Featured
สายมู รุ่นใหญ่ ชี้ วงการพระเครื่อง คือ Soft Power เงินสะพัดปีละ 5 หมื่นล้าน เอ่ยชื่อ อุ๊ กรุงสยาม คนในวงการพระเครื่อง-พระบูชา แทบไม่มีใครไม่รู้จัก เขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของธุรกิจสายมู เรียกว่าเป็น พี่ใหญ่ แห่งวงการพระเครื่อง เป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ E- commerce พระเครื่อง ในตำนาน www.uamulet.com ตั้งแต่ปี 2545 เรียกว่ามองการณ์ไกล ประชาสัมพันธ์มรดกภูมิปัญญาไทย ผ่านแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซ ตั้งแต่ 20 ปีก่อน อุ๊ กรุงสยาม หรือ คุณวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ปัจจุบันเป็น นายก อบต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ให้สัมภาษณ์ว่า พระเครื่อง พระบูชา เป็นวัฒนธรรมที่คู่กับวิถีชีวิต ความเชื่อ ความศรัทธาของคนไทยมาโดยตลอด การสร้างพระเครื่อง ถือเป็นการสืบทอด ต่ออายุพระพุทธศาสนา คนโบราณจึงนิยม และใช้เป็นคติในการสร้างพระเครื่อง ส่วนเรื่องของการซื้อขายหรือมูลค่าพระเครื่อง เพิ่งมาเกิดในยุคสมัยปัจจุบัน คือ ยุครัตนโกสินทร์ราวร้อยปีมานี้ มีการเล่นหาพระเครื่องเป็นของสะสม เลยทำให้ พระเครื่องที่เป็นพระกรุ ที่คนโบราณสร้างไว้ มีมูลค่ามหาศาลต่อทางใจ มีไว้เพื่อความสบายใจ เพื่อความสุขใจ และการ
แพทย์แผนไทย ทางเลือกชาวบ้าน ภาวะสงคราม ข้าวของแพง คนยากจนลง เมื่อเร็วๆ นี้ มีการเปิดศูนย์ศึกษาอนุรักษ์และพัฒนาสมุนไพรอีสานใต้ โดยมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมกับภาคีเครือข่ายท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วย จังหวัดสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) คุณพ่อชอย สุขพินิจ แพทย์แผนไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2559 โดยภาคีเครือข่ายฯ ได้ร่วมกันพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเชื่อมต่อกับระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน คุณเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจแทนประชาชนชาว จ.สุรินทร์ จำนวน 138,000 คน ที่มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มาตั้งศูนย์ฯ ที่นี่ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของ อีสานใต้ เพื่อศึกษา พัฒนา และอนุรักษ์พืชพรรณสมุนไพร ให้คงอยู่สืบไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะสงคราม ข้าวยากหมากแพง คนยากจนลง การจะดำรงชีวิตอยู่ได้นอกจากแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ต้องอาศัยแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนด้วย ศูนย์ฯ แห่งนี้จึงเป็นการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพอนามัยที่ดี อย่างไรก็ตาม ศูนย์ฯ แ
ร้านหนังสือหัวเมือง อีกหนึ่งธุรกิจ ต้องพลิกสู้ทุกรูปแบบ หวังแค่…ต่อลมหายใจ สมัยก่อนถ้าพูดถึงร้านหนังสือ ในต่างจังหวัด หรือตามหัวเมืองต่างจังหวัด จะไม่ใช่ภาพร้านหนังสือสมัยใหม่ ร้านหนังสือแฟรนไชส์ หรือเชนสโตร์ แบบที่เราเห็นกันตามห้าง หรือร้านในกรุงเทพฯ แบบปัจจุบัน ภาพจำที่คนรุ่นก่อนคุ้นตา คือ ภาพแผงหนังสือพิมพ์ที่เรียงรายอยู่ด้านหน้า ถัดขี้นไปเป็นบรรดานิตยสารรายเดือน รายปักษ์ รายสัปดาห์ ที่เรียงรายซ้อนกันจนแน่นแผง ด้านในร้านมีชั้นหนังสือ ที่อัดแน่นด้วยการ์ตูนญี่ปุ่น การ์ตูนจีน นิยาย วรรณกรรม และแบบเรียน คู่มือสอบต่างๆ การเป็นเด็กต่างจังหวัด หลังเลิกเรียน ร้านหนังสือเป็นพื้นที่คุ้นเคย ปลอดภัย หรือประหนึ่งห้องสมุดกลายๆ ให้เด็กเข้าไปนั่งอ่าน ยืนอ่านหนังสือ นิตยสารในร้าน และเจ้าของร้านผู้อารี ไม่เคยว่ากล่าวอะไร ส่วนหนังสือ หรือนิตยสารเล่มที่ต้องการซื้อจริงๆ เหมือนที่เราหลายคนรู้กันดีว่า บางทีนิตยสารหรือหนังสือเหล่านั้น ไม่เคยมาถึงแผงหรือร้านในต่างจังหวัด ถึงขั้นต้องสั่งจองกับร้านไว้ เช่นเดียวกับการ์ตูนบางเรื่องก็เช่นกัน แน่นอนว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา
เร่งสร้างความเข้าใจกัญชา เน้น กิน-ใช้ ปลอดภัย ก่อนเสียโอกาสใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ตรวจราชการ รองอธิบดีกรมต่างๆ ผู้อำนวยการกองที่เกี่ยวข้อง กล่าวถึง เหตุผลของการปลดกัญชาออกจากรายการยาเสพติด ว่า เป็นการคืนกัญชาให้ประชาชน ได้นำไปใช้ในการสร้างสุขภาพ เศรษฐกิจ เพราะกัญชา เป็นพืชท้องถิ่นของไทย คนไทยมีประสบการณ์การใช้กัญชา มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนเมื่อถูกบรรจุในรายการยาเสพติดให้โทษ ทำให้การใช้ประโยชน์หยุดชะงัก และกลับมาพัฒนาอีกครั้งในปี 2562 ที่ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2562) อนุญาตให้นำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ แต่การพัฒนากัญชาในประเทศเรา ยังช้ากว่าต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เป็นพืชท้องถิ่น เพราะมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย จึงเป็นเหตุผลสำคัญของการปลดพืชกัญชา คืนให้ประชาชนใช้ประโยชน์ “การใช้กัญชา ในสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้มั่นใจว่า กัญชา มีประโยชน์ทางการแพทย์จริง แต่ก็เช่นเดียวกับการใช้สมุนไพรอื่นๆ ที่มีข้
ช่วงนี้ ชัชชาติ ทานอะไร? ตามรอยร้านข้าว ที่ “ผู้ว่าฯ สุดแกร่ง” ไปฝากท้อง วันนี้ผู้ว่าฯ กินอะไร? เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ เพราะแต่ละร้านที่ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แวะไปทาน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือหลังเลิกงานก็ดี ล้วนแล้วแต่เป็นตำนานความอร่อย ใครเห็นเป็นต้องตามรอยไปแวะชิม จนร้านขายดิบขายดี คิวยาวกว่าเดิม ร้านเจริญสุขโภชนา (ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ) ตำนานความอร่อยกว่า 50 ปี สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นอาม่า จนมาถึงรุ่นปัจจุบัน พิกัด ซอยประชาสงเคราะห์ 24 ดินแดง เปิดวันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-17.30 น. ของทุกวัน หรือจนกว่าอาหารจะหมด โทร. 083-545-1221 / 081-841-2713 เพจ เจริญสุขโภชนา-ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ ณ เสาชิงช้า ตำนานความอร่อย เปิดมานาน 70 ปี พิกัด มีทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ – เสาชิงช้า (โทร. 062-678-3003) – ผ่านฟ้า (โทร. 062-686-0770) – ตลาดเสรีมาร์เก็ต เดอะไนน์ พระราม 9 (โทร. 062-676-0505) – เดอะไบรท์ พระราม 2 (โทร. 099-416-8899) – เดอะปาร์ค พระราม 4 (โทร. 099-059-7979) เปิดบริการทุกวัน 07.00-20.00 น.
“มาวินฟินเฟ่อร์” เปิดตัวครั้งแรก แฟรนไชส์ร้านยำ เอาใจสายแซ่บ คืนทุนไม่เกินปี จากความชื่นชอบในอาหารรสจัดจ้าน และได้รีวิวเมนูเผ็ดๆ มาอย่างยาวนาน ทำให้ นักแสดงหนุ่มพ่วงด้วยนักรีวิวอาหาร เจ้าของเพจชื่อดัง มาวินฟินเฟ่อร์ (Marwinfinferrr) คุณมาวิน ทวีผล ตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์เจาะกลุ่มลูกค้าสายกินเมนูแซ่บเผ็ดซี้ด “ยำยั่ว by ปูขี่พริก” ซึ่งนักแสดงหนุ่มมั่นใจว่า แฟรนไชส์นี้จะคืนทุนในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี แน่นอน จุดเริ่มต้นของร้าน ยำยั่ว by ปูขี่พริก มาจากร้านปูขี่พริก ซึ่งเป็นร้านดีลิเวอรี่ปูดองและอาหารซีฟู้ดเกรดพรีเมี่ยมเจ้าแรกๆ ในประเทศไทย โดยเจ้าของคือ คุณมนาเทศ อันนวัฒน์ รุ่นพี่จากโรงเรียนเดียวกัน ด้วยความที่คุณมาวินชื่นชอบอาหารรสชาติจัดจ้าน แซ่บ และเผ็ดร้อน จึงได้พัฒนาคิดค้นสูตรอาหารเกือบ 60 อย่าง ทั้งยำ ทั้งตำ พร้อมกับความแซ่บต่างๆ จนเริ่มต้นธุรกิจมาเป็นร้าน ยำยั่ว by ปูขี่พริก จากคำชักชวนของคุณมนาเทศ จุดแข็งของ ยำยั่ว by ปูขี่พริก คือ น้ำยำน้ำตำปลาร้าแซ่บนัว ซึ่งมาจากน้ำจิ้มซีฟู้ดปลาร้าแซ่บนัวของร้านปูขี่พริก โดยอาหารของร้านจะมีราคาเริ่มต้นที่ 75 บาทเท่านั้น คุณมาวิน เล่าอีกว่า “เ
พรรคกล้า ชวนคนไทย กินปลากะพงแทนแซลมอน ตั้งเป้าฟื้น ตลาดกิมหยง เมื่อเร็วๆ นี้ คุณวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พร้อมด้วยทีมงาน เดินทางไปยัง จ.สงขลา ลงพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหา ร่วมวางแนวทางการตลาดและช่องทางการจำหน่าย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ ที่ได้แปรรูปผลิตภัณฑ์ปลากะพง จากการขายสด มาตัดแยกชิ้นส่วนแช่แข็ง ที่มีความสดใหม่ มีมาตรฐานระดับห้องปฏิบัติการชั้นนำในประเทศ และเพิ่มความสะดวกต่อการส่งปลากะพงเกาะยอ ให้กับลูกค้าได้ทั่วประเทศ คุณวรวุฒิ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเอสเอ็มอี กล่าวว่า จากการพูดคุยกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ ทราบว่า ปลากะพงขาวสามน้ำ เกาะยอ จ.สงขลา ขึ้นชื่อว่า เป็นปลากะพงที่มีเนื้อดี รสชาติอร่อยที่สุด เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงในแหล่งน้ำธรรมชาติและมีกระแสน้ำไหลเวียน ทำให้ปลาว่ายน้ำออกแรงอยู่ตลอด ที่พิเศษคือ แหล่งน้ำที่นั่นมี 3 น้ำคือ น้ำเค็ม น้ำจืด และน้ำกร่อย ทำให้มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ โดยปลากะพงสงขลา เลี้ยงด้วยอาหารสด จึงทำให้ปลาที่นี่เนื้อแน่น น้ำหนักเนื้อมาก เนื้อมีความหวานฉ่ำ และเป็นปลามีราคาสูงเนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง แต่ช่วงสถานการณ์โควิด
รู้จักกันไหม ไข่ผำ พืชขนาดเล็กสีเขียว สุดยอดโปรตีน ปรุงหลายเมนูสุดแซ่บ ไข่ผำ, ผำ, ไข่น้ำ, ไข่แหน ผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ถือว่าเป็นพืชที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งมีน้อยคนจะรู้จัก สำหรับ ไข่ผำ คนเหนือเรียก ผำ ภาคกลางเรียก ไข่น้ำ ส่วนคนอีสานเรียก ไข่ผำ ไข่ผำ เป็นพืชน้ำ ลักษณะเป็นสีเขียวขนาดเล็กคล้ายไข่ปลา กระจายคลุมเหนือผิวน้ำเป็นแพ มีขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง เช่น บึง และหนองน้ำธรรมชาติทั่วไป โดยปกติจะมีมากในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่มีน้ำไหลเวียน เวลาเก็บไข่น้ำ ต้องใช้สวิงช้อนขึ้นมา แล้วล้างให้สะอาดก่อนจะนำไปปรุงทำอาหาร ไข่ผำ เป็นพืชผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านนิยมนำไปประกอบอาหารกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น แกง หรือผัด บางที่ก็ใส่เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความหอม มัน อร่อย มากยิ่งขึ้น มาทำความรู้จักกับ ผำ ไข่ผำ เป็นพืชน้ำที่มีขนาดเล็กมาก คล้ายตะไคร่น้ำ รูปร่างเป็นเม็ดกลมเล็กๆ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร มีสีเขียวลอยอยู่บริเวณผิวน้ำเป็นแพ มักเกิดในธรรมชาติที่น้ำใส นิ่ง เช่น บึง หนองน้ำ มักเจริญเติบโตอยู่บนผิวน้ำ รูปร่างลักษณะคล้ายรูปไข่ จัดเป็นพืชดอกไม่มีรากแ
เปิดตัวเดือนเดียว รายรับครึ่งล้าน! นะหน้าทอง DIY เสริมความปังติดตัวไปทุกที่ การมูยุคใหม่มีอะไรให้ว้าวอยู่เสมอ จากวอลล์เปเปอร์เสริมดวง ของ มูเตเวิร์ล ต่อยอดสู่สินค้าสายมูแบบแอดวานซ์ นะหน้าทอง DIY ผ่านพิธีกรรมปลุกเสกมาเรียบร้อย แค่แกะแล้วแปะก็ช่วยเสริมเมตตามหานิยม เสริมความปังให้ติดตัวไปทุกที่ ตอบโจทย์เรื่องความสะดวก อยู่บ้านก็มูได้!! มูให้สะดวก ต้องมูที่บ้าน นะหน้าทอง DIY มีชื่อแบรนด์สุดเก๋ว่า “มั่งมู” มีจุดเริ่มต้นจากการมองเห็นปัญหาของสายมูที่ชื่นชอบการเสริมดวง แต่ไม่สะดวกเดินทางไปลงนะหน้าทองที่วัด หรือไปแล้วคนเยอะต้องคอยนาน แถมยังอยู่ในช่วงโควิดระบาด ทีมมูเตเวิร์ลจึงตั้งใจทำนะหน้าทอง DIY ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ แม่หมอแอลเรียล หนึ่งในผู้ก่อตั้งมูเตเวิร์ล และนักพยากรณ์สาวจากเพจนางเงือกดูดวง เล่าว่า แม้จะเป็นการลงนะหน้าทองด้วยตัวเอง แต่ความขลังและพลังแห่งการเสริมดวงปังนั้นไม่น้อยไปกว่าการลงนะหน้าทองที่วัด เพราะนะหน้าทอง DIY ผ่านพิธีกรรมปลุกเสกจากครูบาเหนือชัยโฆษิโต วัดถ้ำป่าอาชาทอง จังหวัดเชียงราย “รู้จักกับพระเกจิอาจารย์ท่านนี้จากการไปปฏิบัติธรรม ท่านเป็นพระสายปฏิบัติ
เคล็ดลับความอร่อย! น้ำยากะทิ สูตรหลวงพี่ อาหารไทยรสเข้มข้น กินกับขนมจีน ทำกินเองง่าย ทำขายลูกค้าตรึม ขนมจีนน้ำยา ถือเป็นอาหารประเภทเส้นของไทย ที่มีหลักฐานกล่าวถึงขนมจีนน้ำยามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า ได้รับอิทธิพลจากชาติใด ปัจจุบันขนมจีนน้ำยา ยังเป็นอาหารจานเดียวที่นิยมกันทุกภาค และเป็นอาหารที่นิยมทำเลี้ยงแขกในงานบุญงานพิธีต่างๆ มีหลากหลายน้ำยาให้เลือกทำทาน ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาป่า น้ำยาปลาช่อน หรือ น้ำยากะทิ เป็นต้น วันนี้ หลวงพี่ไอซ์ไขอาชีพ ใจดีบอกสูตรการทำ น้ำยากะทิ ที่หลวงพี่นำมาฝากกัน โดยวัตถุดิบและวิธีการทำ มีดังนี้ วัตถุดิบ (ในขนาดหม้อเบอร์ 40) 1. กระเทียม 1 โล 2. หอมแดง ครึ่งโล 3. กระชาย 2โลกว่านิดหน่อย ไม่เอาหัว 4. ข่า 3 ขีด 5. พริกแห้ง เล็ก-ใหญ่ผสมกัน 2 ขีด 6. ปลาร้าอย่างดี 1 โลกว่าๆ นิดหน่อย 7. หัวกะทิ 7 โล หางกะเอานะ 8. ปลานิล/ทับทิม/ตะโกก/ปลากา/ปลาช่อน ได้หมด 5-6 กิโลกรัม (ไม่รวมหัว) วิธีทำ 1. หลนปลาร้าแล้วกรองเอาก้างออกให้หมด นำเครื่องทั้งหมดใส่หม้อต้มไปกับน้ำปลาร้า พอเดือดจนหอมใส่ปลาลงไป ต้มจนปลาสุก ตักเอาปลาขึ้น เครื่องก็ต้มต่อให้พอเปื่อยอีกสักหน่อ
