Featured หลักสูตรเรียนฟรี

ไชโย เรียนจบปริญญาแล้ว จะได้เป็นคนว่างงาน

ไชโย เรียนจบปริญญาแล้ว จะได้เป็นคนว่างงาน

คอลัมน์ นอกรอบ

โดย ศาสตราจารย์พิเศษ อธึก อัศวานันท์

ช่วงนี้เป็นเวลาที่นิสิตนักศึกษามีโอกาสเฮเลี้ยงฉลองการจบการศึกษาและรับปริญญากัน คนที่ยิ้มกันแก้มปริก็คือผู้ปกครองที่ชื่นชมนิสิตนักศึกษาบุตรหลานของตนเรียนจบ คนที่รับทรัพย์กันกระเป๋าตุงก็คือร้านอาหารต่าง ๆ ที่เป็นที่เลี้ยงฉลองของนิสิตนักศึกษาเหล่านั้น

แต่ถ้าเราลองดูข้อเท็จจริงว่า นิสิตนักศึกษาจะไปประกอบอาชีพอะไรหลังการเรียนจบ จะเห็นตัวเลขที่น่าสนใจของ “สรุปผลการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากร เดือนมีนาคม 2562 (ISBN 1685-7437)” ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ นั่นคือประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมีจำนวน 56.489 ล้านคน ประชากรไทยผู้มีงานทำมีจำนวน 38.498 ล้านคน

ในขณะที่ผู้มีงานทำที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา 7.977 ล้านคน นั่นคือผู้มีงานทำอีก 30 ล้านคนเศษ หรือคนไทยเกือบร้อยละ 75 ของผู้ที่มีงานทำไม่ได้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ถ้าตัวเลขนี้ถูกต้อง สถิตินี้พยายามบอกว่าการจ้างงานของประเทศไทยไม่ได้สนใจผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยเลยใช่ไหม ? ถ้าเช่นนั้น มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในการจ้างแรงงาน หรือเกิดข้อผิดพลาดในการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเรา ?

เมื่อเราดูต่อไปจะพบว่าในเดือนมีนาคม 2562 มีคนไทยว่างงานจำนวน 346,000 คน (ไม่นับแรงงานที่รอฤดูกาลอีก 380,700 คน) และในจำนวนนี้ผู้ว่างงานเป็นผู้ที่สำเร็จอุดมศึกษาถึง 129,600 คน (ลดลงจากปี 2561 ซึ่งมีจำนวน 170,900 คน) ซึ่งเท่ากับร้อยละ 15 โดยประมาณของจำนวนผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาของปี 2561 (สำเร็จปริญญาตรี 447,454 คน, สำเร็จ ปวช. 246,426 คน, สำเร็จ ปวส. 161,924 คน) ผลเช่นนี้ ร้อยละ 15 ของผู้ปกครองของนิสิตนักศึกษาลงทุนในค่าเล่าเรียนและกินอยู่ของนิสิตนักศึกษาไปแบบขาดทุน เพราะลูกหลานสำเร็จการศึกษามาแล้วก็ยังหางานทำไม่ได้

ผมเคยได้ยินผู้ที่เคารพนับถือหลายท่านเล่าให้ฟังว่า ลูกหลานของท่านจบมาแล้วตอนนี้ยังรอเขาเรียกตัว เพราะต้องรอให้ทางการมีตำแหน่งว่างจึงจะเรียกตัว ผมเลยเปิดดูในสถิติเล่มนี้ทาง internet ก็พบตัวเลขที่น่าสนใจว่าในจำนวน 38 ล้านคนเศษที่มีงานทำนั้น เป็นลูกจ้างรัฐบาลเพียง 3,277,700 คน เป็นลูกจ้างเอกชน 15,940,200 คน ทำงานส่วนตัว 12,101,900 คน ที่เหลือเป็นงานอื่น ๆ

ตัวเลขนี้แสดงว่าราชการเป็นนายจ้างที่จ้างแรงงานเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 ของผู้มีงานทำ นั่นคือมีงานจ้างประจำโดยราชการน้อยมาก เมื่อเทียบกับการจ้างงานจากภาคเอกชน (เกือบร้อยละ 50 ของการจ้างงาน) และงานส่วนตัว (เกือบ 1 ใน 3 ของงานที่มีอยู่)

เป้าหมายที่สำคัญของประเทศในขณะนี้น่าจะเป็นเรื่องการปฏิวัติการศึกษา เพื่อเพิ่มงานให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษามากขึ้น โดยให้นิสิตนักศึกษาสามารถเรียนในสิ่งที่ตลาดงานต้องการ นั่นคือให้สถาบันอุดมศึกษาผลิตนักศึกษาป้อนตลาดโดยให้เรียนวิชาที่ตลาดงานต้องการ และสำหรับนิสิตนักศึกษาที่จะทำงานส่วนตัว ก็ต้องเตรียมให้เขามีความรู้ความเข้าใจพร้อมที่จะออกไปทำมาหากินได้

วิธีการก็ไม่ยากเกินไปนัก เพราะสถาบันแต่ละแห่งสามารถสอบถามหารือกับกลุ่มนายจ้างในแต่ละประเภทได้ว่าต้องการบัณฑิตประเภทใด แล้วมุ่งหาทางฝึกอบรมให้นิสิตนักศึกษาของตนสามารถเข้าไปทำงานให้กับตลาดแรงงานเหล่านั้นได้ เป็นต้นว่า คณะนิติศาสตร์แทนที่จะฝึกอบรมนิสิตนักศึกษาให้ไปสอบเข้าผู้พิพากษา อัยการ หรือนิติกรของราชการอย่างเดียว ก็ควรที่จะฝึกอบรมให้พร้อมที่จะว่าความในศาลต่าง ๆ ได้ ให้พร้อมที่จะยกร่างสัญญา เจรจาสัญญาต่าง ๆ ได้ ให้สามารถเป็นเลขานุการบริษัทได้ เป็นต้น โดยต้องให้คณาจารย์ติดต่อหารือกับตลาดงานได้โดยตรง เพื่อปรับปรุงหลักสูตรและวิธีการสอนร่วมไปกับตลาดงานเรื่อยไป เพราะวิชาการพัฒนาไปตลอดเวลา

ภาครัฐต้องพิจารณาด้วยว่าต้องการจะให้ประเทศไทยไปในทางใดแน่ ในขณะนี้แรงงานส่วนใหญ่ของคนไทยยังอยู่ในภาคเกษตร ก็ควรตรวจสอบว่ารายได้ประชากรจากเกษตรกรรมนี้คุ้มไหมที่จะให้ประชาชนไทยส่วนใหญ่มุ่งไปในทางนี้ ถ้าคุ้มก็ต้องส่งเสริมโดยแก้ไขกฎหมายให้มีที่ดินการเกษตรมากขึ้น และเสริมสร้างระบบชลประทานสนับสนุน ถ้าไม่คุ้มค่าก็ควรวางแผนระยะยาวเพื่อจูงใจให้แรงงานเหล่านี้หันไปทำอย่างอื่นที่คุ้มค่ามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรม การค้าบริการ หรืออื่น ๆ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทรวงที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรที่จะร่วมมือกันในระดับนโยบายครับ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 21 เมษายน 2561

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว