Featured
แจกสูตร “มะนาวดองน้ำปลา” เพิ่มมูลค่ามะนาวในช่วงหน้าฝน ใครๆ ก็รู้ว่า ช่วงหน้าแล้ง มะนาวมีราคาแพงที่สุดในรอบปี หลายคนอาจเคยซื้อมะนาวในราคาแพงถึงผลละ 10-15 บาทกันมาแล้ว แต่พอถึงช่วงฤดูฝนอย่างเต็มต้ว ต้นมะนาวกลับมีผลผลิตออกมามากจนล้นตลาด ราคาขายลดฮวบเหลือแค่ผลละ 1-2 บาทเท่านั้น ความจริงปัญหามะนาวถูกในช่วงฤดูฝน แก้ไขได้ไม่ยาก แค่สร้างมูลค่าเพิ่มมะนาว โดยนำมะนาวมาแปรรูปในลักษณะมะนาวดองน้ำปลา สามารถขายได้ราคาสูงถึงผลละ 10 บาทเลยทีเดียว คุณมณี จังพานิช เกษตรกรชาวสวนมะนาว ในพื้นที่ตำบลดอนยอ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งมีรายได้เสริมจากการแปรรูปมะนาวดองน้ำปลาตลอดทั้งปี เล่าว่า คุณพ่อของเธอเป็นชาวจีนอพยพที่ได้สอนลูกหลานให้รู้จักการทำมะนาวดองสูตรโบราณ เริ่มจากนำผลมะนาวมาล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำเกลือ 3 คืนก่อนจึงค่อยนำลูกมะนาวมาฝนเปลือกออกด้วยกระดาษทรายน้ำ เอามีดปาดบริเวณหัวจุกมะนาวเป็น 4 แฉก และนำผลมะนาวไปนึ่งในความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ประมาณ 15-20 นาที หลังจากนั้น ให้นำผลมะนาวออกมาตากแดดอีก 3 วัน จึงนำไปนึ่งด้วยความร้อนอีกครั้ง ระหว่างนี้ คุณมณีจะเตรียมน้ำดองมะนาว ที่ใช้น้ำปลายี่ห้อที่คิดว่าอร่อยท
ผ่านมาสารพัดงาน แม่ลูกสอง ผุด งานถักที่ครอบกล่องทิชชูขาย โดนใจสายคิ้วต์ ปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องแปลก หากงานที่ทำเล่นๆ ฆ่าเวลา จะสร้างรายได้ให้กับใครสักคน คุณพิม-ณัทธิดา ไชยวุธ วัย 29 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอมีงานอดิเรกเป็นการถักไหมพรม และปัจจุบัน งานอดิเรกนี้ก็ได้กลายมาเป็นช่องทางสร้างรายได้หลักให้กับเธอ เธอเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนจะมายึดอาชีพถักไหมพรม เธอเคยทำงานมาหลายอย่าง ทั้งขายประกัน เป็นแอดมินเพจ ขายของออนไลน์ หรือกระทั่งเป็นแม่ค้าขายของกินตามตลาดนัด เธอมีรับถักไหมพรมขายบ้าง แต่นานๆ ที เพราะมีเจ้าตัวน้อยถึง 2 คน ให้เลี้ยงดู ปัจจุบัน เธอไม่ได้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง เพราะถูกเลิกจ้าง ตั้งแต่ตั้งท้องลูกคนที่ 2 จึงหาทำอะไรไปเรื่อยๆให้พอมีรายได้ ซึ่งการถักไหมพรมนี้ ก็ได้กลายมาเป็นรายได้ในยามยากของเธอ “ปกติเคยถักหมวกเด็กขายอยู่แล้วค่ะ แต่ทำๆ หยุดๆ แล้วแต่ช่วงที่เราสะดวก หรือมีคนสั่ง แต่ไม่เยอะ ส่วนตัวมีพื้นฐานการถักไหมพรมไม่มากเลยค่ะ แค่เคยถัก แล้วชอบในชิ้นงานที่เราถักออกมา ก็เลยถักเก็บไว้เองเล่นๆบ้าง ดูจากรูป เราชอบอะไรแนวไหน ก็ลองเอามาถัก ศึกษาวิธีการถักจากในยูทูบ
กระชาย ราคาพุ่ง กิโลละ 150 บาท ลูกค้าแห่ซื้อ ถล่มทลาย แม่ค้าเอามาไม่พอขาย จากกระแสของพืชสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็น ฟ้าทะลายโจร กระชาย ฯลฯ ที่ประชาชนนำมาเป็นทางเลือกในช่วงวิกฤต โดยสมุนไพร นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย มีการใช้กันมายาวนานนับพันปีและเป็นภูมิปัญญารุ่นต่อรุ่น โดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ลงพื้นที่สำรวจตลาดย่านประชานิเวศน์ 1 คุณจรรยา แม่ค้าขายผัก วัย 51 ปี เผยว่า ช่วงนี้ผักที่เป็นเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด โดยเฉพาะกระชายขายดีเป็นพิเศษ ต้องนำมาขายเพิ่มจากปกติรับมาประมาณ 5 กิโล เพิ่มเป็น 8-10 กิโล แจกสูตร น้ำกระชายสด เครื่องดื่มสมุนไพรไว้ดูแลตัวเอง ในช่วงโควิดระบาด “ช่วงยอดผู้ติดเชื้อเยอะๆ ลูกค้ามาซื้อกระชายเยอะมาก เรียกว่าถล่มทลาย เอามาก็ไม่คิดว่าจะขายดี สรุปไม่พอขาย ตอนนี้ราคากระชายสูงขึ้นจากกิโลละ 80 บาท เป็น 150 บาท ไม่ได้ขึ้นพรวดทีเดียวแต่ค่อยๆ ขึ้น ดีที่ของยังไม่ขาดตลาด ลูกค้าแต่ละคนกำลังซื้อไม่เหมือนกัน มีทั้งซื้อมากซื้อน้อย ส่วนผักตัวอื่นๆ ข่า ตะไคร้ ราคายังปกติไม่มีปรับขึ้น และผักสวนครัวอื่นๆ ก็ขายดีขึ้นด้วยช่วงนี้ เพราะลูกค้าไม่อยากไปซื้อของใน
ล็อกดาวน์ ต้อง ไม่ล็อกทิพย์ ล็อกดาวน์ แบบไหนคนถึงจะ ไม่น็อก คณาจารย์สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ผศ.ดร.ชนวีร์ สุภัทรเกียรติ ผศ.ดร.ภัทเรก ศรโชติ และ ผศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ ร่วมกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านบทความ ในหัวข้อ วิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทย : เราจะเลือกหนักไปหาเบา หรือ เบาไปหา(อาการ)หนัก มีสาระสำคัญน่าสนใจ ระบุว่า การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยในขณะนี้ เข้าขั้นวิกฤตแล้ว คำถามสำคัญ ที่ทุกคนต้องการได้คำตอบอย่างเร่งด่วน คือ รัฐจะมีมาตรการในการรับมือกับสถานการณ์วิกฤตนี้อย่างไร บทความดังกล่าว จากคณะนักวิชาการจากศศินทร์ฯ จึงนำเสนอข้อมูลและงานวิจัยที่เกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลทั่วโลก เคยใช้ในการรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จะทำให้เข้าใจว่าการรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขั้นวิกฤตของประเทศไทยนั้น ควรคำนึงถึงมาตรการใดและมีวิธีการเยียวยาอย่างไรบ้าง โดยระบุตอนหนึ่งว่า มาตรการที่รัฐบาลในประเทศต่างๆ นำมาใช้ในการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นมีอยู่หลายมาตรการ และมีผลต่อประสิทธิภาพใน
ฝ่ากระแสล็อกดาวน์ ซื้อของใกล้บ้าน โอกาสในวิกฤต ของโชห่วยไทย หลังจาก แม็คโคร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จับมือกันสนับสนุน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เดินหน้ามอบชุดสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายใต้ ‘โครงการ ซื้อง่าย ถูกใจ ใกล้ชุมชน’ ให้แก่ร้านค้าในสังกัดกองทุนหมู่บ้านฯ อย่างต่อเนื่อง เสียงสะท้อนของ “โอกาสในวิกฤต” ก็ดังขึ้นจากร้านค้าเล็กๆ ในชุมชนหลายแห่ง เช่นเดียวกับ “ร้านค้าประชารัฐ กองทุนหมู่บ้านชุมชนเมือง ชุมชนพรหมสัมฤทธิ์” ย่านดอนเมือง ที่มี คุณอดิเรก สังข์นุช เป็นประธาน ร้านนี้เป็นหนึ่งใน 3,500 ร้านค้าในสังกัดกองทุนหมู่บ้านฯ ที่ได้รับชุดสินค้าอุปโภค-บริโภค สินค้าขายดีสำหรับร้านโชห่วยฟรี 23 รายการ ไปต่อยอดให้ร้านค้าเล็กๆ ในชุมชนได้มีกำลังใจต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 “ร้านของเราเป็นร้านค้าเล็กๆ มีสมาชิกเป็นคนในชุมชน พอได้รับสินค้าจากโครงการมาต่อยอดในสถานการณ์เช่นนี้ รู้สึกเลยว่ายังมีโอกาสเข้ามาช่วยร้านค้าและสมาชิก ทำให้มีสินค้าหมุนเวียน มีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อต่อยอดรายได้ให้ร้านค้าดำเนินต่อไปได้” คุณอดิเรก เผยความรู้สึก สำหรับรายการสินค้าที่ได้รับจำนวน 23 รายการ
โรคระบาดยืดเยื้อ ร้านอาหารจำนวนมาก ลุกขึ้นมาตั้งตู้อัตโนมัติ ขายได้ 24 ชั่วโมง ถึงตอนนี้ โควิด-19 ยังป่วนไม่เลิก หลายประเทศต้องกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มอีกรอบ เนื่องจากการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ สถานการณ์ที่ลากยาวส่งผลกระทบต่อหลายๆ ธุรกิจ ต้องรอกันไปยาวๆ กว่าจะฟื้นตัว ผู้ประกอบการต้องหาวิธีใหม่ๆ สร้างรายได้ เพื่อให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้ สำนักข่าวเอพี หยิบยกเรื่องราวของ “เมแกน โทมัส” เจ้าของโรงงานสมุนไพรและเครื่องปรุง “พินช์ สไปซ์ มาร์เก็ต” ในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี ที่หันมาขายสินค้าผ่านช่องทางใหม่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทที่ต้องดิ้นรนให้ธุรกิจอยู่รอดท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 เธอตัดสินใจลองขายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติบริเวณด้านนอกโรงงานเล็กๆ ซึ่งทีแรกเธอไม่ได้คาดหวังมากนัก แต่ในความเป็นจริงคนที่เดินผ่านหน้าโรงงานสนใจซื้อสินค้าของเธอ เพราะการระบาดของไวรัสทำให้ผู้คนทำอาหารกินเองที่บ้านมากขึ้น และต้องการสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่น ก่อนหน้านี้ เธอและหุ้นส่วนพยายามขายสินค้าผ่านออนไลน์ จึงแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าที่เดินเข้ามาซื้อถึงโรงงาน ไอเดียจับสินค้าใส่ตู้จำหน่ายอัตโนมัติจึงเกิดขึ้น นอกจาก
อนุทิน ต้องกล้าหาญ ลดสัดส่วนส่งออกวัคซีน แก้ปัญหาระบาด – ตาย ในประเทศ รศ.ดร.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า สภาเภสัชกรรม ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาการระบาดและการตายจากโควิด-19 ด้วยนโยบายที่ชัดเจน 2 ประเด็นใหญ่ที่สำคัญ คือ หนึ่ง ยุทธศาสตร์การลดอัตราตาย เพื่อให้ระบบบริการสาธารณสุขรับมือได้ ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 วันละประมาณ 50-60 คน หรือ เดือนละประมาณ 1,500-1,800 คน ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน โดยเฉพาะในเขตที่มีการระบาดรุนแรง เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคใต้ มีจำนวนผู้ป่วยรอบริการจำนวนมาก หากมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ใน 2-3 เดือนข้างหน้า จะเกินขีดความสามารถของระบบบริการที่จะรองรับได้ และมีผลกระทบต่อระบบบริการและบุคลากรสุขภาพอย่างรุนแรง ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิต และป่วยหนักจากโควิด เป็น กลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มี 7 กลุ่มโรคเสี่ยงสูง ในกลุ่มนี้ เมื่อติดเชื้อแล้ว มีความเจ็บป่วยรุนแรง ต้องการระบบบริการที่ใช้บุคลากรและทรัพยากรจำนวนมากรองรับ และ ในกลุ่มนี้ มีอัตราตายถึงร้อยละ 10 ในขณะที่กลุ่มอื่นที่เหลือ มีอัตราตายร้อยละ 1 การป้องกันความเจ็บ
เปิดสองเดือน ยังไม่ได้กำไรสักบาท ขายได้แค่เท่าทุน พอจ่ายเงืนเดือน ค่าเช่าที่ เป็นเวลา 2 เดือนที่ “ร้านอั้งโล่ บาย ย่างแรก” เปิดให้บริการ โดยเจ้าของร้านคือเด็กรุ่นใหม่ 5 คน มารวมตัวกันสร้างธุรกิจเล็กๆ หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ร้าน อั้งโล่ บาย ย่างแรก มีจุดเด่นคือ การปรุงอาหารด้วยเตาอั้งโล่ และจัดจานแบบ Fine Dining ที่เจ้าของร้านวัย 23 ปี บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจทำให้เป็น Fine Dining แต่ทุกอย่างเกิดจากความใส่ใจ และความพิถีพิถันในการทำอาหาร เพื่อส่งมอบความสุขให้ลูกค้า เสิร์ฟในราคาหลักร้อยบาทนิดๆ ซึ่งบางเมนูก็มีราคาแค่หลักสิบบาทเท่านั้น คุณริชชี่-ภูดิศ วิภาคณาวุฒิ ในวัย 23 ปี หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน อาสาเล่าถึงที่มาของธุรกิจ ให้ฟังว่า ได้ไอเดียมาจากร้านยากิโทริในประเทศญี่ปุ่นที่เพื่อนๆ และตนเองชอบไปนั่งทาน ทุกครั้งที่เดินเข้าไปนั่งมักจะได้ยินเสียงหัวเราะของลูกค้าอยู่เสมอ จึงคิดมาตลอดว่าสักวันหนึ่งอยากเปิดร้านอาหารสไตล์นี้ โดยได้หยิบยกอาหารไทยมาผสมกับสไตล์ร้านยากิโทริ เกิดเป็นร้านอั้งโล่ บาย ย่างแรก ตั้งอยู่บนถนนเดโช “วันที่เราตัดสินใจลงทุนหนึ่งล้านบาท สถานการณ์โควิดดีกว่านี้ในระ
ครูสอนโยคะ อยู่ไม่ไหว ยิมปิด 3 รอบ เพราะวิกฤต ยอมควักเงินแสน เปิดร้านกาแฟ เป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่ คุณนัท-ณัฐพร ฉวีรัตน์ ทำงานอยู่กับตัวเลข บัญชีและการเงินตามสิ่งที่เล่าเรียนมา จนถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต ตัดสินใจทิ้งเงินเดือน เปลี่ยนมาเดินสายสุขภาพ เป็นครูสอนโยคะ “นอกจากโยคะจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วจิตใจยังดีขึ้นด้วย เริ่มหาที่เรียนเพราะอยากเป็นครูสอนโยคะ สุดท้ายได้เข้าเรียนในสถาบันแห่งหนึ่งจนจบคอร์สได้ใบรับรองมา ระหว่างนั้นก็เริ่มคิดเรื่องลาออกจากงานประจำ เดินเข้าไปคุยกับเจ้านาย เขาก็ถามว่าแน่ใจนะ เพราะบริษัทสวัสดิการดีโบนัสดี อยู่ได้ยาวๆ ก็มานั่งคิดขอตัดสินใจทิ้งเงินเดือน แล้วให้เวลาสองปี พิสูจน์ตัวเองในอาชีพครูสอนโยคะ ถ้าไม่เวิร์กยังกลับตัวทันเพราะตอนนั้นอายุยังน้อย” คุณนัท เล่า หลังตัดสินใจแน่วแน่ คุณนัท ในวัย 37 ปี บอกว่า ได้สอนนักเรียนอยู่หลายคน ควบคู่ไปกับการลงคอร์สเรียนโยคะในแขนงอื่นๆ เพิ่มเติม จากที่ให้เวลาตัวเองสองปีกับอาชีพครูสอนโยคะ ถึงปัจจุบันเผลอแป๊บเดียวสอนมานาน 6 ปีแล้ว กระทั่งมาเจอโควิด “โควิดรอบแรกยิมปิด มารอบสองปิดอีกแล้ว รอบสามปรับมาสอนออนไลน์วันละคลาสได้ 500 บาท มันอย
ช่วยเหลือกันยามวิกฤต นักศึกษาแพทย์ปี 2 มหิดล ทำงานจิตอาสา ประจำศูนย์วัคซีน นศพ.ปุณยาพร โง้วสวัสดิ์ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้เสียสละทำหน้าที่จิตอาสา ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีน ศูนย์ประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มาตลอดเวลากว่า 2 สัปดาห์ จากการสมัครผ่านเพจ Mahidol Volunteer เล่าว่า แม้การเรียนแพทย์จะเป็นการเรียนที่ต้องใช้เวลาทุ่มเทอย่างหนัก แต่ได้ใช้เวลาก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 วันที่ 9 สิงหาคม 2564 บำเพ็ญประโยชน์ ณ จุดบริการที่ 7 ซึ่งเป็นจุดพักและรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19 จุดสุดท้ายก่อนที่ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะกลับบ้าน ด้วยความยึดมั่นในพระปณิธานแห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย” ตามพระราชดำรัสที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์” นศพ.ปุณยาพร เล่าย้อนถึงตอนสอบสัมภาษณ์เข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ศิริราช อาจารย์แพทย์ผู้สอบสัมภาษ
