แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
สวัสดีทุกคนค่ะ วันนี้วินมีอีกหนึ่งเมนูมัฟฟินมาฝากเพื่อนๆ ค่ะ เป็นมัฟฟินสอดไส้ลาวามัตฉะหอมๆ นั่นเองค่ะ เพิ่มลูกเล่นให้มัฟฟินน่าทานมากขึ้นไปอีก อดใจไม่ไหวแล้ว เรามาเริ่มทำกันเลยดีกว่าค่ะ ส่วนผสมและวิธีทำ แบ่งเป็น 2 ส่วนนะคะ อย่างแรก เตรียมลาวาชาเขียวก่อน เพราะต้องนำไปแช่แข็งเตรียมไว้ค่ะ ส่วนผสม มัตฉะลาวา มัตฉะชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ นมอัลมอนด์ 1 ถ้วยตวง แป้งมันสำปะหลัง หรือแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 40 กรัม นำผงมัตฉะ แป้งข้าวโพด น้ำตาล และนมอัลมอนด์ต้มด้วยไฟอ่อน จนผงมัตฉะละลายเนียนกับส่วนผสมอื่นๆ และหมั่นคนเรื่อยๆ จนส่วนผสมเริ่มข้นหนืด เทซอสลงบล็อกพิมพ์น้ำแข็ง แล้วนำไปแช่แข็งอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ส่วนผสม มัฟฟิน กล้วย 330 กรัม กล้วยน้ำว้าประมาณ 5 ลูก หรือถ้าเพื่อนๆ ใช้กล้วยหอมก็จะประมาณ 3 ลูกค่ะ (ปกติเพื่อนๆ อาจจะใช้กล้วยหอมกันนะคะ แต่เนื่องด้วยตอนนี้กล้วยน้ำว้าที่บ้านสุกงอมน่าทานมาก วินเลยขอเปลี่ยนมาใช้กล้วยน้ำว้าแทน แล้วลดปริมาณน้ำตาลลง เพราะกล้วยน้ำว้าให้ความหวานเยอะอยู่แล้วนะคะ) แป้งโฮลมีล อเนกประสงค์ 1 ½ ถ้วย ผงฟู
อารย จารุธาณินทร์ หรือ “วิว” เด็กหนุ่มไฟแรงวัยเพียง 24 ปี จบ ปวส. แผนกคหกรรม เอกอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา จากนั้นต่อปริญญาตรี วิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ลุยธุรกิจเปิดร้านสเต๊กในตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” โชว์จุดเด่นใช้เนื้อสัตว์อนามัย ได้รับเครื่องหมาย Q รับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครีเอทเมนู “สเต๊กถาด” เพื่อเอาใจวัยโจ๋โดยเฉพาะ เปิดขายได้เพียง 7 เดือน รายได้แต่ละเดือนราว 3 แสนบาท กระแสตอบรับดีเกินคาด ขยายธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ วัตถุดิบพรีเมี่ยม เสิร์ฟในตลาดนัด ก่อนที่คุณวิวจะเปิดร้านสเต๊กพอร์เทอร์เฮ้าส์ ในอดีตเขาเคยเปิดร้าน เลอ มาแตง สเต็กฮัท รวมถึงขายแฟรนไชส์ ขายดีมากมีราว 50 สาขา ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แต่เจอปัญหาแฟรนไชส์ซี (ผู้ที่มาซื้อ แฟรนไชส์) ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ ไม่ใช้ตามที่เงื่อนไขกำหนด หนที่สุดยุติการขายแฟรนไชส์ แล้วรีแบรนด์ใหม่ ใช้ชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” “ผมชอบการทำอาหาร ชอบทานอาหาร โดยเมนูที่โปรดปราน คือ เสต๊กเนื้อวัว เลยเลือกเรียนทางด้านอาหารตั้งแต่หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 กระทั่งจบปริญญาตรีที่วิ
คลุกคลีอยู่ในวงการอาหารจีนและฝึกฝีมือการทำอาหารเหลามาตลอดทั้งชีวิต สำหรับคุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือ เฮียชัยปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านไต๋ตง เลิศรส พุทธมณฑลสาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2 ที่ใครๆ ก็ต่างขนานนามให้ว่า เขาคือเจ้าของร้านอาหารเหลามือวางลำดับต้นๆ ที่ใส่ใจและพิถีพิถันปรุงอาหารด้วยตัวเองทุกจาน ไม่มีผู้ช่วย นอกจากนั้นยังเป็นเจ้าของสโลแกน “อาหารเหลา รสชาติขั้นเทพ ราคาตลาดนัด” และเมนูหนึ่งเดียวในไทย เมนูฟิวชั่น กระเพาะปลาน้ำแดงต้มยำเจ้าสมุทร หลากเมนู เอาใจทุกวัย วัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม คุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือเฮียชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านไต๋ตง สาขาแรกตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 46 หรือข้างโรบินสันบางรัก สาขานี้เปิดมา 60 ปี ตั้งแต่รุ่นอากง เมนูเลื่องชื่อที่ใครมาต้องสั่งมีหูฉลาม กระเพาะปลา ข้าวผัดปู ผัดหมี่ฮ่องกง จุดเด่นอยู่ที่รสชาติกลมกล่อม ราคาไม่แพง แต่ด้วยความที่อยากให้ลูกค้าย่านพุทธมณฑล สาย 2 ได้มีอาหารจีนอร่อยๆ รับประทาน อีกทั้งใกล้บ้าน เลยแยกตัวออกมาเปิดอีกสาขาที่พุทธมณฑล สาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2 สำหรับร้านนี้ เฮียชัยทุ่มทุนเกือบ 5 แสนบาท เพื่อเปิด
กำลังได้รับความนิยมจากบรรดานักชิม สำหรับร้านชาบูเดอแบร์ SHABU DE BEAR สโลแกน เนื้อชิ้นใหญ่เท่าหน้า มัดใจลูกค้าด้วยหลากเมนู ทั้งชาบู และซูชิหลายหน้า มีฟัวกราส์ เอนกาวะ ปลาไหล รวมไว้ในร้านเดียว และแม้จะเป็นร้านชาบูน้องใหม่ แต่ชื่อเสียงความอร่อยและความคุ้มค่าไม่แพ้ร้านดัง เปิดร้านได้เพียงปีเดียว ขยายได้ 3 สาขา รวมถึงขายแฟรนไชส์ได้อีกด้วย ฉัตรทิพย์ แม้นหมาย เจ้าของร้านชาบูเดอแบร์ เล่าที่มาของร้านว่า จบ ป.โท ด้านบริหารธุรกิจ จากประเทศอังกฤษ ปัจจุบันรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ด้วยความรักในการรับประทานอาหาร และอยากมีธุรกิจส่วนตัว เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2559 ตัดสินใจเปิดร้านชาบู สาขาแรกตั้งอยู่ที่ถนนนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ รูปแบบบุฟเฟต์ในราคา 299 บาท และ 399 บาท แต่ปัจจุบันสาขานี้ถูกปรับราคาเป็น 399 บาท และ 599 บาท ตามกำลังซื้อและความต้องการของลูกค้า “ก่อนจะตัดสินใจเปิดร้านอาหาร ผมศึกษาหาข้อมูล พบว่าธุรกิจอาหารที่ยังมีแนวโน้มการเติบโตดี มี 3 ประเภท คือ ไก่ทอด ซูชิ และชาบู ซึ่งส่วนตัวชอบทานซูชิและชาบู นอกจากนั้นยังลงเรียนคอร์สการทำธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ เรียนรู้ลั
เริ่มธุรกิจ “ชาไข่มุก” ตั้งแต่อายุ 18 ปัจจุบันขึ้นชั้นเจ้าของแฟรนไชส์นับร้อยสาขา คุณแพร-กวิสรา จันทร์สว่าง เจ้าของแฟรนไชส์ชานมไข่มุก “เฟรชมี-Fresh Me” วัยยี่สิบกว่า เล่าใฟ้ฟังว่า เธอฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็กๆ พออายุ 18 ปี ตอนเป็น “เฟรชชี่” คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจ สร้างแบรนด์ชานมไข่มุกของตัวเอง เนื่องจากช่วงเวลานั้นชานมไข่มุกเป็นสินค้าที่ “บูมมาก” เหมือนธุรกิจแฟชั่น ถ้ารอเวลาตัดสินใจเรียนจบแล้วค่อยมาทำธุรกิจอาจไม่ทันการณ์ “ฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นภาพในหัวเลยว่าจะไปทำงานที่บริษัท คิดแต่ว่าถ้ามีเวลาอยากขายของ อยากเจอคนนั้นคนนี้ พูดคุยกับลูกค้า พอรู้ความชอบของตัวเองคืออะไร เลยลงมือทำจากสิ่งที่ชอบ”คุณแพร บอกอย่างนั้น และว่า การเริ่มต้นทำธุรกิจในแบบของเธอตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 นั้น เริ่มจากหาทำเล หาสูตร หาข้อมูล ออกจากบ้านทุกวันหาข้อมูลไปชิมตามร้านต่างๆ ใช้เวลาประมาณเดือนกว่าจึงลงตัว อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดร้านสาขาแรก ที่มหาวิทาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มีเวลาค่อนข้างจำกัด เมื่อเปิดแล้วก็ไม่สมบูรณ์
ใครก็อยากเป็นนายตัวเอง อยากมีธุรกิจ หรือกิจการที่เป็นของตนเองทั้งนั้น และสามารถดูแลจนกระทั่งประสบความสำเร็จ ดั่งที่คาดหวังเอาไว้ทั้งสิ้น แต่การจะก้าวเข้าไปสู่การทำธุรกิจ และสามารถฟูมฟักให้สามารถเป็นรูปเป็นร่างได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นักธุรกิจหลายท่านทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ต่างก็มีแนวคิดในการทำธุรกิจ และความมุ่งมั่นในวิธีการที่แตกต่างกันในการทำธุรกิจของตนให้สำเร็จ แต่จุดมุ่งหมายก็ยังคงเป็นความสำเร็จ แต่หนทางจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนภาพฝันเสียทีเดียว จำเป็นต้องอาศัยความพยายามและความอดทนหลายอย่าง ได้ฟังเรื่องราวของนักธุรกิจวัยรุ่น วัย 16 ปี เด็กหนุ่มที่มีความตั้งใจจริง อยากทำธุรกิจให้เป็นรูปเป็นร่าง และประสบความสำเร็จ ด้วยความทุ่มเท และความสามารถของตนเอง โดยมีแนวคิดอยากผลิตอาหารว่าง ซึ่งเป็นพื้นฐานและมีความคล้ายคลึงกับกระยาสารทของไทย แต่ต้องมีความนุ่ม กรอบ และไม่เหนียวอย่างกระยาสารท ธุรกิจเด็กหนุ่มวัย 16 ข้าวกรอบสยาม คุณบิ๊ก ผุยมาตย์ เจ้าของธุรกิจข้าวกรอบสยาม ซึ่งเป็นขนมแปรรูปมาจากข้าว วัย 16 ปี เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “ข้าวกรอบสยาม เป็นการแปรรูป นำเอาข้าวซึ่งเป็นเอกลัก
ขนมจีนน้ำยากะทิ น้ำยาป่า เราสามารถพบเห็นกันได้ทั่วไปตามท้องถนน หากินได้ง่าย คนในสังคมต่างก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องมานั่งอธิบาย สืบสาวเรื่องราวให้มากความ เพราะคงไม่มีใครไม่รู้จัก! แต่จะขายยังไง ให้ขายได้ ขายดี คนกินติดใจในรสชาติ และกลับมาซื้อบ่อยๆ คงต้องขึ้นอยู่กับรสชาติของความอร่อยจากฝีมือแม่ค้าที่ทำขาย คุณสุมนทิพย์ เย็นลำยอง ลูกสาวของ คุณแม่ทองสา เย็นลำยอง เจ้าของสูตรน้ำขนมจีนน้ำยา แม่นงค์ (เจ้าเก่า) เริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า “ขายขนมจีน นี่กลายเป็นธุรกิจครัวเรือนเลยนะ เพราะเราใช้คนในบ้านมาช่วยกันทำ ช่วยกันขาย แต่ก่อนที่จะมาขายตั้งร้านเปิดแผงขายขนมจีนที่นี่ บ้านเราเคยขายข้าวราดแกงมาก่อนแถวสนามหลวง ขายตามเวลาเขามีงาน แต่พอมีการจัดระเบียบ ก็โดนไล่ ก็เลยต้องหาที่ทำกินกันใหม่ โชคดีมาได้แผงข้างๆ พาต้า เลยได้มาตั้งร้านที่นี่มาประมาณ 1 ปีแล้ว จากวันแรกที่ได้ทำเลแล้ว ก็มาคิดกันในครอบครัวว่าจะทำอะไรขาย จะขายข้าวแกง ก็มีคนเขาขายอยู่แล้ว จึงคุยกับแม่ว่า แม่ทำน้ำยากะทิ และน้ำยาป่า ได้นี่ เป็นสูตรที่เขาได้กินมาตั้งแต่เด็ก เมื่อครั้งอยู่ที่พิษณุโลก ที่สำคัญแถวนี้ยังไม่มีคนขายด้วย จึงทดลองข
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
ตลาด “ขนมแปลกชุมชนบ้านหนองบัว” ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เริ่มเปิดตลาดนัดวันเสาร์-อาทิตย์ มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 เพียงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ตลาดนัดได้เติบโตและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพราะเสน่ห์ของตลาดที่มีอัตลักษณ์โดนใจทั้งขนม อาหารอร่อย ของดีหายาก ราคาถูก แหล่งชุมชนโบราณมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และกิจกรรมนั่งเรือชมธรรมชาติ เริ่มจากสารพัดขนมหวาน อาหารพื้นเมืองโบราณ หารับประทานยาก อาคารบ้านเรือนแบบโบราณในชุมชนที่สะอาดตา ยังคงอนุรักษ์ความสวยงามสภาพเดิมๆ โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 38 สร้างเมื่อประมาณ ปี 2447 สมัยรัชกาลที่ 5 อายุราว 113 ปี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2557 ประเภทเคหสถานและบ้านเรือนเอกชน ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม รวมทั้งความมีอัธยาศัยไมตรีของชาวบ้าน และยามเย็นหากไม่รีบกลับยังมีบริการล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน นกเหยี่ยวแดง ให้รื่นรมย์อีกด้วย บริเวณที่จัดตลาด “ขนมแปลกชุมชนบ้านหนองบัว” ใช้พื้นที่ตลาดชุมชนเดิมที่มีถนน 4 สาย ตัดมาเชื่อมกันเป็นศูนย์กลางบริเวณสี่แยก สอ
คุณอนุสรณ์ วนสุวานิช เจ้าของโรงงานกล้วยตาก วัย 49 ปี เล่าว่า “เดิมที่บ้าน ทำโรงงานผลิตขนม เป็นธุรกิจผลิตขนมขายส่ง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่กล้วยตาก ของฝากจังหวัดตากขายดีมาก เป็นที่นิยม ก็มองเห็นว่าน่าจะทำขายได้ ตอนนั้นก็เลยนำกล้วยมาตาก เพื่อทำเป็นแพ็คขาย การตากกล้วยต้องทำเป็นโรงงาน เพื่อกันฝนและรักษาความสะอาด การตากกล้วยในแต่ละครั้งจะมีน้ำกล้วยที่ระเหยออกมา ให้จำนวนที่มาก ช่วงแรกๆ ก็ปล่อยให้น้ำกล้วยไหลออกมา ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่ เพราะไม่ได้สังเกต แต่ต่อมาเมื่อเห็นว่าน้ำกล้วยที่ไหลลงมาบนพื้นมากๆ ก็เลยหันมาพัฒนาเป็นการพัฒนาไปพร้อมๆ กับการพัฒนาโปรดักซ์จากกล้วยด้วย” ไซรัปกล้วย จึงได้มาด้วยความบังเอิญจากการตากกล้วย ในโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำหวานที่หยดจากกาตากกล้วย ในโรงเรือน เป็นการกลั่นตัวโดยธรรมชาติ ถูกนำมาต่อยอดเป็นงานวิจัยของ ผศ.ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป และได้จดรับรองอนุสิทธิบัตรจากกรมทรพย์สินทางปัญญาวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนากาโดยห้องปฏิบัติการและประเมินระบบคุณภาพความปลอดภัยอาหารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล น้ำหวานจากกล้วย มีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำหวานจากผลไม้กล้วย ซึ่งเป็นมิตรต่อสุขภา
