Featured
แต่เดิมคนไทยมีโอกาสชิมรสส้มโอได้เพียงไม่กี่แห่ง และส้มโอที่มีชื่อเสียงเป็นที่คุ้นมักมาจากอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พอถึงตอนนี้ไม่ว่าคุณจะอยู่ภาคใดของประเทศ สามารถชิมรสส้มโอคุณภาพของแต่ละพื้นที่ได้อย่างไม่ยาก อย่างถ้าเป็นทางภาคใต้ มีพันธุ์ “ส้มโอหอมควนลัง” ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ชาวจังหวัดสงขลามานานหลายสิบปี กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองควนลัง ให้ข้อมูลว่าด้วยความเป็นห่วงว่าส้มโอพันธุ์หอมควนลังจะสูญหายไปจากท้องถิ่น ดังนั้น จึงร่วมมือกับชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ส้มโอพันธุ์นี้ให้ยังคงมีและสร้างชื่อเสียง จึงได้ส่งเสริมทั้งการปลูกและการตลาดเพื่อให้มีคุณภาพได้มาตรฐานตามเดิมอย่างสมัยโบราณ “ส้มโอหอมควนลัง” เป็นไม้ผลพื้นเมืองดั้งเดิมที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่เมืองควนลัง จากข้อมูลของผู้สูงอายุบอกต่อกันมาว่า เดิมส้มโอพันธุ์นี้มีถิ่นอยู่ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กระทั่งมีการติดต่อค้าขายกัน จึงมีการนำพันธุ์มาปลูกในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และอำเภอใกล้เคียงแพร่ขยายมายังหลายตำบลรวมถึงที่ควนลัง ปรากฏว่าส้มโอที่นำมาปลูกกลับมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม เนื้อแน่นและล่อนออกจา
ถือเป็นปัญหากวนใจคนทำธุรกิจว่าจะเริ่มต้นขายสินค้า สร้างแบรนด์โปรโมตธุรกิจอย่างไร ให้เข้ายุคสมัยที่ Social Commerce หรือการขายของบนโลกอินเทอร์เน็ตกำลังมาแรง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมได้เปิดหลักสูตรเกี่ยวกับการขาย และการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ Digital Edge Fusion หรือ “DEF” นำผู้บริหารชั้นนำของเมืองไทย มาลงมือช่วยผู้ประกอบการ OTOP จากกาญจนบุรีทำให้ผมเห็นปัจจัยบางอย่างที่คล้าย ๆ กันที่สามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจ เพื่อสร้างยอดขาย และเป็นที่รู้จักในช่องทางออนไลน์ได้ 1.สินค้าที่ดีต้องมี Story เรื่องราวของสินค้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เปรียบได้กับการสร้างแบรนด์ของสินค้า เราต้องสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจ และเชื่อถึงเหตุผลที่ลูกค้าต้องซื้อสินค้าของเรา เรื่องราวเบื้องหลัง หรือความเป็นมาของแบรนด์ ก็ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างร้าน OTOP จากโครงการ DEF ที่มีสินค้าเป็นกล้วยฉาบ แต่กล้วยฉาบเจ้านี้ไม่ธรรมดา มีธารน้ำแร่ไหลผ่านต้นกล้วย เรียกได้ว่าเลี้ยงกล้วยกันด้วยน้ำแร่เลยทีเดียว จากสินค้าธรรมดาพอมีเรื่องราวเพิ่มขึ้นก็ช่วยให้สินค้าดูโดดเด่นขึ้นมาได้ 2.แพ็กเกจนั้นสำคัญไฉน แพ็กเกจจิ้ง หรือห
คุณสมพรชัย องอาจ อยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เล่าให้ฟังว่า เป็นคนที่ชอบทำเกษตรมาตั้งแต่สมัยเด็ก ไม่ว่าจะเห็นอะไรก็จะทำเรื่อยๆ แบบทีละเล็กละน้อย ต่อมาเมื่อเข้าสู่ชีวิตคู่จึงได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดนครปฐมกับภรรยา ก็จะประกอบอาชีพเพาะเห็ด เลี้ยงกบ และตลาดจนการปลูกไม้ผลต่างๆ ไปด้วย “ช่วงนั้นก็ไปอยู่ที่นครปฐมก่อน เราก็จะไปปลูกพวกไม้ผลต่างๆ เอาไว้ ต่อมาก็ผลิตกิ่งพันธุ์ขาย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ม่อนเบอรี่ หน่อกล้วยทำหมด คราวนี้พอช่วงที่บึงกาฬเริ่มมีการปลูกยางพารามากขึ้น ก็เลยย้ายมาอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งบริเวณรอบบ้านมันจะมีพื้นที่อยู่ประมาณ 1 ไร่ เราก็คิดว่า ต้องหาอะไรมาทำให้เกิดประโยชน์ และสร้างเงินให้เราให้ได้ ก็ทำแบบผสมผสานไปเลยน่าจะดี” คุณสมพรชัย กล่าว กบในกระชังบก เนื่องจากพื้นที่บ้านของเขาไม่สามารถที่จะทำบ่อสำหรับเลี้ยงปลาได้ เขาจึงได้เลือกเลี้ยงกบแทน โดยนำกบที่อยากเลี้ยงมาออกแบบให้อยู่ในกระชังบก ที่การเลี้ยงไม่มีอะไรยุ่งยากเพียงแค่ใส่น้ำนิดหน่อย และที่สำคัญกระชังบกยังประหยัดเนื้อที่ให้พอมีพื้นที่ว่างปลูกพื้นชนิดอื่นได้อีกด้วย ซึ่งพืชที่ปลูกบริเวณบ้าน
“ธรรมศาสตร์โมเดล” เป็นโครงการธุรกิจเพื่อชุมชน ส่วนหนึ่งของหลักสูตรบริหารควบปริญญาตรี-โท ทางบัญชีและบริหารธุรกิจของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กำหนดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 ทุกคนต้องเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนต่างๆ พร้อมใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจชุมชนต่างๆ พร้อมไปกับการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการแบ่งปันและเปลี่ยนความรู้เป็นการปฏิบัติจริง เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาการศึกษาของมหาวิทยาลัย เมื่อมีความรู้ต้องแบ่งปันและทำประโยชน์ให้สังคมและใช้เครื่องมือเพื่อนำความคิดสร้างสรรค์ไปสู่การเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ เดินหน้าได้ตามแนวทางรัฐสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 รองศาสตราจารย์ ดร.พิภพ อุดร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กล่าวว่า “ธรรมศาสตร์โมเดล” เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดและความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษา ที่จะทำหน้าที่ลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ เพื่อลงไปวิเคราะห์ปัญหา และหาทางออก ช่วยกันแก้ไขให้ชุมชนนั้นสามารถพัฒนาสินค้าหรือแบรนด์ จนสามารถต่อยอดได้อย่างยั่งยืนภายในระยะเวลา 4 เดือน (1 ภาคการเรียนการสอน) ร่วมกับคนในชุมชน ที่จะทำงานไปด้วยกัน,
ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หัวก้าวหน้านำชุมชนเลี้ยงจิ้งหรีด ผลิตแหล่งอาหารโปรตีน ปลอดสารพิษสู่ผู้บริโภค เพิ่มความมั่นคงทางอาชีพการเกษตร สร้างรายได้เดือนละล้านสู่ชุมชน โดยยึดหลักการดำรงชีวิตภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คุณอรวรรณ วอทอง ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 2 ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงความเป็นมาว่า ก่อนที่จะมายึดอาชีพด้านการเกษตรนั้น ทำงานโรงงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2550 ต่อมาโรงงานได้ลดพนักงานโดยได้จ้างตนออกจากงาน จึงได้กลับบ้านที่กาฬสินธุ์มายึดอาชีพการเกษตร เริ่มจากการปลูกผักขายในปี 2551 คุณอรวรรณ วอทอง จากนั้น หันมาทดลองเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย โตไว เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มีไฟเบอร์สูง แปรรูปได้หลากหลาย ใช้แรงงานน้อย ใครๆ ก็เลี้ยงจิ้งหรีดได้ ในพื้นที่สภาพแห้งแล้งก็เลี้ยงได้เพราะใช้น้ำน้อย ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 40 วัน ก็จับขายได้เงิน ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ “เริ่มต้นเลี้ยงด้วยเงินทุน 5,000 บาท โดยทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดขนาด 2×4 เมตร จำนวน 2 กล่อง เลี้ยงจิ้งหรีดได้ 60 กิโลกรัม ขาย
แม้ตัวเลขอายุจะล่วงเลยวัยเกษียณมาหลายปี แต่ทว่าความคิดกลับเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ใส่ไอเดียลงในผลิตภัณฑ์จักสานที่หลายคนมองว่า “เชย” ให้กลายเป็นสินค้า “น่าใช้” โดนใจไปจนถึงวัยรุ่น และชาวต่างชาติ ทุกวันนี้แบรนด์ “ชวาวาด” ไม่เคยขาดช่วงการผลิต ด้วยเพราะออร์เดอร์สั่งซื้อเข้ามาไม่ขาดช่วงนั่นเอง ชวาวาด เป็นชื่อแบรนด์ที่ฟังทันสมัย แต่ทว่าที่มานั้นจากชื่อประธานกลุ่มวัย 69 ปี คุณวาด ยาเย็น หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ป้าวาด บวกรวมกับวัสดุนำมาใช้ผลิต ได้แก่ ผักตบชวา ชื่อนี้จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ฟังแล้วเข้าหู ดูเข้าตา รวมกลุ่มภูมิปัญญา สืบคุณค่าสินค้าไทย คุณวาด เล่าให้ฟังว่า งานจักสานคือภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนเก่าสืบทอดกันมา และตนก็เป็นผู้หนึ่งยึดสร้างอาชีพ แต่ทว่าในสมัยก่อนวัสดุนำมาใช้จะเป็นไม้ไผ่เพราะหาได้ง่าย อีกทั้งกับผักตบชวายังไม่มีใครคิดนำมาผลิต กระทั่งต่อมาในปี 2522 ผักตบชวาเริ่มได้รับความสนใจนำมาผลิตเป็นเครื่องจักสานสารพัดชนิด แต่ทว่าในยุคนั้นเป็นการผลิตแบบต่างคนต่างทำ ในปี 2526 คุณวาด หญิงผู้สืบสานงานหัตถกรรมเกิดความคิดกับการจัดตั้งกลุ่ม โดยรวบรวมผู้มีทักษะในหมู่บ้านเข้ามาร่วมสืบสานภูมิปัญญา โ
พักนี้เดินทางไปไหนมีแต่คนถามว่า…เกษียณอายุแล้วจะไปทำอะไร? ผมก็ตอบไปว่า…อยู่เฉยๆ เขาจึงถามต่อว่า…มีเงินมากมาย ขนาดอยู่เฉยๆ ได้เลยหรือ? ผมจึงตอบสวนไปว่า…ไม่มากหรอก เพียงแต่พออายุมากขึ้น เราคงไม่ต้องใช้จ่ายอะไรมากนักหรอก เพราะระหว่างทางจากวัยหนุ่มถึงวัยเกษียณเราผ่านมาหมดแล้ว กินของดีๆ ก็มากแล้ว ใช้ของดีๆ ก็พอสมควร เดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศก็หลายแสนกิโลเมตรแล้ว ฉะนั้น ถ้าจะต้องใช้เงินจริงๆ ในช่วงเกษียณอายุ คงเป็นเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยวนี่แหละ เพราะยังชอบแบบนี้อยู่ ยังชอบเดินทางไปในที่ต่างๆ และมีความสุขทุกครั้งที่มีโอกาสเดินทาง เพียงแต่คงจะเลือกระยะทางที่สั้นลง คงไม่อยากไปยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาแบบสมัยหนุ่มๆ แล้ว ที่ต้องนั่งเครื่องบินเป็นวันๆ เพื่อไปทำงานเพียงไม่กี่วัน ผมบอกเขา (เพื่อน) ว่า…ดำเนินชีวิตง่ายๆ เราก็พบความสุข จากนั้นผมก็อธิบายให้เขาฟังเพิ่มเติมว่า…จริงๆ แล้วเราควรวางแผนชีวิตก่อนเกษียณ และควรรู้ด้วยว่าเมื่อเกษียณแล้วจะทำอะไร เพียงแต่สิ่งที่คุณถาม และสิ่งที่คุณอยากได้คำตอบขณะนั้น ผมคิดแค่นั้นจริงๆ แต่ในความเป็นจริงที่ผมไม
เมื่อก่อนเวลาพูดถึงการท่องเที่ยว มีผู้ให้นิยามสั้นๆ ว่า ขอให้มีองค์ประกอบ “ชม ชิม ช็อป” ถือว่าครบสูตร แต่สมัยนี้ ต้อง “ชม ชิม ช็อป แชะ แชร์” จึงจะครบสูตร เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้ สมัยที่โทรศัพท์กับกล้องยังไม่รวมกัน คนที่จะมีกล้องถ่ายรูป ต้องเป็นเรื่องของใจรัก หรือไม่ก็ต้องมีเงินเหลือใช้ ซื้อมาแล้วยังยุ่งยาก ต้องมาเรียนรู้อีกว่า ใช้งานยังไง แม้มีกล้องรุ่น “ปัญญาอ่อน” ออกมาช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้บ้าง แต่ยังต้องเรียนรู้ในระดับหนึ่งอยู่ดี คนที่ทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด ไม่ปล่อยโอกาสให้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ ผ่านหน้าไปเฉยๆ พวกเขาหยิบฉวยเอามาเป็น “ส่วนเสริม” ให้ธุรกิจมีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว เริ่มจากยุคแรก ที่เน้นการจัดบรรยากาศร้านและสภาพแวดล้อมให้พร้อม “ถูกถ่ายรูป” มองมุมไหนก็ดูดีมีความสวยงาม จากที่หวงห้าม ก็กลายเป็นปล่อยให้ถ่ายรูปได้ตามใจชอบ ไปที่ไหน ไม่ให้ถ่ายรูป ดูจะขัดใจลูกค้าอย่างรุนแรง จากนั้นเริ่มพัฒนาการไปสู่ การจัดมุมให้ถ่ายรูป คือ บางทีจัดทั้งพื้นที่คงบาดเจ็บจากค่าใช้จ่าย แต่การเลือกมุมเด็ดมุมโดนแค่ไม่กี่มุม หรือแค่มุมเดียวก็ได้ ทำให้กลายเป็น “มุมห้ามพล
เพราะมีความชอบด้านอาหารอยู่เป็นทุนเดิม และได้ทำงานเกี่ยวกับด้านอาหารมาตลอด จึงได้เห็นการพัฒนาอาหาร ขนม เครื่องดื่มมาตลอดหลายปี ประกอบกับความสนใจอาหารคลีนฟู้ดด้วย เพราะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งเคยเป็นหนึ่งในบรรดาลูกค้าของร้านอาหารคลีนฟู้ดมาตลอด ทำให้มองเห็นปัญหาในการสั่งอาหารของร้านแต่ละร้าน จึงเกิดไอเดียอยากรวบรวมร้านอาหารคลีน อาหารสุขภาพ เข้ามาอยู่รวมกัน เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภค คุณณัฐนรี ชุมมานนท์ หรือ คุณเอม Co-founder, CMO ของ Indie Dish เกริ่นเรื่องราวให้ฟังว่า มีประสบการณ์ด้านการตลาดและการบริหารผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารมากว่า 10 ปี โดยมีตำแหน่งเป็น Global Brand Manager ของ Starbucks Coffee Company (USA), Regional Brand Manager ของ Unilever Asia และยังเป็น Managing Director ของแบรนด์เครื่องครัว OXO Good Grips ในประเทศไทยซึ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นหลัก “อยู่อเมริกามานาน เมื่อกลับมาเมืองไทย พบว่า แม้อาหารไทยจะมีให้เลือกหลากหลาย แต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพกลับเป็นอะไรที่หายาก จึงได้ลองพยายามหาร้านอาหารที่เป็นอาหารสุขภาพ ก็ได้พ
เป็นที่โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน และทำให้เหล่าบรรดานักชิม และคนรักชีสต่างให้ความสนใจ อยากลอง และอยากเห็นกันอย่างท่วมท้น สำหรับเมนูชีสสุดปัง อย่าง Rainbow Cheese Toast คุณอุนันทา จันทร์บาง หรือ คุณเล็ก เจ้าของแบรนด์ขนมปังปิ้งที่ฮิตมากในโลกออนไลน์ตอนนี้ Happy Cheese Toast และเธอยังเป็นผู้คิดค้นสูตรชีสเรนโบว์ เมนูยอดฮิตของคนรักชีสที่ต้องไปลอง และได้รับการตอบรับในตลาด และโลกออนไลน์มาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ด้วย เริ่มต้นเรื่องราวด้วยอาชีพของเธอว่า “มีอาชีพเป็นครูสอนทำอาหารมาตลอด 9 ปี สอนคนอื่นทำอาหารเพื่อนำไปประกอบอาชีพมาก็มาก ก็มีความคิดว่าก็อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองบ้าง การคิดค้นและพัฒนาสูตรชีสในครั้งนี้ เกิดมาจากความรักและชอบทานชีสมากๆ ของตัวคุณเล็กเอง ทำให้ครูสอนทำอาหารอย่างเธอ จึงเริ่มพัฒนารสชาติของชีสที่ตัวเธอชอบขึ้นมา ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนามาตั้งแต่ปลายปี 2559 เป็นรสชาติเป็นชีสออริจินอล ก่อนจะได้มาปรับปรุงพัฒนาสูตรให้มีสีสันมากขึ้น “จุดประกายไอเดียมาจากการต้องการต่อยอดจากสิ่งที่ชอบ โดยได้ไอเดียต้นแบบมาจากชีสของประเทศฟินแลนด์ที่เขามีชีส 3 สี เราก็มาพัฒนาเป็นสูตรของเราเอง
