Featured
คุยกับเจ้าของโรงงาน “กางเกงช้าง” ไอเทมสุดฮิตของนักท่องเที่ยว ใครมาก็ต้องใส่ ขายดีหลักล้านต่อเดือน จากการตัดสินใจในวันนั้น สู่ความสำเร็จที่เกินคาดในวันนี้ ชินรดา การ์เม้นท์ แหล่งผลิตกางเกงช้าง ที่สร้างกระแสฮือฮาจนกลายเป็นสุดยอดไอเทมประจำประเทศ ใครมาประเทศไทยต้องใส่กางเกงช้าง คุณแจ็ค-กิ่งกาญจน์ สมร เจ้าของ บจ. ชินรดา การ์เม้นท์ เปิดเผยเรื่องราวจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ทำกันเองภายในครอบครัว สู่โรงงานผลิต ที่สร้างรายได้ถึงหลักล้านต่อเดือน เส้นทางของความสำเร็จนี้มีที่มาที่ไป จุดเริ่มต้นของชินรดา เดิมทีเธอทำงานเป็นรองผู้จัดการอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง จนแต่งงานกับสามี และตั้งท้อง ซึ่งเธอและสามีได้คุยกันว่า อยากจะเลี้ยงลูกด้วยตนเอง หากทำงานประจำอยู่ คงไม่มีเวลามาดูแลลูกแน่นอน นั่นจึงเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำ แต่เมื่อออกมาแล้ว จะต้องคิดหาอะไรทำสักอย่าง จึงเป็นที่มาของการทำเสื้อผ้าขาย โดยต่อยอดจากธุรกิจของคุณแม่ที่เกี่ยวกับการเย็บผ้า ซึ่งสามีเธอก็มีความสามารถในการเย็บผ้าเช่นกัน เลยได้นำสิ่งนี้ที่มีอยู่มาพัฒนาต่อยอด “เราจะทำอย่างไรให้มันมีรายได้มากขึ้น ขยับขยายจากที่เรารับเย็บไ
ถ้ายังจำกันได้ เมื่อราว 1 ปีก่อน ท่ามกลางสมรภูมิคอนเทนต์ที่ทุกคนต่างตะโกนให้ดังที่สุด มีชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนหน้าฟีด TikTok และกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน ในสมรภูมิคอนเทนต์ที่ทุกคนต้องตะโกนให้ดังที่สุด มีชายหนุ่มคนหนึ่งเลือกที่จะ “พูดเบาๆ แต่จริงใจ” เขาคือ ‘จูเนียร์’ ภาคิน กาญจนจูฑะ เจ้าของช่อง _niorniorniorr หรือ Junior.noexpstore ที่ไม่ได้มาพร้อมโปรดักชันอลังการ แต่ใช้ความเรียบง่ายและจริงใจ สร้างช่องทางทำกินใหม่จนกลายเป็นอาชีพที่มั่นคง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราว “ใจฟู” แต่คือ กรณีศึกษาการตลาดยุคใหม่ ที่พิสูจน์แล้วว่า ความจริงใจคือกลยุทธ์ที่สร้าง “Revenue Stream” ที่ยั่งยืนกว่ากระแสไวรัลชั่วคราว บทความนี้จะเจาะลึกว่าเขาเปลี่ยน “ความธรรมดา” ให้เป็น “อาชีพ” ที่สร้างรายได้ 5 หลักต่อเดือนได้อย่างไร จากวิกฤต “ตกงาน” สู่จุดเปลี่ยน “กดปุ่ม LIVE” หลายคนอาจจำภาพจูเนียร์ในฐานะครีเอเตอร์ไวรัล แต่จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้สวยงาม ‘จูเนียร์’ เผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิต ทั้งวิกฤตครอบครัวล้มละลาย และการถูกเล
ทายาทรุ่น 3 “วุ้นผงตราโทรศัพท์” สู่คาเฟ่ “อาการากา” รังสรรค์จากวุ้นของอากง ด้วยความเชื่อ วุ้นเป็นได้มากกว่าของทานเล่น เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยได้ยินผ่านหู ได้เห็นผ่านตากันมาบ้าง วุ้นผงตราโทรศัพท์ แบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 66 ปี ก่อตั้งเมื่อเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2501 ตั้งอยู่ที่ถนนทรงวาด ย่านเก่าแก่ เป็นวุ้นผงที่สกัดจากสาหร่ายทะเลแดงเกรดพรีเมียม ไม่มีส่วนผสมที่ทำจากสัตว์ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ด้วยความโดดเด่นนี้ จึงทำให้วุ้นผงตราโทรศัพท์กลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่หลายคนเลือกใช้ในการทำอาหาร แต่ไม่น่าเชื่อว่า “วุ้น” จะทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางไปถนนทรงวาด ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานวุ้นผงตราโทรศัพท์ (บริษัท เซ้งฮวด จำกัด) แต่ใกล้ๆ กัน เดินไม่ไกลจะมีคาเฟ่อยู่ เมื่อได้อ่านชื่อร้านหรือข้อความที่เขียนไว้ ถึงกับแปลกใจ และชวนให้ต้องเข้าไปหาคำตอบ คาเฟ่ที่ผู้เขียนกล่าวมานั้น ชื่อว่า AGAR RAGA – อาการากา ที่มาพร้อมข้อความที่บอกว่า “คาเฟ่แรกที่ใช้วุ้นในทุกจาน” เมื่อย่างเท้าเข้าไปในร้าน เด็กสาววัยรุ่น เดินเข้ามาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้คนหันมาแสวงหาพลังศรัทธาเพื่อค้ำจุนจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น การดูดวง การสวมเครื่องรางของขลัง หรือการเลือกสีและเลขมงคล กระแสแฟชั่นสายมูมงคลจึงกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยและทั่วโลก สะท้อนผ่านการใช้เครื่องราง กำไล เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าที่มีสัญลักษณ์มงคลแฝงอยู่ แฟชั่นสายมูไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านจิตใจ แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และเรื่องราวดึงดูดใจ สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่จะยกระดับแฟชั่นสายมูมงคลให้เป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของไทยอย่างแท้จริง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” (DIPROM) จึงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ผสานความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับแฟชั่นสายมูไทยไปสู่ระดับโลก เมื่อความเชื่อกลายเป็นธุรกิจหมื่นล้าน ข้อมูลจากกองข้อมูลธุรกิจผลิตภัณฑ์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า คนไทยกว่า 14.81% มีความเชื่อเรื่องมูเตลูอย่างเต็มเปี่ยม ขณะที่อีก 29.4% มีความเชื่อในระดับพอสมควร รวมแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรไทยให้ความสำคัญกับเรื่องมงคลและความศักดิ์สิทธิ์ ท
ถึงวันนี้ ทีมฟุตบอลเยาวชน 7 คน “หมอนทองวิทยา” กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จาก “ทีมฟุตบอลเยาวชน 7 คน ที่แทบ “ไม่มีใครรู้จัก” กลายเป็นทีมที่ “ควรจับตา” เรื่องราวของพวกเขาถูกแชร์ในโซเชียล มีภาพ มีคลิป มีบทความ ทำให้โลโก้และชื่อเรียกขานทีม แทบกลายเป็น “แบรนด์แรงบันดาลใจ” ไปแล้ว ที่ผ่านมา นักการตลาดรุ่นใหญ่ อย่าง “วิทวัส ชัยปาณี” เคยออกมาให้ความเห็นผ่านสื่อว่า ถ้า “หมอนทองวิทยา” เป็นแบรนด์สินค้า ก็นับเป็นแบรนด์ที่พิชิตใจตลาดได้ด้วย Storytelling และกลยุทธ์ Underdog … กล่าวสำหรับ คำว่า Underdog ในทางธุรกิจ นั้น มักหมายถึง ผู้ที่ถูกมองข้าม หรือไม่มีทรัพยากรมากเท่าคู่แข่ง แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดขายในตัวเอง ซึ่งจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ในสายตาของนักการตลาดอาจวิเคราะห์ได้ว่า “ทีมหมอนทองวิทยา ใช้ข้อจำกัดของตนให้เป็นแรงจูงใจ เป็นภาพ เป็นเรื่องเล่า ที่คนอยากเชียร์ และที่ดูจะพีก เข้าไปอีก เมื่อรอบรองชนะเลิศ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา (อบจ.ฯ) ได้จัดรถบัส VIP ให้ทีมเดินทางไปสนาม สนามศุภชลาศัย แต่ทีมเลือกที่จะใช้ “รถขนฝัน” คันเดิม จนกลายเป็น Storytelling ซึ่งคือ “หัวใจ” ขอ
เคยเป็นแบรนด์น้ำตบที่มาแรงสุดๆ ในตลาด จนทำรายได้แตะ 600 ล้านบาทต่อปี แต่จู่ๆ ก็เงียบหายไป หลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แบรนด์สกินแคร์ชื่อดังอย่าง Sewa (เซวา) ที่เคยประสบปัญหาทำรายได้ตกฮวบกว่า 50% จากที่เคยทำได้เกือบ 600 ล้านบาท เหลือเพียง 200 ล้านบาท ล่าสุดได้ประกาศกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งด้วยการ รีแบรนด์ (Rebrand) ครั้งใหญ่ ปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย พร้อมเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ Gen Z และ Gen Y ควบคู่ไปกับกลุ่ม Premium Mass โดยตั้งเป้า กู้คืนยอดขายให้กลับไปแตะ 600 ล้านบาทอีกครั้งในปีหน้า เส้นทางเศรษฐี ได้มีโอกาสร่วมวงสนทนากับ คุณปุ๊ก-เบญจกิติ เมฆแสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sewa ได้เผยถึงการรีแบรนด์ครั้งสำคัญในครั้งนี้ว่า “เกือบ 9 ปีที่ผ่านมา เราเรียนรู้ว่าความงามเดินเร็วเกินกว่าจะยืนอยู่กับที่ได้ นั่นคือเหตุผลที่เราตัดสินใจพา Sewa รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เพื่อรีเฟรชทั้งภาพลักษณ์และความหมายของแบรนด์ให้สอดคล้องกับยุคสมัยและผู้บริโภคเจเนอเรชันใหม่ เราอยากให้คนเห็น Sewa เป็นแบรนด์ผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Functional Clean Skincare สกินแคร์ที่พิสูจน์ได้ ใช้ดีจริง และเข้าถึงง่ายสำหรับทุกผิว ทุกวัน ในราคาที
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่กรมศุลกากรเตรียมจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce ทุกชิ้น ตั้งแต่บาทแรก โดยจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 2569 ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ยกเว้นการเก็บอากรนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในประเทศ ออกมาเรียกร้องเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ฉะนั้น มาตรการใหม่นี้จึงถือเป็นทิศทางที่ดีอย่างมาก และน่าชื่นชม อย่างไรก็ตาม มาตรการทางภาษีถือเป็นกลไกหนึ่งในการจัดการปัญหาเท่านั้น แต่ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะสามารถแก้ไขได้ในทุกๆ ปัญหา เพราะหัวใจหลักของการที่ผู้บริโภคยังสนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างชาติ เป็นเพราะแรงจูงใจด้านราคา ความคุ้มค่า และคุณภาพมาตรฐานสินค้าเป็นที่ยอมรับได้ ดังนั้น การกีดกันสินค้าต่างชาติโดยการเพิ่มการจัดเก็บภาษีจึงยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ดำเนินการ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม E-commerce ของไทยที่เปิดหน้าร้านออนไลน์ ห
เรื่องราวของ นักธุรกิจชาวเบลเยียมผู้หลงใหลในของหวาน และมีความตั้งใจอยากให้คนไทยได้ลิ้มรสช็อกโกแลตพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้เขาตัดสินใจเปิดโรงงานในไทย เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เพื่อผลิต ช็อกโกซิตี้ (Chococity) ภายใต้ บริษัท แกลโลไทย จำกัด จอห์น หลุยส์ เล่าว่า ตั้งแต่เปิดโรงงานในประเทศไทยเมื่อปี 2001 เขาพบว่า คนไทยมีรสนิยมและวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างจากชาวยุโรป คนเบลเยียมกินช็อกโกแลตเฉลี่ยคนละ 800 กรัมต่อปี แต่คนไทยกินเพียง 100 กรัมต่อปี อีกทั้งคนไทยยังชอบรสชาติที่ทานง่าย และชอบอะไรใหม่ๆ ที่สนุก “ตลาดช็อกโกแลตไทย” จึงท้าทายกว่าที่คิด จากโรงงานเล็กๆ โปรโมตแบรนด์ด้วยการออกบูธตามงานแฟร์ วางขายตามโรงแรม และสนามบิน ช็อกโกซิตี้ ค่อยๆ เติบโตจากช็อกโกแลตพรีเมียม จนได้พบกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อได้ร่วมงานกับ เซเว่น อีเลฟเว่น เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาได้มีโอกาสเจอทีมเซเว่นฯ และเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเซเว่นฯ ถึงเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะทีมมีความเข้าใจตลาดผู้บริโภคไทยมากๆ ทีมเซเว่นฯ เข้ามาร่วมให้คำแนะนำ ช่วยคิดคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ ปรับสูตร ออกแบบรสชาติและแพ็กเกจจิ้งที่ตรงใจ จากความร่วมมือกับเซเว่นฯ
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับสถาบัน Change Fusion ประกาศผล 3 ผู้ชนะกิจการเพื่อสังคม ในโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change : BC4C) ปีที่ 14 ภายใต้แนวคิด “จุดไฟ โตไปพร้อมกัน” ได้แก่ “Seeds Journey” จาก NGO สู่ SE ที่สืบสานอัตลักษณ์อาหารของชาติพันธุ์ “ไม้เมืองเลย” สร้างรายได้ต่อเนื่องให้ผู้พิการจากการจ้างผลิต ‘อุปกรณ์ฟื้นฟูผู้พิการจากงานไม้’ และการขยายตลาดสู่ภาครัฐ “แสนบุญฟาร์ม” สร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชน ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านด้วยไลน์สินค้า ‘เปปเปอร์มินต์’ คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมาบ้านปู และ Change Fusion ได้เห็นไฟที่เกิดขึ้นของผู้เข้าร่วมโครงการฯ 3 ทีมที่ชนะในปีนี้ Seeds Journey, ไม้เมืองเลย และ แสนบุญฟาร์ม ได้แสดงถึงแรงขับเคลื่อนธุรกิจ การเรียนรู้จากโครงการฯ และมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ ภายใน 3 เดือน ได้เห็นผลสำเร็จในเชิงธุรกิจและสังคมได้อย่างชัดเจน และมุ่งหวังว่าทั้ง 3 กิจการจะต่อยอดความสำเร็จเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจ
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ขับเคลื่อนแนวคิด “Plant-Rich Diet” หรือ “การกินที่เน้นพืชเป็นหลัก” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นให้แนวทางการบริโภคอาหารรูปแบบนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “Accelerating Thailand’s Protein Transition : Advancing Plant-Rich Diets for a Sustainable Future” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ภายใต้แนวทาง BCG Economy และ Soft Power ด้านอาหาร เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน Plant-Rich Diet คือ รูปแบบการกินที่เน้นอาหารจากพืชเป็นหลัก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เมล็ดพืช เห็ด และผลิตภัณฑ์จากพืช โดยไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์ 100% แต่ลดสัดส่วนลง และเลือกบริโภคโปรตีนจากพืชให้หลากหลายขึ้น เช่น เต้าหู้ ผำ เทมเป้ หรือผลิตภัณฑ์ Plant-Based ต่างๆ โดยแนวทางนี้สอดคล้องกับรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพที่ทั่วโลกยอมรับ เช่น Flexitarian Diet, Mediterranean Diet หรือ DASH Diet (
