Featured
อร่อยลืมโลก! “บุ๊นรีลกัว” ขนมจีนปูนา เมนูเด็ดเพื่อนบ้าน ในบรรดากลวิธีในการกินขนมจีนของประเทศเพื่อนบ้านเราแล้ว ฉันขอยกนิ้วให้ชาวเวียด แต่ก่อนแต่ไรมาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชาวเวียดจะกินขนมจีนกันมากมายและหลากหลายเช่นนี้ เข้าใจเอาเองว่าชาวไทยเราน่าจะเป็นแชมป์กินขนมจีนในอาเซียน เรามีทั้งน้ำพริก น้ำยา และแกงสารพัด แต่แล้วฉันก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ชาวเวียดนามจะกินขนมจีนทั้งแห้งและน้ำ กินกับหม้อไฟ และยังนำมาห่อผักกินกับอาหารต่างๆ ถูกใจคนรักขนมจีนอย่างฉันมาก ขนมจีนชนิดหนึ่งที่เป็นของโปรดของฉันคือ ขนมจีนปูนา ที่ชาวเวียดเรียกว่า “บุ๊นรีลกัว” (Bún riêu cua) ถ้าใส่หอยโข่งด้วยก็เรียกว่า “บุ๊นรีลกัวอ๊ก” (Bún riêu cua ốc) ขนมจีนปูนา เป็นขนมจีนที่ทำมาจากปูนา โดยนำปูนาไปโขลก เอาน้ำปูมาผสมไข่แล้ว นำไปต้มก็จะเป็นก้อนลอยเหมือนฟองน้ำ ความสำคัญของบุ๊นรีลกัวอยู่ที่น้ำซุป โดยเริ่มจากการต้มกระดูกหมูไว้เป็นน้ำสต๊อก ระหว่างนั้นก็นำหม้ออีกใบ ใส่น้ำมันลงไปผัดกับหอมแดงและกระเทียมสับ ตามด้วยมะเขือเทศเยอะๆ ผัดจนหอม ใส่เกลือ และน้ำตาลทรายนิดหน่อย เมื่อมะเขือนุ่มดีก็นำน้ำสต๊อกมาเทใส่ ใส่เต้าหู้ทอด
ตลาดสิงคโปร์ โดดเด่นมากเรื่องศูนย์อาหารหาบเร่ และไม่ได้มีแต่ข้าวมันไก่ สิงคโปร์ มีประชากร 5 ล้านกว่า เป็นประชากรดั้งเดิมของตัวเองจริงๆ แค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานและได้รับสัญชาติ หรือได้รับสิทธิพำนักถาวร สิงคโปร์ เป็นเกาะ เป็นเมืองหลวง และเป็นประเทศในคราวเดียวกัน มีพื้นที่ 722.5 ตารางกิโลเมตร คนไทยชอบทึกทักว่าสิงคโปร์เล็กกว่าภูเก็ต อันนี้ไม่ถูกนะ ภูเก็ตมีพื้นที่แค่ 576 ตารางกิโลเมตร ถ้าเอาให้ใกล้เคียง คือ สิงคโปร์มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองนนท์หน่อยหนึ่ง หรือราว 3 ใน 4 ของจังหวัดสมุทรสาคร แต่ประเทศเล็กๆ ทั้งที่ดินและประชากรนี้ มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศโลกที่หนึ่งสมบูรณ์แบบ คือคนมีรายได้สูง ประเทศพัฒนาเต็มที่ การศึกษามีคุณภาพ และเห็นเล็กๆ อย่างนี้ สิงคโปร์มีคนไปเยี่ยมเยียนปีละเกือบ 20 ล้านคน เกือบเท่าที่มาประเทศไทย เป็นประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยียนสูงอันดับ 4 ของโลก ที่จริงสิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เป็นแบบนี้ ฮ่องกง ซึ่งมีประชากร 7 ล้านคน และเป็นเกาะขนาด 1,104 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าอยุธยาหน่อยหนึ่ง ก็มีคนเยี่ยมเยียนปีละเกื
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์สืบทอดนับพันปี ล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี-พระพุทธรูปมีชีวิต” หากใครมีโอกาสไปท่องเที่ยวที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เชื่อว่าต้องไม่พลาดที่จะเข้าร่วมพิธีล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี” 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวเมียนมา จากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ปรากฏ ระบุไว้ “พระมหามัยมุนี” เป็นพระพุทธรูปหล่อทองสำริด ปางมารวิชัยทรงเครื่อง หน้าตักกว้าง 9 ฟุต สูง 12 ฟุต สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยพระเจ้าจันทสุริยะ กษัตริย์แห่งเมืองธรรมวดี แคว้นยะไข่ ซึ่งทรงศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าอย่างมาก จึงได้สร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ขึ้น เมื่อกาลเวลาล่วงมาถึง พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุง ซึ่งเป็นกษัตริย์พม่าได้ไปตีเมืองยะไข่ และอัญเชิญพระพุทธมหามัยมุนี ข้ามแม่น้ำอิรวดีมาประทับที่มัณฑะเลย์ได้สำเร็จ ปัจจุบันองค์พระประดิษฐานอยู่ที่ “วัดมหามัยมุนี” ในเมืองมัณฑะเลย์ กล่าวสำหรับความเชื่อของชาวเมียนมานั้น เชื่อกันว่าพระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะพระพุทธเจ้าได้ประทาน “ลมหายใจศักดิ์สิทธิ์”เข้าไปในพระวรกายของพระพุทธรูปองค์นี้ ซึ่งความเชื่อนี้เอง ที่เป็นต้นกำเนิดของ “พิธีล้างพระพั
Booking.com เปิด 10 จุดหมายยอดนิยมปี 61 ที่นักท่องเที่ยวไทยชอบไปมากที่สุด เมื่อเร็วๆ นี้ Booking.com ได้เปิดเผยถึงแรงจูงใจในการเดินทางอันดับต้นๆ ของคนแต่ละชาติ เห็นได้ชัดว่าผู้เดินทางจากแต่ละมุมโลกก็มีสไตล์แตกต่างกันไป โดยชาวไทยเป็นกลุ่มที่ถูกกระตุ้นได้ง่ายด้วยความรู้สึกโหยหาอดีต ผู้เดินทางชาวไทย 77% กล่าวว่าออกเดินทางเพื่อ “กลับไปสัมผัสวันวานที่แสนหวานอีกครั้ง” ส่วนชาวจีนและชาวไต้หวันนั้นให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ “การสัมผัสไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่ายขึ้น” (คิดเป็น 83% และ 76% ตามลำดับ) ในขณะเดียวกันคนญี่ปุ่น เยอรมัน และฮ่องกงมีแนวโน้มสูงที่จะเดินทางเพื่อ “หลบหนีจากความกดดันที่บ้าน” (66% 72% และ 80% ตามลำดับ) แต่สำหรับผู้เดินทางบางกลุ่มนั้น การเดินทางเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงสถานะทางสังคม โดยเฉพาะชาวอินโดนีเซีย (75%) ชาวอินเดีย (75%) ชาวไทย(78%) และชาวฟิลิปปินส์ (80%) ซึ่งกล่าวว่าแรงจูงใจในการเดินทางนั้นคือ “ไปสถานที่ที่คนรู้จักยังไม่เคยไปมาก่อน” แรงจูงใจที่ผู้เดินทางทั่วโลกส่วนใหญ่เห็นต่างกันคือการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย โดยผู้เดินทางชาวรัสเซียกล่าวว่าชอบใช้เวลาช่วงพักผ่อน “เสาะหาความเร้าใจและตื่นเต
พาชิมอาหารที่ภัตตาคาร ‘ฮั่ว เซ่ง ฮง’ สุดยอดความอร่อยแบบจีนแท้ๆ พูดถึงร้านอาหารจีนรสเลิศในเมืองไทย ต้องยกนิ้วให้ ‘ภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง’ สร้างชื่อเสียงเรื่องความอร่อยในอาหารจีนมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ เป็นที่รู้จักของบรรดานักชิมหลายวัยเป็นอย่างดี มีมากกว่า 200 เมนู ที่ขึ้นชื่อ อาทิ ติ่มซำ หูฉลาม กระเพาะปลา เป๋าฮื้อ ขาห่าน หม้อไฟต้มยำ ปัจจุบันภัตตาคารมี 19 สาขา อาทิ เยาวราช เจริญกรุง สุขุมวิท 101 ศาลายา เดอะมอลล์ บางแค วันนี้ “เส้นทางเศรษฐี” อาสาพาไปชิมอาหารจีนขึ้นชื่อที่ภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ต้องบอกว่าแต่ละเมนูที่นำมาเสิร์ฟนั้นอัดแน่นด้วยคุณภาพ เริ่มต้นด้วยเมนูแรก กระเพาะปลาน้ำแดง ใช้กระเพาะปลาไร้มัน ใส่เนื้อปูก้อนใหญ่ ปรุงด้วยสูตรเฉพาะของฮั่ว เซ่ง ฮง อร่อยไม่เหมือนใคร เมนูที่สอง ผัดหมี่ฮ่องกง จัดเต็มด้วยกุ้ง หมึกชิ้นใหญ่ และหมี่ซั่ว เป็นเมนูมงคลยอดนิยมที่ผู้จัดการร้านแจ้งว่าลูกค้ามาทีไรเป็นต้องสั่งทานทุกครั้ง โดยเฉพาะในวันสำคัญ เช่น วันเกิด เมนูที่สาม กุ้งคั่วพริกเกลือ ใช้กุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ๆ จัดแต่งด้วยผักดอง ทานคู่กันอร่อยมาก เมนูที่สี่ เนื้อปูผัดผงกะหรี
หลายคนมีร้านโปรดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางร้านโปรด ร้านของหวานเจ้าประจำในห้าง ร้านอาหารที่มักไปผูกปิ่นโตด้วย หรือ ร้านขายเครื่องดื่ม ที่เป็นร้านขวัญใจในรั้วมหาวิทยาลัย “ร้านมุมอร่อย” ร้านคีออสเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณตึก 8 ภายในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จำหน่ายน้ำ ขนม และอาหารราคาถูกให้บรรดานักศึกษา อาจารย์และบุคคลทั่วไป โดยมีเหล่าคุณลุง คุณป้า ท่าทางคุยเก่ง เป็นมิตรกับลูกค้า และ ลูกมืออีกหนึ่งคน อยู่ประจำร้าน ลุงจี๊ด – กิตติพัฒน์ แสงอุทัย วัย 60 ปี กับ ลุงเล็ก – นันทพงศ์ สิงหราไช วัย 59 ปี มือชงเครื่องดื่มประจำร้าน ป้าเล็ก – สุรัมภา ปิยวชิรานนท์ วัย 59 ปี กับ พี่นิ่ม – มณี สุวรรณวงศ์ วัย 53 ปี รับผิดชอบในการจำหน่ายอาหารและขนมต่างๆ และ ป้าจ๋อม – ภารดี ทองสง่า วัย 58 ปี ทำหน้าที่รับออร์เดอร์และคิดเงิน ป้าจ๋อม ให้สัมภาษณ์สั้นๆกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ก่อนที่จะมารวมตัวกันทำร้านคีออสเล็กๆ ภายในมหาวทิยาลัยแห่งนี้ แต่ละคนทำอืชีพอื่นกันมาก่อน ส่วนตนเอง เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับตกแต่งภายใน ขายผ้าม่าน พอมีคนรู้จักเขาประมูลพื้นที่ขายของในมหาวิทยาลัยได้ ก็มาไถ่ถาม ตนเลยชักชวนคนอื
ไลน์แมน เอาใจคนอินเลิฟ! เผยสถิติคนส่งดอกไม้ในวันวาเลนไทน์ผ่านไลน์แมน พุ่ง 71 เท่า ตอบโจทย์พฤติกรรมคนยุคดิจิตอลช่วยให้ชีวิตง่ายและสะดวกขึ้น ไลน์แมน (LINE MAN) ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งที่ครองใจผู้ใช้บริการ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอล ช่วยให้ชีวิตง่ายและสะดวกขึ้น ล่าสุดเผยสถิติมีคนใช้บริการส่งดอกไม้ผ่านไลน์แมนในวันวาเลนไทน์สูงขึ้นถึง 71 เท่าของปริมาณการส่งดอกไม้เฉลี่ยในวันปกติ อีกทั้งมีการใช้บริการไลน์แมนแท็กซี่ไปฉลองวันแห่งความรักในร้านอาหาร ผับชื่อดัง เพิ่มกว่า 200% จากวันปกติ “ไลน์แมน” บริการในรูปแบบ O2O หรือ ออนไลน์สู่ออฟไลน์และออฟไลน์สู่ออนไลน์ ของไลน์ประเทศไทย ที่มีการคิดค้นและพัฒนาโดยทีมคนไทย เพื่อคนไทยโดยเฉพาะ กลายเป็นแอพผู้ช่วยชั้นเลิศ ตอบโจทย์ทุกความต้องการในชีวิตในแอพเดียวให้กับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล พร้อมเติมเต็มความสุขของคนไทยในทุกเทศกาล ล่าสุด ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ที่เพิ่งผ่านมา ไลน์แมนได้เผยตัวสถิติยอดใช้บริการแมสเซนเจอร์ (Messenger) หรือบริการจัดส่งของ เริ่มคึกคักสั่งส่งดอกไม้ที่ส่วนใหญ่เป็นดอกกุหลาบกันตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงคืนวันที่ 13 กุมภ
เปิดต้นแบบชุมชน “บ้านแม่ปาน-สันเกี๋ยง” พัฒนาแหล่งน้ำ สู่การสร้างอาชีพแบบยั่งยืน เดินทางขึ้นเหนือ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่แห่งนี้ห้อมล้อมไปด้วยภูเขา มีชาวบ้านอาศัยอยู่หลายร้อยหลังคาเรือน แบ่งเป็นหลายชนเผ่า ยึดอาชีพหลักคือทำเกษตรปลูกพืชเชิงเดี่ยวมานานนับสิบปี ย้อนหลังไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน อำเภอแม่แจ่มประสบปัญหาหมอกควันและไฟป่า สาเหตุเกิดจากการเผาซังข้าวโพดที่ชาวบ้านนิยมปลูกไว้เลี้ยงสัตว์ พื้นที่ป่าหายไปมาก ดินแห้งแล้ง ชาวบ้านขาดรายได้ เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน และลดพื้นที่การปลูกข้าวโพดบนภูเขาในเขตพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม (บ้านแม่ปาน-สันเกี๋ยง) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง พัฒนาพื้นที่ดังกล่าวภายใต้โครงการธรรมชาติปลอดภัยแม่แจ่ม : แม่ปาน-สันเกี๋ยง โมเดล ด้วยการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เพราะน้ำคือจุดกำเนิดของทุกสิ่งในวิสาหกิจชุมชน ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำ ตามแนวพระราชดำริ จนวันนี้เกิดผลเป็นรูปธรรม เป็นตัวอย่างชุมชนที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืน “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ป่าน-สันเกี๋ยง” &nbs
แซ่บยกเซต! หมูทอดไร้น้ำมัน 5 รส ส่งดีลิเวอรี่ วันละเกือบ 100 กล่อง หมูทอด… หนึ่งในเมนูมาแรง ที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาทำเป็นอาชีพ คงเป็นเพราะหมูทอดเป็นเมนูพื้นฐานทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทำขายง่ายมีลูกค้าซื้อแน่นอน แม้ในตลาดจะมีกิจการหมูทอดวางเรียงรายกัน แต่ใช่ว่าจะเหมือนกันไปเสียหมด แต่ละเจ้าพยายามชูจุดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองกันอย่างแข็งขัน ปรับสูตร เปลี่ยนสีข้าวเหนียว ใช้แพ็กเกจจิ้งธรรมชาติ และอีกหลายอย่างที่กล่าวไม่หมด เพียง 4 สัปดาห์ที่ “เฮียดอยซ์หมูไม่มัน” เข้าสู่ตลาดในฐานะผู้เล่นรายใหม่ ที่สร้างกระแสฮือฮาบนโลกโซเชียลด้วยรูปแบบที่น่าสนใจจนมีดารา บล็อกเกอร์ รวมทั้งรายการทีวีดัง ชวนไปพูดคุยอีกด้วย คุณแชมเปญ-เมธาพร พีรวุฒิ เหลืองรัศมี อายุ 35 เจ้าของกิจการ เล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า เฮียดอยซ์สามีของเธอเป็นคนชอบทานข้าวเหนียวหมูทอดมาก เจอร้านไหนทานร้านนั้น ทานทุกวันก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ในฐานะภรรยาที่ชอบทำอาหารจึงคิดสูตรหมูทอดเพื่อสุขภาพ โดยไม่ใช้น้ำมัน ทำออกมาแล้วอร่อยเลยอยากส่งต่อความสุขภาพดีนี้ให้คนอื่นด้วย “จริงๆ ทำธุรกิจตัวอื่นด้วยเกี่ยวกับเฮลตี้สแน็ก พวกผั
พอถึงช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ทีไร บรรดาคนมีคู่ก็จะเตรียมตัวหาของขวัญเพื่อเซอร์ไพรส์คนรักของตนกันอย่างครึกครื้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นที่สยาม พ่อค้าแม่ค้าต่างเอาดอกไม้สดและดอกไม้ประดิษฐ์มาวางขายหน้าร้านกันประปราย เดินดูของนั่นนี่ไปเรื่อย จนสะดุดตาเข้ากับดอกไม้แปลกๆ ในร้านขายเครื่องประดับร้านหนึ่ง ชื่อร้าน “Fairy Dust” ไม่รอช้าจึงเดินเข้าไปดูและสอบถามด้วยความสนใจทันที “ดอกกุหลาบสีรุ้ง” คือ ชื่อเรียกของดอกไม้แปลกๆ ที่ว่า โดยมี คุณชีน – รัฐศรินทร์ ธีราพิบูลโฆษิท สาวสวยเจ้าของร้านวัย 29 ปี เป็นคนทำดอกไม้สีรุ้งนี้ขึ้นมา เธอเล่าให้ฟังว่า ตนทำพวกงานแฮนด์เมด เครื่องประดับ ขายกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบมาได้ 6 ปีแล้ว พอถึงช่วงเทศกาลอย่าง วันวาเลนไทน์ ดอกไม้ที่คนนำมาขายกันนั้นมีราคาแพง ให้เป็นดอกไม้สดพอเวลาผ่านไปก็เหี่ยวไม่สวย ส่วนดอกไม้ประดิษฐ์ก็ใช้วัสดุไม่ค่อยดีในการทำ จะซื้อมาให้คนรอบข้าง เธอก็รู้สึกว่าสู้ให้ของดีๆไปเลยดีกว่า บวกกับเคยได้ยินมาว่ามีการสั่งทำดอกกุหลาบชุบทอง 24 k มาบ้าง แต่ราคาค่อนข้างแพง จึงมีดัดแปลงวัสดุที่ใช้เล็กน้อย จากดอกกุหลาบชุบทองทั้งดอก ก็สั่งชุบทองแค่ก้าน ส่ว
