แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
4 สูตรขนมเข่ง จากตำรับข้างวัง เข่งโชค เข่งลาภ ต้อนรับตรุษจีน ใครทำตามก็เฮง วันตรุษจีน เป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญ หรือที่เรียกกันว่า ปีใหม่จีน ซึ่งจะมีการทำพิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ หรือไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว และยังถือว่าเป็นวันรวมญาติอีกหนึ่งวันที่พี่น้องจะได้มาอยู่รวมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เมื่อถึงวันตรุษจีน จะมีประเพณีถือปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว เมื่อถึงวันแรก จะเป็นวันจ่าย ก็จะต้องเตรียมตัวออกไปหาซื้ออาหาร ผลหมากรากไม้ต่างๆ รวมไปถึงเครื่องเซ่นไหว้ด้วย เพื่อใช้ในวันไหว้ และในของไหว้นั้นจะมีหลากหลายอย่างมาก แต่สิ่งที่จะต้องมีแล้วขาดไม่ได้เลยคือ ขนมเข่ง ซึ่งเป็นขนมที่มีความหมายที่ดี สื่อถึงความหวานชื่น ความราบรื่น และความอุดมสมบูรณ์ในชีวิต และวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาแชร์ 4 สูตรขนมเข่ง จากเชฟธอมัส-วรพล อิทธิคเผณศร จากตำรับข้างวัง ให้ทุกคนเตรียมฝึกมือก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน เป็นขนมเข่งที่มีความเหนียวนุ่ม ชูความอร่อยของวัตถุดิบ ได้ทั้งรสชาติและความเป็นมงคล บอกได้เลยว่า เป็นขนมเข่งโชค เข่งลาภ ใครทำตามก็ เฮง เฮง เฮง สูตรขนมเข่ง
ทำข้าวเหนียวมูนง่ายๆ ด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า จะอยู่หอหรือคอนโด ก็ทำได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาแจกสูตรข้าวเหนียวมูน เมนูขนมไทยยอดนิยมที่ใครๆ ก็ชอบ ซึ่งข้าวเหนียวมูนมีรสชาติหวานมันกลมกล่อม ทานคู่กับผลไม้อย่างมะม่วงหรือทุเรียนก็ยิ่งอร่อยเข้าไปอีก การทำข้าวเหนียวมูนนั้นไม่ยาก มีส่วนผสมเพียงไม่กี่อย่างและขั้นตอนการทำที่แสนง่าย เพียงแค่ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ก็สามารถทำข้าวเหนียวมูนแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็นอยู่บ้าน หรือคอนโดก็สามารถทำตามได้ ส่วนผสมข้าวเหนียวมูน – ข้าวเหนียวเขี้ยวงูใหม่ 500 กรัม – น้ำ 375 มิลลิลิตร ส่วนผสมกะทิสำหรับมูน – หัวกะทิ 400 มิลลิลิตร (มะพร้าวขูดขาว) – น้ำตาลทราย 200 กรัม – เกลือ 10 กรัม (2 ช้อนชา) – ใบเตย 4 ใบ ส่วนผสมกะทิสำหรับราด – หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร – น้ำตาลทราย 40 กรัม – เกลือ 1/4 ช้อนชา ขั้นตอนการเตรียมข้าวเหนียวมูน 1. ทำการซาวข้าวเหนียวให้สะอาด จนน้ำเริ่มใส ทำการรินน้ำออกจนหมาด 2. เทน้ำที่เตรียมไว้ 375 มิลลิลิตร 3. นำข้าวไปหุงในหม้อไฟฟ้าปกติเลย วิธีทำกะทิสำหรับมูน 1. นำหัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ และใบเตย (มัด
แม็กกี้ ชูซอสปรุงอาหารแม็กกี้ฝาเขียว สูตรเข้มเข้าเนื้อ แจกสูตร ไข่เจียวกะเพราแซ่บ ตามฉบับ เบลล่า ราณี พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ แม็กกี้ ซอสปรุงรสผู้นำความอร่อย จัดงาน แม็กกี้ อร่อยไทยทึ่ง เข้มข้นถึงรสไทย ชวนทุกคนสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยรสจัดจ้านของอาหารไทยจากแม็กกี้ พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่อย่างเป็นทางการ เบลล่า-ราณี แคมเปน พิสูจน์ความอร่อยด้วยเมนูลับฉบับเบลล่า “ไข่เจียวแม็กกี้กะเพราแซ่บ” คุณเครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์ Good Food, Good Life ที่เนสท์เล่ยึดถือมาโดยตลอด และเพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย แม็กกี้จึงพร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้ทุกคนสามารถทำอาหารทานเองที่บ้านด้วยเมนูง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์ และยังต้องมีรสชาติที่ดี ถูกปากคนไทย นอกจากนี้ แม็กกี้อยากให้ทุกท่านได้ลิ้มลองเมนูเด็ดนี้ด้วยการจับมือกับร้านอาหารสตรีตฟู้ดกว่า 50 ร้านในประเทศไทย เพิ่มเมนูไข่เจียวแม็กกี้กะเพราแซ่บ เป็นเมนูพิเศษของร้าน และมีแพลนจะขยายจำนวนร้านค้าเพิ่ม ส่วนใครที่ไม่สะดวกทำเองแต่อยากลอง
เปิดหมดเปลือก ทำไข่แดงเค็มแบบเร่งด่วน 1 วันได้กิน ขั้นตอนง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน ไข่แดงเค็ม วัตถุดิบอีกหนึ่งชนิดที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค แล้วยิ่งใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลตรุษจีน ก็จะนำไข่แดงเค็มไปทำเป็นไส้ขนมเปี๊ยะ นอกจากนี้ ยังนำไปทำเป็นไส้ซาลาเปา นำไปประกอบอาหารต่างๆ หรือแม้แต่นำไปทำเป็นส่วนประกอบของยำ ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมในร้านยำเลยก็ว่าได้ แล้ววันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกวิธีการทำ ไข่แดงเค็ม ที่เป็นสูตรเร่งด่วน ภายใน 1 วันได้กินแน่นอน ที่สำคัญ ไม่ต้องเตรียมของเยอะ และขั้นตอนก็ง่ายอีกด้วย มาเริ่มกันเลย วัตถุดิบ ไข่เป็ด เบอร์ใหญ่ ราคาจากตลาดไท แผงละ 160-165 บาท เกลือ น้ำส้มสายชู อุปกรณ์ ถ้วยใส่ไข่ ช้อนตักเกลือและน้ำส้มสายชู (ช้อนชา) กรรไกร ถาดใส่ไข่ ซึ้งนึ่ง วิธีการทำ นำไข่เป็ดไปล้างให้สะอาด เนื่องจากจะต้องใช้เปลือก ตอกไข่เป็ดจากด้านบน ให้สามารถเทไข่ออกมาได้ และเหลือเปลือกด้านล่างไว้เพื่อทำในขั้นตอนต่อๆ ไป ตกแต่งเปลือกไข่ โดยใช้กรรไกรตัดบริเวณด้านบนที่เป็นส่วนแหลมๆ ออก ให้มีความเรียบมากขึ้น ตักเกลือ 1 ช้อนชาลงไปในเปลือกไข่ ตามด้วยไข่แดง 1 ลูก แล้วตักน้ำส้มสายชูใส่เข้าไป
แจกสูตรและวิธีทำ ‘ขนมครกม้วน’ ว้าว! ง่ายจัง ไม่มีเตาหยอดก็ทำได้ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ ‘ขนมครก’ เเม้ไม่มีเตาหยอดก็สามารถทำได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ แจกสูตรพร้อมวิธีการทำ “ขนมครกม้วน” อุปกรณ์หลักที่สำคัญมีเพียง กระทะแบบเคลือบผิวเทฟล่อน หรือ กระทะแบบไหนก็ได้ที่ทำอาหารเเล้วไม่ติดกระทะ สูตรนี้เจ้าของเพจพาทำ พาทาน อนุญาตให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์นำไอเดียมาแชร์ ส่วนผสมขนมครกม้วน ประกอบด้วย แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม ข้าวสวย 2 ช้อนโต๊ะ (คือข้าวที่หุงสุกแล้วค่ะ) น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง (ส่วนคนที่ชอบหวานเพิ่มได้ค่ะ) กะทิ 1 ถ้วยตวง เกลือ 1/4 ช้อนชา มะพร้าวอ่อน 20 กรัม ต้นหอมซอย ข้าวโพดต้มสุก เผือกสุกหั่นเต๋า สำหรับโรยหน้า วิธีทำขนมครกม้วน 1. นำแป้งข้าวเจ้า ข้าวสวย น้ำตาลทราย กะทิ เกลือ มะพร้าว เข้าเครื่องปั่น แล้วปั่นด้วยความเร็วปานกลางให้ละเอียด 2. ตั้งกระทะเทฟล่อน ตักน้ำแป้งใส่ลง พอแป้งเริ่มเดือด ก็ใส่ข้าวโพด เผือก และต้นหอมซอยลงไป 3. จากนั้นใช้เกรียงแซะหรือตะหลิวแบนๆ ค่อยๆ แคะม้วนๆ ให้สวยงาม 4. แล้วตักขึ้นเรียงใส่จาน พร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า ข้อแนะนำ สำหรับส่วนผสมตามหน่วยที่แนะนำ
เผยสูตรไม่คิดตังค์ “น้ำจิ้มซีฟู้ด-น้ำยำอมหวาน” ใส่ขวดขาย เผลอๆ รวยหลายล้าน! “สูตรน้ำยำ” ยอดฮิตที่เรียกร้องกันมากคือ น้ำจิ้มซีฟู้ด จนถึงขนาดว่ายอมลงทุนซื้อสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดกันเลย หลายคนเวลากินปูนึ่ง กุ้งนึ่ง แล้วไม่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ ยอมไม่กินของทะเลซะเลยดีกว่า สำหรับผู้ที่ติดน้ำจิ้มซีฟู้ด เอาไปเลยครับ ไม่ต้องจ่ายตังค์ สูตรน้ำจิ้มซีฟู้ด พริกขี้หนูสวน 10 กรัม กระเทียม 10 กรัม รากผักชี 20 กรัม น้ำมะนาว 40 กรัม น้ำกระเทียมดอง 40 กรัม น้ำปลา 50 กรัม น้ำตาลทราย 20 กรัม ใส่ทั้งหมดลงโถปั่น ปั่นอย่างเดียว เทไปใช้ขายได้ทั้งวัน เก็บข้ามคืนไม่ค่อยดี เพราะเป็นของสดหมด ตั้งไฟไม่อร่อย ผู้ใดชอบน้ำจิ้มแบบหยาบให้เอาเครื่องลงครกโขลก ค่อยเติมส่วนที่เป็นน้ำ ได้อีกหนึ่งอรรถรสในการกิน น้ำจิ้มซีฟู้ด อีกแบบผสมเต้าเจี้ยว แบบเอาไว้จิ้มกินกับปลาลวกในร้านข้าวต้ม ส่วนผสมคล้ายกันเพิ่มเต้าเจี้ยวเข้าไป น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว เต้าเจี้ยว 8 กรัม น้ำส้มสายชู 125 กรัม ซีอิ๊วขาว 125 กรัม น้ำตาลทราย 25 กรัม รากผักชี 5 กรัม กระเทียม
ขนมครกไทยฟีเวอร์ ของขาดสต๊อก ขายดิบขายดีที่อเมริกา เป็นที่ฮือฮา สำหรับขนมครกไทย ตอนนี้ถือได้ว่าเป็นขนมที่กำลังระบาดหนักในอเมริกา จน Trader Joe’s บางสาขาถึงขั้นของหมดสต๊อกกันเลยทีเดียว เรื่องราวของขนมครกที่เป็นกระแสนี้ เริ่มมาจากต้นโพสต์โดยคนไทยที่อยู่ในอเมริกา โพสต์ลงในกลุ่ม กินอยู่อย่างไทยในต่างแดน ได้กล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ว่า “กระแสฟีเวอร์ขนมครกในอเมริกากำลังระบาดหนัก Trader Joe’s สาขาแถวบ้าน Stock สินค้าไม่ทัน ต้องแล่นไปซื้อต่างสาขาค่ะ รวมสองวันซื้อไป 18 กล่องแล้วค่ะเพื่อนๆ” ทำเอาเพื่อนๆ ที่อยู่ในกลุ่มต่างแห่กันมาคอมเมนต์เพียบ ซึ่งในคอมเมนต์แต่ละคนต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า อร่อย บ้างก็ว่า ไปไม่ทัน อย่างไรก็ตาม จากที่ได้อ่านคอมเมนต์แล้ว ทำให้รู้สึกว่า ขนมครกนี้คงเป็นกระแสจริงๆ เจ้าขนมครกที่ว่านี้ เป็นสินค้าที่อยู่ใน Trader Joe’s เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตประเภท Chain Stores สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง Monrovia รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งตอนนี้มีสาขามากกว่า 500 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งโดย โจ คูลอมเบ หรือ Trader Joe เริ่มต้นจากที่เป็นเพียงร้านสะดวกซื้อ ชื่อ Pronto Market ในปี 19
ทำข้าวหลามไม่ยากอย่างที่คิด ไม่ง้อกระบอกไม้ไผ่ก็อร่อยได้ ทำกินดี ทำขายรายได้งาม มาจ้าใครที่เป็นชาวด้อมใจฟู ดูคลิปล่าสุดของช่อง cullenhateberry แล้วมีความรู้สึกอยากกินข้าวหลามเหมือนแอดบ้างงง แต่วันนี้ไม่ได้จะมาทำข้าวหลามตามคัลแลนนะ จะมาบอกสูตรพร้อมสอนวิธีทำข้าวหลามแบบง่ายๆ ได้ที่บ้าน โดยที่ไม่ต้องออกไปตัดไม้ไผ่เองค่าาา มาเริ่มกันที่สูตรแรกกันเลยดีกว่า เป็นสูตรที่ไม่ต้องใช้กระบอกไม้ไผ่ มีขั้นตอนอย่างไร ไปดูกันเลย วัตถุดิบ – ข้าวเหนียวดำนึ่งสุก 1 กิโลกรัม – น้ำตาลทราย 350 กรัม – กะทิ 500 กรัม – เกลือ 1/2 ช้อนชา วิธีทำ 1. นำน้ำกะทิ เทใส่หม้อ ยกตั้งไฟความร้อนปานกลาง รอจนกะทิเดือดเล็กน้อย 2. เติมน้ำตาลทราย และเกลือ 3. เปิดไฟอ่อนๆ และใส่ใบเตยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม 4. เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลาย 5. น้ำตาลละลายดีแล้ว ใส่ข้าวเหนียวนึ่งสุก 1 กิโลกรัม 6. เคี่ยวไฟอ่อน เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนสีข้นขึ้น 7. ใส่ถั่วแดงต้มสุก และใส่งาคั่วตามชอบ และคนให้เข้ากัน 8. เมื่อคนจนสีข้นแล้ว พักไว้ให้เย็น ระหว่างรอข้าวเหนียวเย็น มาทำกระบอกห่อข้าวหลามกันต่อ อุปกรณ์ – แกนทิชชูทำครัวหรืออะไร
ก่อนที่น้ำปลาขวดจะมีให้ซื้อหาง่ายๆ นั้น คนภาคเหนือยังกินเค็มจากปลาร้า ถั่วเน่าเมอะ คนอีสานก็เช่นกัน กินปลาร้า ปลาแดก เค็มหมากนัด คนใต้กินบูดู ไตปลา กะปิ เช่นเดียวกับคนภาคกลาง ที่แม้จะปรากฏว่าเป็นแหล่งทำน้ำปลามาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ก็กินกะปิ ปูเค็ม ฯลฯ ตามหลักฐานเอกสารเก่ากันด้วย ผมเพิ่งไปเห็นสูตรการหมักน้ำปลาในหนังสือตำรับสายเยาวภา ของสายปัญญาสมาคม (พ.ศ. 2478) เห็นว่าน่าสนใจดี เลยขอเอามาเล่าต่อครับ เผื่อจะมีใครปรับใช้สูตรนี้ ทำน้ำปลารสชาติแบบโบราณๆ กินเล่น หรือลองผลิตออกมาจำหน่ายในตลาดน้ำปลาเมืองไทยดูบ้าง ตำรับสายเยาวภาฯ เริ่มเล่าถึงถังหมักน้ำปลา ว่ามีความสูงตั้งแต่ 1 เมตร ถึง 1.6 เมตร ก้นถังมีเส้นรัศมีตั้งแต่ 1.25-1.7 เมตร รองรับน้ำปลาได้ตั้งแต่ 1,200-1,800 กิโลกรัม ตัวถังเบื้องล่างจะต้อง “เจาะเป็นรูสำหรับระบายน้ำปลาออกได้ ภายในถังบรรจุไว้ด้วยข้าวสารและเปลือกหอย และพูนขึ้นเป็นรูปเจดีย์ สูงประมาณ 40 เซนติเมตร ณ ตำแหน่งที่เราเจาะรูไว้นั้น ใช้หางม้าหรือผมบรรจุไว้ภายในรูนั้นเพื่อใช้เป็นเครื่องกรอง” และกล่าวสรุปว่า การทำน้ำปลานั้น แบ่งวิธีทำได้ดังนี้ เริ่มแรกก็คือ เคล้าเกลือกับปลา เมื่อได้
ถ้าใครถามผมว่า สมมติมีเนื้อที่บ้านกว้างๆ จะอยากปลูกไม้ยืนต้นกินดอกกินใบอะไรบ้าง คำตอบคงมีหลากหลายนะครับ แต่หนึ่งในนั้นย่อมคือ “ติ้ว” หรือ “แต้ว” ครับ ค่าที่ว่ามันมีทรงต้นที่สวย ใบได้ขนาดพอเหมาะ เมื่อยืนต้นแล้วสูงชะลูด ใต้ต้นจึงโปร่งโล่ง ปลูกพืชล้มลุกอื่นๆ ได้อีก ที่สำคัญ ดอกติ้วเล็กๆ ออกเป็นช่อสีขาวแซมชมพูอ่อนๆ นั้นสวยมาก แถมเป็นความสวยที่กินได้เช่นเดียวกับใบอ่อนของมันครับ ติ้วถูกวางอยู่ในระดับแถวหน้าของพืชผักเปรี้ยวรสดีในวัฒนธรรมอาหารลาวอีสานนะครับ รสเปรี้ยวของติ้วมีความฝาดจากยางใบอ่อนตัดให้ออกขมนัวเล็กน้อย ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ไปในที่สุด ไม่ว่าจะกินใบอ่อนสดๆ กรอบๆ จิ้มป่นปลา แนมก้อยเนื้อดิบ หรือใส่ให้รสเปรี้ยวในต้มส้ม ซึ่งจะอร่อยกว่าถ้าได้ปนใบเพสลาดในอัตราส่วนอย่างน้อยครึ่งต่อครึ่งกับใบอ่อน เวลาเรานั่งรถไปตามทางหลวงชนบทในภาคอีสานหรือภาคเหนือ ถ้าสังเกตให้ดี ก็จะเห็นติ้วขึ้นอยู่ข้างทาง ยอดอ่อนสีออกแดงช้ำๆ ถ้ามองไม่ทัน หรือไม่ได้ลงเก็บ ก็หาซื้อได้ตามตลาดเล็กๆ ที่มีแผงผักแบบลาว จะมีติ้วมัดเป็นกำๆ ขายแทบทุกแผง หรือถ้าเมื่อไหร่มีเห็ดป่าอีสาน อย่างเห็ดระโงก เห็ดตีนแฮด เห็ดเผาะขาย คนขายก็มักจะม
