปากทางเข้าวัดเขาหน่อ โดยลิงน้อยตัวดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า “บุญรอด” ผู้โพสต์ระบุเพิ่มว่า “เจ้าบุญรอด” ตอนนี้สุขภาพแข็งแรงติดคุณปัทมาแจ เพราะคิดว่าเป็นแม่ ตอนนี้ให้การดูแลอย่างดี ด้วยนมผงใส่ไซริงจ์ให้ดูด คุณปัทมา บอกว่า เคยตัดสินใจช่วยลิงท้องแก่ตัวหนึ่งที่ถูกรถชนตาย คราวนั้นด้วยความขาดประสบการณ์จึงไม่สำเร็จ ตลอดทั้งวันที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวแวะเยี่ยมบุญรอดลูกสาวคนใหม่อย่างคึกคัก คุณปัทมา บอกว่า เคยเลี้ยงลูกลิงแสมที่กำพร้ามาหลายตัว พอโตขึ้นเขาก็จะเข้า
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงกับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในช่วงวันและเวลาดังกล่าว สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 06.00 น. วันนี้ – 06.00 น. วันพรุ่งนี้ มีเมฆบางส่วนกับมีอากาศร้อน และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทั้งนี้ แบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ระบุว่า ช่วงวันที่ 6-8 มี.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้และลมใต้จะพัดนำความชื้นปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเห
ทุกวันนี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาตั้งคำถามในการจับจ่ายมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะต้องการประหยัดเงิน แต่พวกเขารู้สึกว่าสิ่งของหลายๆ อย่างไม่จำเป็นต้องซื้อ จะได้ไม่ต้องคอยดูแลรักษา แถมไม่เปลืองทรัพยากรจนกลายเป็นภาระให้โลกอีกด้วย ยกตัวอย่าง “รถยนต์” ที่อาจจะขายดิบขายดีในบ้านเรา แต่คนรุ่นใหม่ในหลายประเทศไม่ได้รู้สึกอยากครอบครอง เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้มีแอพพลิเคชั่นแบ่งปันกันใช้ ใครทางเดียวกันก็ไปด้วยกัน หารค่าใช้จ่ายแล้วจบ ไม่ต้องมีภาระผ่อน แถมค่าบำรุงรักษาจิปาถะ แนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญ และบริการให้เช่าสิ่งของก็กลายเป็นทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์เรื่องนี้ ในอนาคตจะไม่ได้มีแค่การเช่าที่อยู่อาศัย แต่จะรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แม้แต่เสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าสำหรับทำงาน ก็จะไม่ต้องควักเงินซื้ออีกต่อไป “อิเกีย” ห้างค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของโลกก็กำลังปรับตัวรับเทรนด์ชอบใช้ แต่ไม่อยากซื้อ เห็นได้จากคำพูดของ “เจสเปอร์ โบรดิน” ซีอีโอของบริษัท ที่กล่าวในเวทีประชุมเวิลด์ อีโคโนมิ
ครั้งหนึ่งผมเคยได้รับเชิญไปอัดรายการ “เอ็นบีที มีคำตอบ ที่ทีวี ช่อง 11” ณ ห้องอัดรายการ แล้วได้พบกับ นายณัฐรท เซ็นนิล เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ถูกรับเชิญมาอัดรายการนี้ด้วยเช่นกัน หลังอัดรายการเสร็จ ผมนัั่งคุยกับคุณ ณัฐรท เลยได้ทราบว่า ชายหนุ่มคนนี้ เคยทำงานบริษัทอยู่กรุงเทพฯ แต่ผันตัวเองไปเป็นเกษตรกรที่ต่างจังหวัด นายณัฐรท หรือ ที่มีชื่อเล่นว่า บูม ได้เล่าในรายการว่า เขาเป็นคนจังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันอายุ 29 ปี ยังโสด เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พอเรียนจบได้เข้าทำงานที่บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ตัดต่อข่าวและโฆษณา ก่อนลาออกจากงานเพื่อกลับบ้านไปเป็นเกษตรกรอิสระได้รับเงินเดือน 23,000 บาท เงินเดือนแค่นี้ กับการมีชีวิตอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ แล้วยังต้องจ่ายค่าเดินทางอีก จึงไม่ค่อยพอใช้ หลังจากบูมทำงานอยู่ได้ไม่กี่ปี จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ไปเริ่มต้นทำงานด้านเกษตร ด้วยการเลี้ยงเป็ด ไก่ และขุดบ่อเลี้ยงปลาเป็นหลัก ที่บูมตัดสินใจเช่นนี้ ไม่เกี่ยวกับเงินเดือนที่ทำอยู่ไม่พอใช้อย่างเดียว แต่มีใจรักงานด้านเกษตรมาก่อน โดยเฉพาะธรรมชาติ เขาสารภาพว
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2561 นายปัญญา เลิศหงิม ประธานชมรมรถตู้โดยสารกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เปิดเผยว่า ชมรมรถตู้โดยสารกรุงเทพฯ-ปริมณฑล (รถตู้หมวด 1) เข้ายื่นหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อขอให้ขยายอายุการใช้งานรถตู้โดยสารหมวด 1 ที่จะหมดอายุในวันที่ 30 ก.ย. 2562 ออกไปอีก 1 ปี เป็นวันที่ 31 ธ.ค. 2563 เนื่องจากกลุ่มรถตู้ต้องการประเมินผลกระทบด้านการให้บริการจากโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ที่มีแผนที่จะเปิดให้บริการอีกหลายสายในปี 2563 เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี หรือสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง เป็นต้น โดยในปี 2563 ผู้ประกอบการรถตู้จะเริ่มเห็นความชัดเจนว่าเส้นทางไหนจะได้รับผลกระทบ การวิ่งให้บริการต่อไปจะคุ้มทุนหรือไม่ และควรจะมีการจัดซื้อรถใหม่ออกให้บริการหรือไม่ โดยหากพบว่าไม่คุ้มค่าผู้ประกอบการจะได้ตัดสินใจเลิกกิจการขับรถตู้ไปประกอบอาชีพอื่นแทน นายปัญญา กล่าวต่อว่า หากรถตู้หมดอายุในปี 2562 ตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางผู้ประกอบการต้องจัดหารถใหม่ล่วงหน้า 1 ปี ก่อนที่จะได้รับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้า ขณะที่รถตู้ 1 คันมีราคาแพง 1.7 ล้านบาท หรือรถโดยสารขนาดเล็ก (ไมโครบัส
วันที่ 1 มี.ค. เจแปนไทมส์รายงานว่า ผู้ส่งออกปลาจากจังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น เมืองที่เกิดแผ่นดินไหวแล้วสึนามิถล่มเมื่อปี 2554 จนทำให้กัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์รั่วไหล เริ่มส่งออกปลาไปยังต่างประเทศอีกครั้ง โดยได้ส่งออกมายังประเทศไทยเป็นประเทศแรก รายงานระบุว่า ทางการจังหวัดฟุกุชิมะกำลังทำงานเพื่อส่งเสริมกิจการประมงและผลิตภัณฑ์ทางทะเล เพื่อลบล้างความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์การรั่วไหลของกัมมันตรังสีเมื่อปี 2554 โดยเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้ส่งออกจากจังหวัดฟุกุชิมะ ได้ส่งปลาจำนวน 110 กิโลกรัม จากท่าเรือเมืองโซมะ มายังประเทศไทย โดยปลาปริมาณดังกล่าวจะถูกนำไปเสิร์ฟในร้านอาหารญี่ปุ่น 12 แห่งทั่วกรุงเทพฯ นายคันจิ ทะชิยะ หัวหน้าสมาคมความร่วมมือกิจการประมงเมืองโซมะ กล่าวว่า “ทางเรารู้สึกยินดีที่สามารถขายปลาจากจังหวัดของเราไปทั่วโลก เราจะส่งปลาที่ปลอดภัย” ทั้งนี้ จากข้อมูลของจังหวัดฟุกุชิมะ ผลจากการสุ่มตัวอย่างปลาและอาหารทะเลในพื้นที่ไม่พบซีเซียม และได้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของญี่ปุ่นตั้งแต่เดือน เม.ย. 2558 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
