Featured
รวมแหล่งเรียนฟรี Business Model สอนวางแผนธุรกิจที่ SMEs ควรรู้ แม้จะเป็นแค่พ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กๆ ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีความรู้ เพราะว่าจะสามารถพากิจการให้รุ่งเรืองได้ ต้องใช้ทั้งพลังกาย พลังใจ รวมถึงเวลาที่มีทุ่มตัวลงไปสุดแรงกับธุรกิจของเรา และบ่อยครั้งก็อาจก้าวพลาดเกือบพาธุรกิจหายไปได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพามาทำความรู้จัก Business Model หรือโมเดลในการทำธุรกิจ ตัวช่วยที่ทำให้ธุรกิจและแบรนด์ของเหล่า SMEs แข็งแกร่ง และสามารถอยู่ต่อได้อย่างยั่งยืน Business Model หรือโมเดลในการทำธุรกิจ เป็นสิ่งที่ทำให้เราเห็นภาพรวมของธุรกิจเราว่าจะมีทิศทาง และรูปแบบอย่างไรต่อตัวแบรนด์ ซึ่งการที่เราจะรู้ภาพรวมได้ ต้องอาศัย Business Model Canvas หรือ BMC ตัวช่วยที่ทำให้เราเห็นภาพรวมภายในกระดาษแผ่นเดียวในหลายๆ มิติ สำหรับผู้ที่คิดค้นแนวคิด BMC นี้คือ “Alexander Osterwalder” (อเล็กซานเดอร์ ออสเทอร์วัลเดอร์) นักคิดด้านการบริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือชื่อดัง Business Model Generation และ Value Proposition Design ตัว Business Model Canvas นี้ มีจุดประสงค์เพื่อเป
ดูกันอีกครั้ง 3 เกณฑ์ “ตัดคนรวยออก” นโยบายแจกเงินดิจิทัล ก่อน เศรษฐา แถลงข้อสรุป 10 พ.ย. นี้ วันที่ 7 พ.ย. 2566 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยความคืบหน้านโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเป็นผู้แถลงข้อสรุปแนวทางการแจกเงิน ดิจิทัลวอลเล็ต ด้วยตนเองในวันศุกร์ที่ 10 พ.ย. นี้ ทั้งนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรีจะรายงานผลการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่ได้สรุปไปก่อนหน้านี้ ส่วนที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่จะพิจารณาสรุปอย่างไร ต้องรอความชัดเจนในวันที่ 10 พ.ย. นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตที่มี นายจุลพันธ์ เป็นประธาน ได้ประชุมสรุปแนวทางในการดำเนินโครงการ ซึ่งมีหลายทางเลือกที่จะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตที่มี นายเศรษฐา เป็นประธาน พิจารณาต่อไป โดยหนึ่งในข้อสรุปที่สำคัญคือ “ตัดคนรวยออก” “ในเรื่องการกำหนดกลุ่มเป้าหมายนั้น เห็นตรงกันว่าจะตัดคนรวยออก เพี
แก้ปัญหาทำธุรกิจโดดเดี่ยว ดึงลูกค้ายังไงให้จำ ปังไม่ลืม ด้วย Collaboration Marketing มารู้จัก Collaboration Marketing หรือ Collab กัน เป็นการทำการตลาดโดยใช้การร่วมมือกันระหว่าง 2 แบรนด์ วิธีการร่วมมืออาจเป็นการสนับสนุนเงิน การสนับสนุนสิ่งของ หรือร่วมผลิตสินค้า โครงการร่วมกันเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และสร้างชื่อเสียงร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยการ Collab สามารถขยายฐานลูกค้า การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ สร้างพันธมิตรระหว่างธุรกิจเป็นการลงทุนกับแบรนด์อื่นๆ ที่คุ้มค่าแถมยังสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ของตัวเองที่จะเติบโตได้ในอนาคต ผู้ประกอบการ หรือนักธุรกิจท่านไหนที่อยากทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น และยังมีพันธมิตรด้านธุรกิจต้องใช้วิธี Collab เพียงแค่มองให้ขาด ทำให้ปังก็ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น สร้างผลประโยชน์เป็นอย่างดีให้กับทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ถ้าอยากรู้ว่าต้องทำยังไง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกวิธี Collab ยังไงให้คนจำ ปังไม่ลืม 1. เป้าหมายร่วม
หนุ่มวิศวะ เรียนจบ ไม่รองาน เปิดร้านหมูกระทะ ไม่กี่วัน ลูกค้าเกือบเต็มร้าน ตรงกับที่มีนักวิชาการท่านหนึ่งพูดเลยทีเดียว “เด็กสมัยก่อน พอเรียนจบมหาวิทยาลัยจะรองาน แต่เด็กสมัยนี้พอเรียนจบจะสร้างงาน” ก็คงจะเป็นเช่นที่ว่านี้ แต่คงไม่ทั้งหมด เพียงแต่มีมากขึ้นเท่านั้น ถึงอย่างไรก็มีคนรุ่นใหม่ทำอาชีพที่สร้างขึ้นมาเอง จนพบกับความสำเร็จก็มีให้เราได้รู้หลายคน ที่เรารู้จักกันดี จนได้ฉายาว่า “เถ้าแก่น้อย” บ้าง “อายุน้อยร้อยล้าน” บ้าง เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมได้ไปกินอาหารที่ร้าน BUTTER ร้านที่ว่าเป็นร้านหมูกระทะ ปิ้ง ย่าง ซึ่งเป็นอาหารที่กำลังได้รับความนิยมจากคนไทยทั่วประเทศ ร้าน บัตเตอร์ เพิ่งเปิดใหม่ยังไม่ถึงเดือน แต่มีลูกค้าเกือบเต็มร้าน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 60 โต๊ะเห็นจะได้ การได้ไปกินอาหารร้านแบบนี้ถือว่าสะดวกและสนุก เพราะพอนั่งที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว คนบริการก็จะนำถาดปิ้ง และหม้อต้มมาให้ จากนั้นเราก็เดินไปเลือกอาหารสดมาปิ้ง ย่าง และต้ม กินกันเอง อาหารสดที่มีไว้บริการมีทั้งหมูสามชั้น หมูชั้นเดียว และ ตับ ไต ไส้ พุง ของหมู ชอบกินชิ้นส่วนอะไรของหมูก็เลือกมากินได้ไม่อั้น ส่วนอาหารทะเลก็มีปลาหมึกสด กุ้งสด แ
ค่ารถไฟฟ้า 20 บาท สร้าง 5 โอกาสชีวิต “มนุษย์เงินเดือน” นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่เริ่มประเดิมแล้ว น่าจะเป็นโครงการที่ส่งผลต่อ “โอกาสชีวิต” มนุษย์เงินเดือน” ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อย่างสูง ในระดับที่เทียบเคียงได้กับบัตรทอง 30 บาท ที่มองได้ 5 โอกาส โอกาสที่ 1 ลดค่าใช้จ่าย-เพิ่มกำลังซื้อ ข้อมูลการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในเดือนกันยายน 2566 จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สีน้ำเงิน) และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สีม่วง) เฉลี่ยวันละ 423,406 คน และ 61,912 คน ตามลำดับ คือ เฉียดๆ 5 แสนรายต่อวัน แน่นอนว่าผู้โดยสารกลุ่มหลักคือ “มนุษย์เงินเดือน” ที่ทำงานประจำ ซึ่งถ้าคิดเฉพาะภาระค่าเดินทางในวันทำงาน (หักวันหยุดประจำสัปดาห์+วันหยุดราชการ) ค่าโดยสารระหว่าง 16-42 บาทต่อเที่ยว ภาระค่าใช้จ่ายตลอด 1 ปี จะอยู่ที่ 7,712-20,244 บาท เมื่อลดเหลือ 20 บาท/เที่ยว ภาระรายปีสูงสุดจะลดลงจาก 20,244 บาท เหลือ 9,640 บาท ลดลง 10,604 บาท มากกว่าการแจกเงินจากดิจิทัลวอลเล็ตเสียอีก การคำนวณนี้คิดเฉพาะการเดินทางทอดเดียว สายเดียวเท่านั้
หมอช้าง เปิดดวงราศีออร่าจับ งานรุ่ง ธุรกิจมีข่าวดีเงินไหลมาเทมา จัดเต็มโค้งสุดท้ายปลายปี 66 หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา เปิดดวง “ดวงรายเดือนกับหมอช้าง EP.52 | ดวงชะตาโค้งสุดท้ายปลายปี 2566” ผ่านช่องยูทูบ MorchangTv กลุ่มราศีออร่าจับ ดวงงานรุ่งปลายปี 2566 ได้แก่ ราศีสิงห์ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 17 ส.ค.-16 ก.ย.) เป็นราศีที่เจอศึกหนักมาแทบตลอดทั้งปี แต่เมื่อถึงโค้งสุดท้ายของปี 2566 ดวงดาวแห่งอุปสรรคปัญหาต่างๆ จะลดน้อยลง มีความก้าวหน้า มีลุ้นมีตำแหน่งที่สูงขึ้น เหนื่อยขึ้น แต่มีสิ่งตอบแทนที่ดี อะไรที่ลงทุนไปจะสำเร็จ เป็นรูปเป็นร่างช่วงปลายปี ราศีมีน (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 15 มี.ค.-13 เม.ย.) ราหูเพิ่งเข้ามาหมาดๆ แต่มีด้านดี หากวางแผนเรื่องการโยกย้ายงาน ช่วงโค้งสุดท้ายของปีเป็นโอกาสดี อาจจะได้รับข้อเสนอ มีโอกาสใหม่ๆ ในการเปิดโลกเปิดสังคมใหม่ในการทำงาน หรืองานออนไลน์ งานต่างประเทศ จะยิ่งทำให้ราศีมีนดวงปังมากขึ้น ประกอบกับดาวอื่นเข้ามาช่วงปลายปีมาช่วยผลักดันให้ราศีมีนดังเป็นพลุแตก อาจต้องปรับตัวเพราะราหูแรง แต่ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง ช่วงปลายปี 2566 ส่งผลดีต่อดวงชะตา ราศีกุมภ์ (ผู้ที่เก
เปิดความลับ ทำธุรกิจ-ใช้ชีวิต ให้ถึงเป้าหมาย ด้วย 5 สาเหตุนี้ หลายคนคงมีเป้าหมายของตนเองที่แตกต่างกันออกไป แต่เคยคิดกันบ้างไหมว่า ทำไมเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงไกลเหลือเกิน กว่าจะเดินไปถึงจุดนั้นมันทั้งเหนื่อย และท้อ จนหมดพลังและไปไม่ถึงสักที บางครั้งเราควรหันกลับมามองตนเองว่า มันมีอะไรที่ผิดพลาดบ้างไหม หรือมีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไขหรือเปล่า หากใครที่ยังไปไม่ถึงเป้าหมาย ลองเช็กดูว่าคุณมีอะไรใน 5 สาเหตุนี้บ้าง เพราะ 5 สาเหตุที่ คุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เจ้าของเพจ CEO Noppakrit อยากลองให้ทุกคนได้อ่านแล้วนำไปแก้ไขตนเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เร็วขึ้น 1. ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ คือการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน เพราะถ้าเราไม่มีเป้าหมาย ชีวิตก็จะเดินไปเรื่อยๆ โดยไร้จุดหมาย ถ้าเราไม่มีวิธีคิดที่ดี ไม่มีการเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง มันอาจทำให้เราเสียเวลาหลงทางและพลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะถ้าหากเรามีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน มันจะทำหน้าที่เปรียบเสมือนเข็มทิศ ที่จะนำทางเราไปสู่ความสำเร็จได้ง่าย
ซอฟต์พาวเวอร์คืออะไร? สร้างได้ด้วย Storytelling ดันสินค้าท้องถิ่น สะเทือนโลก ไม่จำเป็นต้องรอรัฐบาล! “อำนาจละมุน” คำนี้คงไม่คุ้นเท่ากับคำว่า “Soft Power” ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแค่เรามีรัฐบาลใหม่ เผื่อว่าคำนี้จะมีอำนาจละมุนขึ้นมาจริงๆ บ้าง ไม่ต้องละมุนมากก็ได้ครับ เอาแค่พอฟัดพอเหวี่ยงกะพี่เกาหลีก็พอแล้ว แนวคิดเรื่องของ Soft Power มาจาก ศาสตราจารย์โจเซฟ ไนย์ (Joseph S.Nye Jr.) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ซึ่งให้ความหมายเอาไว้ว่า “เป็นความสามารถในการชักจูงใจ ทำให้ผู้อื่นมีความพึงพอใจหรือเต็มใจเปลี่ยนพฤติกรรม ยอมรับ คล้อยตาม ในสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้อำนาจ หลักสำคัญคือ การสร้างความดึงดูดใจต่อผู้อื่น โดยปราศจากการคุกคาม หรือใช้อำนาจเชิงบังคับขู่เข็ญ” โจเซฟ ไนย์ ยังบอกว่า Soft Power ได้มาจาก วัฒนธรรมที่สามารถโน้มน้าวผู้อื่นได้ ค่านิยมทางการเมืองทั้งในและนอกประเทศ และนโยบายต่างประเทศที่ชอบธรรมใช้อำนาจอย่างมีศีลธรรม 2 ข้อหลังฟังดูยุ่งยาก แต่ข้อแรก “วัฒนธรรม” นี่แหละ “ขายได้” วัฒนธรรม คือ “วิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมใดสังคมหนึ่ง” ดังนั้น สังคมไทย เราก็มีวิถีการดำเนินชีวิตแบ
อภัยภูเบศร จัดงานใหญ่ “รับมือสังคมสูงวัย ด้วยสมุนไพรชะลอสมองเสื่อม” จากสถิติของกรมกิจการเพื่อผู้สูงอายุ รายงานว่า ในปี 2565 ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยมีประชากรผู้สูงอายุที่มากถึง 18.3% ของประชากรทั้งหมด เมื่อก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ภาวะการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด โดยเฉพาะ “ภาวะสมองเสื่อม” เป็นปัญหาสุขภาพที่หลายๆ คนกังวล เนื่องจากสมองเป็นอวัยวะควบคุมการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกาย และยังช่วยควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก และการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างด้วย ดังนั้น การเจ็บป่วยของสมองจึงไม่ได้ส่งผลแค่ร่างกาย แต่ยังส่งผลต่อการดำรงชีวิตในชีวิตประจำวัน มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงได้จัดเสวนาวิชาการ “รับมือสังคมสูงวัย ด้วยสมุนไพรชะลอสมองเสื่อม” ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ณ ศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ (Gateway at Bangsue) ชั้น 1 ตรงข้ามโรงพยาบาลบางโพ กรุงเทพมหานคร โดยการเสวนาที่จัดขึ้นนี้ มุ่งเน้นให้ประชาชนรู้จักและเข้าใจภาวะสมองเสื่อม และการดูแลป้องกันอย่างเป็นองค์รวม รวมถึงส่งเสริมให้มีการนำส
ลูกค้าสัมพันธ์ เทคนิคการตลาดที่หลายแบรนด์ใช้ แต่ระวังจะกลายเป็น “ลูกค้า (ทำลาย) สัมพันธ์” ทำธุรกิจ ใครๆ ก็อยากสร้างสัมพันธ์อันยืนยาวกับลูกค้า จึงเกิดแนวคิดทางการตลาดที่เรียกว่า “ลูกค้าสัมพันธ์” ขึ้นมา แนวคิดนี้ เชื่อว่า “การหาลูกค้าใหม่” มีต้นทุนสูงกว่า “การรักษาลูกค้าเก่า” ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้นแหละครับ หลักการทางด้านลูกค้าสัมพันธ์ฟังดูเหมือนไม่ยาก แต่อยากบอกว่า “ไม่ง่าย” ในยุคที่เรามีเทคโนโลยีสารพัดมาช่วยอำนวยความสะดวกทางด้านธุรกิจ การสร้างแอปพลิเคชันที่เอามาช่วยบริหารจัดการด้านลูกค้าสัมพันธ์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย ถ้ารู้จักเลือกมาใช้ให้พอเหมาะพอควร การสร้างสัมพันธ์กับลูกค้า ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพ การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า มักอยู่ภายใต้แนวคิดการค้นหาคำตอบว่า “ลูกค้าพึงพอใจ หรือไม่พึงพอใจอะไรในบริการ มากน้อยระดับไหน” รวมไปถึง องคาพยพในธุรกิจของเรา ทั้งพนักงาน การบริการ ทำได้ดีมากน้อยเพียงใด ไปส่งผลให้ “ความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มหรือลด” ดังนั้น การประยุกต์ออกมาเป็นแนวทางการปฏิบัติจึงมักทำเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ คือ แนวทางแรก พยายามเอาอกเอาใจลูกค้า ด้วยการติดตามถามไถ่ ถึงการใช้บริการ ว
