แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
เสิร์ชเอ็นจิ้น Google ขึ้นหมุดหมายวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า เป็นวัน “กำเนิดผัดไทย” โดยอ้างว่าอดีตนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้คิดสูตรสำรับนี้ขึ้น และยังสนับสนุนให้คนไทยกินผัดไทยในวันนี้เมื่อ พ.ศ. 2485 หรือกว่าเจ็ดสิบปีก่อน ดูเหมือนว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็ยอมรับเอาการนิยามความหมายนี้มาใช้ต่อๆ กันตราบจนปัจจุบัน ในวันที่ผัดไทยกลายเป็นอาหาร “ไทย” ระดับแนวหน้า เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในและนอกประเทศ แต่หากเราแค่หยุดคิดหยุดพิจารณาดูสักนิด ก็จะพบว่าผัดไทยนั้นมีหน้าตาเหมือน “ชาก๋วยเตี๋ยว” (炒粿條) คือก๋วยเตี๋ยวผัดแบบจีนที่นิยมกินกันตั้งแต่ซัวเถายันเกาะปีนัง ด้วยส่วนผสมและรสชาติละม้ายผัดไทยมากๆ ซึ่งก็สอดคล้องกับสูตรหมี่ผัดในเมืองไทยสมัยเมื่อกว่าหนึ่งศตวรรษก่อน ที่ปรุงรสเปรี้ยว เค็ม หวาน เป็นสามรส และใส่ถั่วงอก ใบกุยช่าย เหมือนเป๊ะกับผัดไทยที่เรารู้จักคุ้นเคยกันดีทุกวันนี้ แถมเมื่อลองสืบค้นกันไปละเอียดๆ เข้า ก็จะไม่พบเอกสารต้นตอคำกล่าวของจอมพล ป. ปรากฏอยู่ที่ไหนเลยนะครับ จนชวนให้สงสัยว่า ท่านจอมพลจะมีเอี่ยวเรื่องนี้จริงๆ ละหรือ? ผัดไทยจึงเป็นสำรับไทยอันมีชื่อเสียงที่มีความเป็นมาค่อนข้า
จากแม่บ้านชอบกินสเต๊ก ปิ๊งไอเดียคิดสูตรเองเปิดร้านขาย ลงทุนเกือบแสน วันแรกขายได้ 1,200 บาท อาศัยหัดสังเกตพฤติกรรมลูกค้าจากเศษอาหารที่เหลือในจาน จำได้หมดว่าลูกค้าคนไหนชอบทานอะไร หรือ ไม่ชอบทานอะไร เรียกว่าพัฒนาธุรกิจไม่หยุด กิจการดี ทะยานขึ้นเรื่อยๆ ยอดขายขยับเป็นวันละ 7,000 บาท ใช้เวลา 7 ปี ขายแฟรนไชส์ได้ 120 สาขา คุณชัญญปัญ ศรีโสภา หรือคุณอุ๊ เล่าว่า เป็นแม่บ้านที่ชอบทานสเต๊ก บ่อยครั้งมักจะโชว์ฝีมือทำเมนูนี้ทานกันบ่อยๆ ในครอบครัว แต่กว่าสูตรจะคงที่ใช้เวลาพัฒนาเกือบปี หลังจากทุกคนประจักษ์แล้วว่ารสชาติสเต๊กคุณอุ๊นั้น “อร่อย” หญิงสาว เผยว่า เกิดความคิดอยากลองเปิดร้านขาย ในปี 2554 เปิดร้านตั้งชื่อว่า “โชกุนสเต๊ก” โดยลงทุนเกือบ 1 แสนบาท ร้านแรกตั้งอยู่ใกล้บิ๊กซีคลองสาม เครื่องมืออุปกรณ์ครบครัน “อุ๊ลงทุนเกือบแสน เปิดร้านวันแรก ขายได้เพียง 1,200 บาท อาศัยไม่ย่อท้อ พัฒนาทักษะและฝีมือเรื่อยมา วันที่สองขายได้เพียง 700 บาท เลยมานั่งวิเคราะห์ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ด้วยการเก็บจานอาหารของลูกค้าที่ทานเสร็จ หยิบดูทีละจานว่ามีอะไรเหลือบ้าง หากจานไหนผักเหลือเยอะ แสดงว่าให้ผักมากเกินไป หรือบางจานมีมันเหล
แฟนๆ ที่มีอายุวัยกลางคน รุ่นราวคราวเดียวกับปิ่นโตเถาเล็ก เคยสังเกตไหมครับว่าแต่ละปีนั้นเวลาช่างหมุนไปอย่างรวดเร็วไม่รู้ตัว นี่ก็ย่างเข้าช่วงเทศกาลฉลองคริสต์มาสปีใหม่ส่งท้ายปีเก่ากันอีกแล้ว ไม่ต้องสนใจอายุของพวกเราหรอก มาเลี้ยงฉลองกันดีกว่า ปิ่นโตเถาเล็กจึงขอแนะนำร้านที่เหมาะสำหรับสั่งเค้กในช่วงเทศกาลงานสำคัญต่างๆ หรือจะแวะไปชิมเลยก็ได้ ร้านแรกเป็นร้านเค้กแม่บ้านขนานแท้ลูกสอง หันมาทำเบเกอรี่โฮมเมดจริงๆ ได้นาน 4 ปีแล้ว ไม่ได้เคยร่ำเรียนอะไรกับเขาหรอก แต่อาศัยดูจากในเว็บไซต์ต่างๆ และเธอก็ทำได้ดีเยี่ยมจริงๆ ร้านนี้มีชื่อว่า บ้านมิว (ชื่อเต็มๆว่า บ้านมิว Eat & Drink) สืบเนื่องจากที่น้องๆ ในกลุ่มคนช่างกิน สั่งเค้กมาเลี้ยงวันเกิดญาติผู้ใหญ่ ซึ่งในวันนั้นเค้กตัวเอกมาจากร้านบ้านมิว เป็น เค้กมะพร้าวอ่อน กับ เค้กลูกตาล เพียงคำแรกที่ได้ลิ้มลองก็รู้สึกว่านี่คือสวรรค์ของคนชอบเค้กผลไม้แบบไทยๆ เลย ทำให้ปิ่นโตเถาเล็กต้องรีบตามหาต้นตอว่าอยู่ที่ไหน ร้านบ้านมิวเป็นของแม่บ้านชื่อน้องบี มารุณี อภิพัฒน์วรโชติ ซึ่งนำชื่อน้องมิว ลูกสาวคนโตวัย 7 ขวบ มาเป็นชื่อร้าน ลักษณะเป็นร้านสีขาวๆ น่ารักสดใสอยู่ในตึกแถว
เรื่องไม่ล้าสำหรับใครที่ชื่นชอบการรับประทาน “ปลาร้า” ในทุกรูปแบบ ทั้งปลาร้าเป็นตัวเป็นต่อน น้ำพริกปลาร้า ปลาร้าบอง ส้มตำปลาร้า และอีกสารพัดเมนู เรื่องนี้ทำให้ผู้หลงเสน่ห์ปลาร้าดีใจ เพราะผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยชิ้นนี้เป็นการคิดค้นนวัตกรรมสำหรับการหมักปลาร้าให้ได้ปลาร้าเร็วขึ้น และ มีความสะอาดปลอดภัยมากขึ้นด้วย โดยผลงานวิจัยนี้มีชื่อว่า “กล้าเชื้อปลาร้าชีวภาพพร้อมใช้ สำหรับเร่งกระบวนการหมักปลาร้าและกระบวนการผลิต” ซึ่งเป็นผลงานที่ผนึกความร่วมมือกันถึง 4 สถาบันการศึกษา ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ดร.ชื่นจิต จันทจรูญพงษ์ ตัวแทนจากทีมวิจัยเล่าถึงแนวคิดในการเริ่มต้นทำงานวิจัยชิ้นนี้ว่า มาจากตัวเลขการขยายตัวการผลิตปลาร้าที่เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมมีการผลิตปลาร้าเพื่อบริโภคในครัวเรือน แต่ปัจจุบันมีการผลิตเชิงการค้ามากขึ้น โดยมีอัตราการผลิตสูงถึง 40,000 ตัน ต่อปี ส่งผลให้มูลค่าการตลาดที่
“Scone” (สโคน) เป็นขนมว่างที่ได้รับความนิยมของชนชาวอังกฤษ โดยมักจะทานพร้อมกับจิบชาแล้วนั่งสนทนากลางสนามหญ้าตามสไตล์เมืองผู้ดี สโคนมีรูปร่างเป็นทรงกลมขนาดเล็ก ใช้แป้งสาลีเป็นวัตถุดิบหลัก เป็นขนมที่อยู่ตรงกลางระหว่างขนมปังและบิสกิต ขณะเดียวกัน ไม่ได้เน้นให้มีรสชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น วัฒนธรรมการทานขนมชนิดนี้จึงต้องทานคู่กับวิปครีม คอตเตจชีส แยมผลไม้ เพื่อเพิ่มรสชาติ ในบ้านเราเริ่มมีสโคนมาตั้งแต่ยุคไหนไม่มีใครทราบ แล้วรสชาติดั้งเดิมเป็นอย่างไรนั้นน้อยคนที่จะตอบได้ รู้แต่เพียงว่าถ้าต้องการลองลิ้มชิมรสสโคนที่มีรสแบบดั้งเดิมเหมือนต้นตำรับต้องไปชิมที่ร้าน Fairy’s Scone House Khaoyai เพราะสโคนที่นั่นผลิตขึ้นจากฝีมือเจ้าของร้านที่ได้ไปร่ำเรียนมาโดยเฉพาะ แล้วบินกลับมาเปิดร้านในสไตล์ยุโรปท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามของเขาใหญ่ คุณพิริยา ชาญณรงค์ หรือ คุณแฟร์ เจ้าของร้านที่มีดีกรีปริญญาตรีจากรั้วจามจุรี แล้วบินไปต่อโทด้านบริหารโรงแรมที่อังกฤษ ขณะที่ครอบครัวมีธุรกิจด้านร้านอาหารที่เขาใหญ่ จึงไม่แปลกที่ทำให้เธอมีใจรักพร้อมกับพรสวรรค์ที่จะทำขนมสโคนอย่างที่ตัวเองชื่นชอบ พร้อมกับเปิดร้านนี้ทันที
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่หลวงพระบางจะมีอากาศเย็นทีเดียว เราจึงนิยมไปเที่ยวกันและเดินทางไม่ไกลจาก กรุงเทพฯ ค่ะ อาหารที่หลวงพระบางมีอร่อยๆ หลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่อยากจะพูดถึงเพราะอร่อยและทำทานง่าย คือ ขนมปังหลวงพระบาง ค่ะ ขนมปังหลวงพระบาง เกิดจากอิทธิพลของฝรั่งเศสที่เข้าครอบครองลาวช่วงหนึ่ง จึงได้นำขนมปังฝรั่งเศสหรือบาแกตต์ เป็นแท่งยาวๆ สัก 2 ฟุต ผิวด้านนอกแข็ง ด้านในนุ่ม เข้ามาทานกัน ไม่แน่ใจว่าฝ่ายใด ฝรั่งเศสหรือลาวที่เป็นคนคิดสูตรนี้ จริงๆ แล้ว ขนมปังหลวงพระบาง คือ แซนด์วิชอย่างหนึ่ง ที่มีไส้เป็นส่วนผสมของผัก หมูยอ และหมูหย็อง คล้ายๆ คลับแซนด์วิชนั่นเอง เพื่อให้มีความเป็นเอเชีย เขาจึงนำน้ำพริกเผาผสมมายองเนสซึ่งอร่อยดี ส่วนตัวชอบใส่ไข่ต้มเพราะทำให้รสชาติเข้ากันได้พอดี ทำให้ไม่เผ็ดจากน้ำพริกเผาหรือเค็มจากมายองเนสเกินไป ที่หลวงพระบางสามารถหาซื้อขนมปังฝรั่งเศสและขนมปังหลวงพระบางได้ง่าย ตามร้านอาหารเล็กๆ และข้างทาง ส่วนผสมจะแล้วแต่ชอบ บางคนอยากใส่ชีส ใส่เบค่อนทอดกรอบก็ได้ค่ะ ส่วนตัวคิดว่าใส่แค่นี้ก็พอเหมาะ ข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำเองคือ เราไม่ใส่ผงชูรส ที่หลวงพระบางจะใส่กันค่ะ ส่วนผสม ขนมปังฝรั่งเ
ขึ้นแท่นของฝากเลื่องชื่อสำหรับ “ขนมบ้านโกไข่” ประจำอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมนูเด่นที่ทุกคนต่างโปรดปราน ได้แก่ เค้กสามเหลี่ยมไส้มะพร้าวอ่อน เปี๊ยะกุหลาบ ขนมปังสังขยา พายสับปะรด กิจการทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารของ คุณพรศักดิ์ ตั้งคำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขนมบ้านโกไข่ จำกัด อดีตวิศวกรชายหนุ่มผู้หลงรักขนมหวาน สำหรับต้นกำเนิดร้านขนมบ้านโกไข่ มาจากจังหวัดตรัง ดินแดนเลื่องชื่อด้านขนมเค้ก ผลิตเค้กมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า พอมาถึงรุ่นหลานได้สร้างแบรนด์ “ขนมบ้านโกไข่” ให้เป็นที่รู้จัก และการยอมรับของผู้บริโภค ปัจจุบัน กลายเป็นร้านขนมชื่อดังมีมากถึง 9 สาขา ขึ้นแท่นของฝากดังของภาคใต้ไปแล้ว “โกไข่” ชื่อคุณอา สูตรขนมสืบทอดรุ่นสู่รุ่น คุณพรศักดิ์ เผยว่า ครอบครัวมีสูตรทำขนมที่ตกทอดรุ่นสู่รุ่นมายาวนาน ราว พ.ศ. 2538 คุณอา มีนามว่า “โกไข่” อาศัยอยู่อำเภอทับเที่ยง จังหวัดตรัง ท่านทำพัฟสังขยา ขายเพียงเมนูเดียว ในขณะนั้นใช้วิธีเร่ขายบนรถมอเตอร์ไซค์ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ไปจนถึงจังหวัดสตูล พัฟสังขยาของคุณอาโกไข่ หลานชาย เล่าว่า รสชาติดี กลมกล่อม ไม่มีแบรนด์ ตอนเป็นวัยรุ่นเคยอาสาไปช่วยขายด้วยกา
วันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่กลุ่มแปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพร สูตรเงาะป่าซาไก ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 241 หมู่ที่ 1 บ้านชุมพล ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง มีนางเพียงเพ็ญ คงแสง เป็นประธานกลุ่ม เล่าว่า เดิมตนเองมีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย และมีลูกค้าหลากหลาย ต่อมามีลูกค้าที่มารับบริการ ซึ่งเป็นข้าราชการสำนักงานพัฒนาชุมชน อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ชักชวนให้ตนรวบรวมสมาชิกในหมู่บ้าน เพื่อจัดตั้งกลุ่มอาชีพตามความถนัด หลังรวบรวมสมาชิกในหมู่บ้านได้ประมาณ 20 คน จึงจัดตั้งกลุ่มสัมมาชีพ เมื่อกลางปี 2559 โดยสมาชิกส่วนใหญ่ลงมติที่จะแปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพร สูตรเงาะป่าซาไก โดยทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีนครินทร์ ส่งตนและตัวแทนกลุ่มอีก 4 คน เข้ารับการฝึกอบรมการผลิตปลาดุกร้า พร้อมสนับสนุนงบประมาณ จัดสร้างโรงตากปลาดุก ซึ่งต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่ม จากกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยพ่อ ใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน นำมาสร้างโรงตากปลาเพิ่มขึ้นอีก 1 โรง นอกจากนั้นยัง ได้จัดสร้างอาคาร และจัดซื้อเครื่องซีนถุง เพื่อบรรจุปลาดุกร้าด้วย นางเพียงเพ็ญ กล่าวอีกว่า การแปรรูปปลาด
ของกินพื้นเมืองเหนือ มีกีมปูนา เนื้อปูนา และมอบปู สองอย่างแรกแค่ต้มก็กินได้แล้ว แต่มอบปู เขาแคะเอามันปูออกมาแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาหรือซีอิ้วขาวอาจจะหั่นหอมแดงหรือต้นหอมผสมลงไปด้วย นำไปกรอกใส่กระดองปูเปล่าที่แคะมันและแกะเนื้อปูออกไปแล้ว นำไปนึ่งจนสุกแค่นี้ก็ทานได้แล้ว รำแต้ ๆ เจ้า ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์
หลังจากการทำงานที่เหนื่อยหนักมาครึ่งค่อนชีวิต ที่ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 ออกจากบ้าน ต้องไม่ให้เกิน 6 โมงเช้า เพื่อที่จะฟันฝ่าการจราจรบนถนนในกรุงเทพฯ ไปให้ถึงออฟฟิศเพื่อสแกนนิ้วให้ทันเวลางาน เป็นอยู่อย่างทุกเมื่อเชื่อวัน มันเหนื่อยเนาะ ใช้ชีวิตกับออฟฟิศมานานเนิ่น เกินที่จะอธิบายความรู้สึกลึกๆ ข้างในได้ เพราะชีวิตที่ผ่านมาเกือบทั้งหมดอยู่ที่นี่ ทำงาน กิน เล่น หัวเราะ เครียดบ้าง บางครั้งก็นอน ครั้นเมื่อถึงเวลา ก็จำต้องออกมาแม้ว่าหัวใจยังผูกพัน เพราะเพื่อชีวิตที่เหลือ หลังจากนี้ชีวิตที่เหลือ ถึงจะไม่มีงานมีการทำ จำต้องระเหเร่ร่อน เลี้ยวอีสาน ขึ้นเหนือล่องใต้ ปล่อยชีวิตให้ไป ให้เป็น ตามแต่ที่มันจะเป็นไป ได้พบได้เห็นวิถีที่แตกต่างออกไป แม้ระยะเวลาสั้นสั้น ของการเริ่มต้นทางเดินของชีวิต ที่เลือกแล้ว ช่วงปลายของเดือนกันยายน เข้ารอยต่อ สู่เดือนตุลาคม ฝนฟ้าไม่อำนวยให้กับการเดินทางนัก จังหวัดหนึ่งของอีสานใต้ จึงเป็นที่พักระหว่างรอฝน สายลมจากปลายฟ้ายังคงพัดพาเมฆฝนหม่นดำ ปกคลุมท้องฟ้าให้ครึ้มไปทั่วบริเวณ ไม่นานสายน้ำ จากเมฆดำก็หลั่งลงมาพรั่งพรู จนน้ำเจิ่งนองหลามไหลเป็นทางน้ำลงสู่นาและลำคลองบึง น้อยให
