ตามที่มหาวิทยาลัยรังสิตจัดพิธีประสาทปริญญาประจำปี 2568 โดยในปีนี้สภามหาวิทยาลัยรังสิต มีมติประสาทปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่ พลโท บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาค 2 ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง และ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ
กล่าวสำหรับคำประกาศเกียรติคุณ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต มีดังนี้
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นับเป็นผู้บริหารยุคใหม่ที่มุ่งมั่นยกระดับการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ในธุรกิจระดับประเทศและต่างประเทศ สามารถขยายและปรับเปลี่ยนองค์กรไปในระดับสากล ซึ่งเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมและการบริการ สมควรได้รับการยกย่องสรรเสริญในเกียรติคุณนี้
ในมิติของการเป็นผู้บริหารยุคใหม่แบบมืออาชีพ คุณศุภจี ใช้ประสบการณ์ด้านบริหารธุรกิจนำมาขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ โดยเน้นการนำมุมมองและทักษะจากประสบการณ์ 30 ปีในองค์กรใหญ่ เช่น IBM, ไทยคม และดุสิตธานี มาประยุกต์ใช้ในบริบทของภาครัฐ โดยให้ความสำคัญกับ การมองภาพรวม และ การให้คุณค่ากับคน พร้อมทั้งใช้ความรู้ด้านเศรษฐกิจ การตลาด
และการเจรจาธุรกิจระหว่างประเทศมาสร้างรายได้ เปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น จีนตะวันตก อาเซียน และอินเดีย และในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เช่น การเจรจาความตกลงการค้าเสรีและแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการและทีมเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมสร้างผลงานที่โดดเด่นกับกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ด้วยการมอบนโยบายภายใต้แนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” หรือ “Quick Big Win” ซึ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาว
ในมิติของการเป็นผู้บริหารที่สร้างสรรค์มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีแนวคิดในการนำเศรษฐกิจไทยไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า” นั่นคือ การเปลี่ยนโครงสร้างการค้าเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการผ่านแบรนด์นวัตกรรม และการออกแบบ รวมถึงส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ตลอดจนมีนโยบายเร่งนำ AI มาวิเคราะห์อุปสงค์-อุปทานของสินค้าและเร่งขยายช่องทางอีคอมเมิรซ์ สำหรับสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดสากล
และล่าสุดที่ประจักษ์ชัดเจนได้รับการกล่าวถึงในสังคมอย่างกว้างขวาง คือ การริเริ่มโครงการ Dusit Central Park เป็นหนึ่งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นของกรุงเทพฯ โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศเป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลชัดเจน
ในมิติการบูรณาการและความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง คุณศุภจี มีความเชี่ยวชาญในการทำงานกับคนหลากหลายสาขาอาชีพ หลากหลายประเทศ และแสดงความตั้งใจที่จะปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค โดยมองว่าความสามารถในการปรับตัว และไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร เช่น ในการทำงานมุ่งเน้นประชาชนนำแนวคิดแบบภาคเอกชนมาใช้ในการทำงาน
มุ่งแก้ปัญหาปากท้องและลดค่าครองชีพ เช่น การทำข้อตกลงกับโรงพยาบาลเอกชนให้เปิดเผยราคายา เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการซื้อยาที่ร้านขายยาภายนอก
ด้วยเหตุแห่งความสำเร็จในทุกมิติข้างต้น คือมิติของการเป็นผู้บริหารยุคใหม่แบบมืออาชีพ มิติของการเป็นผู้บริหารที่สร้างสรรค์มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มิติการบูรณาการและความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ทั้งในการบริหารจัดการองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้กับผู้บริหารยุคใหม่
ซึ่งท่านมิได้มองเพียงการฟื้นคืนความเจริญก้าวหน้าให้กับภาคธุรกิจเท่านั้น ท่านยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์มาช่วยพลิกฟื้นประเทศไทยในด้านการพาณิชย์ให้เจริญก้าวหน้าอีกด้วยในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ที่รับบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้ผ่านวิกฤตและพบโอกาสในเวทีโลก
จากการเป็นผู้บริหารที่มีความเป็นเลิศอย่างแท้จริง ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น สภามหาวิทยาลัยรังสิต ในการประชุมครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 จึงมีมติเป็นเอกฉันท์มอบปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ (ประเภททั่วไป) แก่ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เพื่อเป็นเกียรติและเป็นการประกาศเกียรติคุณสืบไป
