Featured
ยุคนี้ขายของเก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว แต่ต้องตามเทรนด์ใหม่ๆ เล่นกับกระแสบนโลกโซเชียลให้ทัน โดยเฉพาะเทรนด์ของ “กลุ่มลูกค้า Gen Z” ที่เปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การค้าในยุคนี้ ยอดขายอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำ Real-time Marketing โดยล่าสุดมีเทรนด์ใหม่สุดฮิตที่อินฟลูฯ หรือแบรนด์ดังหลายแบรนด์มาเล่นคอนเทนต์เหล่านี้ นั่นคือ “เทรนด์แต่งภาพแบบ Gen Z” ที่มีความสนุกสนาน สุดโต่ง แปลกตา ไม่ว่าจะเป็น การทำรูปหัวโต การแต่งรูปให้ทะลุออกมาจากหน้าจอ เป็นต้น ซึ่งแต่ละโพสต์สามารถสร้างยอด Engagement ได้แบบพุ่งกระฉูด ถือเป็นการโปรโมตสินค้าได้แบบเนียนๆ ซึ่งในทางการตลาดเรียกคอนเทนต์เหล่านี้ว่า “Exaggerated Content” หรือ “Hyperrealism” หรือ “Faux-out-of-home (FOOH)” ที่ใช้เพื่ออธิบายสื่อโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะในรูปแบบของการใช้สื่อโฆษณาที่เป็นเทคนิค 3D หรือเทคนิคพิเศษอื่นๆ ที่ทำให้ดูเหมือนจริง แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพหรือวิดีโอที่สร้างขึ้น ตัวอย่างเช่น คลิปวิดีโอที่เคยเป็นไวรัลที่สร้างด้วย AI อย่างแคมเปญการตลาดที่แบรนด์ดังหลายแบรนด์มีการนำสินค้ามาทำให้ดูใหญ่ขึ้นและวิ่งอยู่รางแท
ในยุคที่หลายคนเชื่อว่าการเริ่มต้นธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ต้องมีสายป่านที่ยาว หรือมีประสบการณ์อย่างโชกโชน แต่เรื่องราวของ Dave’s Hot Chicken จะมาพลิกความคิดเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นธุรกิจไก่ทอดที่เริ่มต้นด้วยเงินเพียง 30,000 บาท ในลานจอดรถ แต่สามารถเติบโตจนมีมูลค่าระดับหมื่นล้านบาทได้ เรื่องราวของ Dave’s Hot Chicken ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จชั่วข้ามคืน แต่เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น การลองผิดลองถูก และการมองเห็นโอกาส ในปี 2017 อาร์มัน โอเกนเนสยาน (Arman Oganesyan) ในวัย 24 ปี นักแสดงตลกที่ไม่มีประสบการณ์ด้านร้านอาหารหรือธุรกิจเลย ได้เสนอแนวคิดการขายไก่ทอดสไตล์แนชวิลล์ให้กับเพื่อนสมัยเด็กของเขาอย่าง เดฟ โคปูเชียน (Dave Kopushyan) และ ทอมมี่ รูเบนยาน (Tommy Rubenyan) แม้ว่า เดฟ โคปูเชียน เคยเป็นเชฟที่เคยทำงานในร้านอาหารมิชลินสตาร์จะไม่ชอบไก่ในตอนแรก แต่ด้วยความพยายามในการโน้มน้าว พวกเขาทั้ง 3 คนก็รวบรวมเงินเก็บทั้งหมด 900 ดอลลาร์ ราวๆ 30,000 บาท และเริ่มต้นธุรกิจ Dave’s Hot Chicken ในรูปแบบป๊อปอัปในลานจอดรถแห่งหนึ่งในลอสแองเจลิส จากป๊อปอ
เรียกได้ว่าเป็นกระแสอย่างมาก กับเมนูข้าวต้มมัดจากร้าน ขนมถ้วยใบเตยมะพร้าวอ่อน Coco’s Story ที่มีอินฟลูฯ มารีวิวพร้อมแคปชันที่ว่า “ข้าวต้มมัดใส่ถั่ว” และ “ข้าวต้มมัดไม่ใส่ถั่ว” มาในแพ็กเกจทานง่าย ไม่เลอะมือ เพราะทางร้านแกะข้าวต้มมัดใส่กล่องอย่างดี โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดจาก คุณออม-พชรพร ชิตกร ที่ตอนนั้นแฟนอยากลาออกจากงานประจำ เธอจึงชวนมาขายขนมถ้วยใบเตยมะพร้าวอ่อน ที่ทำเป็นอาชีพเสริมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชื่อร้านว่า “บุญเฉลียว” ซึ่งตอนนั้นจะเป็นการนำไปวางขายตามร้านอาหารต่างๆ กระทั่งได้มาเปิดหน้าร้านที่ริมถนนราชพฤกษ์ เสียค่าเช่าที่เดือนละ 2,000 บาท และด้วยความเชื่อที่ว่า “ร้านอยู่ริมถนน ยังไงก็ขายได้แน่นอน” แต่ปรากฏว่ายอดขายซบเซา ไม่มีคนเดินผ่าน ขายได้วันหนึ่งไม่ถึง 40 กล่อง ทำให้พวกเขาต้องหาทำเลในการขายใหม่อีกครั้ง จนได้มาเจอกับ “ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่” ที่เรียกได้ว่าพลิกชีวิตเป็นอย่างมาก จากเริ่มแรกที่มีเตานึ่งเพียง 2 เตา ต้องเพิ่มเป็น 8 เตา เพราะลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้เตาเพียง 2 เตาไม่เพียงพอแล้ว ปัจจุบันมีการเพิ่มขนมให้หลากหลายกว่า 10 เมนู ไม่ว่าจะเป็น ขนม
ในวันที่โลกหมุนเร็วเกินจะคาดเดา ความไม่แน่นอนกลายเป็นเพื่อนร่วมทางของทุกธุรกิจ ลูกค้าพร้อมเปลี่ยนใจในเสี้ยววินาที ขณะที่ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่พุ่งสูงขึ้นไม่หยุด วันนี้ การรักษาหัวใจของลูกค้าเดิมจึงไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือ “ภารกิจสำคัญ” ที่จะตัดสินอนาคตของแบรนด์ LINE ในฐานะแพลตฟอร์มสื่อสารอันดับ 1 ที่อยู่เคียงข้างธุรกิจไทย มุ่งมั่นสนับสนุนธุรกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วย LINE for Business โซลูชันการตลาดแบบครบวงจร ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่เครื่องมือ แต่คือพลังที่ช่วยแบรนด์ฝ่าฟันทุกความเปลี่ยนแปลง ด้วยกลยุทธ์ “4Cs” ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างภาพจำในใจลูกค้าอย่างยั่งยืน ที่จะช่วยให้ทุกแบรนด์สร้างประสบการณ์ที่ตรงใจ และอยู่ในความทรงจำของลูกค้าแม้ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คุณสกุลรัตน์ ตันยงศิริ ผู้อำนวยการธุรกิจ LINE Official Account จาก LINE ประเทศไทย ได้กล่าวถึงเทคนิคการสร้างภาพจำของแบรนด์ในงาน Marketing Oops! Summit 2025 ไว้ว่า ในยุคที่ลูกค้าเลือกแบรนด์ได้ภายในไม่กี่วินาที สิ่งที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญไม่ใช่แค่การเข้าถึง แต่คือการสร้างความรู้สึกผูกพันที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื
พูดถึงการบุกตลาดจีน หนึ่งในสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องรู้คือ “การเข้าใจผู้บริโภคจีน” ให้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยที่อยากพาแบรนด์ไปเติบโต “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Brand Go China : บุกจีนให้ปัง ธุรกิจไทยต้องรู้ โดย คุณโทมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี และคุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล ดำเนินรายการโดย คุณอธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์) ที่งาน #ThaiChineseGoldenFest2025 จุดเริ่มต้น มองจีนให้มากขึ้น “คุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล” เจ้าของแบรนด์ Kunna เริ่มต้นจากความหลงใหลในเสน่ห์ของภาษาจีน เธอเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับประเทศจีน ทั้งภาษา วัฒนธรรม รวมถึงผู้คน และได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมนั้น ด้วยการไปเรียนและฝึกงานที่สถานทูตไทยในปักกิ่ง จนมองเห็นว่า “คนจีนเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ เป็นยอดนักสู้ และเป็นแหล่งหาไอเดียธุรกิจ” จากการสังเกตสินค้าที่คนจีนเลือกซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต หนึ่งในนั้นคือ “สินค้าไทย” แต่เป็นสินค้าที่ผลิตในขั้นปฐมภูมิ ไม่มีการเพิ่มมูลค่าอะไรเข้าไป จึงได้เกิดความคิด อยากพัฒนาสินค้าเกษตรจากไทย ที่ไม่ใช่สินค้า 3 ถุง 10
ข่าวแจ้งว่า ช่วงเวลา 09.30 – 12.00 น.วันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ค.นี้ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) กำหนดจัดงานแถลงข่าว เรื่อง “การบินไทย เตรียมพร้อมกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ที่ห้องออดิทอเรียม อาคาร 2 ชั้น 93 สำนักงานใหญ่ บมจ.การบินไทย โดยหลังจากการชม วีดีทัศน์สรุปความสำเร็จการฟื้นฟูกิจการ แล้ว จะเป็นขั้นตอนเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้เข้าร่วมให้ข้อมูลประกอบด้วย นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการและอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี จากนั้นจะมีนำเสนอภาพยนตร์โฆษณาชุด FLY FOR THE NEW HIGH…TOGETHER ให้ผู้เข้าร่วมงานแถลงข่าวรับชมพร้อมกันด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อไม่นานมานี้ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊ก “พลิกฟ้า ฝ่าวิกฤต การบินไทย” ดำเนินการผลิตโดยฝ่าย Matichon Premium Print บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ซึ่งบทหนึ่งในพ็อกเก็ตบุ๊กดังกล่าว ได้ระบุถ
ทุกวันนี้เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือ” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย และผู้ประกอบการสามารถใช้ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Smart China 5.0 เมื่อ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ โดย 2 กูรูตัวจริง คุณทอย-กษิดิศ สตางค์มงคล ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data เจ้าของเพจ DataRockie และ คุณอ้น-ปฤณ จำเริญพานิช Founder & CEO AEIOU Solution Co., Ltd. AI เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น AI เป็นเหมือนไมโครเวฟ ที่เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราอุ่นอาหารได้ง่ายขึ้น นึ่งได้ ทอดได้ ย่างได้ แต่ไมโครเวฟถ้าไม่มีสูตรอาหารที่อร่อย หรือไม่มีวัตถุดิบ อาหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้น AI เหมือนเครื่องมือเร่งกระบวนการทำอาหารให้เร็วขึ้นเฉยๆ แต่สุดท้ายย้อนกลับไปคือความเชี่ยวชาญเรานั่นแหละ เรายังต้องเก่งด้านบัญชี ด้านการตลาดเหมือนเดิม “AI จะเก่งแค่ไหนอยู่ที่การป้อนข้อมูลให้กับมัน” สมรภูมิ AI ถ้าใช้ AI ฝั่งอเมริกา เช่น ChatGPT, Gemini เราต้องเข้าใจว่าบริบทต่างๆ ถูกฝึกจากอเมริกา ฉะนั้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น Culture ต่างๆ
เมื่อโลกโซเชียลหมุนเวียนเปลี่ยนไว TikTok ไม่ใช่แค่ความบันเทิงอีกต่อไป แต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรม และกลายเป็นช่องทางการตลาดที่เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค หนึ่งในเวที Talk ของงาน Matichon Thai–Chinese Golden Fest 2025 เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน หัวข้อ Talk : “TikTok Revolution : พลังครีเอเตอร์ที่เปลี่ยนโลกและวัฒนธรรมป๊อป” โดย “พ่อมด TikTok” ครีเอเตอร์ไทยเจ้าของผู้ติดตามกว่า 2.2 ล้านคน ได้มาแชร์กลยุทธ์สร้างตัวตนในยุคดิจิทัล ดังนี้ โซเชียลยุคใหม่ เปลี่ยนมุมมอง สร้างโอกาส สำหรับคนรุ่น Gen Baby Boomer อาจต้องเปลี่ยนแนวคิดเดิมๆ ที่มองว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้มีไว้เพื่ออวดความสำเร็จ แต่ให้มองว่าโซเชียลมีเดียคือ “สมุดจดบันทึกดิจิทัล” ที่เราสามารถรวบรวมเรื่องราว ประสบการณ์ แล้วแบ่งปันให้คนรุ่นใหม่ “Reach is Rich” การเข้าถึง คือความมั่งคั่ง ใครเข้าถึงได้มาก คนนั้นมีโอกาสรวยกว่า ในโลกยุคดิจิทัล คำว่า “Reach is Rich” กลายเป็นความจริงที่สำคัญ ใครที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ ย่อมมีโอกาสทางธุรกิจสูง ลองจินตนาการง่ายๆ ว่า หา
ครบ–จบ–ต่อยอดได้จริง ผู้ประกอบการแห่ร่วม คอนเทนต์แน่น ไอเดียสด สร้างยอดขาย-ขยายตลาด กิจกรรม 3 วัน ของงานสัมมนา งาน Matichon Thai–Chinese Golden Fest 2025 เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ที่อัดแน่นด้วยสาระความรู้ ก่อนปิดฉากลงอย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยมีผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และผู้สนใจจำนวนมากหลั่งไหลเข้าร่วมกิจกรรมแน่นพื้นที่ตลอดทั้งวัน สำหรับหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือ เวิร์กช็อปสุด Exclusive “T-Brand to China” จัดโดย เส้นทางเศรษฐี ที่เปิดประตูสู่ตลาดมหาศาลให้กับผู้ประกอบการไทย คลาสเรียนเข้มข้นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวจริง โดยวันแรก (12 ก.ค.) เปิดฉากคลาสด้วยความคึกคัก มีผู้ประกอบการแห่จองที่นั่งเต็มตั้งแต่เปิดลงทะเบียน คือ เวิร์กช็อป “รู้จัก RED NOTE เครื่องมือการตลาดทรงพลัง เจาะเทคนิคสื่อสารให้คนจีนรัก” โดย คุณบุญชัย ลิ่มอติบูลย์ หรือ “พี่เปี๊ยก จัดให้” เจ้าของช่อง TikTok ชื่อดัง ที่บอกเล่าแนวทางสร้างแบรนด์ไทยให้ดังในหมู่คนจีนที่มาเที่ยวไทย ก่อนต่อยอดสู่ตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน ก่อนไปต่อที่ ด้าน
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้
