แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
คลุกคลีอยู่ในวงการอาหารจีนและฝึกฝีมือการทำอาหารเหลามาตลอดทั้งชีวิต สำหรับ คุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือ เฮียชัย ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านไต๋ตง เลิศรส พุทธมณฑลสาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่าสาย 2 ที่ใครๆ ก็ต่างขนานนามให้ว่า เขาคือเจ้าของร้านอาหารเหลามือวางลำดับต้นๆ ที่ใส่ใจและพิถีพิถันปรุงอาหารด้วยตัวเองทุกจาน ไม่มีผู้ช่วย นอกจากนั้นยังเป็นเจ้าของสโลแกน “อาหารเหลา รสชาติขั้นเทพ ราคาตลาดนัด” และเมนูหนึ่งเดียวในไทย เมนูฟิวชั่น กระเพาะปลาน้ำแดง ต้มยำเจ้าสมุทร หลากเมนู เอาใจทุกวัย วัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม คุณบวร อัศวมงคลไพศาล หรือ เฮียชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านไต๋ตง สาขาแรกตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 46 หรือข้างโรบินสันบางรัก สาขานี้เปิดมา 60 ปี ตั้งแต่รุ่นอากง เมนูเลื่องชื่อที่ใครมาต้องสั่ง มีหูฉลาม กระเพาะปลา ข้าวผัดปู ผัดหมี่ฮ่องกง จุดเด่นอยู่ที่รสชาติกลมกล่อม ราคาไม่แพง แต่ด้วยความที่อยากให้ลูกค้าย่านพุทธมณฑล สาย 2 ได้มีอาหารจีนอร่อยๆ ทาน อีกทั้งใกล้บ้าน เลยแยกตัวออกมาเปิดอีกสาขาที่พุทธมณฑล สาย 2 ตั้งอยู่ บ่อน้ำมันพลาซ่า สาย 2 สำหรับร้านนี้ เฮียชัยทุ่มทุนเกือบ 500,000 บาท เพื่อเปิด
ไก่อบโกเฮง อาทิตย์นี้ปิ่นโตเถาเล็กมีร้านดังในจังหวัดสุโขทัยมาแนะนำถึง 2 เจ้า รายแรกคือ ร้านอาหารจีนไหหลำ ระดับตำนาน เป็นร้านที่หากินได้ไม่ค่อยง่ายนัก ขึ้นชื่อโด่งดังเรื่องความอร่อยในเมนูเอกลักษณ์สไตล์ กุ๊กช็อป จีนปนฝรั่ง ร้านนี้มีชื่อว่า โกเฮง อยู่คู่ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มานานกว่า 91 ปีแล้ว จากหน้า สถานีรถไฟสวรรคโลก ตรงมาที่ ริมแม่น้ำยม ถนนหน้าเมือง อยู่ในตึกแถวครึ่งตึกครึ่งไม้ห้องหัวมุม ชั้นล่างกรุกระจกโดยรอบ ซึ่งเดิมทีเป็นบ้านไม้ชั้นล่างเปิดโล่งในบรรยากาศโบราณ เจ้าของร้านโกเฮงคือลูกสาวรุ่นที่ 2 ชื่อว่าเจ๊เนี้ยว ช่วยทำร้านมานานกว่า 40 ปี มีสามี น้องสาว ลูกชาย ลูกสาว ร่วมด้วยช่วยกันเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว มาดูกันว่าเมนูไหหลำขึ้นชื่อร้านนี้มีอะไรบ้าง ที่ไม่ควรพลาดเลยเป็นอันขาดคือ ไก่อบโกเฮง ซึ่งมีอีกชื่อว่า ไก่อบมาการีน (280-300 บาท แล้วแต่ขนาด) ไก่อบจานใหญ่ตัวหนักเกือบกิโลครึ่ง หนังกรอบเนื้อแห้งแต่นุ่มอร่อย ไม่แห้งผากเหมือนกินกระดาษ หมักแล้วแช่ในตู้เย็น นำมาอบในหม้อ เวลาสั่งก็ทอดจนหนังกรอบอีกที น้ำมันไก่ทอดหอมมาการีนเอามาคลุกข้าวได้ โรยหน้าด้วยกระเทียมกรอบและถั่วลันเตา จิ้มกั
กำลังพูดถึง “มะม่วงหาวมะนาวโห่” ผลไม้ที่ถือเป็นสุดยอดชนิดหนึ่ง อุดมทั้งธาตุเหล็ก วิตามินซี และอื่นๆ อีกมากมายเป็นผลไม้ที่แสนดี บำรุงร่างกาย รักษาโรคได้สารพัด แม้กระทั่งยางก็ยังช่วยสมานแผลสดได้อีก ที่น่าสนใจคือ เป็นสมุนไพรที่ช่วยซ่อมร่างกาย แค่กินสด-ต้องเลือกลูกที่สีดำ กินวันละ 5-7 ลูก แต่ให้ระวังยางสักหน่อย ไม่แนะนำสำหรับสตรีตั้งครรภ์ ส่วนคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ อาจเกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ให้เริ่มจากกินวันละ 1 ลูกก่อนเพื่อปรับสภาพร่างกาย สักพักถึงเพิ่มปริมาณ ไม่ควรเกิน 10 ลูกต่อวัน กินติดต่อกันจะรู้สึกว่าเลือดลมหมุนเวียนดี สุขภาพแข็งแรงขึ้น อีกสูตรที่ใช้บำรุงสุขภาพคือ ทำเป็นน้ำหมักสมุนไพร โดยเก็บชนิดผลสีแดง เด็ดขั้ว ทิ้งให้ยางจนแห้งก่อนจะล้างน้ำให้สะอาด วิธีการหมัก ใช้ผล 3 กิโลกรัม ต่อน้ำตาล 1 กิโลกรัม น้ำผึ้ง 350 ซีซี หมักในโหลแก้วไว้ 1 เดือน จึงเติมน้ำ 5 ลิตร แล้วหมักต่อจนครบ 3 เดือน เป็นอย่างน้อย ดื่มวันละ 1 เป๊ก ร่างกายจะปรับสภาพจนสมดุลและแข็งแรงขึ้น ที่มา : มติชนออนไลน์
เมื่อพูดถึง “แกงเนื้อ” มักจะหมายถึง “แกงเขียวหวานเนื้อ” โดยไม่ต้องระบุสีเครื่องแกงลงไปด้วย ถึงอย่างไรก็ไม่สับสนปนเปกับ “แกงแดง” หรือ “แกงเผ็ด” ด้วยอนุมานดังต่อไปนี้ ประการแรก คนไทยไม่ได้กินเนื้อสัตว์ใหญ่มาแต่เดิม เรากินสัตว์น้ำมากกว่า พูดไปก็ทำให้คนไทยโบราณคล้ายกับคนญี่ปุ่น ที่กินแต่สัตว์น้ำเป็นหลัก สัตว์ปีกอาจจะมีนกบ้าง เช่น ชื่อแกงเก่า “แกงนกสับ” ทั้งๆ ที่ใช้เนื้อปลาทำ ตามเอกสารที่อ้างอิงได้ ไก่น่าจะมาขึ้นโต๊ะในสมัยอยุธยา จากชมพูทวีป ตะวันออกกลาง (มัสมั่นไก่) และตะวันตก (สตูไก่) ที่เริ่มเข้ามาค้าขาย ส่วนเป็ด ห่าน และหมู มาทีหลังพร้อมกับคนจีน คาดว่าในสมัยต้นรัตนโกสินทร์นี้เอง แต่ไหนแต่ไร คนไทยไม่นิยมกินเนื้อสัตว์ใหญ่ ที่ผูกพันกันอยู่ทุกวันในไร่ในนา เช่น โค หรือวัว เพราะฉะนั้น ครั้นเมื่อต้องล้มโคหรือวัว เช่น ในงานประจำหมู่บ้าน ซึ่งต้องใช้เนื้อสัตว์เป็นจำนวนมาก การปรุงเนื้อสัตว์ใหญ่ที่คาวจัด ย่อมต้องใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศมาดับคาวนั้น เครื่องแกงเขียวหวาน นอกจากหอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี เครื่องปรุงรสอย่างพริกไทย กะปิ และเกลือ แล้ว ที่เข้าเครื่องเทศแขกมี ลูกผักชี และเ
อย่างที่เคยแนะนำไปว่า การกินข้าวเช้าดีต่อสุขภาพ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญอาหารของร่างกาย มื้อเช้าจึงมีความสำคัญที่สุด และไม่มีอะไรดีไปกว่าการกินข้าวแกง เพราะสามารถเลือกเมนูได้หลากหลาย ครบถ้วนทุกหมวดหมู่ แถมยังมีของเผ็ดๆ ใส่พริกขี้หนูซึ่งมีสารแคปไซซิน ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอีกทางหนึ่งด้วย เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ปิ่นโตเถาเล็กมีธุระต้องไปทำแถวย่านเกษตร-นวมินทร์ จึงโพสต์ถามเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กว่า แถวนั้นมีอะไรน่าลิ้มลองบ้าง บรรดาเหล่าชมรมคนชอบชิมต่างกระหน่ำตอบกันมามากมาย ในที่สุดก็เลยเลือกร้านที่น้องแทน บล็อกเกอร์ itan ไร้เทียมทาน ให้ไปลองชิมข้าวแกงปักษ์ใต้ที่ ร้านครัวสะตอ ริมถนนรัชดา-รามอินทรา ตอนนั้นเวลาได้เลยล่วงไปถึงยามบ่าย ข้าพเจ้าจึงรีบบึ่งไปก่อนที่ร้านจะปิดประมาณบ่าย 3 โมง ถนนรัชดา-รามอินทรานี้ คือถนนตัดใหม่ที่เริ่มจากสามแยก ถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) มุ่งหน้าไปสู่ถนนรามอินทรา แต่ไม่ต้องไปไกลขนาดนั้น วิ่งจากสามแยกไปเพียง 1.5 กิโลเมตร แล้วกลับรถใต้ สะพานลอย ที่จะข้ามถนนนวมินทร์ วิ่งย้อนกลับมานิดเดียวก็ถึงร้านครัวสะตอทางซ้ายมือ เลยช่วงเวลาเร่งด่วนสามารถจอดรถริมถนนได้เลย แค่เห็
ผลไม้นอกจากจะรสชาติอร่อย ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง และหากอยู่เมืองไทยด้วยแล้วผลไม้หาทานได้ง่ายตลอดทั้งปี คนสมัยก่อนยังนำผลไม้มาถนอมอาหารด้วยกรรมวิธีหลายอย่าง อาทิ ตากแห้ง หมักดอง เชื่อม แช่อิ่ม ฉาบ ส่วนปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่นำผลไม้มาดัดแปลงทำน้ำพริก แถมเป็นผงโรยข้าวทานแทนกับข้าวได้ด้วย พัฒนาน้ำพริกจากของเหลือ เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ คุณทิวาพร ศิริ หรือ คุณแอม สาวเชียงใหม่วัย 25 ปี คือ เจ้าของไอเดียน้ำพริกผลไม้ AMZAP (แอมแซ่บ) เล่าที่มาว่า หลังจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ไปทำงานสร้างเขื่อนที่ประเทศลาวอยู่ประมาณครึ่งปี หลังจากนั้นลาออกด้วยเหตุผลว่าไม่อยากเสียเวลาทำงานประจำ อยากสร้างกิจการของตัวเอง นั่นคือ กิจการน้ำพริกผลไม้ เดิมทีบ้านของหญิงสาวดำเนินธุรกิจขายปลีก ขายส่งน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว และแคบหมู มานานกว่า 15 ปี ซึ่งแต่ละวันจะผลิตแคบหมูราว 500 กิโลกรัม จุดเด่น คือ ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ ส่วนน้ำพริกหนุ่มก็ไม่ใส่สารกันบูด ไส้อั่วมันน้อย ใส่สมุนไพรเยอะ ภายหลังที่คุณแอมลาออกจากงานประจำ เธอตั้งหลักด้วยการช่วยงานที่บ้านก่อน เลยเกิดไอเดียอยากขายแคบห
บังเอิญได้ผ่านไปแถวถนนบางกรวย-ไทรน้อย จากการไปทำงาน เลยได้มาเจอร้านกล้วยแขกร้านหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ติดริมถนน เป็นร้านที่ดูธรรมดาๆ แต่คนต่อคิวซื้อแน่นตลอดทั้งวัน ถึงขั้นต้องแจกบัตรคิว เพื่อรอซื้อกันเลยทีเดียว ทีมงานเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงติดต่อสอบถามไปยังเจ้าของร้าน ทราบว่า คุณสุนทรี นันทวัฒกี หรือ ป้าติ่ง วัย 54 ปี เป็นเจ้าของร้าน “กล้วยแขก พระราม ๕” ดังกล่าว โดยป้าติ่ง เล่าให้ฟังว่า “ส่วนตัวเป็นคนชอบกินกล้วยทอด แต่เวลาไปซื้อร้านไหนๆ ก็มัน อมน้ำมันบ้าง เหม็นหืนบ้าง ซึ่งเราไม่ค่อยชอบที่มีน้ำมันเยอะๆ อีกทั้งเดิมเป็นพนักงานสาวออฟฟิศเหมือนคนทั่วไป แต่พอมีครอบครัว จึงตัดสินใจลาออกจากงาน ประจวบกับการคิดหาอาชีพทำ เพื่อสร้างรายได้เสริมในครอบครัว และจากความชอบกินกล้วยทอด จึงตัดสินใจเปิดร้านขายกล้วยแขก” ด้วยพื้นเพเป็นคนจังหวัดนนทบุรีอยู่แล้ว จึงทราบดีว่า พื้นที่จังหวัดนนทบุรี เป็นพื้นที่ที่มีสวนผลไม้เยอะ สวนกล้วยก็เช่นเดียวกัน “แต่ก่อนพื้นที่แถบนี้ ปลูกกล้วยกันเยอะมาก ช่วงที่ตัดสินใจว่าจะขายกล้วยแขกนั้น ไปได้สูตรมาจากน้าสาว ซึ่งแกขายอยู่แถวเมืองทอง ส่วนตัวจึงไปขอสูตรมาและมาเช่าที่ตรงสี่แยกบ
ยึดทำเลสยามสแควร์มานานกว่า 3 ทศวรรษ ครองใจลูกค้าในละแวกนี้ และผู้ที่ผ่านไปผ่านมา สำหรับขนมครกใบเตย หรือ ขนมครกสิงคโปร์ ที่ชื่อเสียงโด่งดังบอกปากต่อปาก ว่าเป็นขนมครกที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ แป้งหนึบๆ สีเขียว หอมกลิ่นใบเตยชวนให้รับประทาน และไม่ว่าจะมีขนมสัญชาติต่างๆ ถาโถมเข้ามา ร้านขนมไทยแห่งนี้ก็ยังยืนหยัดขายได้มานานกว่า 30 ปี คุณวรรณทนีย์ มีศิลป์ หรือคุณป้าตุ๊กตา อายุ 59 ปี ทายาทรุ่น 2 เจ้าของร้านขนมครกใบเตย สยามสแควร์ เล่าว่า ย้อนกลับไป 30 ปีที่แล้ว คุณแม่มีอาชีพขายขนมครกใบเตย โดยท่านเดินหาบเร่ขายแถวสยาม ต่อมาเมื่ออายุมากขึ้น เปลี่ยนเป็นรถเข็น กระทั่งทางมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มีการจัดระเบียบร้านค้าในสยามสแควร์ เห็นว่าคุณแม่ขายมานานเป็นคนเก่าแก่ในย่านนี้ เลยช่วยจัดสรรพื้นที่ให้ขายเป็นเรื่องเป็นราว เดิมทีร้านตั้งอยู่ ซอย 2 ต่อมาถูกย้ายไปซอย 4 กระทั่งปัจจุบันมี 2 สาขาอยู่ซอย 5 หน้าศูนย์หนังสือจุฬา และซอย 8 ข้างโรงแรมโนโวเทล คุณป้าตุ๊กตา บอกว่า ในสมัยก่อนคุณแม่จะใช้เตาถ่านย่างขนม แต่หลังจากขยับขึ้นมามีหน้าร้าน ธุรกิจมีการขยับขยายและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เลยเปลี่ยนมาใช้เตาแก๊ส แต่อย่างไรก็ตาม
ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะเป็นอำเภอเล็กๆ แต่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ พืชเศรษฐกิจอนาคตสดใส เพราะหลังเกษตรกรหลายรายเปลี่ยนจากการปลูกลำไยที่ขาดทุนมาทำสวนมะม่วง และเมื่อปีที่ผ่านมา 2559 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกมะม่วง ราว 3.2 พันล้านบาท “มาดามแมงโก้” ผลิตภัณฑ์ มะม่วงอบแห้ง (Soft Dried Mango) ที่มองเห็นโอกาส ในการพัฒนาศักยภาพของสินค้าจากตำบลเล็กๆ ในอำเภอพร้าว และเป็นเหมือนสินค้าหัวหอกที่จะบุกเบิกตลาดก้าวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ และตลาดสากล ให้กับสินค้าอื่นๆ จากตำบลนี้ในอนาคต คุณราเมศ รัตยันตรกร ผู้ก่อตั้ง แบรนด์ “มาดามแมงโก” เปิดเผยว่า ตั้งใจอยากจะทำสินค้าแปรรูปสินค้าเกษตรจากชุมชนบ้านหลวง ต.โหล่งขอด อ.พร้าว ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ให้รู้ว่าตำบลเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลความเจริญนั้นมีสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพเทียบเท่าสากล ให้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐ คือ “เกษตร 4.0” เลยคิดชื่อแบรนด์ง่ายๆ สื่อสารให้ทุกคนเข้าใจได้ ทั้งคนไทยและ ชาวต่างชาติ คือ “มาดามแมงโก้” สามารถที่จะต่อยอดไป
ต้นชะคราม เป็นพืชล้มลุกและเป็นวัชพืชที่ขึ้นแถวดินที่มีความเค็ม หาได้ง่ายแถวสมุทรสงครามและสมุทรสาคร ใบชะครามจะดูดความเค็มมาไว้ที่ใบ เวลาจะรับประทานจึงต้องนำมาลวกเอาความเค็มออก ใบชะครามนำไปปรุงอาหารได้หลายอย่างนอกเหนือจากยำ ทำแกงคั่วใบชะครามใส่ปู ลวกทานกับน้ำพริก นำมาชุบไข่ทอดรับประทานกับน้ำพริก ทำห่อหมกและแกงส้มได้ นอกจากนั้น บางแหล่งข้อมูลกล่าวว่า ใบชะครามมีคุณค่าทางยา รากเป็นยาบำรุงกระดูกแล้ว กำลังศึกษาว่ามีสารอนุมูลอิสระสามารถป้องกันมะเร็งได้ วิธีการยำในวันนี้จะทำแบบยำถั่วพู ใส่มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งคั่วนำไปบด ใส่หมู กุ้ง ปลาหมึกลวก หอมเจียว กระเทียมเจียว ราดกะทิ รับประทานเคียงกับไข่ต้ม ส่วนผสม น้ำยำ พริกขี้หนู กระเทียม มะนาว หอมแดงซอยเจียว กระเทียมซอยเจียว มะพร้าวขูดสำหรับคั้นกะทิ นำกากมะพร้าวมาคั่ว กุ้งแห้งคั่วป่น ถั่วลิสงคั่วป่น พริกแห้งคั่ว ใบชะคราม ไข่ต้มยางมะตูม มะนาว น้ำตาล น้ำปลา น้ำพริกเผา ไข่ต้ม ใบมะกรูดซอย พริกขี้หนูทุบ การทำน้ำยำ โขลก พริก กระเทียม ให้เข้ากัน เติมน้ำมะนาวเล็กน้อย คนให้เข้ากัน พักไว้ การทำมะพร้าวคั่ว เอามะพร้าวขูดมาคั้นน้ำกะทิ มะพร้าวที่คั้นแล้วมาเลือกชิ้นให
