หากพูดถึงวงการอาหารไทย ในปี 2568 มีร้านอาหารในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ จำนวนมากถึง 462 ร้าน และหนึ่งในนั้น คือ ร้าน AKKEE (อัคคี) ของ ‘เชฟอู๋-สิทธิกร จันทป’ ผู้ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน และ MICHELIN Guide Young Chef Award ปี 2568
“สำหรับผมมิชลินไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือโอกาสให้ทั้งระบบพัฒนา”
คำบอกเล่าของเชฟอู๋ เชฟรุ่นใหม่ผู้มีความสนใจในการเฟ้นหาวัตถุดิบจากเกษตรกรในแต่ละท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย เพื่อนำมาปรุงด้วยสูตรโบราณ ที่เขาหยิบยกมาเล่าให้คนทั่วโลกได้เห็นวัฒนธรรมอาหารไทย
ก่อนเปิดร้านอัคคี ย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เชฟอู๋เริ่มต้นเปิดร้านคราฟต์เบียร์เล็กๆ ก่อนกระโดดมาเปิดร้านนี้ที่ขายคราฟต์เบียร์ควบคู่กัน
ความโดดเด่นของร้านอัคคี คือการเป็นร้านอาหารตามฤดูกาล รวมถึงการหยิบตำราอาหารโบราณ มาประยุกต์ใช้ให้ร่วมสมัยมากขึ้น
“ผมทำอาหารจากหนังสือเก่า แต่ไม่ได้อยากสร้างพิพิธภัณฑ์จากอาหาร ผมเอาเทคนิคภูมิปัญญาที่เขาสืบทอดกันมานานมาปรับใช้กับโลกปัจจุบันให้ได้
และเอาวัตถุดิบแปลกๆ เช่น แมลง หนอน ที่ดูไม่ค่อยน่าทาน แต่ผมหยิบมาทำเพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อร่อย แต่เกษตรกรใช้ต้นทุนในการเลี้ยงค่อนข้างต่ำ และผมชอบแมลงมาตั้งแต่เด็ก เวลาไปบ้านพ่อที่อุบลฯ ก็จะกินข้าวเหนียวกับหนอน ดักแด้มาตั้งแต่เด็ก
ตอนเปิดร้านอยากจะให้เป็นแค่กับแกล้ม พอศึกษาไปแล้วมันมีอะไรมากกว่าความอร่อย วันนี้พาแมลงมาไกลมาก และเป็นสัตว์เศรษฐกิจของไทยด้วย”
เมื่อถามว่าการนำแมลงมาทำอาหารเป็นเรื่องแปลกใหม่ในวงการอาหารหรือไม่
เชฟอู๋ มองว่า ในวงการอาหารที่เป็นสากลหรือระดับโลกไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่ขนาดนั้น เพียงแต่เขาไม่ได้ใส่ลงไปจำนวนมาก หรือทำตามแบบที่ชาวบ้านทำกันจริงๆ ถ้าไปดูตามจังหวัดต่างๆ ก็จะมีอาหารพื้นถิ่นที่ใช้แมลงตามฤดูกาลใส่ไปในอาหารอยู่แล้ว
อย่าง ภาคหนือ มีน้ำพริกแมงมัน ภาคใต้ ทอดสาคูด้วงมะพร้าว ส่วนภาคอีสาน ปัจจุบันเป็นฤดูกาลของไข่มดแดง ซึ่งเปรียบเสมือนไข่มุกของหน้าร้อน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการนำมาปรุงอาหาร
ส่วนร้านอาหารระดับมิชลิน ไม่ค่อยได้นำมาใช้กัน ทางร้านจึงอยากเอาแมลง และไข่มดแดงมาปรุงอาหารเพื่อให้เป็นที่รับรู้มากขึ้น

เชฟอู๋ เล่าต่อว่า เมื่อนำแมลงมาปรุงอาหาร ลูกค้าต่างชาติหรือว่าคนไทยเอง ส่วนใหญ่อยากลองทานอาหารที่ทำจากแมลงกันมากขึ้น ซึ่งทางร้านมีการนำไปแปรรูปให้ทานง่าย ดูไม่น่ากลัว เช่น ใส่ในน้ำพริก เพื่อไม่ให้มองเห็นแมลงเป็นตัวๆ สำหรับคนที่อยากลองแต่ไม่กล้า
และหลังจากได้ลองทาน ลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบกันมากกว่าลองแล้วไม่ชอบ
“บางคนกลัวมาก และไม่กล้าเปิดใจลอง ผมอยากให้เปิดใจกับสิ่งใหม่ๆ กันมากขึ้น อาจจะไม่ใช่แมลง แต่เป็นข้าวสายพันธุ์ใหม่ๆ ผลไม้สายพันธุ์ใหม่ๆ เช่น มะม่วง เรามีกันหลายสายพันธุ์ แต่กินกันแค่เขียวเสวย น้ำดอกไม้”
ในส่วนของการหาแหล่งวัตถุดิบ เชฟอู๋ เล่าว่า จะเดินทางไปทั่วประเทศ จังหวัดใกล้ๆ อย่าง อ่างทอง ก็ไปเรียนรู้การทำขนมเกสรลำเจียก หรือลงเรือประมง ก็ทำมาแล้ว
แต่ในการหาวัตถุดิบ ใช่ว่าจะหาได้เลยในครั้งแรก ขึ้นอยู่กับแต่ละฤดูกาล ถ้าหน้าร้อน จะไปหาไข่มดแดง หน้าฝน จะไปหาเห็ด หรือหน่อไม้
“เชฟต้องคอยเสาะหาวัตถุดิบใหม่ๆ เพราะถ้าทำอยู่อย่างเดียวมันน่าเบื่อ อยากให้คนในทีม หรืออยากให้ลูกค้าได้เจออะไรใหม่ๆ ด้วย เพราะลูกค้าประจำค่อนข้างเยอะ” เชฟอู๋ เล่าเสริม

เมื่อถามถึงกลุ่มลูกค้า เชฟอู๋ บอกว่า ปัจจุบันมีลูกค้าต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก ทั้งยุโรป อเมริกา จีน เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ตามมาจากมิชลิน ไกด์
เชฟจากร้านอัคคี ทิ้งท้ายว่า “มิชลิน เหมือนเป็นการจุดไฟให้วงการอาหารในประเทศไทยได้มากขึ้น ทั้งเชฟรุ่นเก่า เชฟรุ่นใหม่ ได้มีแรงบันดาลใจในการทำอาหารมากขึ้น และไม่ได้อยู่แค่ในอาชีพเชฟ หรือในครัวเท่านั้น แต่ยังไปถึงเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย หรือแม้กระทั่งผู้ผลิตเครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์”
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2025
