Featured
ร้านอาหาร “ดีลิเวอรีสีเขียว” ลดการใช้พลาสติก ทำได้ ไม่ยากเกินไป พลาสติก ที่ทิ้งไป โทษภัยตามมามากมาย แล้วทำไมคนไทย ไม่แยกขยะ คือ คำถาม ที่เคยตั้งไว้ เมื่อคราวที่แล้ว อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ จากลิงก์นี้ https://www.sentangsedtee.com/today-news/article_250672 เฮ้อ!…ขอถอนหายใจก่อน แต่นึกอีกที ก็พอมีหนทางนะครับ ถ้าหลายๆ ท่านอยากช่วยกันเป็นผู้ประกอบการ “ร้านอาหาร ดีลิเวอรีสีเขียว” ลดการใช้พลาสติก ซึ่งอาจไม่ได้ 100% สัก 30% ก็ยังดี มันคงต้อง เริ่มจาก หนึ่ง เวลาซื้อของเข้าร้าน เอาถุงพลาสติกมาน้อยๆ ซื้อหมู ซื้อไก่ ซื้อทีละเยอะหน่อย จะได้ใส่ถุงพลาสติกใหญ่ใบเดียว อย่าไปซื้อบ่อยๆ ซื้อทุกวัน ใส่ถุงพลาสติกหลายใบ พอมาถึงร้านแล้วค่อยแบ่งใส่กล่องขนาดตามใช้แต่ละครั้งเพื่อคงคุณภาพให้เนื้อสัตว์ ไม่ต้องเอาออกมาทำละลายทั้งก้อนใหญ่ ทำให้เนื้อเสียคุณภาพและเสียเร็วขึ้น หัดไปซื้อของตามตลาดสดบ้าง เพราะเราปฏิเสธถุงได้ อันนี้ต้องยืดอกพกถุงเราไปเอง เป็นถุงผ้า หรือตะกร้า รถเข็น จับผักใส่มาเลย บอกแม่ค้าไม่เอาถุง สอง ถุงพลาสติกที่ใส่เนื้อสัตว์ ผัก พยายามนำกลับมาใช้หนสอง หรือสามได้ยิ่งดี เช่น นำไปใส่ขยะ นำไปล้
ปรากฏการณ์การตลาดข้ามคืน ผ่านแคมเปญ ขายขำไม่ขายจริง ขายจริงไม่ขายขำ เป็นที่ฮือฮาอย่างยิ่งกับการตลาดของ Burger King Thailand เบอร์เกอร์เนื้อ 100 ชิ้น และเบอร์เกอร์ชีส 20 แผ่น ทำเอานักการตลาดต้องกุมหัวต่อหลักการอื่นๆ ที่ถือไว้ นับว่าเป็นการสร้างไวรัลไปทั่วประเทศและทั่วโลก ส่งผลให้หลายๆ แบรนด์ออกมาทำคอนเทนต์เลียนแบบตาม ทั้งขายจริง และขายขำ ทำเอาหลายคนต้องเรียนมีมสนุกๆ ติดปากว่าผุดกาสะลองซ้องปีบ มุนินมุตา นี่น่ะเหรอนพนภา กับคอนเทนต์การขายเช่นนี้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนมาส่องว่ามีแบรนด์ไหนบ้าง เรียกยอดเอนเกจในการขายจริงขายขำ จากกรณี Burger King Thailand ผุดไอเดียขายเบอร์เกอร์เนื้อ 100 ชิ้น ราคาเริ่มต้น 10,039 บาท ทำเอาชาวเน็ตแห่แชร์กันถล่มทลายกับการตลาดสุดแสนกวน และเป็นไวรัลไปทั่วโลกในการขายสุดสร้างสรรค์ ภายหลังไม่นานก็มีคอนเทนต์เบอร์เกอร์หอม เบอร์เกอร์มะเขือเทศ เบอร์เกอร์ขนมปัง นับว่าเป็นคอนเทนต์ต่อยอดก่อนจะมาถึง เนื้อ 100 ชิ้น หลังจากกระแสแรงไม่หยุด มีคนแชร์โพสต์มากกว่า 16,000 แชร์ ทำให้แต่ละแบรนด์ก็ออกมาทำคอนเทนต์ตามกัน ไม่ว่าจะเป็น นันยาง ไผ่ทองสเตชั่น ดีแคทลอน บางนา Swens
รวมไทม์ไลน์ครึ่งปีแรก 2023 ปรากฏการณ์ตลาดแตก ลิซ่า Blackpink ดัน ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ไม่มีใครไม่รู้จักศิลปินชื่อดังหนึ่งในวง Blackpink ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ที่กำลังโด่งดังทั่วโลก ได้ทำเอาตลาดธุรกิจแตกในหลายๆ ครั้งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ช่วยให้สินค้าของไทยฟีเวอร์ขายดี ธุรกิจบางธุรกิจ ทั้งของกิน ของใช้ การท่องเที่ยวมีกระแสขึ้นมา เกิดปรากฏการณ์สุดปลื้มหลังโพสต์ลงโซเชียลเกิดประโยชน์แก่พ่อค้าแม่ขายกันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็น ยาดมหงส์ไทย นมหนองโพ ตำมะม่วง ใส่ผ้าถุง เจาะกลุ่มผู้บริโภคและอุปโภคเข้าในหลากหลายวัย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปรู้จักกับไทม์ไลน์ของลิซ่าที่สร้างกระแสดังข้ามคืน งานนี้เชื่อได้เลยว่าเตรียมรับมือคนแห่เที่ยว แห่ซื้อตามรอยลิซ่าได้เลย หงส์ไทย ทำเอาตลาดแตกอีกครั้งกับเรื่องยาดม ในเดือนเมษายน 2566 ลิซ่า Blackpink ได้ลงโซเชียลหยิบยาดมหงส์ไทยพร้อมกับถ่ายรูปเกิดเป็นกระแส ขายดิบขายดีจนหมดตลาด ยอดพุ่งขึ้นภายในเพียงระยะเวลา 1 คืน ทางเพจของหงส์ไทยถึงได้มาประกาศว่าสินค้าหมดทันทีเพจเฟซบุ๊กหงส์ไทยได้โพสต์ขอภัยถึงลูกค้า 💢ขออภัยลูกค้าทุกท่าน 💢 เนื่องจากกระแสตอบรับของ “ยาดมผสมสมุนไพร
รู้หรือไม่! วิกฤตสภาพอากาศ ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ สินค้า-บริการ เหมือนกันนะ เอชพี มอบหมายให้บริษัทวิจัยระดับโลก Morning Consult ดำเนินการวิจัยอิสระ โดยเผยผลวิจัยระดับโลกฉบับใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจของพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากที่มีผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่การตัดสินใจในชีวิตประจำวันตลอดจนการวางแผนครอบครัวระยะยาว จากผลการวิจัย พบว่า มากถึง 91% ของพ่อแม่ผู้ปกครองกังวลเกี่ยวกับวิกฤตสภาพอากาศ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อของ โดยมากกว่าครึ่ง (53%) ส่งผลต่อมุมมองของพวกเขาในการมีลูกเพิ่ม และยังพบว่า ผู้ปกครองจำนวนมากชอบบริษัทที่จัดการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศและคาดหวังให้ภาคธุรกิจเป็นผู้นำในประเด็นนี้ ผู้ปกครองเกือบ 2 ใน 3 (64%) เลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากแหล่งที่ยั่งยืน และกว่า 60% กล่าวว่าแนวปฏิบัติของบริษัทที่ยั่งยืนมีส่วนสำคัญต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อของพวกเขา ความเต็มใจที่จะแสวงหาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการตัดสินใจแบบนี้เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าผู้ทำแบบสอบถามส่วนใหญ่ (84%) ยอมรับว่าค่าครองชีพสูงขึ้น และมากกว่าครึ่ง (57
“ทำน้อย ได้มาก” แนวคิดการทำงานแบบ เข้าใจพนักงาน รู้ไหม ได้ผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด เชื่อมั้ยว่า…ถ้าเราทำงานน้อยลง ประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้น มีรายงานที่น่าสนใจจาก tech.co ซึ่งรายงานโดย Conor Cawley เมื่อ 14 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับบริษัทที่เลือกทำงานแค่ 4 วันต่อสัปดาห์ แต่กลับมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต ของพนักงาน และผลประกอบการด้วย นี่มันคือการ “ทำน้อย ได้มาก” ชัดๆ ผลการศึกษาของ David Frayne แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่พบว่า บริษัทชั้นนำของโลกหลายแห่ง หันมาเลือกใช้แนวทางการทำงานแบบ 4 วันต่อสัปดาห์ แทนที่การทำงานแบบทั่วไป 5 วันต่อสัปดาห์ พบว่า ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น เวลาลดลง แต่เป้าหมายงานยังคงเดิม พนักงานกระตือรือร้นมากขึ้น ทำเสร็จตามเป้าหมาย ด้วยสภาพจิตใจที่ดีกว่า ถ้าสุขภาพใจดี แน่นอนว่าสุขภาพกายดีตามไปด้วย แล้วบริษัทที่ใช้แนวทางนี้ ไม่ใช่ยกเมฆว่าใหญ่ระดับโลกนะ หลายบริษัทเรารู้จักกันดีอยู่แล้ว เช่น Amazon, Microsoft, Panasonic, Samsung, Toshiba ฯลฯ สิ่งนี้อาจตรงกับพฤติกรรมคนเจเนอเรชันใหม่ ที่เรื่องของ Work Life Balance สำคัญยิ่งชีพ ต
อดีตรัฐมนตรีคลัง ขอลาการเมือง ไปดำนาอินทรีย์ ที่ปลดหนี้ได้ทั้งหมู่บ้าน เมื่อเร็วๆ นี้ คุณกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ เดินทางไปยัง จ.มหาสารคาม เพื่อร่วมกับ เกษตรกรชาวนาบ้านหนองหิน จ.มหาสารคาม ลงแขกดำนา พันธุ์ข้าวเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นการทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 โดยระบุว่า ทุกเดือนกรกฎาคม ตนจะมาดำนากับเกษตรกรชาวนาบ้านหนองหิน ที่ปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวหอมมะลิจากเคมี เป็นนาอินทรีย์แบบพรีเมียมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 และจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “ข้าวอิ่ม” คุณกรณ์ กล่าวว่า ตลอด 10 ปี ที่ทำเกษตรพิถีพิถัน ทั้งการเพาะปลูกข้าว งานหัตถกรรมจักสานกระเป๋า งานเขียนมือลายผ้าบาติก เพิ่มมูลค่า ช่วยชาวบ้านเพิ่มรายได้ทั้ง 3 จังหวัด 2 ภูมิภาค ได้แก่ จ.มหาสารคาม จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ภูเก็ต และปีนี้ “ข้าวอิ่ม” ของชาวนา งามมาก เป็นผลมาจากพื้นดินเป็นอินทรีย์แท้ 100% เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง และเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ปลดหนี้กันทั้งหมู่บ้าน ทั้งยังเป็นปีพิเศษ เนื่องจากมีการต่อยอดผลผลิตจากข้าว โดยการทำเป็นเครื่องสำอาง “สครับจมูกปลายข้าวอิ่ม” ออกจำหน่ายด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้
ครบรสทั้งหวานเค็ม! พายเนื้อออสซี่ชาบูไส้ชีส อร่อยเลิศ ทำกินทำขายไม่ยาก ใครชอบพายชีสเยิ้มๆ บ้างยกมือขึ้น! วันนี้เราขอนำเสนอ พายเนื้อออสซี่ชาบูไส้ชีส เมนูฟิวชันสุดพิเศษจากฝีมือของเชฟแนตตี้-นภาวดี พยัคฆโส เชฟเจ้าของร้าน CHA’Sant พายชิ้นนี้ได้รสชาติอูมามิครบรสทั้งหวานและเค็มจากซอสถั่วเหลืองและน้ำซุปดาชิ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับชีสมอซซาเรลล่าและเชดด้าเยิ้มๆ ที่ท็อปลงบนไส้พายแสนอร่อย ชูรสชาติเนื้อวัวออสเตรเลียนุ่มๆ อร่อยเต็มคำ โดยสูตรและวิธีทำ ดังนี้ ส่วนผสม (สำหรับ 2 ชิ้น) – น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ – หอมใหญ่สับละเอียด 1 หัว – เนื้อสันคอออสเตรเลีย 50 กรัม – ซอสชาบู 3 ช้อนโต๊ะ – มอซซาเรลล่าชีส ชนิดขูดเส้น 50 กรัม – เชดด้าชีส ชนิดขูดเส้น 20 กรัม – ฐานแป้งพายชั้นแบบถ้วยหรือฐานแป้งทาร์ตแช่แข็ง (Aro) 1 แพ็ก – แผ่นแป้งพายชั้น 1 แผ่น ขั้นตอนการทำ – ใส่น้ำมันลงบนกระทะ ตามด้วยเนื้อออสเตรเลียและหอมใหญ่ ผัดจนสุกเป็นสีน้ำตาลอ่อน ปรุงรสด้วยซอสชาบู – นำแป้งพายแช่แข็งออกมาจากตู้เย็นมาวางพักไว้ให้นิ่มขึ้น – ใช้มีดตัดแป้งเป็นวงกลม ใส่เนื้อชา
ขายจริงไม่ขายขำ Burger King ผุดแพตตี้เนื้อ 100 ชิ้น ราคา 10,039 บาท ตำนานบทใหม่ Burger King Thailand ผุดไอเดียขายเบอร์เกอร์เนื้อ 100 ชิ้น ราคาเริ่มต้น 10,039 บาท ทำเอาชาวเน็ตแห่แชร์กันถล่มทลายกับการตลาดสุดแสนกวน ซึ่งก่อนที่จะมาถึงเบอร์เกอร์เนื้อ 100 ชิ้น ก่อนหน้านี้มีเบอร์เกอร์ชีสล้วนๆ 20 แผ่นที่เป็นไวรัลไปทั่วโลกในการขายสุดสร้างสรรค์ ภายหลังไม่นานก็มีคอนเทนต์เบอร์เกอร์หอม เบอร์เกอร์มะเขือเทศ เบอร์เกอร์ขนมปัง นับว่าเป็นคอนเทนต่อยอดก่อนจะมาถึง เนื้อ 100 ชิ้น แม้ว่าการตลาดเช่นนี้จะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นๆ เพราะในชีวิตจริงไม่มีใครที่จะสามารถบริโภคต่อวันได้มากขนาดนี้ อีกมุมหนึ่ง คนที่เหนื่อยแน่ๆ คงหนีไม่พ้นพนักงานในครัว ที่ต้องมาทำเนื้อแพตตี้มากถึง 100 ชิ้นต่อออร์เดอร์ มองแล้วก็อาจเป็นเรื่องที่น่ารักและขบขันได้ แต่เมื่อมองถึงการทำงานจริงในครัวอาจเป็นตลกร้ายที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง อย่างไรก็ดี #ขายจริงไม่ขายขำ เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นไวรัล และเกิดขึ้นเพื่อเป็นตำนานบทใหม่ต่อวงการอาหารและแวดวงธุรกิจที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายให้กับแบรนด์อื่นๆ ในการสร้างกิมมิกเพิ่มยอดขายและเป็นไว
รู้ไว้ได้เปรียบ! เทคนิค ตั้งราคาขายโดยหลักจิตวิทยา ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ยุคสมัยนี้ ใครๆ ก็หันมาขายของกันมากขึ้น ไม่ว่าจะขายของหารายได้เสริม หรือตกงานมาขายของเลี้ยงชีพ บางคนอยู่รอด บางคนล้มหาย เพราะการแข่งขันสูง ไหนจะนายทุนจากต่างประเทศ หรือคู่แข่งที่ขายตัดราคากันไปมา เว็บไซต์ DBD มีเทคนิคการตั้งราคาโดยหลักจิตวิทยา เพื่อทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการได้ง่ายขึ้น มีตัวอย่างดังนี้ 1. เทคนิคการตั้งราคาเพื่อเปรียบเทียบ (Anchoring) ธุรกิจจะตั้งราคาสินค้าหรือบริการบางอย่างให้โดดเด่นกว่าสินค้าหรือบริการหลัก เช่น ธุรกิจขายที่นอนมูลค่าตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท อาจตั้งราคาที่นอนรุ่นอื่น 20,000 บาท ทำให้ที่นอนราคา 10,000 บาท ดูถูกกว่า ส่งผลให้ลูกค้าเลือกที่จะซื้อมากกว่า เป็นต้น 2. เทคนิคการตั้งราคาที่คำนวณง่าย การตั้งราคาที่สามารถทำได้ง่าย ช่วยลดระยะเวลาในการคำนวณ ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อง่าย เช่น ตั้งราคา 1,000 บาท แทนการตั้งราคา 987 บาท การตั้งราคาแบบคำนวณง่ายนั้น เหมาะสำหรับสินค้าที่ใช้ “อารมณ์” ในการตัดสินใจ เช่น สินค้าแบรนด์เนม เป็นต้น 3. เทคนิคแยกค่าขนส่งจากราคาหลัก ตามหลั
เรื่องน่าเศร้าที่ผู้สร้างสรรค์งานควรระวัง ถูกละเมิดผลงาน เพื่อการค้ากว่า 3 ปี ส่งขายจีน ทั้งผ้าห่ม เสื้อยืด เคสโทรศัพท์ ลองคิดดูว่าถ้าเรามีไอเดียอะไรสักอย่างเพื่อส่งต่อให้สังคมโดยไม่หวังผลประโยชน์ และได้สร้างแรงบันดาลใจในการต่อยอดผลงานนั้นให้กับผู้คน มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง แต่กลับกันกับเรื่องนี้ที่กลายเป็นการนำผลงานของเราไปสร้างรายได้แทน จากกระแสละเมิดลิขสิทธิ์ใน TikTok กับเจ้าของบัญชี elledalad ประเด็นถูกนำภาพวาดที่แจกฟรีไปทำสินค้าขายในจีนและไทย ทั้ง ผ้าห่ม เสื้อ เคสโทรศัพท์ ฯลฯ ทำให้เจ้าตัวต้องออกมาแบ่งปันเรื่องราวดังกล่าว และมีผู้ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าสิ่งเหล่านี้คือเริ่มผิด การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่สังคมไทยยังไม่ตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้มากนัก และตัวกฎหมายเองก็ไม่ได้เกื้อหนุนให้ผู้ถูกละเมิดได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ยังมีงานศิลปะ สินค้าจำนวนมากที่ถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเล่าถึงเรื่องลิขสิทธิ์ที่คนเริ่มต้นสร้างงานต้องพึงระวัง ลิขสิทธิ์คืออะไร ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้ส
