Featured
“ละพอแต่เปิดผ้าม่านกั้ง สาวหมอลำสิพาม่วน คนหนุ่มคนสาวขอเชิญชวน ออกมาม่วนหน้าเวที” เชื่อว่าหลายคนพอได้ยินเสียงดนตรีอันเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น เสียงพิณ แคน โปงลาง ที่ดังกระหึ่มชวนโยกย้ายส่ายสะโพก ต่างต้องพากันออกไปม่วนหน้าเวทีเป็นแน่ ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมเคป็อปและดนตรีสากลที่เป็นที่ยอมรับและนิยมอย่างมากในประเทศไทย แต่ยังมีอีกความน่าสนใจหนึ่งเกิดขึ้นคือ “หมอลำ” ศิลปะพื้นบ้านจากภาคอีสาน เล่าไปอาจไม่เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างที่เพิ่งจะผ่านมาไม่นานนี้ เมื่อวันที่ 13-14 มกราคม 2569 ณ บริเวณสวนรถไฟ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง ปรากฏการณ์หมอลำใหญ่กลางกรุง เปิดการแสดงด้วยหมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ ขายบัตรในราคาเพียง 100 บาท วันที่ 14 มีผู้เข้าชมกว่าหลายหมื่นคน ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า “วิกแตก” คนล้นออกไปยันข้างนอกรั้วเลยทีเดียว ก่อนอื่น ผู้เขียนขออธิบายคำว่า “หมอลำ” ให้ผู้อ่านได้เข้าใจกันสักนิด “หมอลำ” คือมหรสพการแสดงของชาวอีสาน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมานานนับพันปี จนกระทั่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนต่างยอมรับ การเกิดขึ้นของหมอลำไม่ได้มีหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่ามีความส
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2569 เทรนด์ “มัทฉะ” ยังมาแรงต่อเนื่อง จากการเปิดตัวของร้านหน้าใหม่ที่เรียกกระแสฮิตให้กลับมาบูมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ร้าน MATCHA PEOPLE ของพลอย หอวัง, ร้าน Two Be Tea ของโซลโมเน่ หรือการ Collaboration ระหว่าง After You กับ Little Monster ออกเมนูพิเศษมาให้ชาวมัทฉะเลิฟเวอร์ได้ลิ้มรสความอร่อย จนกลายเป็นแบรนด์ที่คนพูดถึงกันทั้งโซเชียล ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์มีจุดเริ่มต้นและจุดเด่นที่ต่างกันออกไป “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะเล่าให้ฟัง MATCHA PEOPLE เริ่มต้นที่ MATCHA PEOPLE คาเฟ่มัทฉะเปิดใหม่ในย่านอารีย์ ของ “พลอย หอวัง” เกิดมาจากความชอบดื่มมัทฉะของพลอย หอวัง ซึ่งเรามักจะได้เห็นคอนเทนต์ชงมัทฉะของเธออยู่เป็นประจำ และความชอบนี้ก็ส่งไปถึงคนรอบตัว จนกลายเป็นมัทฉะเลิฟเวอร์เหมือนกัน ความชอบมัทฉะของพลอย ต่อยอดไปถึงการคอลแลบกับแบรนด์ Alter Protein ทำเวย์โปรตีน plant-based รสมัทฉะ และคอลแลบกับแบรนด์ Howie ทำถ้วยมัทฉะและที่วางแปรง ความจริงจังเรื่องมัทฉะยังไปไกลถึงการสร้างแบรนด์ MATCHA PEOPLE โดยวางคอนเซ็ปต์ไว้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนที่ชื่นชอบการดื่มมัทฉะ จากนั้นได้จำหน่ายโปรดักต์แรก คือ Oku
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้มีการแถลงผลการดำเนินงานปี 2568 และการขับเคลื่อน SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ปี 2569 คุณพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมา 23 ปี โดยมียอดเบิกจ่ายสูงสุดอยู่ที่ 79,043 ล้านบาท และมียอด NPLs หรือหนี้เสีย ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน โดยมียอดอยู่ที่ 7.9% โดยสอดคล้องเป็นไปตามพันธกิจของธนาคารที่มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท สูงถึงกว่า 70% ของการเติมทุนทั้งหมด ช่วยสร้างประโยชน์ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท รักษาการจ้างงานประมาณ 620,360 ราย สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ของธนาคาร ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ 2567 
ถ้าพูดถึงร้านอาหารสตรีตฟู้ดที่ยกระดับอาหารไทย สร้างมิติใหม่ในดีไซน์ที่จัดจ้าน คงหนีไม่พ้น “Co Limited” (โค ลิมิเต็ด) แบรนด์ร้านอาหารในเครือ NARA GROUP ภายใต้การบริหารของสองผู้ร่วมก่อตั้ง นราวดี ศรีกาญจนา และ สิริโสภา จุลเสวก โดยเป็นการร่วมลงทุนกับ พลพัฒน์ อัศวะประภา (หมู ASAVA) ดีไซเนอร์ชั้นนำ ภายใต้บริษัทโค รุ่งเรือง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Thai Premium Street Food Destination” ล่าสุด CO LIMITED ได้จับมือกับ Local Boys Coffee ร้านกาแฟสุดฮิปจากย่านทรงวาด ในแคมเปญ CO caffeine Series มาในรูปแบบรถเข็นป๊อปอัพ เสิร์ฟความเท่ ไวบ์ดีบรรยากาศในสวน ถ่ายทอดเสน่ห์ของสองแบรนด์ผ่านประสบการณ์ใหม่ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณหมู ASAVA แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เกี่ยวกับการคอลแลบกันในครั้งนี้ คุณหมูเล่าว่า ตอนนี้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนพฤติกรรมจากการดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นกาแฟกันมากขึ้น โดยสาขา Velaa หลังสวนจะติดกับสวนลุม จะมีคนมาวิ่งกันเยอะในวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Cummunity ที่กำลังเติบโต และการได้มาคอลแลบกับ Local Boys Coffee เป็นเหมือนการได้ดึงดูดคอมมูนิวตี้ใหม่ๆ ให้กับร้าน Co Limi
รู้หรือไม่ว่า ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จหลายคนล้วนมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย เช่น Jeff Bezos เริ่มต้น Amazon ในโรงรถ, Mark Zuckerberg เปิดตัว Facebook ในหอพัก และ Steve Jobs สร้าง Apple ที่บ้านพ่อแม่ของเขา วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้นำเรื่องราวของ Alexis Ohanian (อเล็กซิส โอฮาเนียน) ผู้ร่วมก่อตั้ง Reddit เว็บบอร์ดที่มีขนาดชุมชนใหญ่ที่สุดในโลก คล้ายกับ Pantip.com ของไทย มานำเสนอเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ โดยเขาเล่าว่า ธุรกิจนี้ได้แรงบันดาลใจมาตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่หลังจากเดินออกจากห้องสอบไปเพียง 20 นาที แล้วตรงไปที่ร้าน Waffle House และตัดสินใจว่าจะสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ก่อตั้ง Reddit ขึ้น ไม่กี่เดือนต่อมา เขาและผู้ร่วมก่อตั้งก็ได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Paul Graham และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท ในปัจจุบัน จากร้านวาฟเฟิลสู่ธุรกิจหมื่นล้าน จุดเริ่มต้นของ Reddit เกิดขึ้นที่โต๊ะหมายเลข 19 ในร้าน Waffle House แถวบ้าน ในปี 2005 ขณะที่เขากำลังจะสำเร็จการศึกษาจา
“ไข่ขาวลูกแมร๊” แมวจรเปลี่ยนชีวิต สู่อินฟลูฯ ยอดวิวหลักล้าน มีบ้าน มีเงิน งานรีวิวแน่น หากคุณเป็นทาสแมว แล้วติดตามเพจต่างๆ ในโซเชียล แน่นอนเลยว่าต้องมีชื่อนี้ผ่านหูผ่านตาคุณมาบ้าง นั่นคือเพจ “ไข่ขาวลูกแมร๊” แมวจรตัวสีขาวกับเสียงพากย์สุดแปลกของเจ้าของที่เก็บน้องมาเลี้ยง ที่มีผู้ติดตามถึง 1.1 ล้าน ทำเอาจากยอดคนติดตามใน TikTok ช่อง ployy_chuek จาก 800 ทะยานขึ้นถึง 4.6 ล้านคน คุณพลอย-บัณฑิตา โตสงวน อายุ 24 ปี เจ้าของเพจ ไข่ขาวลูกแมร๊ น้องแมวสีขาวสุดน่ารัก ได้เปิดเรื่องราวที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็นไข่ขาวลูกแมร๊ที่ทุกคนรู้จักในทุกวันนี้ มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ เริ่มต้นเลย ตัวคุณพลอยเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในช่อง TikTok อยู่แล้ว แต่ในตอนนั้นมีคนติดตามแค่หลักร้อย ไม่ได้หวือหวา หรือเป็นที่รู้จักอะไรมากมาย ชีวิตตอนนั้นก็ถือได้ว่าไม่มีเงินเก็บ แค่มีพอใช้จ่ายในแต่ละวัน จุดเริ่มต้นของชีวิต…ที่เปลี่ยนไป เธอเล่าให้เราฟังว่า พอจบใหม่ๆ ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร เลยลองมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ก็รีวิวอะไรไปเรื่อย ในตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะทำคอนเทนต์เกี่ยวกับแมวเลย แต่มีอยู่วันหนึ่ง ไปเจอแมวตัวสีขาวใต้คอนโด สภาพค่อนข้างซูบผอ
“เราต้องการ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มาหมักสาโท เพราะอยากสนับสนุนให้ข้าวไทย ให้โครงการนี้ไปต่อได้อีกไกล ข้าวพันธ์ุนี้รสชาติดี และภาคภูมิใจที่เป็นข้าวพันธุ์แท้ เหมือนเราได้สนับสนุนดีเอ็นเอของข้าวไทยอย่างแท้จริง” คำบอกเล่าของ คุณเปียโน-สุพัณณดา พลับทอง ในนามวง THE SIS หลายคนรู้จักเธอในฐานะศิลปินกลุ่มทรีโอ ที่ประกอบไปด้วย 3 พี่น้อง แต่ปัจจุบัน เธอคือผู้ประกอบการไทย เจ้าของร้านอาหาร Mamamon Thai Eatery และ Sip Song Bar ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่พาข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าว GI ไปสู่สายตาชาวโลก ด้วยการแปรรูปเป็น ‘สาโท’ หมักด้วยน้ำแร่จากเทือกเขาแอลป์ เสิร์ฟให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลองความเป็นไทย จากศิลปินสู่ ‘ผู้ประกอบการ’ คุณเปียโน เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นการเปิดร้านอาหาร หลังแต่งงานกับสามีชาวสวีเดน เธอได้ติดตามสามีไปเที่ยวประเทศออสเตรียเพราะสามีมีงานรออยู่ที่นั่น ก่อนตัดสินใจลงหลักปักฐานในประเทศนี้เมื่อปี 2010 แต่ด้วยความแตกต่างทางภาษาที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก ไม่มีคอนเน็กชัน หรือเพื่อนฝูง การร้องเพลงหรือทำงานด้านบันเทิงในอาชีพเดิมจึงเป็นเรื่องที่สานต่อได้ยาก ขณะเดียวกันก็มีความโ
จากแรงบันดาลใจในร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สู่ธุรกิจขนมเพื่อสุขภาพนี่เป็นเรื่องราวของสองนักธุรกิจจากรัฐแอริโซนา Jeff Taylor Yauck (เจฟฟ์ เทย์เลอร์ ยอค) อายุ 38 ปี และ Ben Glick (เบน กลิค) อายุ 36 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ PancakeNow แซนด์วิชแพนเค้กพร้อมทาน ที่อัดแน่นด้วยโปรตีน จุดเริ่มต้นของธุรกิจเสริม เจฟฟ์ เล่าว่า ธุรกิจเสริมนี้เริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2024 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากตอนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นในปี 2014 “ตอนผมไปญี่ปุ่นแล้วทึ่งกับแพนเค้กในร้านสะดวกซื้อที่นั่นมาก ผมฝันอยากทำอะไรที่คล้ายกันในอเมริกา แต่ต้องใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติและเพิ่มโปรตีนเข้าไป กระทั่งสิบปีต่อมา ได้เปิดตัว 4 รสชาติแรก รสเมเปิ้ล, คุกกี้แอนด์ครีม, ซินนามอนบัน และช็อกโกแลตพีนัทบัตเตอร์” เขาใช้เวลาหลายปีในการปรับสูตรแพนเค้กพร้อมทานนี้ให้สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นการใช้ระยะเวลากว่า 10 ปี สิ่งที่เขาทำเป็นอย่างแรกคือ การออกแบบภาพลักษณ์แบรนด์ (Branding), บรรจุภัณฑ์ และโลโก้ ซึ่งค้นพบว่านี่คือขั้นตอนแรกที่ดีที่สุด เพราะมันช่วยสร้างความตื่นเต้นและแรงผลักดันให้ทำอย่างอื่นๆ ต่อได้สำเร็จ ต่อมาใช้เงินลงทุนประมาณ 45
ใครจะเชื่อว่า 5 ปีก่อนจะเปิดร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง อาบี แคสเวลล์ ไม่เคยหยิบจับหรือทำคุกกี้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่วันนี้ ในวัย 30 ปี เธอคือเจ้าของและผู้บริหารร้าน “Batter” เบเกอรี่สุดฮอตที่มีถึง 2 สาขาในรัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างยอดขายทะลุหลักล้านดอลลาร์ หรือ 35 ล้านบาทต่อปีไปเป็นที่เรียบร้อย “ตั้งแต่เด็ก ฉันรู้ตัวเสมอว่าอยากเป็นเจ้านายตัวเอง ฉันอยากคุมตารางเวลาชีวิตได้ และอยากหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจริงๆ” เธอกล่าว ความหลงใหลในของหวานของเธอเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยอายุ 16-20 ปี เธอเคยทำงานในร้านคัพเค้กท้องถิ่นและตกหลุมรักบรรยากาศเหล่านั้นเข้าอย่างจัง แม้ตอนนั้นหน้าที่ของเธอจะไม่ใช่การอบขนมเลยก็ตาม หลังจากเรียนจบด้านบริหารธุรกิจและมาร์เก็ตติ้งในปี 2018 เธอแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่เมืองแฮมมอนด์ โดยทำงานประจำเป็นผู้ช่วยผู้บริหาร แต่ในเวลาว่าง เธอเริ่มฝึกทำเค้กเป็นงานอดิเรก จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเธอทำเค้กให้สามีของเพื่อน และทุกคนที่ได้ชิมต่างอุทานว่า “มันอร่อยมาก เธอต้องทำขายนะ ที่นี่ไม่มีอะไรแบบนี้เลย” ตอนแรกเธอตั้งใจจะทำแค่เค้กและคัพเค้ก แต่เมื่อเห็นกระแสคุกกี้ฟีเวอร์ที
นาทีนี้ไม่ว่าจะเลื่อนฟีดไปทางไหนก็จะเจอกับภาพชุดไทยแบบใหม่ เป็นการนำสไบมาใส่คู่กับกางเกงยีนส์ พร้อมกับหยิบเครื่องประดับไทย อย่าง สังวาล เข็มขัด กำไล และสร้อยแบบไทยๆ มาผสมร่วมด้วย เป็นการสลัดภาพจำแบบเดิมที่ว่าชุดไทยต้องใส่กับผ้าไทยเท่านั้น โดยเทรนด์นี้ได้กลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ทั้งชาวไทยและต่างชาติแห่ทำคอนเทนต์กันอย่างล้นหลาม พร้อมเช็กอินแลนด์มาร์กสุดฮิต อย่าง วัดอรุณฯ หรือแลนด์มาร์กเด่นๆ ในกรุงเทพฯ พร้อมกับนั่งตุ๊กตุ๊ก ซิกเนเจอร์ของไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่ร่วมสมัยกว่าเดิม ด้วยความเข้าถึงง่ายและจากความเก๋ของเทรนด์นี้ ทำให้เห็นถึงความครีเอตของคนรุ่นใหม่ ที่นอกจากจะนำสไบมาจับคู่กับ Baggy Jeans หรือยีนส์ฟอกเท่ๆ แล้ว ยังทำคอนเทนต์สร้างปรากฏการณ์ที่เกิดแรงกระเพื่อมจนอยากทำตาม เพราะเป็นเทรนด์ที่สร้างสรรค์ มีความเป็น Street Fashion ผลักดันเสน่ห์ของไทยในมุมมองคนรุ่นใหม่ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จุดกระแสนี้คือ กระแต KT KRATAE กับผลงานเพลงใหม่ล่าสุด Bangkok City ที่ตอนนี้มียอดรับชมใน Youtube ทะลุ 16 ล้านวิว โดยใน MV ได้มีการถ่ายทอดเสน่ห์ของกรุงเ
