หลักสูตรเรียนฟรี
เข้าสู่เดือนธันวาคม 2562 ได้เวลาส่งความสุขปลายปีกันแล้ว มติชน อคาเดมี เปิดหลักสูตรพิเศษ คืนกำไรลูกค้าในโอกาสครบรอบ 24 ปี เรียนทำอาหารในราคาย่อมเยา 999 บาท รวมทั้งสิ้น 18 หลักสูตร มีทั้งอาหารไทย จีน ฝรั่ง ขนม ของหวาน เบเกอรี่ ทุกหลักสูตรมีเล่มหลักสูตรอาหาร พร้อมเคล็ดลับความอร่อยจากอาจารย์ผู้สอนเพียบ 18 หลักสูตรอาหาร มีอะไรบ้าง? เรียนวันศุกร์ที่ 6 ธ.ค.62 เวลา 09.00-12.00 น. 1.หลักสูตรชีสทาร์ต สอนโดย อ.กฤษณะ ยุคะลัง 2.หลักสูตรทอดมันโบราณ สอนโดย อ.ขนิษฐา ชัยชาญกุล 3.หลักสูตรปลาหมึกย่างน้ำจิ้มรสแซ่บ สอนโดย อ.อิสระ เหลืองแสงรุ้ง เรียนวันศุกร์ที่ 6 ธ.ค. 62 เวลา 13.00 – 16.00 น. 1.หลักสูตรคาราเมลคัสตาร์ดพุดดิ้ง สอนโดย อ.กฤษณะ ยุคะลัง 2.หลักสูตรปลาทูต้มเค็ม สอนโดย อ.อิสระ เหลืองแสงรุ้ง 3.หลักสูตรข้าวต้มมัด สอนโดย อ.ขนิษฐา ชัยชาญกุล เรียนวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค.62 เวลา 09.00-12.00 น. 1.หลักสูตรฮอกไกโดเค้ก สอนโดย อ.กฤษณะ ยุคะลัง 2.หลักสูตรหม่าล่ารสแซ่บ สอนโดย อ.ขนิษฐา ชัยชาญกุล 3.หลักสูตรน้ำพริกตามสั่ง 5 เมนู สอนโดย อ.นวลเพ็ญ ธรรมษา เรียนวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค. 62 เวลา 13.00-16.00 น. 1.หลักสูตรเอแคลร์ สอน
“เปลี่ยนผ้าเก่า เป็นพรมเช็ดเท้า” ด้วยวิธีง่ายๆ จากอุปกรณ์แค่ 4 อย่าง พรมเช็ดเท้า D.I.Y. – ปกติแล้ว เสื้อผ้าเก่า ที่ไม่ใช้แล้ว คุณเอาไปทำอะไรกัน? บางคนอาจจะเอาไปทิ้ง อาจนำไปบริจาคให้ผู้ที่ขาดแคลน หรือยกให้ญาติมิตรที่น่าจะใส่ได้ ถ้าสภาพดีหน่อย ก็เอาไปเลขายตัวละ 20, 30 บาท ใครมีไอเดียก็นำมา D.I.Y. เป็นของใช้ไปอีกแบบ สมาชิกพันทิป หมายเลข 5556565 ก็เป็นอีกคนที่นำเสื้อผ้าเก่าๆ มาแปลงโฉมใหม่ เป็นพรมเช็ดเท้า ซึ่งเดี๋ยวนี้พรมเช็ดเท้าหนึ่งผืน ราคาก็เกือบ 100 บาท แล้วด้วยซ้ำ และนอกจากจะโละตู้เสื้อผ้าแล้ว ยังได้ของใช้ที่มีประโยชน์เพิ่มมาด้วย โดยเธอตั้งกระทู้สอนการทำไว้ง่ายๆ ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ แถมถ้าทำจนคล่องก็สามารถทำไปขายได้ด้วยนะ อุปกรณ์ที่ใช้มีแค่ 4 อย่างคือ เสื้อผ้าเก่า กรรไกร ด้ายเย็บผ้า เข็มเย็บผ้า เริ่มกันที่ขั้นตอนแรก ให้ตัดผ้าเป็นเส้นยาวๆ ความกว้างประมาณ 2-3 นิ้ว (ตามรูป) จนหมดทั้งผืน จากนั้นนำผ้า 3 เส้นมาเย็บติดกัน แล้วถักผ้า เหมือนถักเปียผม จนสุดความยาว เมื่อถักไปจนสุดความยาวแล้ว ให้มัดปลายเอาไว้ นำมาขมวดเป็นวงกลมแล้วค่อยๆ เย็บติดกันทีละชั้น เย็บจนสุดความยาวแล้ว ให้แก
อดีตหนุ่มออฟฟิศ เอาดีด้านขับแกร็บ พร้อมแชร์ทริก “ขับยังไงให้ได้ 4 หมื่นต่อเดือน” ทริกขับแกร็บ – ปัจจุบันนอกจากแท็กซี่เองก็หันมาขับแกร็บกันมากขึ้นแล้ว เหล่าคนว่างงาน หรือผู้ที่กำลังหารายได้เสริม ก็หันมายึดอาชีพขับแกร็บกันมากขึ้น สมาชิกผู้ใช้พันทิปนาม ปิงปองลูกเดียว ได้แชร์ประสบการณ์ตกงานแล้วหันมายึดอาชีพขับแกร็บรับส่งผู้โดยสาร ทำให้เขามีรายได้อยู่ที่ 3 – 4 หมื่นบาทต่อเดือนเลยทีเดียว! นอกจากประสบการณ์ที่เขาใจดีมาเล่าให้ฟังแล้ว ยังเผยเคล็ดลับในการขับให้ได้เงินเยอะๆอีกด้วย ซึ่งเคล็บลับที่ว่า เขาได้มาจากการที่มีโอกาสได้เข้ากลุ่มเฟซบุ๊กเกี่ยวกับแกร็บ และสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนที่ขับแกร็บด้วยกันในกลุ่มที่ขับมาก่อน ซึ่งมีทริกดีๆหลายอย่างให้ได้เรียนรู้กัน ดัง 4 ข้อต่อไปนี้ 1. ความเป็นมิตรกับลูกค้า ถือเป็นข้อสำคัญเลยทีเดียว เพราะหากมีลูกค้าเจ้าไหน เรียกแกร็บให้ไปส่งไกลๆ ซึ่งต้องใช้เวลานานในการขับ ชายหนุ่มเจ้าของกระทู้จะใช้โอกาสนี้ชวนลูกค้าคุยเป็นการแก้เบื่อไปในตัว แต่ก็ต้องสังเกตด้วยว่า ลูกค้าคนไหนพอจะคุยด้วยได้บ้าง เพราะจะชวนคุยสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ บางคนอาจจะชอบคุยม
สร้างแบรนด์ให้โลกจำทั้งที ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษอะไรดี ซีพี ออลล์ ติดอาวุธทางปัญญาให้ทายาทและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รุ่นใหม่ จัดโครงการอบรม “ซีพี ออลล์ ปั้นทายาท SME รุ่น 2” หวังถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน อาจารย์พีรวงศ์ จาตุรงคกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ กล่าวว่า 4 ปัจจัยที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าในครั้งแรกจะถูกกำหนดด้วย ราคา หน้าตา คุณภาพ ยี่ห้อ หากมีการซื้อซ้ำ จะเลือกจากคุณภาพ และยี่ห้อ ก่อนเสมอ “แบรนด์ คือ ภาพลักษณ์ ชื่อเสียงที่ลูกค้ารู้จักและจดจำ ซึ่งมีการวิจัยออกแล้วว่า สมองคนเราจะสามารถจำแบรนด์ในสินค้าประเภทเดียวกันได้เพียง 7 แบรนด์เท่านั้น แบรนด์ที่ดีคนจะบอกต่อ 3 คน แบรนด์ไม่ดีคนบอกต่อ 12 คน และแบรนด์ไหนที่เลวร้ายมาก คนบอกต่อ 144 คน และคนที่ทำลายแบรนด์ 80 เปอร์เซ็นต์เป็นคนในองค์กร” สำหรับการตั้งชื่อแบรนด์ที่ดี อาจารย์พีรวงศ์ บอกว่า ไม่ควรเกิน 1 – 3 พยางค์ ไม่เกิน 7 ตัวอักษร อ่านง่าย ออกเสียงง่าย ทันสมัย สื่อความหมายได้ดี ยกตัวอย่าง ดีแทค ทรู โค้ก เ
“จานกาบหมาก” คืออะไร เหตุไฉนลูกค้าถึงชอบใช้ ออร์เดอร์ทะลัก ผลิตไม่เคยพอขาย จานกาบหมาก – “ใบกาบหมาก” ที่ร่วงจากต้นอย่างไร้ค่า ถูกคุณสุมาลี ภิญโญ หญิงสาวโคราช หัวคิดดีนำมาสร้างแบรนด์ ‘วีรษา’ (VEERASA) เพิ่มมูลค่าและดีไซน์ให้เป็นภาชนะใส่อาหารคาว – หวาน ขายได้ถึงใบละ 5 – 9 บาท กลายเป็นวัสดุธรรมชาติที่หายาก ถูกใจชาวรักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อม ระยะเวลาเพียงปีกว่าส่งขายท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 50 สาขา กำลังการผลิตเดือนละ 5 หมื่นชิ้น ลูกค้าต่างชาติโหยหา เจ้าของสินค้าเร่งหาวัตถุดิบนำมาผลิตเพิ่ม จานกาบหมาก รายแรกในไทย คุณสุมาลี ภิญโญ เท้าความว่า เมื่อ พ.ศ.2539 ในตอนนั้นได้รับมอบหมายให้จัดงานเลี้ยงอาหารขันโตก ที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา งานประเพณีภาคอีสานนั่งกินอาหารกับพื้นในช่วงค่ำ สมัยนั้นภาชนะบรรจุอาหารเป็น “โฟม” ซึ่งสวนทางกับธีมงานที่เป็นแบบย้อนยุค อีกทั้งโฟม เป็นขยะกำจัดยาก ปีต่อมาเปลี่ยนใช้กระทงใบตอง แต่ทว่าใบตอง ใส่อาหารได้น้อย ใส่อาหารที่มีน้ำก็รั่ว ฉีกขาดง่าย ณ เวลานั้นยังหาทางออกไม่ได้ จนกระทั่งมาเจอใบกาบหมากจากต้นหมาก ทดลองนำมาขึ้นรูปเป็นจาน ชาม ปรากฏใส่อาหารได้ทุก
ไชโย เรียนจบปริญญาแล้ว จะได้เป็นคนว่างงาน คอลัมน์ นอกรอบ โดย ศาสตราจารย์พิเศษ อธึก อัศวานันท์ ช่วงนี้เป็นเวลาที่นิสิตนักศึกษามีโอกาสเฮเลี้ยงฉลองการจบการศึกษาและรับปริญญากัน คนที่ยิ้มกันแก้มปริก็คือผู้ปกครองที่ชื่นชมนิสิตนักศึกษาบุตรหลานของตนเรียนจบ คนที่รับทรัพย์กันกระเป๋าตุงก็คือร้านอาหารต่าง ๆ ที่เป็นที่เลี้ยงฉลองของนิสิตนักศึกษาเหล่านั้น แต่ถ้าเราลองดูข้อเท็จจริงว่า นิสิตนักศึกษาจะไปประกอบอาชีพอะไรหลังการเรียนจบ จะเห็นตัวเลขที่น่าสนใจของ “สรุปผลการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากร เดือนมีนาคม 2562 (ISBN 1685-7437)” ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ นั่นคือประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมีจำนวน 56.489 ล้านคน ประชากรไทยผู้มีงานทำมีจำนวน 38.498 ล้านคน ในขณะที่ผู้มีงานทำที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา 7.977 ล้านคน นั่นคือผู้มีงานทำอีก 30 ล้านคนเศษ หรือคนไทยเกือบร้อยละ 75 ของผู้ที่มีงานทำไม่ได้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ถ้าตัวเลขนี้ถูกต้อง สถิตินี้พยายามบอกว่าการจ้างงานของประเทศไทยไม่ได้สนใจผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยเลยใช่ไหม ? ถ้าเช่นนั้น มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในการจ้างแรงงาน หรือเกิดข้อผิดพลาดในกา
“หมวกกันน็อกพรีเดเตอร์” งานฝีมือคนไทย สร้างชื่อไกล ส่งขายทั่วโลก ทำหมวกกันน็อก “พรีเดเตอร์” ขาย – “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” บังเอิญไปเห็นหมวกกันน็อกแปลกๆ ในโซเชียลใบหนึ่ง ชื่อว่า “หมวกกันน็อกพรีเดเตอร์” ลักษณะของหมวกเหมือนกับหัวของพรีเดเตอร์ในหนังที่หลุดออกมาจริงๆ คุณสุริยันต์ ตันเต็มสิน เจ้าของหมวกพรีเดเตอร์สุดเท่ วัย 34 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนจะมาทำหมวกพรีเดเตอร์ส่งออกขายต่างประเทศ เขาเคยเป็นครูสอนพิเศษวิชาศิลปะมาก่อน พอน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ทำให้ลูกศิษย์ลูกหาที่มาเรียนด้วยกัน ค่อยๆ หายไป ทำให้เขาขาดรายได้ “ตอนนั้นน้ำท่วม คนที่เคยมาเรียนกับเราเขาก็หายไปบางคนก็ย้ายบ้านไปที่อื่น เลยทำให้เราขาดรายได้ตรงนี้ไป ก็มาคิดว่า เออ! ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ชอบขับรถกัน เลยลองมาทำหมวกกันน็อกดู ประจวบกับเรามีเพื่อนๆ ที่รู้จักขับพวกบิ๊กไบท์กัน ตอนนั้นก็มีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม เขาอยากได้หมวกกันน็อกประหลาดๆ อย่างพวกหมวกฮีโร่ไอรอนแมนอะไรแบบนี้ เขาก็มาจ้างให้ทำ เราก็โอเค ลองดูก็ลองผิดลองถูกมาเรื่อยจนประสบความสำเร็จ หมวกใบนั้นจึงเป็นลายแรกที่ทำออกมา” คุณสุริยันต์ เล่าถึงความหลังให้ฟัง หลังจากที่ทำหมวกกัน
เหลือ 8 คนในไทย! “นักทำขันลงหิน” อาชีพสุดเก่าแก่ ที่ไร้ผู้สืบทอด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสเดินทางมายัง ชุมชนบ้านบุ หรืออีกชื่อ ชุมชนวัดสุวรรณาราม เขตบางกอกน้อย กับทางเคทีซีและคณะ เพื่อเยี่ยมชม แหล่งทำขันลงหินที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เมื่อมาถึงที่หมาย สิ่งแรกที่เข้ามาในโสตประสาท คือเสียงตีเหล็กดังโป๊กๆ และมี คุณเมตตา เสลานนท์ วัย 76 ปี ทายาทคนสุดท้ายของโรงงานขันลงหิน “เจียมแสงสัจจา” ยืนรอต้อนรับ คุณเมตตาเล่าให้ฟังว่า เธอดูแลกิจการผลิตขันลงหินนี้มา 50 กว่าปี ขันลงหินเป็นเครื่องใช้ประเภทงานหัตถกรรมเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยอยุธยา จึงมักนิยมใช้ในงานพระราชพิธี หรืองานมงคลต่างๆ ถือเป็นของที่มีค่ามากมายนัก ในอดีต อาชีพ“บุขันลงหิน” ถือเป็นอาชีพทำมาหากินที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่า มีคนทำมากกว่าร้อยครอบครัวเลยทีเดียว ต่อมาก็ค่อยๆ ถูกลดความนิยมลง เพราะวิวัฒนาการและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาแทนที่ ทำให้หลายครอบครัวเลิกกิจการไป จนทั้งประเทศ เหลือโรงงานขันลงหินเพียงแห่งเดียว คือโรงงาน “เจียมแสงสัจจา” “อาชีพทำขันลงหิน ถือเป็นอาชีพเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาเป็นร้อยๆปีนะ
ไอเดียเจ๋งๆ จากวุ้นกะทิโฮมเมด ต่อยอดทำเสมือนอาหารคาว เพิ่มมูลค่าได้อีกเท่าตัว! หลังอิ่มท้องจากอาหารมื้อหลัก สาวๆ หลายคนคนมักตบท้ายด้วยขนมหวานอร่อยๆ เส้นทางเศรษฐีขอพามารู้จักกับวุ้นกะทิรูปแบบใหม่สุดครีเอตของทางร้าน “น้ำใจ วุ้นกะทิ Homemade” เจ้าของไอเดียคือคู่สามีภรรยา คุณโบ – วิราวรรณ และ คุณเนตร – ธนพัชร์ มนตราประสิทธิ์ โดยคุณโบมีอาชีพหลักเป็นสาวออฟฟิศ และคุณเนตรการ์เม้นท์หรืออุตสาหกรรมสิ่งทอ ภายหลังหันมาค้าขายเป็นอาชีพเสริมเพราะหลงใหลในการทำอาหาร คุณเนตร เล่าให้ฟังว่า ภรรยาหรือคุณโบชื่นชอบการทำอาหารและขนมเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนหน้านี้เคยขายน้ำสมุนไพรออกบู๊ธตามงานต่างๆ ระยะหนึ่งด้วยมีคู่แข่งทางตลาดเยอะ จึงหันมาทำวุ้นถ้วยโบราณใส่ไส้ขายแทน เพราะได้เคยโชว์ฝีมือการทำวุ้นให้คุณเนตรทาน หลังทำวุ้นถ้วยโบราณขายได้ไม่นาน คุณโบเริ่มสร้างความแปลกใหม่นำเอาขนมหวานอย่างวุ้นกะทิมาประยุกต์ในรูปแบบของอาหารคาวชนิดต่างๆ ผสมผสานกันหลากหลายวัตถุดิบ จนใครต่อใครต้องบอกว่าเหมือนจริงและน่าทานมาก ๆ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ สองสามีภรรยาลงแรงแข็งขันช่วยกันทำวุ้นกะทิทุกๆ วันหลังเลิกง
5 กิจกรรมคลายเหงา สำหรับคน “วัยเก๋า” ที่ทำเป็นอาชีพเสริมได้ เคยสังเกตไหมว่าผู้สูงอายุในบ้านชอบพูดว่า “เบื่อจัง” “เหงามากเลย” “อยู่บ้านไม่มีอะไรให้ทำเลย” “อยู่ลำพังตามประสาคนแก่” ออกมาบ่อยๆ นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอก ถึงความผิดปกติของสภาวะร่างกายและจิตใจที่จะนำไปสู่ทั้งความรู้สึกโดดเดี่ยว ภาวะซึมเศร้า ความเครียด ฯลฯ เพราะในปัจจุบัน โลกกำลังขับเคลื่อนไปสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งกลุ่มคนในวัยนี้ ยังคงเป็นช่วงอายุที่ยังคงมีไฟ มีกิจกรรมหรือสิ่งที่อยากทำไม่แพ้วัยรุ่นและวัยทำงาน และการอยู่เฉยๆ หรือนอนพักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการชีวิตวัยเกษียณได้เหมือนเดิม เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวรุ่นใหญ่ให้มีความสุขมากกว่าที่เคย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขออาสา พาเหล่าวัยเก๋าไปเปิดโลก 5 กิจกรรมที่ทำแล้วช่วยผ่อนคลายความเหงา และทำให้แต่ละวันยังมีคุณค่า ไม่แพ้กับช่วงที่อยู่ในวัยทำงาน นอกจากจะสนุก ได้เพื่อน และได้ความรู้แล้ว บางกิจกรรมยังช่วยสร้างรายได้และประกอบเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย เริ่มต้นที่กิจกรรมแรก กับ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด เพร
