แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
คุณแจ้ง ดำสุวรรณ ประธานกลุ่มแม่บ้านผลิตน้ำบูดูข้าวยำ เลขที่ 5 หมู่ที่ 15 บ้านดินลาน ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ที่กลุ่มแม่บ้านผลิตน้ำบูดูข้าวยำ บ้านดินลาน ผลิตขึ้นมาเป็นอาหารสุขภาพที่มีสารอาหารที่มีคุณค่าเหมาะกับคนทุกวัย พกพาสะดวก ตอบสนองวิถีชีวิตของกลุ่มผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว จากภูมิปัญญาท้องถิ่นบวกกับแนวคิดในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับยุคสมัย ข้าวยำม้วนซูชิจึงได้รับความสนใจจากตลาด โดยขณะนี้ได้ผลิตส่งจำหน่ายในร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านค้าชุมชน ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าคลองหอยโข่ง ห้างเทสโก้ โลตัส สงขลา และร้านภูฟ้า ซึ่งนอกจากจะสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้ว ชาวบ้านดินลานยังภาคภูมิใจกับข้าวยำม้วน ที่มีเพียงแห่งเดียวในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านอาหารที่มีปรับรูปโฉมใหม่ แต่ยังคงคุณค่าของความเป็นอาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้ไว้อย่างเหนียวแน่น ข้าวยำน้ำบูดู เป็นเมนูเด็ดที่ผสมผสานระหว่างอาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้กับกรรมวิธีการทำซูชิ รูปแบบอาหารญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มผลิตน้ำบูดูข้าวยำ ได้คิดค้นสูตรขึ้นเพื่อให้เป็นอาหารสุขภาพที่รับประทานได้สะดวก และเอา
ด้วยความอร่อยล้ำของน้ำราดข้าวที่เหนียวข้นกำลังดี รสกลมกล่อม ส่งกลิ่นหอม หนำซ้ำเนื้อไก่นุ่มแทบจะยุ่ยละลายในปากได้โดยไม่ต้องออกแรงบดเคี้ยว ในเมนู “ข้าวหน้าไก่” ทานคู่กับพริกชี้ฟ้าสดและผักชี ของร้านอาหารพูนเลิศ เลยเป็นที่มาว่าทำไมใครต่อใครต่างโจษจันกันมาช้านานว่าเป็นตำนานความอร่อย “ข้าวหน้าไก่ 100 ปี” วันนี้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์พาร่วมค้นหาคำตอบกับ คุณชยพร พูนล้ำเลิศ ลมหายใจรุ่นที่ 3 ของร้านอาหารร้านนี้ เผยสูตรลับของตระกูล มรดกตกทอดมา 3 รุ่น คุณชยพร พูนล้ำเลิศ หรือ คุณฟั้น เล่าประวัติร้านว่า ข้าวหน้าไก่ขายมาตั้งแต่ก่อนรุ่นอากง ว่ากันว่าสมัยนั้นญาติของอากงชื่อ “เหลาะงาทิ้น” หาบข้าวหน้าไก่ห่อใบตองเร่ขาย พร้อมเป่านกหวีดเรียกลูกค้าอยู่แถวพลับพลาไชย แต่แล้วทำไม่ไหวเรียกอากงมาช่วย จากนั้นอากงก็ทำต่อมาเรื่อยๆ จากหาบขายก็มาเปิดร้านในห้องแถวไม้ 1 ห้อง เมื่อกิจการดีขึ้นก็ขยับขยายเป็นอาคารพาณิชย์ตามลำดับ รวมถึงมีเมนูอื่นเพิ่มตามมา อาทิ ข้าวเหนียวหมูแดง โกยซีหมี่ บะหมี่ราดหน้าไก่ และอาหารตามสั่งอีกด้วย เบ็ดเสร็จอายุรวมของร้านก็ 100 ปีเศษแล้ว ปัจจุบัน ข้าวหน้าไก่ของร้านอาหารพูนเลิศ หรือฉายา “ข้าวหน้าไก่
น้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ เป็นเครื่องดื่มดับกระหายและตอบโจทย์อากาศร้อนในบ้านเราได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นยังสอดคล้องกับกระแสรักสุขภาพที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมให้อาชีพผลิตสมุนไพรแห้งและผลไม้สดเกิดการขับเคลื่อนต่อยอดมีรายได้อีกทางหนึ่งด้วย การผลิตน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้ จัดเป็นอาชีพอิสระที่หลายคนทำกันอย่างแพร่หลาย อาจเป็นเพราะใช้เงินทุนไม่มาก วัตถุดิบหาง่าย สามารถผลิตในพื้นที่เล็กๆ อย่างในบริเวณบ้าน แต่สิ่งเหล่านี้หาใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปซะทุกคน คุณดวงเดือน ทองญวน หรือ ป้าตา อยู่บ้านเลขที่ 74/2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ใช้เวลาว่างจากงานแม่บ้านต้มน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้แช่เย็นขาย กระทั่งล่วงเข้าปีที่ 3 อาชีพอิสระของเธอกลับสร้างรายได้หลักให้แก่ครอบครัวด้วยการผลิตน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้อย่างมีคุณภาพ สะอาด รสเข้มข้น จำนวนกว่า 20 ชนิด พร้อมกับตั้งชื่อให้คนเรียกกันง่ายๆ ว่า “น้ำสมุนไพรป้าตา” ป้าตาไม่ได้ตั้งใจจะต้มน้ำสมุนไพรขายเป็นอาชีพ ทว่าความบังเอิญที่นำผลฟักข้าวซึ่งปลูกไว้ในบริเวณบ้านไปขายที่ตลาด แล้วคนซื้อบ่นว่าอยากดื่มน้ำฟักข้าวด้วยเพราะชี้ว่ามีสรรพค
ยำทูน่าสตรอว์เบอร์รี่เป็นสูตรที่คุณป๊อบปี้ เพื่อนสมัยนักเรียนทำให้ทานกันในงานปาร์ตี้ คุณป๊อบปี้เป็นคนที่มีฝีมือทางด้านการทำอาหาร การจัดจานที่สวยงามและชอบจัดดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ อาชีพหลักของเธอ คือ เป็นนักประชาสัมพันธ์แต่มีศิลปะในหัวใจ ทำสิ่งต่างๆ ออกมาได้สวยงามเสมอ ประกอบกับช่วงนั้นเป็นหน้าสตรอว์เบอร์รี่ จึงขอสูตรเธอมาทำให้ท่านผู้อ่านได้ลองทำทานกันเป็นของว่างเบาๆ เมื่อไปหาซื้อวัตถุดิบที่โครงการหลวง เจอใบเลม่อน ไทม์ น่าสนใจ แอบดมละ มีกลิ่นหอม หันมาเจอผักโขมสีแดงกับสีเขียว ปกติจะเจอแต่สีเขียว คิดว่าเอามาผสมด้วยน่าจะทำให้จานน่าสนใจขึ้นค่ะ อย่างที่พูดเสมอมาว่าผักโครงการหลวงจะสด มีผักใหม่และราคาไม่แพง ในส่วนของปลาทูน่านั้น ถ้ากลัวไขมันจะใช้แบบในน้ำเกลือก็ได้ ส่วนตัวรู้สึกว่าปลาทูน่าในน้ำเกลือเวลาจะปรุงอาหาร เทน้ำเกลือออก เนื้อปลาจะแห้งไปนิด จึงเลือกใช้ปลาทูน่าในน้ำมันทานตะวันซึ่งมีประโยชน์และเนื้อปลาไม่แห้ง ลงมือทำเลยดีกว่าค่ะ ส่วนผสม ทูน่าในน้ำมันพืช 1 กระป๋อง สตรอว์เบอร์รี่ตัด 4 เซเลอรี่หั่นชิ้นบางๆ บัตเตอร์เฮด สลัด ผักโขมคละสี เลม่อน ไทม์ อัลมอนด์แท่ง พริกขี้หนูสวน หอมแดงปอกเปลือก หั่
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่หลวงพระบางจะมีอากาศเย็นทีเดียว เราจึงนิยมไปเที่ยวกันและเดินทางไม่ไกลจาก กรุงเทพฯ ค่ะ อาหารที่หลวงพระบางมีอร่อยๆ หลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่อยากจะพูดถึงเพราะอร่อยและทำทานง่าย คือ ขนมปังหลวงพระบาง ค่ะ ขนมปังหลวงพระบาง เกิดจากอิทธิพลของฝรั่งเศสที่เข้าครอบครองลาวช่วงหนึ่ง จึงได้นำขนมปังฝรั่งเศสหรือบาแกตต์ เป็นแท่งยาวๆ สัก 2 ฟุต ผิวด้านนอกแข็ง ด้านในนุ่ม เข้ามาทานกัน ไม่แน่ใจว่าฝ่ายใด ฝรั่งเศสหรือลาวที่เป็นคนคิดสูตรนี้ จริงๆ แล้ว ขนมปังหลวงพระบาง คือ แซนด์วิชอย่างหนึ่ง ที่มีไส้เป็นส่วนผสมของผัก หมูยอ และหมูหย็อง คล้ายๆ คลับแซนด์วิชนั่นเอง เพื่อให้มีความเป็นเอเชีย เขาจึงนำน้ำพริกเผาผสมมายองเนสซึ่งอร่อยดี ส่วนตัวชอบใส่ไข่ต้มเพราะทำให้รสชาติเข้ากันได้พอดี ทำให้ไม่เผ็ดจากน้ำพริกเผาหรือเค็มจากมายองเนสเกินไป ที่หลวงพระบางสามารถหาซื้อขนมปังฝรั่งเศสและขนมปังหลวงพระบางได้ง่าย ตามร้านอาหารเล็กๆ และข้างทาง ส่วนผสมจะแล้วแต่ชอบ บางคนอยากใส่ชีส ใส่เบค่อนทอดกรอบก็ได้ค่ะ ส่วนตัวคิดว่าใส่แค่นี้ก็พอเหมาะ ข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำเองคือ เราไม่ใส่ผงชูรส ที่หลวงพระบางจะใส่กันค่ะ ส่วนผสม ขนมปั
เรียกว่ากำลังดังเป็นพลุแตกเลยก็ว่าได้สำหรับร้านเกี๊ยวซ่าโบราณ ย่านสุทธิสาร กทม. เพราะเจ้าของร้านบรรจงทำด้วยความตั้งใจและละเมียดละไมทุกขั้นตอน แป้งห่อเกี๊ยวไม่ใส่ผงฟูและยีสต์ ปรุงไส้หมูสูตรพิเศษ ที่สำคัญใช้วิธีทอดด้วยน้ำแบบโบราณ เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครนี้ โดนใจลูกค้าไปเต็มๆ หลังจากเปิดได้เพียง 5 เดือน ทะยานสู่รายได้เดือนละล้านไปแล้ว คุณปรมินทร์ ตันวัฒนะ หรือคุณมิน เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ร้านเกี๊ยวซ่านี้ เป็นร้านของพ่อตา ในวัย 61 ปี ท่านเป็นคนจีน เมื่อ พ.ศ. 2530 ท่านไปทำงานเป็นลูกมือเชฟร้านอาหารที่ประเทศญี่ปุ่น อยู่ในย่านกินซ่า นาน 5 ปี หลังจากนั้นกลับมาเมืองไทยทำหลายอย่าง อาทิ เปิดร้านอาหารจีน ปลูกชา ปลูกกาแฟ ปลูกผักเมืองหนาว ที่ดอยแม่สะลอง จังหวัดเชียงราย ล่าสุดเมื่อ 5 เดือนที่แล้วตามลูกๆ เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ใช้ความถนัดด้านอาหารเปิดร้านเกี๊ยวซ่า “หลังจากที่พ่อตากลับจากประเทศญี่ปุ่น ท่านทำหลายอย่าง ช่วงแรกเปิดร้านอาหาร แต่หลังจากที่แม่ยายเสีย หันมาปลูกชาอู่หลง ปลูกกาแฟ และปลูกผักเมืองหนาวซึ่งผักเมืองหนาวปลูกขายไม่นานก็ล้มเลิกไป” ปัจจุบันที่ดอยแม่สะลอง คุณมิน บอกว่า ทางครอบครัวข
คุณชัยพร โสธรนพบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลไม้แปรรูป วรพร จำกัด เจ้าของแบรนด์ “วรพร” เล่าว่า ย้อนไป 60 ปีที่แล้ว อากงชื่อ “ไต่ไห้ แซ่โค้ว” อพยพมาจากเมืองจีน ทำมาหากินที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อาม่าเห็นว่าแปดริ้วมีมะม่วงเยอะ เลยเปิดร้านเล็กๆ ขายมะม่วงดองใส่โหลแก้ว สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว พอมารุ่นคุณพ่อ ชื่อ ชัยรัตน์ โสธรนพบุตร อาชีพครูวิชาเคมี ท่านใช้วันหยุดตระเวนส่งมะม่วงดองขายตามร้านขายของฝาก ตามปั๊มน้ำมัน ทำแบบนี้อยู่ 3-4 ปี จนรายได้เสริมมากกว่างานประจำ หนที่สุดพ่อลาออกมาทำธุรกิจมะม่วงแปรรูปเต็มตัว พ่อคุณแชมป์เป็นครูวิชาเคมี ท่านใช้ความรู้ด้านนี้มาปรับใช้ เป็นสูตรมะม่วงดองรสจัดจ้าน ไม่ต้องจิ้มพริกกะเกลือ ปรับกระบวนการผลิตด้วยการลงทุน 3 ล้านบาท เปิดโรงงานเพื่อขยายพื้นที่และปรับกระบวนการผลิตยกระดับมะม่วงดองเป็นเกรดพรีเมี่ยม ได้การรับรองมาตรฐาน อาทิ GMP, HACCP, CODEX ต่อมา พ.ศ. 2538 จดทะเบียนรูปแบบบริษัท ชื่อ ผลไม้แปรรูป วรพร จำกัด พร้อมกับไปเปิดตลาดที่จีน เปิดโรงงานยกระดับมะม่วงดองตามรถเข็น สู่ผลไม้แปรรูปเกรดพรีเมี่ยม ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนทำให้มะม่วงดอง “ว
อาหารที่เกิดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมของไทย ลาว เขมร และญวน ผู้เขียนเองและเจ้าหน้าที่หลายคนของมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีโอกาสได้ไปเรียนกับเจ้าของตำรับ อย่าง คุณวิสาศ ปกมนตรี ตัวอย่างอาหารที่ผู้เขียนรับประทานแล้วติดใจ เช่น แกงส้มเปลือกแตงโมใส่ปลากรอบ ส้มตำท่านเจ้าคุณ ซึ่งก็คือส้มตำมะระขี้นกใส่ปลากรอบ นั่นเอง ที่ติดใจก็เพราะว่าเป็นตำรับอาหารที่ผู้เขียนแค่ได้ยินชื่อก็คิดว่า ไม่น่าจะอร่อยแล้ว แต่ผิดคาด พอได้รับประทานกลับอร่อยไม่น่าเชื่อ อย่าง แกงส้มปลากรอบ โดยปกติแล้วผู้เขียนไม่ค่อยชอบรับประทานปลา เพราะกลิ่นคาวของปลาดุกไม่ถูกกับผู้เขียนนัก แต่แกงส้มปลากรอบนี้ทำให้ติดใจ เพราะปลากรอบที่ใส่ลงไป ทำให้น้ำแกงส้มกลมกล่อมและหอม ส่วนเปลือกแตงโมต้องเคี่ยวจนเปื่อยก็ยิ่งอร่อย ส่วนเคล็ดลับที่ไม่ลับอีกอย่างก็คือ เด็ดยอดผักแขยงใส่ลงไปด้วยก่อนยกลง ยิ่งทำให้รสชาติอร่อย ยิ่งซดน้ำแกงส้มร้อนๆ กลิ่นของผักแขยงที่ขึ้นจมูก ทำให้อาการคัดจมูกหายเป็นปลิดทิ้ง ผักแขยงหรือผักมะออม นี้ เป็นผักที่พบได้ทั่วไปในทุ่งนา กลิ่นที่ฉุนของผักส่งผลดีต่อร่างกายมากมาย อาทิ ช่วยแก้หวัดคัดจมูก เป็นต้น มะระขี้นก ส่วนตำรับที่สอง ที่ผู
ขนมหน้าตาสวยงามนี้ มีชื่อว่าขนมฝักบัว และเจ้านี้ ตั้งชื่อว่า ขนมฝักบัวน้อย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ไปพบกับ คุณสมร เรืองศรีมั่น วัย 58 ปี แม่ค้าขนมฝักบัว ที่ถนนศรีณรงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี คุณสมร จอดรถเข็นขายอยู่หน้าร้าน “ปากหม้อเจ้เรียน” ที่มีลูกค้าเดินเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง และร้านขนมคุณสมร เองก็ขายได้เรื่อยๆ ในราคา 9 ชิ้น 20 บาท คุณสมร บอกว่า ปกติ วันจันทร์-ศุกร์ ขายชานมไข่มุกหน้าโรงเรียน ส่วนเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด เวลา 8.00-12.00 น.ก็มาทอดขนมฝักบัวขาย เธอว่า ขายได้วันละพันกว่าบาท หักรายจ่ายแล้วเหลือ 300-400 บาท “ไม่เอาเยอะ เอาแค่นี้แหละ แบบเศรษฐกิจพอเพียง” เธอ ว่าอย่างนั้น ขนมฝักบัว ใช้ส่วนผสมหลักคือแป้งข้าวจ้าว น้ำตาล เกลือ ใบเตย แต่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปค้นจากอินเตอร์เน็ท พบว่า มีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียว และกล้วยหอมสุก ด้วย ดังนั้น น่าจะเป็นสูตรใครสูตรมัน หากใครอยากจะลองทำขาย ก็ลองสืบค้น และปรับเปลี่ยนสูตร ทำให้เพื่อนชิมสัก 2-3 ครั้ง ก็น่าจะได้ เพราะจะว่าไปแล้ว อาหารนี่ ไม่มีสูตรตายตัว เพราะมันคือศาสตร์และศิลป์ หากใครต้องทำตามสูตรเป๊ะๆ แล้วยังไม่อร่อย หรือไม่เ
มะนาว สามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ น้ำมะนาวเข้มข้น มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง มะนาวดอง แยมมะนาว มะนาวกวนปรุงรส เปลือกมะนาวสามรส เปลือกมะนาวแช่อิ่ม เปลือกมะนาวเชื่อม และนอกจากนี้ มะนาวยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นมะนาวผงปรุงรสและมะนาวผงพร้อมดื่ม โดยศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรโพธิ์ทองพัฒนา ซึ่งดำเนินกิจกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีในชุมชนจำหน่ายเป็นรายได้เสริม ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรโพธิ์ทองพัฒนา ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เริ่มดำเนินการก่อตั้งและแปรรูป ถนอมอาหารเมื่อปี 2529 ด้วยสมาชิกทั้งหมด 80 คน คุณชำเลียง เพชรสอน สมาชิกกลุ่ม เล่าให้ฟังว่า กลุ่มเริ่มแปรรูปขิงดองเป็นชนิดแรก โดยจะใช้เวลาว่างจากอาชีพหลักที่ทำ โดยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาส่งเสริมและให้การสนับสนุน ทั้งเงินทุนและความรู้ในการแปรรูปที่ได้มาตรฐานและถูกสุขลักษณะ “หลายหน่วยงานเข้าให้การสนับสนุนสร้างโรงเรือนแปรรูปอาหารที่ถูกหลักสอนการแปรรูปพืชผลทางการเกษตรที่มีปริมาณมากในชุนเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ ซึ่งในช่วงปี 2541 ที่มีการเข้ามาส่งเสริมอาชีพให้กับคนในชุมชน มะนาวเริ่มมี
