แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
แจกสูตร ไก่อบวุ้นเส้น+น้ำจิ้มแซ่บสามรส วัตถุดิบไม่เยอะ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ในสภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ แค่รายรับแต่ละเดือนก็แทบไม่พอ เรื่องจะขอกินปู-กินกุ้ง ช่วงปลายเดือน เห็นจะอิมพอสซิเบิ้ล เดินตลาดเมื่อวันก่อน เลยนึกถึงเมนูรสชาติใกล้เคียงของหรู แต่ลงทุนไม่มาก ขึ้นมาได้ “ไก่อบวุ้นเส้น+น้ำจิ้มแซ่บสามรส” วัตถุดิบหลัก ไก่สด ส่วนสะโพก-น่อง 3 ชิ้น, เครื่องในไก่ 3 พวง, วุ้นเส้น 2 ห่อเล็ก, ขิง 3 แง่ง, ผักขึ้นฉ่าย 10 บาท, กระเทียม 1 หัว, พริกไทยเม็ดห่อเล็ก เบ็ดเสร็จจ่ายไปสองร้อยมีเงินทอน เริ่มต้น บุบ ขิง กระเทียม พริกไทยเม็ด พอเบาๆ ก่อนตักใส่กระทะคั่วไปเรื่อยๆ ด้วยไฟอ่อนจนส่งกลิ่นหอม ค่อยใส่เนื้อไก่ที่ทำความสะอาดดีแล้วลงในกระทะ เอาด้านหนังลงไปจี่ให้เสียงดังฉู่ฉ่า เหยาะซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ซีอิ๊วดำ ก่อนเติมน้ำเปล่าให้ท่วมเนื้อไก่ค่อยปิดฝา เร่งแก๊สเพิ่มอีกนิด รออึดใจเดียว น้ำเดือด เปิดฝาใส่เครื่องในไก่ ปิดฝารอน้ำเดือดอีกครั้ง ใส่วุ้นเส้นแช่น้ำที่หมักด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส มานิดหน่อย ลงไปในกระทะ เกลี่ยและกดวุ้นเส้นให้จมลงไปในน้ำซุป ปิดฝาอีกครั้ง หรี่แก๊ส ใช้ไฟอ่อน ทิ้งไว้ไม่เกิน 10 นาที เปิดฝาเห็นน้ำเหือ
เอแคลร์อัญชัน ขนมเพื่อสุขภาพ สูตรนี้ไม่ยาก ทำขายก็น่าสนใจไม่น้อย “เอแคลร์อัญชัน” สูตรจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สำหรับผู้สนใจลองทำทานดูที่บ้าน หรือบางท่านอาจอยากลองทำขายก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะสำรวจด้วยสายตาในท้องตลาดยามนี้ ยังไม่เห็นมีใครทำขาย ส่วนผสมตัวแป้ง : แป้งเค้ก 120 กรัม เนยสดอ่อนตัว 90 กรัม น้ำ 186 กรัม ไข่ไก่ 186 กรัม ส่วนผสมไส้ครีม : ไข่ไก่ 100 กรัม แป้งข้าวโพด 60 กรัม นมผง 60 กรัม นมข้นจืด 220 กรัม น้ำตาลทราย 160 กรัม น้ำต้มดอกอัญชัน 500 กรัม เนยสด 50 กรัม กลิ่นวานิลลา หรืออื่นๆ ตามชอบ วิธีทำ ร่อนแป้งเค้ก 3 ครั้ง ต้มน้ำให้เดือดใส่เนย ใส่แป้งที่ร่อนแล้วลงไป กวนให้เป็นก้อนจนแป้งสุก นำแป้งที่ได้เข้าเครื่องตี ใส่ไข่ ตีด้วยความเร็วปานกลาง จนแป้งเข้ากันดี จะมีลักษณะหนืดเล็กน้อย ตักใส่ถุงบีบ ทาเนยที่ถาด บีบเป็นช่อ วนประมาณ 3 รอบพอดี เอาเข้าเตาอบ ไฟ 200 องศาเซลเซียส 15 นาที จะสังเกตเห็นว่าตัวเอแคลร์พองขึ้นเป็นโพรงตรงกลาง กวนไส้ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกัน และกวนด้วยไฟอ่อนๆ จนสังเกตเห็นแป้งสุกเป็นมัน จึงยกลง และหยอดในตัวแป้งที่เตรียมไว้ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอัญชัน เป็นข้อมูลจากท
หนุ่มเพาะช่าง สร้างอาณาจักรเบเกอรี่ “ขนมฟู” วัตถุดิบพรีเมี่ยม ขายราคาตลาดนัด ปิ๊งไอเดียทำเมนู “เค้กคอลลาเจน” หนึ่งเดียวในไทย ขยายฐานลูกค้าด้วยระบบแฟรนไชส์ หนุ่มเพาะช่าง สั่งสมความรู้ ความสามารถ เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำเบเกอรี่มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ล่าสุด ขอสร้างอาณาจักรขนมฟู เบเกอรี่นุ่ม ฟู หอม อร่อย ใช้วัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ทำสดใหม่วันต่อวัน ไม่ใส่วัตถุกันเสีย เสิร์ฟขนมในทุกๆ เช้า กว่า 200 เมนู ขายราคาตลาดนัด หวังให้ทุกคนได้ทานของอร่อยคุณภาพดี ล่าสุดปิ๊งไอเดียทำเมนู “เค้กคอลลาเจน” หนึ่งเดียวในไทย อร่อย ได้ประโยชน์ เป็นมิตรกับผิวพรรณ คุณนัด-ปัณณพัฒน์ อชิรญาวณิชย์ เล่าว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวธุรกิจเบเกอรี่ โดยคุณพ่อใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ณรงค์ชัย เบเกอรี่” เปิดร้านในตลาดสดคลองขวาง ตั้งแต่เล็กจนโตช่วยงานคุณพ่อมาตลอด กระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้วขอแยกตัวมาสร้างอาณาจักรขนมฟู ชูจุดเด่น ความนุ่ม ฟู หอม อร่อย ไม่หวาน ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ คุณนัด บอกต่อว่า “ร้านขนมฟู” ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัว ทั้งสูตรขนมที่ผ่านการพิสูจน์ความอร่อยมายาวนานกว่
ชาวไทยนั้นคุ้นเคยกับอาหารเวียดนามเป็นอย่างดี บางอย่างเรากินกันจนลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเป็นของต่างชาติ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงนี้คือ หมูยอ ย้อนหลังไปสมัยเป็นเด็กนักเรียนจำได้ว่าเวลาใครไปใครมาเชียงใหม่จะต้องหอบหิ้วหมูยอกลับมาเป็นของฝากจนคิดว่าหมูยอนั้นเป็นอาหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยี่ห้อที่ฉันรู้จักตอนเด็กนั้นคือ ตราดาวที่อยู่บนถนนช้างม่อย ตอนหลังมียี่ห้อป้าย่นที่ยังโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยได้เดินทางมากขึ้นก็พบว่าหมูยอในภาคอีสานนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเวียดนามเพราะติดชายแดนลาว ถัดไปอีกหน่อยก็ถึงเวียดนามแล้ว ก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศลาวนั้นจะได้กินอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารลาวเสียอีก พวกเขานิยมกินกันจริงๆ เหมือนคนไทยชอบกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่าหมูยอมีต้นกำเนิดจากไหน จนมีอันต้องระเห็จไปอยู่ที่เวียดนามเสียนานหลายปี จึงเอะใจว่าหมูยอนี้น่าจะมีต้นตอมาจากที่นี่ อย่างแรกเลยก็คือชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นน่าจะมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) หรือ “หย่อหลั่วะ” (Giò lụa) ที่ใช้เรียกหมูยอข
ขนมไข่ปลา ขนมไทยพื้นบ้าน ขั้นตอนทำไม่ยุ่งยาก ใช้วัตถุดิบน้อยกว่าที่คิด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้ไปออกทริปที่จังหวัดสุพรรณบุรี กับ KTC และมีโอกาสได้ทดลองทำ ขนมไข่ปลา ขนมไทยพื้นบ้านของชาวสุพรรณบุรี โดยคุณจ่อย ผู้สาธิตการทำ ได้เล่าว่า เจ้าขนมตัวนี้ เป็นผลพวงมาจากการทำขนมตาล และมีเนื้อลูกตาลเหลืออยู่ จึงนำมาทำเป็นขนมไข่ปลาอย่างที่เห็น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงไม่ลืมที่จะขอสูตรและวิธีการทำมาให้ลูกเพจได้ลองทำทานกัน โดยวัตถุดิบหลักๆ ได้แก่ 1.แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม 2.น้ำตาล 1/2 กิโลกรัม 3.เกลือ 1/2 ขีด 4.ลูกตาล 4 ขีด วิธีทำ 1.นำแป้งข้าวเหนียว ผสมกับเนื้อลูกตาลสุก น้ำตาล และเกลือ จากนั้นนวดให้ส่วนผสมเข้ากัน 2.เมื่อได้แป้งแล้ว นำมาปั้นให้มีลักษณะเป็นเส้นตรง ขนาดไม่ยาวหรือไม่หนาจนเกินไป เพราะเมื่อเวลานึ่ง แป้งอาจไม่สุกได้ 3.เมื่อได้แป้งในลักษณะเป็นเส้นตามที่กำหนดแล้ว ให้จับปลายทั้งสองมาทบกัน ดังรูป 4.ปั้นจนแป้งหมด ก็นำไปนึ่งให้สุก โดยใช้เวลานึ่งประมาณ 3-5 นาที 5.เมื่อขนมสุกแล้ว สามารถนำมาคลุกกับมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยและน้ำตาลเพิ่มเติมได้ โดยขนมไข่ปลาที่ได้จะมีลักษณะเหนียว ผิวมัน มีกลิ่นหอมขอ
นศ.หอการค้าไทย ขายน้ำปลาร้าออนไลน์ช่วงโควิด สร้างรายได้หลักแสน “ปลาร้า” สินค้าประเทศไทยเป็นที่ยอมรับทั้งด้านคุณภาพและมาตรฐาน สามารถเป็นเครื่องปรุงรสของชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความนิยมมาก ปัจจุบันปลาร้าได้มีการพัฒนาเพื่อเป็นสินค้าในรูปแบบบรรจุขวดพาสเจอร์ไรซ์หลากหลายรสชาติ จัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกบริโภคได้ตามความต้องการ แบรนด์ซีออน (Zeon) มาจากภาษาอีสานที่แปลว่าน้องสาว ผลิตภัณฑ์ปลาร้ากลุ่มคีโตรับประทานได้ง่าย ไม่มีผงชูรสเป็นปลาร้าคลีน เป็นอันดับหนึ่งสำหรับคนรักสุขภาพ นายธีระศักดิ์ แท่นประมูล วิทยาลัยผู้ประกอบการ ชั้นปีที่4 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เล่าว่า ปลาร้าซีออน (Zeon) เป็นน้ำปลาร้าที่มีความเข้มข้นมาก จากที่ปลาร้าปกติตามท้องตลาดถ้ามีการตั้งไว้นาน ภายในขวดจะมีเศษขาวๆ ขุ่นๆ ที่เป็นเนื้อปลาและกระดูกปลาอยู่ในนั้น แต่ปลาร้าซีออนไม่มีลักษณะแบบนั้น เมื่อนำปลาร้าของเราไปปรุงอาหารจะไม่มีกลิ่น แต่มีรสชาติที่อร่อย ถือได้ว่าเป็นปลาร้าที่ทุกคนสามารถรับประทานได้ดีต่อสุขภาพ ปลาร้าซีออนได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซีออน เน้น
เจ๊หมวยกุยช่ายทอดนางเลิ้ง ขายกุยช่ายสู้โควิด-19 แม้ยอดตก แต่เลิกไม่ได้ เจ๊หมวยกุยช่ายทอดนางเลิ้ง ยืนหยัดขายกุยช่ายมานานกว่า 65 ปี เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในตลาดนางเลิ้งที่ยังคงใช้เทคนิคการทอดบนเตาถ่านและแป้งบางแบบโบราณ สำหรับ ‘ร้านกุยช่ายเจ๊หมวย’ จุดเด่น คือ จะหั่นกุยช่ายชิ้นพอดีคำก่อนนำลงทอดในน้ำมันร้อนท่วมกระทะ ทอด 4-5 รอบ เพื่อให้กุยช่ายกรอบนอก นุ่มใน ไม่อมน้ำมัน เสิร์ฟบนกระทงใบตอง มาพร้อมน้ำจิ้ม รสชาติเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม และหวาน ไม่เหมือนใคร ล่าสุดแม้จะเจอวิกฤตโควิด-19 ยอดขายลดลงฮวบจากเคยใช้ผักวันละ 50 กิโลกรัม เหลือเพียงวันละ 20 กิโลกรัม แต่เจ๊หมวยไม่ยอมแพ้ ยังยืนยันจะขายต่อ เพราะถ้าไม่ขายกุยช่าย ก็ไม่รู้จะทำอะไร ยังดีได้ลูกสาวช่วยขายออนไลน์ คุณสมใจ แซ่เอี้ย หรือ เจ๊หมวย ในวัย 65 ปี บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ขายกุยช่ายทอดในตลาดนางเลิ้ง กรุงเทพฯ จุดเด่นอยู่ที่สัดส่วนการผสมแป้ง มีแป้งข้าวเจ้า และแป้งมัน ใส่แป้งให้เยอะกว่ากุยช่ายเล็กน้อย เพื่อให้ทอดออกมากรอบ ไม่อมน้ำมัน นอกจากจะมีกุยช่ายแบบทอด ยังมีแบบมีไส้ต่างๆ อาทิ เผือก หน่อไม้ มันแกว มันม
หมาโผโต้วฝุ อาหารเสฉวน อร่อยจนเป็นที่เลื่องลือ หากเป็นสมัยนี้ต้องได้ดาวมิชลิน เมื่อปีกลายฉันได้เดินทางไปในเมืองต่างๆ ของมณฑลเสฉวน ซึ่งมีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์จนเลื่องลือไปทั่วโลก ด้วยรส “หม่าล่า” 麻辣 (“หม่า” 麻 แปลว่า ชา “ล่า” 辣 แปลว่า เผ็ด) คือ รสชาติเผ็ดร้อนและชาลิ้น จากเครื่องเทศในดินแดนแถบนี้ที่ชื่อว่า “ฮวาเจียว” 花椒 ไว้ฉันจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังภายหลัง ที่เสฉวนฉันสนุกสนานกับการไปตลาดและได้ซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ รวมแล้วหนัก 10 กิโลกรัม จนต้องซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม เครื่องปรุงอีกอย่างที่ฉันซื้อติดมือมาคือ น้ำพริกเสฉวน “โต้วป้านเจี้ยง” 豆瓣酱 ซึ่งเป็นเครื่องปรุงที่ถือเป็นหัวใจของอาหารเสฉวน ใช้ทำอาหารได้หลากหลายชนิด รวมถึงอาหารเสฉวนยอดนิยมอย่าง “หมาโผโต้วฝุ” 麻婆豆腐 ซึ่งนับว่าเป็นอาหารเสฉวนที่โด่งดังที่สุดและได้รับความนิยมไปทั่วโลก นอกจากครัวจีนแล้ว ครัวญี่ปุ่นและครัวเกาหลีก็นิยมอาหารชนิดนี้จนถือเป็นส่วนหนึ่งของอาหารของชาติเขาเลยทีเดียว กำเนิดของอาหารจานนี้เล่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยปลายราชวงศ์ชิง โดยนางเฉินผู้ที่เปิดร้านอาหารอยู่ในนครเฉิงตูทำเมนูเต้าหู้ได้อร่อยจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว ถ
รู้ยัง! The Coffee Club ร้านดังสัญชาติออสเตรเลีย เขาไม่ได้มีแค่กาแฟนะ หากพูดถึงร้านกาแฟในประเทศไทย ภาพในหัวของหลายคนจะเป็นร้านที่มีเครื่องดื่มประเภทกาแฟ ชา น้ำปั่น และอิตาเลี่ยนโซดา รวมไปถึงขนมจำพวกเบเกอรี่ จำหน่ายให้เลือกซื้อทานแล้วแต่จริตความชอบ ราคาถูกแพงก็แล้วแต่ว่าเป็นแบรนด์ดังมากน้อยแค่ไหน The Coffee Club ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ ไมเนอร์ ฟู้ด (The Minor Food Group PCL.,) ถือหุ้นอยู่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้สัมภาษณ์กับ คุณจันทร์ – วณญาดา วรรณวิไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ของ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ประเทศไทย เธอเล่าที่มาที่ไปของร้านกาแฟที่มีมากกว่ากาแฟนี้ ให้ฟังว่า The Coffee Club เป็นร้านกาแฟสัญชาติออสเตรเลีย ที่ก่อตั้งโดย Mr. Emmanuel Kokoris และ Mr. Emmanuel Drivas สองพี่น้องชาวกรีก ที่วันดีคืนดี เกิดอยากดื่มกาแฟรสเลิศขึ้นมากลางดึก แต่ก็ไม่สามารถหาร้านที่ว่านั้นได้เลยในเมืองบริสเบน (เมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย) จึงปรึกษากันและก่อตั้ง The Coffee Club ขึ้นในปี 2532 โดยคอนเซ็ปต์ร้านกาแฟที่สองพี่น้อง Emmanuel วางเอาไว้ คือ
เจ้าของธุรกิจทัวร์ ไม่ทิ้งพนักงาน ขายหมูปิ้งน้ำนมสด หมูปิ้งรากผักชี น้ำจิ้มแจ่ว-ซีฟู้ด ลูกค้าชอบ ขายดีวันละ 800 ไม้ สักวันจะกลับมาเปิดบริษัทอีกครั้ง กระทบเต็มๆ จากวิกฤตโควิด-19 สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในธุรกิจนี้ต้องปรับตัวเองไปประกอบอาชีพอื่นเพื่อเลี้ยงปากท้องและครอบครัว เฉกเช่น คุณเอ-ภาคภูมิ เรืองชัยศิวเวท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออล อิน ทราเวล จำกัด ธุรกิจทัวร์ที่เปิดมานานกว่า 19 ปี ณ วันนี้ ไม่มีงาน ทุกโปรแกรมทัวร์ถูกยกเลิกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ล่าสุดไปขายหมูปิ้งน้ำนมสด หมูปิ้งรากผักชี น้ำจิ้มรสเด็ด ลูกค้าชอบ ขายดีวันละ 800 ไม้ มั่นใจผ่านโควิด-19 จะกลับมาเปิดบริษัทอีกครั้ง คุณเอ เล่าว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทางบริษัทมีลูกค้าจองทัวร์ต่างประเทศมากมาย ทั้งในเอเชียและยุโรป ต่อคิวตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ตั้งเป้าว่า ปี 2563 บริษัทจะต้องเติบโตขึ้นกว่าปีก่อน พนักงานทุกคนรู้สึกมีความสุข และสนุกกับการทำงานมาก เพราะมีเป้าหมายที่ชัดเจน เหมือนว่าทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี แต่แล้ว โควิด-19 ก็เข้ามา บางคนตั้งรับไม่ทัน คุณเอเองก็เช่นเดียวกัน “เดือนกุมภาพันธ์ จู่ๆ ทุกโปรแกรมทัวร์
