Featured
แบรนด์ ‘Merge’ ถือเป็นแบรนด์แฟชั่นของคนไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยก่อตั้งขึ้นจาก 2 พาร์ตเนอร์ คุณกลด-อธิศ ทิพย์ชัยเชษฐา และ คุณพรปวีณ์ ด่านมิ่งเย็นวงศ์ เมื่อปี 2563 เริ่มต้นด้วยการขาย ‘กางเกงยีนส์’ ที่ผลิตมาเพื่อแก้ปัญหาของผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะรูปร่างแบบไหน อกเล็ก หรือสะโพกใหญ่ ก็สามารถใส่กางเกงยีนส์ได้อย่างมั่นใจ โดยผ่านการพัฒนาแพตเทิร์นมามากกว่า 10 ครั้ง จนกลายเป็นกางเกงยีนส์คุณภาพที่มีให้เลือกถึง 10 ไซซ์ จากนั้นได้มีการออกกางเกงอีกหลายคอลเล็กชัน ซึ่งมีดีไซน์โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ‘Merge’ ยังผลิตสินค้าแฟชั่นวางจำหน่ายหลากหลาย ทั้ง เสื้อ เดรส กระโปรง แอกเซสซอรี เช่น กิ๊บ เข็มขัด และที่ได้รับความนิยมสุดๆ คือ กระเป๋า โดยออกรุ่นแรกๆ Merge A-Day Bag กระเป๋า Tote ผลิตจากผ้าทอเทคนิค Flyknit เนื้อหนาพิเศษ น้ำหนักเบาแต่ทนทาน ในราคา 2,590 บาท จากนั้นก็ตามมาอีกหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Merge A Day Bag Brown Dart ผลิตจากผ้า Flyknit สี Light Beige เกรดพิเศษ ตัดกับหนังวีแกนสีน้ำตาล ในราคา 2,790 บาท หรือจะรุ่นต้อนรับวันวาเลนไทน์ อย่าง MERGE A DAY BAG X SUPE
บริษัท กลัฟเท็กซ์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งความสำเร็จในธุรกิจความปลอดภัย โดยมี คุณเสริมศักดิ์ วงศ์ชัย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยถึงจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2543 จากถุงมือผ้าธรรมดาสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมถุงมือเพื่อความปลอดภัย ที่ยึดมั่นในพันธกิจ “ทำให้คนทำงานอย่างปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพ” คุณเสริมศักดิ์ กล่าวว่า หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการพัฒนา แบรนด์ MICROTEX ซึ่งเป็นถุงมือถักไร้รอยต่อจากเส้นใยพิเศษที่ไม่ทิ้งฝุ่นและเศษด้าย นับเป็นรายแรกในประเทศไทยที่ผสานนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งนี้ กลัฟเท็กซ์เตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต พร้อมลงทุนติดตั้ง Solar Rooftop เปลี่ยนรถบริษัทเป็น EV และเดินหน้าเชิงรุกขยายกลุ่ม Green Products เพื่อต่อยอดแนวคิด Circular Economy อย่างเป็นรูปธรรม “เรามุ่งมั่นเป็นมากกว่าผู้ผลิต แต่เราคือองค์กรที่ขับเคลื่อนอนาคตของความปลอดภัยและความยั่งยืนในทุกมิติ” คุณเสริมศักดิ์ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ นอกจากนี้ กลัฟเท็กซ์ยังได้ก้าวสู่ระดับโลกด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับแบรนด
โลกที่คอนเทนต์คือพลัง “Gen Z” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลที่สุด ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนเกมการช้อปปิ้งออนไลน์อย่างสิ้นเชิง พวกเขาเติบโตมากับแพลตฟอร์มวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสั้นหรือคลิปยาว ใช้สื่อเหล่านี้ทั้งเพื่อความบันเทิงและเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์อย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่ “ดูแล้วชอบ” แต่ Gen Z พร้อม “กดใส่ตะกร้า” ทันทีเมื่อคอนเทนต์โดนใจ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มแฟชั่น ความงาม และของใช้ดูแลตัวเองที่ครองใจผู้หญิง Gen Z สายเทรนด์ได้อยู่หมัด ส่วนฝั่งหนุ่ม Gen Z ก็อินกับแฟชั่นและแก็ดเจ็ตสุดล้ำไม่แพ้กัน ยิ่งไปกว่านั้น นักช้อป Gen Z ไม่หยุดแค่ ‘ชอบ’ แต่ขอ ‘ใช่’ ด้วย เมื่อเจอกลุ่มสินค้าที่ถูกใจแล้ว สิ่งต่อไปที่ Gen Z ให้ความสำคัญคือ “ความคุ้มค่า” และ “ความน่าเชื่อถือ” โดยมีปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ได้แก่ โปรโมชันสุดคุ้ม, ดีลที่ตรงกับสไตล์ของตัวเอง และ การจัดส่งฟรี ทั้งหมดนี้ต้องตอบโจทย์ได้แบบไม่หลุดไลฟ์สไตล์ที่พวกเขาเลือกเอง พฤติกรรมการช้อปที่ขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์ ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจนี้ ทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นกำลังซื้อสำคัญที่แบ
เพราะอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ทำให้ คุณป๊อป-ณรงค์สักก์ พันธุปรีชารัตน์ ที่ขณะนั้นทำงานในฝ่ายการตลาดให้กับบริษัทอาหารและเครื่องดื่ม เริ่มต้นสร้างธุรกิจน้ำส้มคั้นในแบบฉบับของตัวเอง ในชื่อ Codesom (โค้ดส้ม) โปรเจ็กต์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เขาใช้เวลากว่า 1 ปีเต็ม ในการวางแผนธุรกิจ และพัฒนาสูตรชิมน้ำส้มมาแล้วกว่า 40 แบรนด์ เพื่อค้นหารสชาติที่ ‘ใช่’ ที่สุดสำหรับแบรนด์ของตัวเอง ด้วยความตั้งใจ “อยากให้เป็นแบรนด์น้ำส้มในใจของคนไทย” ถึงปัจจุบัน Codesom เดินทางมานานกว่า 4 ปี สร้างรายได้รวมกว่า 10 ล้านบาท ในปี 2567 เรื่องราวการปั้นแบรนด์เป็นอย่างไร ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์ของ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ จุดเริ่มต้นของ ‘Codesom’ น้ำส้มคั้นสด เจ้าของแบรนด์ เล่าให้ฟังว่า Codesom เริ่มต้นขึ้นก่อนเกิดโควิดระบาดได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น แม้จะต้องเจอกับผลกระทบและปัญหามากมายในช่วงวิกฤต แต่ก็ไม่คิดยอมแพ้ จากช่วงแรกที่ขายผ่านการออกบูธ ก็ได้ปรับกลยุทธ์มาสู่ช่องทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว รวมถึงส่งน้ำส้มไปให้เหล่าดารา อินฟลูเอนเซอร์ ได้ลองชิม เพราะน้ำส้มดีต่อสุขภาพ ช่วยเสริมวิตามิน จึงสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุค
ในวงการค้าปลีกไทย ชื่อของ ศุภลักษณ์ อัมพุช หรือที่รู้จักกันในฉายา “แอ๊ว” และ “ผีเสื้อเหล็ก” ถือเป็นตำนานของนักธุรกิจหญิงที่แข็งแกร่งและเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ เธอคือประธานกรรมการบริหาร เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง เดอะมอลล์, สยามพารากอน, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และดิ เอ็มสเฟียร์ นอกจากนี้ เธอยังมีบทบาทสำคัญในวงการนางงามด้วยการสนับสนุนเวที มิสเวิลด์ไทยแลนด์ อย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นและกลยุทธ์ที่เฉียบคม เธอได้เปลี่ยนโฉมทั้งวงการค้าปลีกและนางงามไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักชีวิต เส้นทางความสำเร็จ และการมีส่วนร่วมในเวทีมิสเวิลด์ของผู้หญิงแกร่งคนนี้ วัยเด็กและการศึกษา จุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่น ศุภลักษณ์ อัมพุช เกิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2498 ในช่วงวัยเด็กของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอสูญเสียมารดาตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้กลายเป็นเด็กขี้อายและเก็บตัว แต่ด้วยความมุ่งมั่นและการสนับสนุนจากบิดา เธอตั้งใจเรียนอย่างหนัก ศุภลักษณ์จบการศึกษาระดับมัธยมจาก โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และสอบเข้าศึกษาต่อที่
ย้อนไปราวปลายปี 2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ 11 ด้าน โดยหนึ่งในนั้นได้มอบหมายให้ นายชุมพล แจ้งไพร หรือ “เชฟชุมพล” คนดังแห่งวงการอาหารไทย เป็นประธานอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลและจัดทำนโยบายและแผน พร้อมทั้งแนวทางและมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมด้านอาหาร ผ่านไปเกือบ 2 ปี การทำหน้าที่ของอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติไปถึงไหน ระหว่างทางต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคอะไร และอีกไกลแค่ไหนจะถึงเป้าหมาย วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ชวนมาหาคำตอบ “เป้าหมายของการขับเคลื่อน Soft Power อาหารไทย แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่หนึ่ง พัฒนาคน-ผลิตภัณฑ์ สอง พัฒนาธุรกิจ และ สาม พัฒนาการตลาด” เชฟชุมพล เกริ่นอย่างนั้น ก่อนขยายความให้ฟัง การพัฒนาคน คือคนที่ทำอาหารไทย หากจะเป็นมืออาชีพ นอกจากทำอาหารเป็นแล้วต้องบริหารเป็นด้วย ซึ่งประเด็นจะทำอย่างไรให้พวกเ
เตรียมพบกับเทศกาลอาหารสุดชิd ที่จะพาเหล่าฟู้ดดี้อิ่มอร่อย ไปพร้อมกับการเฉลิมฉลองความหลากหลายอย่างเต็มรสชาติ ในงาน “Gourmet Foodie Fest 2025 : Taste of Pride” จัดโดย นิตยสาร Gourmet & Cuisine เพื่อต้อนรับเดือนแห่งความภาคภูมิใจ Pride Month ด้วยความอร่อยหลากสไตล์กว่า 40 ร้านเด็ด ที่พร้อมใจกันรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในธีมคัลเลอร์ฟูล สีสันสดใส และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ครบทั้งอาหารคาวหวาน ขนม เบเกอรี่ เครื่องดื่ม และไอศกรีมพรีเมียม ให้เลือกช้อป ชิม ชิล ได้ครบจบในที่เดียว พร้อมสนุกกับกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดครีเอทีฟ ฟรีตลอดงาน ในวันที่ 19-22 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00-22.00 น. ณ Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Gourmet & Cuisine เปิดเผยว่า งาน “Gourmet Foodie Fest 2025” ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Taste of Pride” ความหลากหลายของอาหาร โดยต้องการถ่ายทอดบรรยากาศของการเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) ผ่านความสร้างสรรค์ของอาหารในทุกรูปแบบ ทั้งอาหารคาว หวาน ขนม เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ที่เปี่ยมด้วยรสชาติ สีสัน และแรงบัน
บุกตลาดจีนง่ายนิดเดียว! แจกพิกัดแอปยอดฮิต ที่คนจีนใช้ทุกวัน ช่องทางโกยเงินเข้ากระเป๋า พาธุรกิจสู่ตลาดจีน ปัจจุบันการทำธุรกิจข้ามประเทศเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็สนใจ โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่และเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงมากสำหรับธุรกิจจากทั่วโลก สำหรับใครที่เป็นผู้ประกอบการและกำลังมองหาช่องทางบุกเข้าสู่ตลาดจีน การรู้จักและใช้แอปยอดนิยมในประเทศจีนเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเพราะไม่เพียงแต่ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง แต่ยังเป็นการเรียนรู้พฤติกรรมและความชื่นชอบของกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนอีกด้วย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มี 4 แอปพลิเคชันจีนที่กำลังมาแรงและไม่ควรมองข้าม ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์หลากหลายที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายชาวจีนได้ง่ายและตรงจุด 1. 小红书 (Xiaohongshu) หรือ Red 小红书 (Xiaohongshu อ่านว่า เสี่ยว-หง-ชู) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Red (แอปแดง)” เป็นแพลตฟอร์มที่ฮิตในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายในแอปมีฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การรีวิวสินค้า แชร์ไลฟ์สไตล์ และคอนเทนต์ให้ความรู้อื่นๆ ที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคจีนที่ชอบการรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
รู้หรือไม่? มนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีเงินออม ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะรายได้น้อย แต่อาจเกิดจากนิสัยและไม่มีวินัยเรื่องเงิน หลายคนเงินเดือนออกปุ๊บ ซื้อของที่ “คิดว่าต้องมี” ทั้งที่จริงๆ แค่ “อยากได้” พอรู้ตัวอีกที “ชีวิตติดหนี้” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพามาสำรวจตัวเองดูว่ามี 6 นิสัยที่ทำให้เป็นอุปสรรคในการออมเงินอยู่หรือไม่ พร้อมทั้งวิธีแก้ไขอย่างไรเพื่อพิชิตเงินล้าน หลายคนอาจคิดว่าเรื่องที่ทำจนชินกลายเป็นนิสัยแล้วแก้ไม่ได้ ซึ่งหากต้องการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เริ่มเลยตั้งแต่วันนี้! ลองเอาทฤษฎี 21 วัน ของ Dr.Maxwell Maltz มาใช้ แค่รักษาวินัยทางการเงินให้ครบ 21 วันก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงแน่นอน สามารถเลือกใช้บัตรเครดิตดีๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้จ่ายของมนุษย์เงินเดือนได้มากยิ่งขึ้น เช่น บัตรเครดิต ttb ที่มีบริการ ttb so goood แบ่งชำระ 0% นาน 3 เดือน ทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ttb ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อเซลสลิป ทำได้ทันทีบนแอป ttb touch คลิก รายละเอียดเพิ่มเติม 3 ป พิชิตเงินล้าน ฉบับมนุษย์เงินเดือน นอกจากเลิก 6 นิสัยที่เป็นภัยต่อการออมเงินแล้ว สำหรับใครที่ฝันไกลอยากไปให้ถึงเงินล
หยิบขยะมาสร้างรายได้! หนุ่มวัย 15 จุดประกายงานเสริม ซ่อมคอมพ์มือสอง บริจาคไปแล้วกว่า 3,000 เครื่อง ให้คนเข้าถึงการศึกษา มีงานทำ ไดแลน ซาจัค วัย 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จาก Babson College เขาได้เล่าย้อนไปเมื่อตอน 15 ปี เขามีอาชีพเสริมคือการซื้อของมือสองและซ่อมคอมพิวเตอร์ งานเสริมนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาก่อตั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไรขึ้น ชื่อว่า ‘Computers 4 People’ ซึ่งจะจัดหาคอมพิวเตอร์ที่ทำการซ่อมแซมแล้วให้กับผู้ที่ต้องการใช้ จุดเริ่มต้นงานเสริม เขาเล่าว่า เริ่มด้วยการไปร้านขายของมือสองแถวบรูกลิน นิวยอร์ก กับเพื่อนสมัยมัธยมปลาย ตอนนั้นเป็นแค่งานอดิเรกสนุกๆ “เราจะนั่งรถไฟจากโฮโบเกน แล้วสเกตบอร์ดไปตามร้านขายของมือสองทีละร้าน โดยเราจะไปถึง 3 ร้าน หรือมากกว่านั้นภายในวันเดียว” โดยเมื่อไปถึงร้าน จะทำการค้นหาของมีค่าที่ซ่อนอยู่ในกองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เก่าๆ เมื่อเจอของมีค่า ก็จะทำการต่อรองราคาอย่างหนัก เพื่อให้ได้ของดีมา “บางวันเราซื้อคอมพิวเตอร์เยอะมากจนต้องกองมันไว้บนสเกตบอร์ดแล้วเข็นกลับบ้าน” เมื่อได้คอมพิวเตอร์มาแล้ว ก็จะทำความสะอาด ซ่อมแซม และขายต่อบน Facebook Marketplace หรือ eBay และ
