Featured
สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง ตอน..ชีวิตที่ไม่หวาน (แตน.นครสวรรค์) แชนแนล Payai TV คงได้เรียนจบแค่ชั้น ม.6 แม่ค้าขนมหวานวัย 18 ปีช่วยเหลือปู่ย่าที่แก่ชรา จนไม่มีวันหยุด อาศัยช่วงเวลาก่อนเข้านอนทำการบ้าน พ่อแม่แยกทางกัน แตนจึงต้องอยู่กับปู่ย่ามาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ปู่กับย่าแก่ลงทุกวัน อีกทั้งย่ายังเป็นโรคหัวใจและโรคกระเพาะอาหาร แตนจึงต้องช่วยแบ่งเบาภาระย่า ทุกวันหลังเลิกเรียนจะมาช่วยย่าขายขนมและเก็บร้าน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ แตนจะเป็นลูกมือช่วยทำขนมตั้งแต่เช้าและจะออกมาขายขนมกับย่าตั้งแต่บ่าย 2 จนถึง 6 โมงเย็น ช่วยงานทุกวันจึงมีเวลาทำการบ้านช่วงก่อนนอน แม้จะกตัญญูและเรียนได้เกรดเฉลี่ยดี แต่แตนคงมีโอกาสได้เรียนเพียงชั้น ม.6 เท่านั้น ติดตามเรื่องราวของเยาวชนคนเก่งหัวใจแกร่งเพิ่มเติมทาง Facebook : สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง คลิก https://goo.gl/gpQiV7 📍สามารถสนับสนุนทุนการศึกษาได้ทาง ชื่อบัญชี น.ส.บุษบา มากลาง ธนาคารกสิกรไทย สาขาไพศาลี เลขบัญชี 027-3-77444-0 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เป็นประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นบนโรงพักแห่งหนึ่ง เมื่อสมาชิกเว็บพันทิป เผยถึงแอร์บนโรงพักที่ต้องใช้การหยอดเหรียญ เพื่อให้แอร์ทำงาน โดยระบุว่า วันนี้มีเรื่องจำเป็นต้องไปสถานีตำรวจ ก่อนไปเจอเจ้าแอร์หยอดเหรียญ ตอนแรกเราก็งงๆ คุณตำรวจถามว่ามีเหรียญห้าไหม เรามีเลยแลกให้ และคุณตำรวจก็เอาไปหยอด เพื่อให้แอร์ทำงาน ความรู้สึกแรกเลย งงค่ะ มีอะไรแบบนี้ด้วย แอร์หยอดเหรียญ แถมไม่ใช่ครุภัณฑ์ที่ใช้งบหลวงซื้อด้วย เป็นของบริจาคจากเอกชน ส่วนที่ติดแอร์หยอดเหรียญในภาพ เป็นส่วนให้บริการประชาชนค่ะ ลงบันทึกประจำวัน รับเรื่องราวร้องทุกข์ กล่าวโทษและสารพัดเรื่อง เรางงมากว่า ทำไมค่าแอร์ถึงไม่รวมอยู่ในค่าสาธารณูปโภคของหน่วยงาน ประเทศไทยยากจนขนาดต้องใช้แอร์กยอดเหรียญ จริงอยู่ตอนที่เราไปมันเป็นช่วงห้าหกโมงเย็น แต่ส่วนนี้ก็ทำงานอยู่และให้บริการประชาชน ทำไมถึงมีกรณีแบบนี้ได้ ตลกชะมัด ทำให้นึกถึงน้องคนนึงที่เคยทำงานที่เดียวกับเรา สอบตำรวจได้ เคยเล่าให้ฟังว่า อยู่โรงพัก วัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้ในการทำงานต้องหามาใช้เอง ไม่เหมือนกับที่หน่วยงานเราจะมีเตรียมไว้เป็นกองกลางให้ เราฟังก็อึ้ง เป็นแบบนั้นจริงๆเหรอ มาเจอแอร์หยอดเ
เป็นอีกเรื่องที่สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาน้องๆที่เพิ่งเรียนจบและกำลังหางาน เมื่อเพจตีแผ่วิศวะได้เผยแพร่เรื่องราวของบริษัทหนึ่ง ที่เปิดรับสมัครงานวิศวะที่กำลังหางานทำ โดยคุณสมบัติของผู้สมัครงานเหมือนบริษัทอื่นทั่วไป คือ เพศชาย วุฒิปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ทุกสาขา มีใจรักงานและมนุษยสัมพันธ์ดี แต่ชาวเน็ตต้องมาสะดุดกับคุณสมบัติบางข้อที่ระบุว่า เกรดเฉลี่ยไม่เกิน 2.50 ถ้าใช้เวลาจบปริญญาตรีเกิน 4 ปีขึ้นไปจะรับพิจารณาเป็นพิเศษ (เพราะเราเชื่อในความอดทนและความเป็นนักสู้ของคุณ) หลังเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้มีหลายคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เป็นอีกคลิปที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mon Nattakun Kumpingyot เผยเหตุการณ์บนรถทัวร์ เมื่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคนหนึ่ง นั่งยกเท้าขึ้นมาบริเวณใกล้ศีรษะของชายที่นั่งด้านหน้า ทำให้มีการวิจารณ์เป็นวงกว้าง โดยเหตุนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา เมื่อผู้ถ่ายคลิปขึ้นรถทัวร์ที่หมอชิต 2 และมีผู้โดยสารสาวต่างชาติได้ยกเท้าขึ้นมาวางบนศีรษะของชายอีกคน แต่ด้วยความที่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง จึงไม่รู้จะตักเตือนอย่างไร ก่อนชายคนดังกล่าวจะย้ายที่นั่งหนี ที่มา ข่าวสดออนไลน์
คงจะไม่ผิดนักหากจะพูดว่า ทุกๆ ธุรกิจต้องการไอเดีย แม้แต่ธุรกิจงานศพที่ผู้คนก็มักปฏิบัติตามขนบประเพณีดั้งเดิม เพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติบุคคลอันเป็นที่รักครั้งสุดท้าย หลายๆ คนก็พยายามหลีกหนีความจำเจที่มักพบเจอในงานศพ ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาของชำร่วยแบบแปลกใหม่ หรือพวงหรีดสุดสร้างสรรค์ แทนที่จะใช้ดอกไม้ก็เปลี่ยนเป็นหนังสือ ผ้าห่ม รวมไปถึงพัดลม เพื่อจะได้ถวายวัดให้ใช้ประโยชน์หลังงานศพเสร็จสิ้น กระทั่งงานศพที่ออกแบบธีมเฮลโล คิตตี้ เพื่อหนูน้อยที่จากไปก่อนวัยอันควร หรืองานศพสไตล์คาวบอยที่ภรรยาจัดให้สามีที่สั่งเสียไว้ก่อนตาย ก็มีให้เห็นในบ้านเรา งานศพแปลกแหวกขนบเดิมๆ กำลังกลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงในอังกฤษเช่นกัน เพราะเริ่มมีลูกหลานที่อยากจัดงานศพให้สอดคล้องกับความปรารถนาสุดท้ายของผู้วายชนม์มากขึ้น แทนที่จะเหมือนๆ กันไปหมด บีบีซี หยิบยกกรณีของ “โรซี่ แกรนต์” ที่จัดงานศพแบบมีเอกลักษณ์และเติมเต็มความปรารถนาของผู้เป็นแม่ โดยแทนที่จะจัดในสไตล์วิกตอเรียนเหมือนคนอื่นๆ เธอกลับเลือกจัดงานที่โรงนา และฝังศพแม่ในป่า โดยปลูกต้นไม้ไว้บนหลุมศพด้วย เธอบอกว่า แม้งานศพครั้งนี้จะไม่ได้ดูเรียบหรู แต่ก็น่ารัก และ
คุณโอล่า-อัมรินทร์ โภคา ไกด์หนุ่มมากความสามารถ ผู้คร่ำหวอดในวงการท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ มานานเกือบยี่สิบปี ในฐานะแฟนานุแฟน ของ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ตัวจริงเสียงจริง กรุณาแชร์ประสบการณ์ดีๆ ส่งตรงมาจากประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเรื่องราวของ “การพลิกวิกฤติเป็นโอกาส”ของชาวตากาล็อก ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น …เชิญติดตาม คุณโอล่า กับ จี๊ปนีย์ จี๊ปนีย์ (Jeepney) เป็นรถโดยสาร ที่พบได้ทั่วไปในประเทศฟิลิปปินส์ ถือกำเนิดจากการที่ทหารอเมริกัน ได้ทิ้งรถจี๊ปเอาไว้เป็นจำนวนมาก ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลงเมื่อปี ค.ศ. 1945 จากนั้นไม่นาน จึงมีผู้นำโครงสร้างหลักของรถที่ใช้งานในกองทัพดังกล่าว มาดัดแปลงเป็นรถโดยสาร และตั้งชื่อว่า จี๊ปนีย์ คำว่า “จี๊ปนีย์” เกิดจากการสมาสคำศัพท์ ในภาษาอังกฤษ คือ “จี๊ป” (Jeep) กับ “นี” (Knee) ที่หมายถึง “หัวเข่า” เนื่องจากรถจี๊ปนีย์ มักมีผู้โดยสารนั่งกันแออัด จนหัวเข่าชนหัวเข่า ซาเรา (Sarao) เป็นชื่อของโรงงานผลิตรถจี๊ปนีย์ ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 ตั้งอยู่ในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปป
คุณเอ้-ณิชชฎา ทัศนัย วัย 34 ปี เจ้าของร้านพวงมาลัยภาณุมาศ เปิดขายออนไลน์ ที่มีดารา-คนดัง มาอุดหนุนกันยกใหญ่ เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ในอดีตตั้งแต่เรียนมหาวิยาลัยสมัยอยู่ปี 4 เคยฝึกงานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่รู้สึกว่าไม่เหมาะกับงานตรงนั้น หลังเรียนจบมาจึงเลือกทำงานที่ร้านขายพวงมาลัยของครอบครัว ซึ่งแต่ก่อนเคยขายวัตถุดิบร้อยมาลัยทำมา 20 ปี ซึ่งพวงมาลัยที่ขายนั้นเหมือนกับร้านทั่วๆ ไป มีตั้งแต่ราคา5-10 บาท ที่ใช้ไหว้พระ กระทั่งเกิดความคิดอยากมีพวงมาลัยสวยๆ มาขายในร้าน เธอ จึงเริ่มฝึกฝีมือโดยอาศัยดูขั้นตอนจากหนังสือต่างๆ ควบคู่ไปกับพื้นฐานที่มีติดตัวมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้วจึงสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว กระทั่งพวงมาลัยของคุณเอ้ มา “แจ้งเกิด”ในยุคที่โซเชียล เธอเริ่มโพสรูปขายผ่าน HI5 จนได้ออเดอร์แต่ตลาดยังไม่กว้างเท่าที่ควร ต่อมาจึงเปลี่ยนมาขายในเฟซบุ๊ก พวงมาลัยเริ่มมีมูลค่า เริ่มเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น และเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจอย่างมาก มีลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งดารา-คนดัง อย่าง หนูแหม่ม-สุริวิภา ใหม่ ดาวิกา แอฟ ทักษอร หรือบางทีก็มีคุณแม่ดารามาช่วยอุดหนุนอีกด้วย ช่วงแรกคุณเอ้ เป็นคนทำพวงมาล
ปอเปี๊ยะสดเนียมหูเสือ หูเสือ ผักโบราณ มากคุณค่าทางยา มีน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นคล้ายออริกาโน ในสมัยก่อนเป็นสมุนไพรที่หมอโบราณจะปลูกไว้ทุกบ้านเพื่อกันคุณไสย และนิยมรับประทานเป็นผัดสด แกล้มกับลาบหรือน้ำพริก ซึ่งเชื่อว่าใบหูเสือ มีสรรพคุณทำให้แข็งแรง บำรุงร่างกาย ช่วยเลือดลมไหลเวียนดี ทำให้จิตใจฮึกเหิม เป็นผักที่ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ชอบรับประทานมากชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ทางยา ยังเด่นในเรื่องของการแก้ไอ บำรุงปอดได้อย่างดีเยี่ยม คนสมัยก่อนทั้งจีน- ไทย -เขมร นิยมนำใบหูเสือมาประกอบอาหาร เช่น สับกับหมูทำหมูบะช่อ ต้มให้ลูกหลายกินแก้ไอ แก้หวัด หรือตำพอกแก้ฟกบวม แมลงสัตว์กัดต่อยก็ได้ ใบหูเสือ สูตรการทำ ปอเปี๊ยะสดเนียมหูเสือ ส่วนประกอบ หมูยอ 4 ชิ้น (หั่นตามยาว) แผ่นปอเปี๊ยะ 4 แผ่น น้ำจิ้ม (ประมาณ 200 มิลลิลิตร) หัวไชเท้า 1 แว่น แครอท 1 แว่น น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วยตวง พริกชี้ฟ้า 10 เม็ด ถั่วลิสง 1 ช้อนชา กระเทียม 1 หัว
อาชีพที่คนมองข้าม อาชีพที่ขายได้ครั้งละ 10-20 บาท อาชีพที่เห็นจนเจนตา เหล่านี้ ถ้าลองได้สัมผัส ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า จริงๆแล้ว บางอาชีพทำเงินได้อย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว รถขายผลไม้หน้าออฟฟิศ ,รถเข็นขายก๋วยเตี๋ยว ในซอย , รถเร่ ขายไอศกรีม ฯลฯ หลายคนที่ทำอาชีพเหล่านี้ สามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรีมาแล้วมากต่อมาก ดังเช่น อาชีพการขายลูกชิ้นปิ้ง นี่ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ผู้ประกอบการ ยืนยันว่า เป็นอาชีพเงินแสน แถมถ้าพิสูจน์ ถ้าไม่เชื่อให้ลองไปยืนดูการค้าการขายได้เลย คุณประเจตน์ ทวีธรรม หรือคุณตือ ทำงานมาแล้วหลายอาชีพ ส่วนใหญ่เป็นวงการโฆษณา และโปรดักส์ชั่นเฮ้าส์ กระทั่งเมื่อราวปี 2555 ก็มาลงตัวที่ ลูกชิ้นปิ้ง โดยมีเหตุผลที่ง่ายมากนั่นคือ เขาชอบกินลูกชิ้นเป็นชีวิตจิตใจ กินได้ตั้งแต่ลูกชิ้นถูกข้างทาง ไปจนถึงลูกชิ้นแพง เรียกว่าเอนจอยกับลูกชิ้นทุกรูปแบบ “คือผมก็มานึกถึงสิ่งที่ผมชอบที่สุด ผมชอบทาน ลูกชิ้นปิ้งมากๆ กินได้หมด ลูกชิ้นห่วยๆ ราคาถูก ก็กินได้ ก็เลย คิดว่า เรามาทำอาหารที่เรารู้สึกรักดีกว่า” ครั้งแรกที่เปิดตัว ‘ติ้งตือ ลูกชิ้นเคยหล่อ’ คุณตือไปเปิดตัวตามงานอีเว้นท์ และได้ผลตอบร
เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาตนและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ หลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ คุณเชิดชัย จิณะแสน เกษตรกรชาวศรีสะเกษที่อดีตเคยทำงานในเมืองหลวง แต่ต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ มีผลทำให้ตัวเองและภรรยาต้องออกจากงาน แล้วเดินทางกลับสู่บ้านเกิดเพื่อมาปักหลักต่อสู้ชีวิตด้วยการยึดอาชีพเกษตรกรรม คุณเชิดชัย จิณะแสน แต่ด้วยความเป็นคนยึดมั่นต่อหลักเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 จึงได้น้อมนำตามแนวทางของพ่อหลวงมาใช้กับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ ขนาด 9 ไร่ ของบ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 9 ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จนมาวันนี้ได้ปรากฏเป็นศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ
