แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
บางครั้งกับข้าวในครัวก็เกิดขึ้นจากความต้องการจะ “ทดลอง” อะไรบางอย่างที่เพิ่งได้มาใหม่ หรือวิธีการ, ขั้นตอน ที่เกิดนึกขึ้นมาได้อย่างปัจจุบันทันด่วน ขณะที่ข้าวของในตู้เย็นตู้กับข้าวก็อาจมีไม่มากนัก แต่ใจมันอยากลองจนรอไม่ไหวแล้ว อย่างนี้ก็มีนะครับ เหมือนที่ผมเพิ่งไปได้น้ำปลาปลาสร้อยดีๆ จากการขับรถตระเวนพื้นที่ลุ่มน้ำยมในเขตอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย กับเจ้าหน้าที่แผนงานกินเปลี่ยนโลก มูลนิธิชีววิถี (Biothai) ความหอมนัวนวลของมันทำให้ความอยากกินน้ำปลาดิบๆ ใหม่ๆ แบบไม่ต้องปรุง หรือปรุงให้น้อยที่สุด เกิดขึ้นมาอย่างชนิดที่ว่าต้องรีบออกไปตลาด แล้วก็จับจ่ายกุ้งสดตัวย่อมๆ มาได้ครึ่งกิโลกรัม จัดแจงเด็ดหัว แกะเปลือก ผ่าหลัง ชักเส้นดำออก ต้มหัวกับเปลือกในหม้อกับเกลือป่น ทำเป็นน้ำซุปไว้ตามเคย อ้าว! ลืมบอกไปครับ ว่าผมจะทำ “กุ้งผัดกระเทียมพริกไทย” กินกับน้ำปลาพริกแซ่บๆ งานนี้ก็เลยต้องเตรียมเครื่องผัดกระเทียมก่อน โดยโขลกเม็ดพริกไทยขาวกับเม็ดคำเงาะ (anatto seeds) เพื่อเพิ่มสีแดงให้ดูน่ากิน แต่ถ้า ใครไม่มีเจ้าเม็ดคำเงาะนี่ ก็ไม่ต้องใช้หรอกนะครับ โขลกจนละเอียดแล้ว ใส่กระเทียมไทยแกะกลีบ เกลาเปลือกออกไม่ต้อ
“ขมิ้นชัน” ประโยชน์นั้นมีมากมาย สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ แก้ท้องอืดจุกเสียดแน่น รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็ง ป้องกันอัลไซเมอร์ “ไก่ทอดขมิ้น” อีกหนึ่งเมนูอาหารให้โปรตีนมากคุณค่าที่เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระจากขมิ้นชัน เรียกว่าทั้งอร่อย ทั้งมีประโยชน์ ส่วนประกอบ ปีกกลางไก่ 500 กรัม ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชี พริกไทย กระเทียม ซีอิ๊วขาว(ตามชอบ) น้ำมันพืช (สำหรับทอด) วิธีทำ โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้เข้ากัน นำปีกกลางไก่ คลุกกับรากผักชี พริกไทย กระเทียม และผงขมิ้นชัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว คลุกเคล้าให้ให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน รอจนน้ำมันร้อนดี นำไก่ที่เตรียมไว้ลงทอดในน้ำมันร้อน จนเหลืองกรอบดีตักขึ้นพักให้น้ำมันแห้ง จัดใส่จาน วางคู่ผักแนม เช่น แตงกวา ผักชีใบเล็บครุฑ เคล็ดไม่ลับ หากอยากให้ได้รสชาติและความหอมที่ดีขึ้น ให้นำหัวขมิ้นชันสดตำละเอียด หมักผสมกันกับเครื่องปรุงอื่นๆที่เตรียมไว้ โดยหมักแช่ตู้เย็นข้ามคืน จะได้ไก่ทอดขมิ้นที่มีกลิ่นหอมของขมิ้นชันและรสชาติเข้าเนื้อมากยิ่งขึ้น แต่หากไม่ทราบ จะหาซื้อผงขมิ้นชันที่ไหน
นางสาวนุชรีย์ หมวดเมือง ชาวบ้าน ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง กล่าวว่า ได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการ 9101 โดยรวมกลุ่มกันเลี้ยงไก่บ้านจำหน่าย แต่ประสบปัญหาเนื่องจากพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ส่วนใหญ่จะซื้อไก่เนื้อ จึงนำไก่บ้านมาแปรรูปทำไก่ในกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งไม่เหมือนใคร โดยนำมาสับเป็นชิ้นๆ ผสมคลุกเคล้ากับเครื่องสมุนไพร หมักไว้แล้วนำมาใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่ นำกาบมะพร้าวกับใบตองปิดด้านบน จากนั้นนำไปเผาไฟให้สุกใช้เวลาครึ่งช.ม.ทำให้มีรสชาติดีขึ้น ถือว่าเป็นภูมิปัญญาที่นำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จำหน่ายกระบอกละ 100 บาท ในแต่ละวันมีรายได้ 1,500-2,000 บาท สร้างรายได้ให้กับสมาชิก ขณะนี้มีอยู่ 8 คน ทั้ง 8 คนนี้มีอาชีพกรีดยางพารา และตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ 9101 มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก มีรายได้เพียงพอ เนื่องจากยางพาราแทบไม่ใช่อาชีพหลักแล้ว เพราะราคาตกต่ำอย่างมาก นับว่าโครงการ 9101 ได้สร้างอาชีพ ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 เป็นอย่างมากและจะดำเนินชีวิตแบบพอเพียงตลอดไป ที่มา : ข่าวสด
อิ่มอร่อยสัปดาห์นี้ จะเชิญชวนไปชิมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย เจ้าอร่อยๆ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว “ป้าแอ๋ว”สูตรต้นตำรับของชาวสุโขทัยแท้ๆ โดยเฉพาะ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ถึง สงกรานต์ หากนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยว จังหวัดสุโขทัย เพื่อไปชื่นชมความสวยงามของ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ระหว่างการเดินทางรู้สึกหิว และมีโอกาสเดินทางผ่าน อำเภอศรีสำโรง ขอแนะนำต้องแวะไปรองลิ้มชิงรสก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย แบบต้นฉบับดั้งเดิม บริหารความอร่อยโดย “ป้าแอ๋ว” หรือ นางฉิม อโนดาต อายุ 67 ปี “ป้าแอ๋ว” เปิดเผยว่า เป็นชาวสุโขทัยโดยกำเนิน ได้รับรู้สัมผัสรสชาติก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยตั้งแต่เล็กๆ จนเติบโต จึงมีโอกาสได้จดจำสูตรก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแท้ๆ และดั้งเดิมมาจากครอบครัว แต่ก่อนที่จะมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ เดิมมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ก่อนตัดสินใจกลับมาสร้างอาชีพที่บ้านเกิด โดยนำเอาความรู้การทำก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยสูตรทางบ้านที่ติดตัวมาประกอบอาชีพ และอยากให้ทุกคนได้ชิมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอร่อยๆ แท้ๆ สำหรับการเตรี่ยมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยของทางร้าน ต้องตื่นแต่ตีสี่ ตั้งแต่ไปตลาด เลือกวัตถุดิบที่สด และสะอาด จากตลาดสดศรี
วันนี้ขอแนะนำ ร้าน ล้านสุดคั่ว ณ บางกอก ของคุณสุวสรรค์ ชมแก้ว เจ้าของร้าน ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ ชอบบรรยากาศ การนั่งคุยในร้านกาแฟท่ามกลางบรรยากาศ ร่มรื่น ที่ไม่ต้องเร่งรีบ มีเวลา และคิดว่าที่บ้านก็มีเนื้อที่ อยู่ในสวน จึงมีความคิด เปิดร้านกาแฟนี้ขึ้นมา แต่การทำร้านกาแฟ ต้องทำให้แตกต่างจากร้านอื่น ต้องมีเวลา ดื่มด่ำในรสชาติของกาแฟด้วยฝีมือของตัวเอง ซึ่งกาแฟที่นี่จะใช้การคั่วสดและบดกันสดๆทุกวัน หรือถ้าใครอยากแสดงฝีมือกันเองก็ได้ ซึ่งที่ร้าน จะมีชุดคั่วกาแฟ ประกอบด้วย ชุด เตาสนาม กระทะ กาแฟสารสายพันธุ์ โรบัสต้า ที่มีความเข้มของรสชาติและกลิ่นหอมมา ให้ลูกค้าได้คั่ว ซึ่งการคั่วจะมี 3 ระดับ กาแฟจัดว่าเป็นผลไม้ น้ำกาแฟก็คือน้ำผลไม้ จะมีความเปรี้ยวและหวานในตัวเอง ถ้าชอบรสอมเปรี้ยวก็คั่วสเต็ป 1 สีเม็ดกาแฟจะออกด้านๆ สีคล้ายคาราเมล ซึ่งแบบนี้จะมีคาเฟอีนมาก สเต็ปที่ 2 สีเม็ดกาแฟจะเปลี่ยนเป็นสีเข้มและมีน้ำมันจากเม็ดกาแฟออกมา มีรสเข้ม แต่คาเฟอีนจะน้อยลงไปอีก ส่วนสเต็ป 3 สีจะเข้มมาก รสชาติก็จะเข้มตามไปด้วย แต่แบบนี้คาเฟอีนจะถูกความร้อนเผาผลาญจนเหลือน้อย ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดของหลายๆคนว่า การคั่วกาแฟให้
สองสามีภรรยาอดีตเจ้าของร้านอาหารเจอพิษเศรษฐกิจจนต้องปิดกิจการ จนลูกสาวไปกินข้าวเห็นแม่ค้าขายใส่ถาดปิ๊งไอเดียบอกพ่อแม่ลองขายข้าวกระเพราถาดยักษ์เจ้าแรกของบุรีรัมย์ พร้อมถ่ายรูปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก วันต่อมามีลูกค้าแน่นร้านจนทำไม่ทัน ยอดขายวันละเกือบ 300 ถาด เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีสองสามีภรรยาเปิดร้านขายข้าวกระเพราถาดยักษ์ เป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านมีลูกค้าอุดหนุนแน่นร้าน จึงเดินทางไปตรวจสอบ ทราบว่าสองสามีภรรยาดังกล่าวคือ นายชวเลิศ และนางกณิการ์ สุขนิพันธ์ สองสามีภรรยา อดีตเจ้าของร้านอาหารชื่อดังที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่เปิดขายมานานกว่า 5 ปี แต่สู้วิกฤตเศรษฐกิจไม่ไหวตัดสินใจปิดกิจการ หันไปเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง แต่ก็ยังไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าที่ควรยอดขายวันละไม่ถึง 1,000 บาท กระทั่งลูกสาวซึ่งเรียนอยู่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ไปกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่ง เห็นแม่ค้าใช้ถาดเป็นภาชนะใส่อาหารแทนจาน แต่กลับได้รับความสนใจจากลูกค้า จึงเกิดไอเดียมาบอกพ่อกับแม่ให้ลองขายข้าวผัดกระเพราถาดยักษ์ จึงตัดสินใจลองทำตามที่ลูกสาวแนะนำ อีกทั้งลูกสาวยังได้ถ่ายรูปโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนลูกค้าเปิดแล้ว “
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวัฒนธรรมของอาหารจีนนั้นแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ทุกประเทศ อาหารจีน จึงเป็นที่นิยมและสอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตอย่างแยกไม่ออก โดยเฉพาะประเทศที่มีชุมชนจีนชัดเจน เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ อาหารจีนจำพวกต้มตุ๋นด้วยสมุนไพรจีน จึงเป็นที่แพร่หลายที่เด่นชัดคือ บักกุ๊ดเต๋ ซึ่งเป็นซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน และอีกอย่างหนึ่งคือ ไก่ตุ๋นยาจีน ในมาเลเซียและสิงคโปร์ซึ่งมีทั้งชาวจีนและชาวมลายูเป็นเชื้อชาติหลัก ไก่ตุ๋นยาจีนก็เป็นที่นิยมเพราะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามก็กินได้ Sip Chuan Tai Pu เป็นเครื่องตุ๋นยาจีนที่รวมเอาสมุนไพรอันมีคุณค่าตามตำรับโบราณ โดยเขาจะนำสมุนไพรยาจีนชนิดต่างๆ บรรจุลงในซองชาเรียบร้อยไม่ต้องไปหาซื้อแยกทีละอย่าง ใส่ในห่ออย่างสวยงามมีภาพและวิธีทำที่แสนจะง่ายดาย ใครไปเที่ยวมาเลเซีย ขอแนะนำให้ซื้อติดมือกลับมาทำ สมุนไพร 1 ซองจะตุ๋นไก่ได้ครึ่งกิโล โดยเติมน้ำ 2 ลิตร ใส่ไก่ และซองยาจีนลงไป ตุ๋นด้วยไฟอ่อนๆ จนเนื้อไก่เปื่อยนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือ เพียงเท่านี้ก็จะได้ไก่ตุ๋นยาจีนหอมๆ ที่อุดมด้วยคุณค่าในการบำรุงร่างกาย อะไรจะง่ายดายอย่างนี้ เครื่องตุ๋นนี้นอกจาก
ทุกคนสามารถดำรงตนตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันได้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ “เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว” เพราะตลอดชีวิตผ่านมาของเขา นับตั้งแต่เรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก อำเภอเมือง จังหวัดตาก ก่อนที่จะกลับบ้านเกิด เพื่อมาบวชเรียนที่วัดโตนดหลวง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เขาดำรงตนในเพศสมณะที่น่าเคารพ ศึกษาธรรมะอย่างเข้าใจ กระทั่งไปอ่านหนังสือ “ตัวกูของกู” ของท่านพุทธทาสภิกขุ จึงทำให้เขาคิดอยากจะไปสวนโมกขพลาราม ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนทนาธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุสักครั้ง ก่อนที่จะลาสิกขามาช่วยเหลือครอบครัวในการทำธุรกิจรับซื้ออาหารทะเลที่บ้าน เขายอมรับว่าการสนทนาธรรมครั้งนั้น ทำให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะหลักธรรมที่ว่ามนุษย์ย่อมมีด้านดี และด้านเลว มีด้านมืด และด้านสว่าง มีประสบความสำเร็จ และล้มเหลว เราจะเลือกอย่างไหน อยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น เพราะทุกข์ก็อยู่ที่ตัวเรา สุขก็อยู่ที่ตัวเรา ดังนั้น เมื่อเขานำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้กับชีวิตด้วย จึงยิ่งทำให้ทุกอย่างง่ายลง จนเกิดความสงบขึ้นมาภายในจิตใ
อดีตครูสอนคอมพิวเตอร์กราฟิกตั้งเป้าเกษียณ ผันตัวไปเป็นเกษตรกรซื้อที่ดิน 4 ไร่ ปลูกพืชผักสมุนไพร แต่ชีวิตไม่เป็นดั่งใจคาดหวัง สุดท้ายพับโครงการไปค้าขายบนโลกออนไลน์ ล่าสุดขยับขยายกิจการเปิดร้านอาหารเยอรมันต้นตำหรับ เสิร์ฟเมนูเด็ด ขาหมูเยอรมันทอด ปลาแซลมอนซอสไวน์ขาว ผักโขมแฮมรมควันอบชีส นอกจากนั้นยังเอาใจสาวกอาหารไทยด้วยข้าวอัญชันน้ำพริกกะปิปลาแซลมอน ข้าวผัดปลาทูแม่กลอง อาหารทุกจานของร้านนี้ถูกสร้างเรื่องราวด้วยผักไฮโดรโปนิกส์ และมะเขือเทศรูปกระต่าย ดั่งสโลแกนของร้าน “กระต่ายกินผัก ฉันรักกระต่าย กระต่ายกินปลา ฉันกินปลากับกระต่าย You are what you eat กินอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น กินอาหารให้เป็นยา” คุณกัญนิกา พร้อมเพรียง หรือคุณไก่ เจ้าของร้าน GRÜN (กรูน)ในวัย 47 ปี เล่าว่า หลังจาก จบ ปวส. สัตวบาล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ก็ศึกษาต่อปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จากนั้นรับบทบาทเป็นคุณครูสอนกราฟิก กระทั่งวันหนึ่งอยากหาอาชีพใหม่ให้กับตัวเอง ตัดสินใจลาออกจากครูมาเป็นเกษตรกร ปลูกผักสวนครัว และเปิดร้านอาหาร แต่สุดท้ายไปไม่รอด หันไปขายของกินบนโลกอ
เขียนโดย : ไมตรี ลิมปิชาติ ผู้ใดชอบกินปาท่องโก๋โปรดยกมือขึ้นผมเองขอยก 2 มือเลย ทั้งนี้ก็เพราะเป็นคนชอบกินปาท่องโก๋เอามากๆ ชนิดว่า เห็นไม่ได้จะต้องซื้อกินหรือไม่เห็น แต่ถ้าตื่นมาวันใหม่แล้วได้กินปาท่องโก๋เป็นอาหารเช้าก็จะพอใจเป็นพิเศษ วิธีกินปาท่องโก๋ให้อร่อย น่าจะมีอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกใช้ปาท่องโก๋จิ้มนมข้นแล้วป้อนเข้าปาก ตามด้วยกาแฟร้อน อีกวิธีหนึ่ง นำปาท่องโก๋ตัดหรือฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในข้าวต้มโจ๊ก จะกินปาท่องโก๋แบบไหนก็อร่อยทั้งนั้น ข้อสำคัญขอให้ร้อนเป็นใช้ได้ เพิ่งตักขึ้นจากกระทะยิ่งดี ผมเดินทางไปเที่ยวที่อุบลราชธานีครั้งล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว จะไปเที่ยวที่จังหวัดใดก็ตาม ผมชอบตื่นตั้งแต่เช้า แล้วหาเวลาไปเดินเที่ยวตลาดสด ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมได้ไปที่ตลาดสดสิทธิธรรม ริมถนนชยางกูร และแน่นอน ผมจะถือโอกาสหาอาหารเช้ากินด้วย ซึ่งหนีไม่พ้นปาท่องโก๋ของชอบ เช้านั้นมีคนมาจับจ่ายซื้ออาหารสดและไม่สดในตลาดกันเป็นจำนวนมาก เมื่ออยากกินปาท่องโก๋ก็ต้องถามหาเจ้าที่อร่อยที่สุด เพราะผมเชื่อว่าตลาดใหญ่ๆ อย่างนี้จะต้องมีหลายเจ้า มีคนแนะนำให้ผมไปซื้อปาท่องโก๋เจ้าที่มีชื่อว่า มงคล แค่ได้เห็นปาท่องโก๋
