Featured
แก้ปัญหาราคาตก! อิ่มใจ แบรนด์แยม-น้ำผลไม้ เพื่อสุขภาพ ส่งออกต่างประเทศ ยอดขายปังกว่า 3 ล้านบาท แม้ช่วงวิกฤต เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณชุลีกร สถิตพงศ์พิพัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท ร้อยแปด ฟู้ดส์ จำกัด เจ้าของแยมแบรนด์ อิ่มใจ ซึ่งเล่าว่า ในอดีตทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ตั้งแต่ปี 2553 ต่อมาต้องประสบกับภาวะวิกฤตหลายอย่าง ทั้งน้ำท่วมโคราช โควิด ทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบ แต่บริษัทก็ยังคงประคับประคองธุรกิจและไม่มีนโยบายปลดพนักงานออก กระทั่งปี 2561 ผลผลิตทางการเกษตร อย่าง สับปะรด กล้วย และ มะม่วง ในโคราชและจังหวัดใกล้เคียงราคาตกต่ำ จึงเกิดแนวคิดที่จะช่วยเกษตรกรและหารายได้ เพื่อให้พนักงานมีรายได้เพิ่ม โดยการนำสับปะรดมาทดลองแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท แยม “เหตุผลที่เลือกทำแยมเป็นผลิตภัณฑ์เริ่มต้นเพราะมองว่า ในชั้นวางสินค้าตามห้างสรรพสินค้าแยมนำเข้าวางอยู่ชั้นบน แต่แยมไทยวางอยู่ชั้นล่าง ทั้งที่ผลไม้ไทยมีชื่อเสียงในระดับโลก ทำไมเราไม่เอาวัตถุดิบชั้นดีอย่างผลไม้ไทยมาทำเป็นแยม แปรรูปออกวางจำหน่ายให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลกบ้าง สิ่งนี้คือแรงบันดาลใจให้เรารุกเข้าสู่การผลิต แยมผลไม้อย่างเต็มตัว ภาย
จากสาวไฟแนนซ์ สู่ เชฟสายหวานเจ้าของร้าน Tempered ที่เป็นทั้งสเปเชียลตี้ช็อกโกแลตคาเฟ่ และโรงคั่วช็อกโกแลตเจ้าแรกในประเทศไทย “เมื่อพูดถึงช็อกโกแลตแล้ว เราคงคิดถึงแหล่งช็อกโกแลตชั้นดีอย่างสวิตเซอร์แลนด์ หรือไม่ก็ดินแดนแหล่งเมล็ดพันธุ์โกโก้อย่างทวีปอเมริกาใต้ แต่ Tempered ไม่ได้ใช้ช็อกโกแลตนำเข้าใดๆ ทุกเมนูช็อกโกแลตที่เสิร์ฟที่นี่ล้วนมาจากเมล็ดโกโก้ที่ปลูกในประเทศไทย ทั้งหมดเป็นความตั้งใจของร้าน ที่อยากสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นโชว์เคส ความดีงามของโกโก้ไทย เรื่องคุณภาพนั้นก็ไม่ได้เป็นรองชาติอื่นเลย” คุณเฟิร์น-ชนิกานต์ ตันบุญเพิ่ม Executive Chef and Co-Founder, Tempered Cooperatives กล่าว ก่อนอธิบายว่า “Tempered” คือ Specialty Chocolate บนความยั่งยืน แบรนด์ช็อกโกแลตสัญชาติไทยที่ผลิตจากโกโก้ที่ปลูกในประเทศ 100% เพราะต้องการสนับสนุนเกษตรกรชาวไทย พิถีพิถันในทุกกระบวนการและอยู่บนความยั่งยืน ตั้งแต่แหล่งปลูก กระบวนการผลิต อีกทั้งยังเป็นโรงคั่วช็อกโกแลตเจ้าแรกในประเทศไทยด้วย Tempered ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารสไตล์โมเดิร์น ในซอยร่วมฤดี 2 ที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศสบายใจกลางกรุง เมื่อถามถึงเส้นทางการเ
ต่อยอด สินค้าวัฒนธรรมไทย ด้วย ดีไซน์แพ็กเกจ สู่ ยาดม Apaul ที่สร้างยอดขายกว่าหลักแสน/เดือน ยาดม หากพูดถึงสินค้าชนิดนี้ ถือเป็นไอเทมสารพัดประโยชน์ อยู่คู่คนไทยมาอย่างนานนม แต่ก็ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยที่แน่ชัดว่า ‘คนไทย’ เริ่มใช้ยาดมกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่หากนับตามยี่ห้อเก่าแก่ที่มีในประเทศไทย ก็เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปี 2479 และแพร่หลายตั้งแต่นั้นมา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้คุยกับ คุณอาร์ต-ภุชงค์ คำพิมาน เจ้าของแบรนด์ Apaul (เอ-พอล) อีกหนึ่งผู้เล่นในวงการ ยาดมไทย โดยเจ้าของแบรนด์เล่าว่า เดิมที Apaul (เอ-พอล) เป็นแบรนด์ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มาก่อน ที่มีคุณอาร์ตเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด และคร่ำหวอดในวงการนี้มากว่า 10 ปี “งานเฟอร์นิเจอร์ที่เคยทำมา ส่วนใหญ่เป็นสไตล์นอร์ดิก (Nordic) หรือที่เรารู้จักกันอีกชื่อว่าแนวสแกนดิเนเวียน เป็นสไตล์ที่นำเอาพวกรูปทรง เส้นสาย ลวดลายของธรรมชาติมาใช้งาน เมื่อก่อนมันไม่ค่อยมีคนทำงานแนวนี้เท่าไหร่ ผมก็ทำมาเรื่อยๆ ไปแสดงในงานโชว์ ก็ได้รางวัลมาบ้างเรื่อยๆ แต่ทำไปทำมา ผมรู้สึกว่า ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มันทำการตลาดยากนะ” “ยิ่งช่วงโควิด
ขนมาเท่าไหร่ก็ขายหมด! น้อง ม.6 ช่วยแม่หาเงิน ขายน้ำลำไย สร้างรายได้หลักหมื่นต่อวัน! ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา น้ำลำไย ถือเป็นเมนูคลายร้อนที่ได้รับความนิยมและยังฮอตฮิตไม่สร่าง กลายเป็นอาชีพ ขายน้ำลำไย ที่สร้างรายได้ได้ดีอาชีพหนึ่งเลยทีเดียว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ น้องปาล์มมี่-อภิสรา โกมลวัฒนะ สาวน้อยวัย 18 ปี จากโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้ใช้เวลาว่างจากการเรียน มาขายน้ำลำไยในตลาดนัดกับครอบครัว ทำยอดขายต่อวันหลักหมื่น! น้องปาล์มมี่ เล่าว่า ปัจจุบันตนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา โดยตั้งใจจะสอบเข้าในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพราะชอบวาดรูป นอกจากเรียน-ติวหนังสือ และซ้อมวอลเลย์บอลแล้ว เมื่อมีเวลาว่างก็ไปช่วยแม่ขายน้ำพริกไข่ปูที่ตลาดนัดเป็นปกติอยู่แล้ว กระทั่งช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมากระแสของ น้ำลำไย ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก น้องปาล์มมี่จึงนำไอเดียที่ได้เห็นไปพูดคุยกับคุณแม่และคนที่บ้าน “ปกติคุณแม่ขายน้ำพริกไข่ปูอยู่ที่ตลาดนัดอยู่แล้วค่ะ แล้วหนูเป็นคนชอบเล่นโซเชียล ก็ไปเห็
กกพ. เคาะ ลดค่าไฟเหลือ 4.45 บาท งวดที่ 3 เริ่มกันยายนนี้ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบค่าเอฟทีเรียกเก็บจำนวน 66.89 สตางค์ต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับลดลงจากงวดปัจจุบัน (พฤษภาคม-สิงหาคม 2566) จาก 4.70 บาทต่อหน่วย เหลืออยู่ที่ 4.45 บาทต่อหน่วย และให้มีผลตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2566 จากการประชุมครั้งที่ 34/2566 (ครั้งที่ 862) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นค่าเอฟที และได้พิจารณากรณีศึกษาการปรับค่าเอฟทีขายปลีก สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ การพิจารณาดังกล่าว กกพ. ยึดหลักเกณฑ์ตามประกาศ กกพ. เรื่อง กระบวนการ ขั้นตอนการใช้สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ พ.ศ. 2565 และได้พิจารณาประโยชน์ของประเทศ รวมถึงสภาพการแข่งขันและความสามารถในการให้บริการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงการให้บริการระยะยาวประกอบแล้ว
หยุดยาว 6 วัน สนั่น ประธานหอการค้าไทย คาดกระตุ้นเศรษฐกิจไทย 5-7 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การประกาศให้วันที่ 31 ก.ค. 2566 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษในครั้งนี้ หอการค้าเชื่อว่าภาพรวมจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากอยู่ระหว่างคาบเกี่ยวกับวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ประชาชนจะออกไปทำบุญและเข้าร่วมกิจกรรมตามจุดต่างๆ ของประเทศ ประกอบกับการหยุดยาวจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการเดินทาง การท่องเที่ยว และการจับจ่ายใช้สอย โดยจะช่วยสร้างบรรยากาศความคึกคักและรายได้ให้ผู้ประกอบการทั้ง โรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ ทั้งนี้ หอการค้าประเมินว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนเพิ่มเติมในช่วงวันหยุดดังกล่าวประมาณ 5-7 พันล้านบาท ขณะที่แรงงานบางส่วนที่ยังต้องทำงานในช่วงวันดังกล่าวก็จะได้รับอัตราค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากกรณีประกาศเป็นวันหยุดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การประกาศวันหยุดเพิ่มเติมออกมา กระชั้นชิด ส่งผลให้บางกลุ่มธุรกิจหรือบางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต จำเป็นต้องจ้างงานในช่วงเวลาที่
ถอดแนวคิดคนไม่เคยทำธุรกิจ ให้ปังแบบ MOMO Paradise ชาบูต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่นของคนไทยชื่อดัง เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักถ้าพูดถึง MOMO Paradise ชาบูต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่น ร้านอาหารชาบูที่เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไทย ถึงแม้ว่าตอนนี้การแข่งขันจะร้อนแรงแต่ยังคงเติบโตและครองใจคนรักชาบูอย่างต่อเนื่อง เน้นความเป็นชาบูต้นตำรับจากญี่ปุ่นแท้ๆ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและรสชาติเป็นอย่างมาก คุณสุรเวช เตลาน เจ้าของธุรกิจ MOMO Paradise ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน เป็นแบรนด์แรกที่ลงมือทำและประสบความสำเร็จทำให้คนไทยชอบและเป็นที่รู้จัก จากงาน Restaurant 2023 : Future’s Recipe มาร่วมแชร์ประสบการณ์ แรงบันดาลใจในการเปิดร้าน คุณสุรเวช กล่าวว่า “ทานชาบูสุกี้ของญี่ปุ่นครั้งแรกกินไม่เป็นเลย ไม่มีใครสอน โดยทำการเอาทุกอย่างลงหม้อ พอกินแล้วรู้สึกไม่อร่อย เฉยๆ มาก มารู้สึกชอบในตอนที่ได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น เพื่อนได้ชวนไปทานชาบูไตล์ญี่ปุ่นและได้สอนวิธีทานอย่างถูกต้อง โดยชาบูต้องลวกทีละชิ้นกินทีละคำ และต้องเป็นน้ำซุปสีดำ หลังจากนั้นได้เปลี่ยนความคิดใหม่ว่า มันเป็นชาบูที่ชอบมากกับสายญี่ปุ่นถึงขั้นว่า 3-4 ครั้งต่อ
4 สิ่งที่ต้องรู้ สำหรับคนเริ่มทำธุรกิจร้านอาหาร แบบฉบับขายดีไปด้วยกัน การทำร้านอาหารให้ขายดีคงหนีไม่พ้นรสชาติที่มีความอร่อย บางทีเจ้าของธุรกิจบางคนอาจทำอาหารเป็นหรืทำไม่ได้เลยก็มี แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะเจ้าของธุรกิจจะต้องเข้าใจในรสชาติของอาหารและมีวิธีการส่งต่อไปยังผู้อื่นที่สามารถทำแทนได้ มุมมองธุรกิจร้านอาหารของใครหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นธุรกิจที่ทำง่ายได้เงินเร็ว คิดอะไรไม่ออกก็อยากจะเปิดร้านอาหาร ตกงานก็อยากจะเปิดร้านอาหาร หรือมีเงินก็อยากจะเปิดร้านอาหาร แต่รู้หรือไม่ว่าธุรกิจร้านอาหารนั้นเป็นสิ่งที่เหนื่อยและท้าทาย คุณคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ เจ้าของเพจ ขายดีไปด้วยกัน จากงาน Restaurant 2023 : Future’s Recipe มาร่วมแชร์ประสบการณ์ รวบรวมปัญหาทุกอย่างจากประสบการณ์ 10 ปีของตนที่ทำงานการตลาดร้านอาหาร โดยเริ่มต้นมาจากร้านเล็กๆ ไปจนถึงร้านอาหารขนาดใหญ่กับ 4 สิ่งที่ต้องรู้ ที่จะช่วยเป็นแนวทางให้คนที่มีธุรกิจอยู่แล้วหรือเพิ่งเริ่มทำธุรกิจได้ประสบความสำเร็จเร็วขึ้น 1. ต้องยอมเหนื่อย ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่เหนื่อยมาก สำหรับคนที่อยากทำงานสบายๆ หลีกเลี่ยงการทำธุรกิจนี้ได้เลย เพรา
เปิดลิสต์ 3 เทรนด์ตลาดสุดรุ่ง ครึ่งปี 66 ที่ ผปก. ต้องเกาะติด ‘มุสลิม-อาหารฮาลาล-ทริปเปิลเอส’ ดร.ตรียุทธ พรหมศิริ หัวหน้าสาขาภาวะผู้ประกอบการและนวัตกรรม วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่เกิดขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่ในประเทศไทยอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยในอดีตการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจโลกมีระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงถึง 50 ปี แต่จากหลากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้น อาทิ การปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือแม้แต่สงครามโลก ทำให้ระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกลดลงมาเหลือเพียง 10 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่รวดเร็วพอสมควร จากปรากฏการณ์ที่ผันแปรรวดเร็วนี้ ทำให้บรรดาผู้ประกอบการยึดโยงตัวเองกับตลาดกลุ่มเก่าไม่ได้อีกต่อไป ต้องหันมาวิเคราะห์ความน่าจะเป็นในการเจาะตลาดใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวทันเทรนด์ธุรกิจใหม่ในโลกอนาคต รวมถึงเข้าใจการเกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และลักษณะทางประชากรที่เปลี่ยนไปด้วย ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เผย 3 เทรนด์ตลาดที่น่าจับตามองครึ่งหลังปี 2566 มีดังนี้ 1. ตลาดมุสลิม มีแนว
ผู้เลี้ยงหมูโอดราคาหมูตกต่ำ ขายไม่ถึง 60 บาท ซ้ำเติมเกษตรกรขาดทุนต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน วอนรัฐหาทางแก้ปัญหารอบด้าน หมูเถื่อน-อาหารสัตว์พุ่ง หวังช่วยต่อลมหายใจเกษตรกรก่อนถอดใจเลิกเลี้ยง เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้เลี้ยงสุกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากราคาหมูหน้าฟาร์มตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ซึ่งราคาเฉลี่ยของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติของเดือนมิถุนายน 2566 ประกาศไว้ที่ 90.57 บาทต่อกิโลกรัม แต่เกษตรกรขายได้จริงไม่ถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยและรายเล็กได้รับผลกระทบสูง ซึ่งหลายรายทั้งพื้นที่ภาคอีสานและภาคอื่นๆ ต้องเลิกเลี้ยงเพื่อลดความเสี่ยงจากขาดทุนสะสม ปัจจัยที่กระทบหนักที่สุดตอนนี้ คือ วัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่ต้นปี 2565 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันทำให้ราคาสูงขึ้นกว่า 30% และล่าสุดรัสเซียประกาศไม่รับรองความปลอดภัยเรือขนส่งสินค้าที่ไปยังท่าเรือยูเครน เริ่มมีผลให้ราคาธัญพืชและวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
