Featured
บ้านยืนบุรีฟาร์มเห็ด เกิดจากการทำเห็ดนางฟ้าไว้บริโภคในครัวเรือน เริ่มต้นจากที่ คุณวีระชาติ ยืนบุรี มีงานประจำ แต่ก็มองหาอาชีพเสริมไปด้วย ซึ่งขณะนั้นมีกิจกรรมทางการเกษตรหลายอย่าง เช่น เลี้ยงนกกระทา เพาะถั่วงอก ปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ และเพาะเห็ดนางฟ้า เพื่อมองหาสิ่งที่เหมาะสมสำหรับตน ภายหลังคุณวีระชาติได้ข้อสรุปว่า การเพาะเห็ดลงตัวที่สุด คุณวีระชาติ ยืนบุรี “ตอนนั้นเริ่มทำก้อนเห็ดจากฟางข้าว ในตอนแรกฟางข้าวก็ไม่ได้ซื้อ ไปเก็บในแปลงนามานั่งสับ หมัก ใส่ถุง ทำมือทุกขั้นตอน ทำเล็กๆ เรื่อยๆ ขยับขยาย จากเก็บฟางข้าวจากแปลงนาเป็นซื้อฟางข้าวอัดแท่ง ซื้อขี้เลื่อยไม้ยางพารา ประกอบกับการทำงานประจำมีเวลาให้ครอบครัวน้อย เพราะต้องออกพื้นที่บ่อย จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ยิ่งภรรยาก็สนับสนุนให้ทำการเกษตร จะได้มีเวลาดูแลครอบครัว จึงผันตัวเองจากพนักงานประจำมาเป็นเกษตรกรเพาะเห็ดถุง จากวันนั้นถึงปัจจุบันได้สะสมความรู้และประสบการณ์ในการเพาะเห็ดเป็นเวลา 4 ปีแล้ว” ฟาร์มเห็ดแห่งนี้ ทำเห็ดแบบครบวงจร ตั้งแต่การทำเชื้อวุ้น ทำก้อนเเชื้อ มีโรงเรือนเปิดดอก แปรรูป ตลอดจนออกตลาดจำหน่ายสินค้าสู่ผู้บริโภคโดยตรง ผลิตภัณฑ์ของ
ปัจจุบันนี้ อาหารเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมกันมาก วัตถุดิบที่นำมาประกอบเป็นอาหารได้รับการเอาใจใส่ ดูแลและตรวจสอบกันตั้งแต่ต้นทางจนถึงตลาดและผู้บริโภค จึงเห็นรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ชมรม วิสาหกิจชุมชน ที่มีชื่อเสียงกันมากหลาย เช่น กลุ่มผู้รักสุขภาพ ชมรมเกษตรอินทรีย์ เกษตรชีวภาพ เกษตรปลอดภัย ฯลฯ สำหรับพืชผักที่ได้รับความนิยมกันมากคือ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนถั่วลันเตา ผู้เขียนได้พบกับ คุณนัฐชานนท์ วงศ์ดาว อายุ 35 ปี อยู่ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้เพาะต้นอ่อนถั่วลันเตา ที่ประสบความสำเร็จไม่น้อย ครอบครัวสนับสนุนให้กำลังใจ คุณนัฐชานนท์ เล่าให้ฟังว่า ด้วยตนเองมีสายเลือดเกษตรคือคุณพ่อ คุณเกริกฤทธิ์ วงศ์ดาว เรียนจบเกษตรบ้านกร่าง พิษณุโลก รุ่น 6 จบแม่โจ้ รุ่น 38 ล่าสุดคุณพ่อดำรงตำแหน่งเกษตรจังหวัดลำพูน ส่วนตนเองเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รุ่น 63 สาขาเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อม หลังจากจบการศึกษาแล้ว เริ่มต้นประกอบอาชีพการเกษตรจากการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ส่งขายตลาดและห้างร้านสรรพสินค้าในเมืองเชียงใหม่ ต่อมาจากการสังเกตเห็นว่า ต้นอ่อนถั่วลันเตา ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น จึงเริ่ม
เมื่อความต้องการของผู้บริโภคยังไม่สิ้นสุด ในการที่จะนำกุ้งก้ามกรามมาประกอบอาหาร เพราะมีเนื้อแน่น รสชาติอร่อย สามารถนำมาปรุงได้หลากหลายเมนู เช่น ต้มยำ กุ้งเผา หรือแม้แต่ทอด จากความต้องการที่มีมาก แต่ปริมาณกุ้งชนิดนี้กลับมีน้อยลงในธรรมชาติ ทำให้กุ้งมีราคาแพง จึงทำให้ปัจจุบันนี้มีการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกันอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัด เช่น นครปฐม ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี ฯลฯ คุณธนู หอมชุนภิรมย์ (ขวา) คุณธนู หอมชุนภิรมณ์ อยู่บ้านเลขที่ 15/3 หมู่ที่ 6 ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งก้ามกรามเป็นอาชีพ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้แบบตัวยงกันเลยเดียว จากผู้รับเหมาก่อสร้าง สู่ชีวิตเกษตรกร คุณธนู เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีนั้นมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อผ่านมาถึงปี 2540 เกิดปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ จึงได้เปลี่ยนมาทำอาชีพเกี่ยวกับประมงคือ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม โดยนำเงินที่เก็บสะสมมาซื้อที่ดินบางส่วนด้วยในขณะนั้น เพราะเล็งเห็นว่าไม่มีอาชีพอย่างอื่นที่น่าทำไปกว่านี้แล้ว นอกจากด้านเกษตร “พอหลังจากประสบปัญหาเศรษฐกิจครั้งนั้น เราก็หยุดเลยเรื่องงานรั
ชีวิตของเศรษฐีตัวจริง ที่เมืองคอน ขายผ้าได้วันละห้าแสนบาท ถึงล้านบาท ใช้หลักการบริหารลูก น้อง ทำให้ทุกคนอยากอยู่ อยากช่วยงานไปตลอดชีวิต ถึงคราวต้องเสียภาษีก็ครบถ้วนถูกต้องให้เงิน เข้ารัฐทุกบาททุกสตางค์ แถมกำไรที่ได้ยังแบ่งปันและทำบุญ ผมกลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องและเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันที่นครศรีธรรมราช หรือที่มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่าเมืองคอน ทุกครั้งที่ผมกลับเมืองคอนบ้านเกิด ผมจะต้องไปที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือที่คนคอนจะเรียก สั้นๆ ว่าวัดพระธาตุ ขณะอยู่ที่วัดพระธาตุจึงได้เห็นว่าเจดีย์ซึ่งมียอดทองคำกำลังบูรณะซ่อมแซม ไม่ได้ซ่อมแซมอย่างเดียวยังได้นำทองคำมาห่อหุ้มยอดให้เหลืองอร่ามเพิ่มขึ้นด้วย เพราะมีผู้บริจาค เงินคนเดียวถึง 28 ล้านบาท ผู้บริจาคเงินมีชื่อว่า ‘จิมมี่ ชวาลา’ เป็นพ่อค้าขายผ้า มีร้านค้าชื่อว่า หจก.จิมมี่นคร ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าวัง ถนนราชดำเนิน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของผมในอดีต ผมอยู่ที่เมืองคอนหลายวัน วันหนึ่งของบางวันผมได้ถือโอกาสไปพบกับคุณจิมมี่ คุณอนันต์ สิงหโกวินทร์ ซึ่งพาผมไปพบเพื่อสัมภาษณ์คุณจิมมี่ได้บอกผมเพิ่มเติมว่า คุณจิมมี่ไม่ได้บริจาคเงิน
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ช่วงนี้ราคาข้าวของ เครื่องใช้ หรืออาหารการกินต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง รวมไปถึงกำลังซื้อของคนก็มีขึ้นลงตามรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือ คุณนก เจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” เจ้าของร้านวัย 33 ปี ซึ่งมีประสบการณ์การทำมาค้าขายตามงานอีเว้ต์มา มากกว่า 10 ปี ด้วยแนวคิดที่ว่า “ไม่ได้ต้องการขายเอารวย แต่อยากขายเพื่อให้คนที่มีงบน้อย หรือนักเรียน นักศึกษา ให้เขาเหล่านี้มีข้าวกิน ท้องอิ่ม” เส้นทางเศรษฐีได้พูดคุย สอบถามกับ คุณนก ในแง่มุมของการทำมาค้าขาย จากประสบการณ์จากการค้าขายแบบออกงานอีเว้นต์ โดยเกริ่นให้ฟังย้อนหลังก่อนที่จะมายึดอาชีพค้าขายว่า “เคยเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก หลังจากที่ออกจากงานประจำมานั้น และมายึดอาชีพขายข้าวมันไก่ ร้านของเธอมีทั้งขายในตลาดประจำ ทำเลที่ตั้งเป็นร้านแบบร้านข้าวทั่วไป ในขณ
ยุคนี้จะทำมาค้าขายอะไร ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ต้องคำนึงถึงเรื่องทำเลการขาย การมีจุดเด่นเพื่อเป็นจุดขายของร้านตนเองให้ได้ ทั้งยังต้องมีหน้าร้าน ทั้งต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลายด้าน เพื่อให้มีความเหมาะสมในการเปิดร้าน และทำธุรกิจ ยิ่งการเปิดหน้าร้านขายอาหารด้วยแล้ว ยิ่งต้องคิดให้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรสชาติอาหาร ที่ควรจะต้องอร่อย มีความสะอาด จุดเด่นของเมนูอาหารที่จะขาย หรือการทำหน้าร้านให้มีที่นั่งสะดวกสบายกับลูกค้า ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้ขายได้ มีลูกค้าเดินเข้ามาอุดหนุนตลอด เดินทางเข้าเมืองกรุง เปิดร้านข้าวหมกไก่ คุณจิรวรรณ อักษรสวัสดิ์ หรือ คุณเปิ้ล เจ้าของร้านวัย 33 ปี บอกว่า ร้านข้าวหมกไก่ นายหัว มีตัวเธอกับสามี คุณสุเชษฏ์ พรหมรอด ช่วยกันเปิดร้านขายมากว่า 5 ปีแล้ว หลังจากที่ตัดสินใจ ชวนกันเลิกทำธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าที่ภาคใต้ เพราะเหตุผลว่า จัดไปก็ไม่ได้มีกำไรมากเท่าครั้งอดีต และเหตุผลด้านสุขภาพคุณแม่ของสามี จึงตัดสินใจเลิกทำ โดยก่อนที่จะเลิกทำธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าที่ภาคใต้นี้ คุณเปิ้ล บอกว่า เดิมเป็นลูกสาวแม่ค้า ความเป็นแม่ค้าจึงมีอยู่ในสายเลือด แม้ว่าจะไม่ได
น้ำพริก อาหารพื้นเพของคนไทย ทานคู่กับผักสด ผักต้ม อร่อยอย่าบอกใคร มีหลายสูตรหลายรสชาติให้เลือกตามแต่พื้นที่ แต่ใครจะคิดว่าอาหารง่ายๆ ที่เราสามารถทำทานเองได้ที่บ้านจะสามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้มากมายขนาดนี้ คุณฟาง- ชโลธร กอพัฒนกุล อายุ 27 ปี เจ้าของน้ำพริก แบรนด์ “ลองยัง” เธอใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ที่ร่ำเรียนมาคิดสูตรน้ำพริกแปลกใหม่จนได้มาถึง 4 สูตร ขายผ่านเฟซบุ๊กและตัวแทนจำหน่ายกว่า 40 ราย ผลิตในจังหวัดแพร่ เปิดขายมา 3 เดือนกว่า เดิมทีก่อนทำแบรนด์น้ำพริก เธอเคยทำมาแล้วหลายอาชีพทั้งขายของออนไลน์ ทำแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และขายเฟอร์นิเจอร์ไม้สักในลักษณะทำตามออร์เดอร์ ควบคู่ไปกับการขายน้ำพริก แต่ดูเหมือนว่าการขายน้ำพริกจะเป็นอาชีพหลักของเธอมากกว่า คุณฟาง เล่าอีกว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีพี่ที่รู้จักบอกให้เธอช่วยคิดสูตรน้ำพริกขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ บรรจุกระปุกแก้วติดฉลากภาษาอังกฤษทั้งหมด เป็นน้ำพริกแบบที่คนไทยคุ้นเคยมีขายทั่วไป เธอจึงทำและขายไปด้วยแต่ไม่ได้คิดจริงจังอะไรจึงเลิกไป แต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้
เรียกได้ว่าปีนี้ นาทีนี้ เป็นนาทีทองของราชาผลไม้ “ทุเรียน” อย่างแท้จริง เพราะดังมาตั้งแต่เกิดกระแสความตะมุตะมิของหน้ากากทุเรียน จากรายการดัง และยังดังต่อเนื่องไม่มีหยุด เพราะไปสวนทุเรียนสวนไหนๆ ก็มีการสั่งจองกันล่วงหน้า หรือพ่อค้าแม่ค้ารถเข็นที่นำเอาทุเรียนมาปอกขายก็ขายเกลี้ยงหมดทุกวัน จึงมีสารพัดไอเดียสร้างสรรค์เกี่ยวกับทุเรียนออกมาไม่น้อยกันเลยทีเดียว เช่นเดียวกับอาจารย์สอนทำอาหาร คุณเชิญพร จันทรสนาม หรือ คุณออม วัย 32 ปี ที่เป็นเจ้าของร้านออมออม อาหารจีน พิกัดจังหวัดอุดรธานีด้วย ซึ่งเป็นร้านที่กำลังโด่งดัง มีการแชร์กันมากอยู่ในกระแสโซเชียลตอนนี้ เพราะที่ร้านมีไอเดียซาลาเปากิ๊บเก๋ คือ “ซาลาเปาทุเรียน” ร้านออมออม อาหารจีน เริ่มเปิดร้านมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก็ขายได้เรื่อยๆ เพราะเราเป็นร้านอาหารเล็กๆ มีที่นั่ง 7 โต๊ะเท่านั้น แต่เพราะเป็นอาจารย์สอนทำอาหารอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่ร้านจึงมีเมนูอาหารใหม่ ออกมาทุกเดือน เป็นไอเดียให้ที่ร้านมีความแปลกใหม่ แต่ช่วงเดือนมิถุนายน ประมาณ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ไอเดียซาลาเปาทุเรียน โด่งดังมาก โดยเฉพาะช่วงสองสามวันมานี้ ต้องปั้
คุณฐิติกรณ์ ยาวิละ หรือคุณกรณ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยใช้พื้นที่หลังบ้าน วัย 30 ปี ซึ่งทำงานประจำเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม อยู่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ กลางทะเล เล่าให้ฟังว่า “เรียนจบมาจากสถาบันการบินพลเรือน แผนกช่าง ทำงานอยู่สนามบินเป็นช่างเครื่องบินมาก่อนที่จะที่ได้เข้าไปทำงานเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม (RMT Lead ฐานก๊าซธรรมชาติ เอราวัณ) การเลี้ยงไก่เริ่มต้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ช่วงแรกเลี้ยงไก่ไข่ทั่วไป แค่ 30 ตัวเท่านั้น เพื่อเก็บไข่เอาไปขายเท่านั้น โดยพื้นที่เลี้ยงคือบ้านของพ่อแม่ที่เชียงราย พอช่วงที่ไก่ออกไข่ไปได้ประมาณ 6เดือน การออกไข่ก็จะเริ่มน้อยลง ในที่สุดก็คงหมดอายุการให้ไข่ ซึ่งก็ต้องเอาไปขาย เป็นไก่ปลดขายเนื้อ แต่ในความเป็นจริง ผมไม่ได้มีความรู้สึกว่าอยากขายเลยตัดสินใจขายต่อให้คนที่อยากเลี้ยงและเปลี่ยนมาเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้ เป็นไก่ไข่ที่ติดต่อขอสายพันธุ์กับกรมปศุสัตว์ เพื่อเพาะลูกไก่ขายเท่านั้น ลงทุนรอบแรกไปหมื่นกว่าบาท พอเพาะแล้วได้ลูกไก่ ประมาณ 3-4 เดือนก็ขายลูกไก่ ได้กำไรนะ แต่ก็ยังรู้สึกไม่คุ้มเท่าไหร่” จึงคิดว่าจะลองเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้จากต่างประเท
กระบองเพชร จัดเป็นไม้ประดับที่มีคนให้ความสนใจไม่น้อย ซึ่งการปลูกกระบองเพชร นอกจากจะเป็นงานอดิเรกแล้วยังสามารถทำเป็นอาชีพได้ด้วย กระบองเพชร เป็นพืชทะเลทราย สามารถยืนต้นได้นานๆ แม้ไม่ได้รับน้ำ โดยจะเก็บกักน้ำไว้ในลำต้นจำนวนมาก และหนามที่เราเห็น แท้จริงแล้วคือใบที่เปลี่ยนรูปมา เพื่อลดการคายน้ำ ลักษณะทั่วไปเป็นไม้ยืนต้น สูงตั้งแต่ 1 – 12 ฟุต ลำต้นมีสีเขียว หรือเขียวคล้ำ มีขนหรือหนามรอบลำต้น ลักษณะลำต้น เป็นทรงกระบอก ทรงเหลี่ยม หรือทรงกลม แล้วแต่สายพันธุ์ และนานๆ จึงจะมีดอกออกให้เห็น คุณวีรวุฒิ มุตโตเพลง เจ้าของกระบองเพชร ที่อ.เมือง จ.เพชรบุรี เล่าให้ฟังว่า การออกดอกของกระบองเพชร มีตั้งแต่ 1 ปี จนถึง 20 ปีแล้วแต่สายพันธุ์ และในขณะที่บางสายพันธุ์ยังไม่เคยมีคนเห็นดอกเลยก็มี คุณวีรวุฒิ ปลูกกระบองมานานหลายสิบปีแล้ว โดยเริ่มต้นจากเลี้ยงเล่นๆ เป็นงานอดิเรก มีงานประจำคือเป็นครูสอนวิชาเกษตร แต่ขณะนี้ลาออกจากราชการ ออกมาปลูกกระบองเพชร เต็มเวลา คุณวีรวุฒิ บอกว่า การปลูกกระบองเพชร ไม่ต้องดูแล เอาใจใส่มาก เพราะต้นไม้ชนิดนี้อดน้ำได้เป็นเวลานานๆ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา และหากจะคิดท
