How to
ดังไกลถึงต่างแดน! “เครื่องเบญจรงค์บ้านดอนไก่ดี” งานสวย คุณภาพดี ออร์เดอร์ล้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้มีโอกาสเดินทางไป บ้านเบญจรงค์ ดอนไก่ดี ซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถีชุมชนหนึ่ง ในตำบลกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นชุมชนที่สืบทอดการผลิตเครื่องเบญจรงค์ จนเป็นชุมชนขึ้นชื่อเรื่องเบญจรงค์ เป็นอย่างมาก เครื่องเบญจรงค์ของบ้านดอนไก่ดี ถือได้ว่ามีความสวยงาม ประณีต และมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น นำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นไทยไว้ในลวดลายบนเครื่องปั้นเคลือบ ที่เขียนลายแบบการลงยาอย่างประณีต โดยใช้สี 5 สี ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเบญจรงค์ของที่นี่ จนในปี พ.ศ. 2546 ผลิตภัณฑ์เครื่องเบญจรงค์ บ้านดอนไก่ดี ได้รับรางวัลสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว ที่มีมาตรฐานระดับสากล อีกทั้งได้รางวัลชุมชนดีเด่น ด้านการท่องเที่ยวในปี 2550 ด้วย คุณอุไร แตงเอี่ยม ประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ได้เล่าให้ฟังว่า กลุ่มชาวบ้านในชุมชน ส่วนมาก เป็นกลุ่มลูกจ้างของโรงงานผลิตชามตราไก่ เมื่อหลายสิบปีก่อน เธอเป็นเพียงเด็กอายุ 10 ปี ที่ทางบ้านฐานะยากจน ตามพ่อแม่เข้ามาทำงานและเรียนรู้งานเซรามิกในโรงงาน และ
ปาท่องโก๋เสวย’ ร้านเด็ดมิชลิน สูตรจากเมืองจีน 40 กว่าปี ขายได้วันละหมื่น หากเอ่ยถึงขนมหวานที่คนไทยหลายคนชอบกิน คงต้องยกให้ปาท่องโก๋ ที่กินคู่ได้ทั้งน้ำเต้าหู้ หรือกินคู่กับโจ๊กอาหารเช้าก็แสนจะอร่อย แถมอิ่มท้อง “ปาท่องโก๋เสวย” ร้านปาท่องโก๋เก่าแก่ที่ เส้นทางเศรษฐี อยากแนะนำ โดย คุณธนกร เจริญพิมลกุล ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านปาท่องโก๋เสวย สาขาเยาวราช ย้อนความให้ฟังว่า ปาท่องโก๋เสวยก่อตั้งเมื่อขึ้นปี พ.ศ. 2519 หลังอากงย้ายมาจากเมืองจีน ได้นำวิชาความรู้ที่ติดตัวมา เปิดร้านขายปาท่องโก๋อยู่ตรอกมะยม ย่านบางลำพู เดิมชื่อร้านปาท่องโก๋โต้รุ่ง เพราะทำขายกันตอนเช้ามืด ก่อนจะเปลี่ยนชื่อร้าน เมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว เพราะสมัยก่อน ย่านบางลำพูเป็นเขตพระราชวัง คนในวังมาซื้อกันเยอะ ลูกค้าจึงเรียกกันติดปากว่า ปาท่องโก๋ทรงเสวย แต่ปัจจุบัน เหลือเพียงคำว่า ปาท่องโก๋เสวย เมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นเมนูคู่บุญของร้านเลย คือ “ปาท่องโก๋กับสังขยา” ปาท่องโก๋ทอด เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน หากเบื่อน้ำมัน ให้เลือกทานปาท่องโก๋ย่าง น้ำมันน้อย แป้งบาง กรุบกรอบทุกคำ ยิ่งทานคู่กับสังขยา ที่มีรสหวานกลมกล่อม หอมก
เป็น “ไก่ย่างมุสลิม” ที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่มาดังกระฉ่อนที่กรุงเทพฯ พร้อมสร้างชื่อเสียงไปทั่วประเทศไทยยาวนานเกือบ 8 ทศวรรษ สำหรับ “ไก่ย่างจีระพันธ์” ไก่ย่างสีเหลืองทองที่แจ้งเกิดจากเวทีงานวัด จริงๆ แล้ว คนชื่อ “จีระพันธ์” ไม่ได้ขายไก่ย่าง แล้วคนขายไก่ย่างก็ไม่ได้ชื่อ “จีระพันธ์” แต่เป็นเพียงผู้ชายส่งไก่ ที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของสูตร ให้เข้ามาสร้างชื่อ “จีระพันธ์” เป็นแบรนด์ไก่ย่างมุสลิมชื่อเสียงโด่งดังไปตราบนานเท่านาน โดยกาลเวลาพิสูจน์แล้วว่าผู้ชายคนนี้ทำได้จริง ปัจจุบัน “ไก่ย่างจีระพันธ์” ดำเนินธุรกิจมา 3 ชั่วอายุคน ชื่อเสียงโด่งดังข้ามชาติ คนมาเลเซียและสิงคโปร์รู้จักดี มีบริการรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ต้อนรับกรุ๊ปทัวร์สม่ำเสมอ และยังคงตระเวนออกบู๊ธต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 40 งาน ภายในปีนี้ขายแฟรนไชส์อีกด้วย เด็กส่งไก่ ได้ความไว้ใจจากเจ้าของ เร่ขายตามงาน ดังเป็นพลุแตก ดร.อังคณา อาดำ ทายาทรุ่น 3 เท้าความว่า ตนเป็นลูกสาวของคุณอับดุลเลาะห์ อาดำ หรือหลานชายเจ้าของสูตรไก่ย่างจีระพันธ์ ผู้ที่คอยส่งไก่สดในอดีต คลุกคลีอยู่ช่วยงานในร้านไก่ย่างมานานกว่า 10 ปี ซึมซับกระบวนก
หมอนทองเน้นๆ “ชีสเค้กทุเรียน” เมนูสุดฟินทุเรียนเลิฟเวอร์ มีให้กินได้ทั้งปี เมื่อถึงช่วงฤดูร้อนทีไรหลายๆ คนคงตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ทานผลไม้รสหวานฉ่ำและออกผลตามฤดูกาลอย่าง เงาะ มังคุด มะม่วง และที่ขาดไม่ได้เลยคือทุเรียน นอกจากจะทานกันสดๆ แล้ว ผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีความคิดสร้างสรรค์หลายๆ เจ้าได้นำเอาทุเรียนเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมาให้เหล่านักกินได้ทานกัน Ivan factory ร้านขนมออนไลน์ของ คุณลิตเติ้ล – ปภาพินท์ เดียวสุรินทร์ วัย 33 ปี ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีการนำทุเรียนเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการทำขนม “ชีสเค้กทุเรียน” เจ้าแรกในไทย และเป็นที่โด่งดังในหมู่นักกินและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก คุณลิตเติ้ล เล่าให้ฟังว่า เธอเรียนจบปริญญาตรี เอกภาษาจีน ด้วยความที่พี่สาวของเธอเปิดร้านขนมทำให้เธอพลอยคลุกคลีกับการทำขนมมาตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อเรียนจบก็ไปช่วยงานที่บ้านได้สักระยะ จึงได้แยกตัวไปเปิดร้านขนมอีกสาขาหนึ่งเป็นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์เดียวกันกับพี่สาว “จุดเริ่มต้นของการทำชีสเค้กทุเรียนขาย ด้วยความที่เราคลุกคลีกับเค้กกับขนมทุกวันแล้ว แฟนของเราเป็นคนทานยากแต่เขาชอบทานทุ
ร้านเด็ดย่านยศเส “เมาเวอริคสุกี้” รสเข้มข้น กลมกล่อม มัดใจลูกค้านาน 50 ปี พูดถึงของดีขึ้นชื่อย่านยศเส ต้องนึกถึง สุกี้เจ้าดังรสเด็ด ที่ได้รับความนิยมมานานกว่า 50 ปี “เมาเวอริคสุกี้” โดย คุณสุเทพ ตระกูลวิริยะ หรือ คุณเอ๋ อายุ 50 ปี สามีเจ้าของร้านสุกี้เมาเวอริค สาขายศเส เล่าถึงตำนานความอร่อยกว่า 50 ปี ให้ฟังว่า เมาเวอริคสุกี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 โดย คุณบุญส่ง อภิกิจธนพล (พ่อภรรยา) เป็นผู้คิดค้นสูตรและขายสุกี้ที่ซอยยศเส มาตั้งแต่อายุ 17 ปี จนถึงปัจจุบัน ตั้งชื่อ เมาเวอริค ตามพระเอกหนังคาวบอยฝรั่งที่ดังมากในสมัยก่อน เป็นศิลปินที่คุณบุญส่งชื่นชอบ เพราะเก่ง ฉลาด ที่สำคัญ ยิงปืนได้ไว เหมือนกับเจ้าของร้านรุ่นแรกที่ผัดสุกี้ได้อย่างรวดเร็ว คล้ายดั่งการยิงปืนของพระเอกหนุ่ม ภายหลังร้านแห่งนี้ได้รับการสานต่อโดยทายาทรุ่นที่ 2 คือ ภรรยาของคุณสุเทพ ที่เคยทำงานเป็นเชฟมาก่อน เมื่อออกจากงานจึงนำความรู้และประสบการณ์จากการเป็นเชฟมาปรับใช้กับกิจการ จนผัดสุกี้ได้อย่างชำนาญ รสชาติอร่อยไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ ปัจจุบัน เมนูของร้านมีเพียง 4 เมนู คือ สุกี้น้ำ สุกี้แห้ง ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และทูนหัวเมาเวอริค ความอ
” ยำมะยงชิด ” หวานอมเปรี่้ยวนิดๆ ทานกับกุ้งเผาเนื้ออวบ อร่อยลืม ฤดูร้อน เป็นฤดูที่มีผลไม้ออกมาให้รับประทานกันมากมาย ไม่ว่า มะม่วง ทุเรียน ชมพู่หรือส้มโอ ปีนี้มะปรางและมะยงชิดออกมา ใครขับรถผ่านจังหวัดเพชรบุรีจะเห็นวางขายข้างทางเหลืองละลานตาไปหมด ส่วนใหญ่เราจะนำมะยงชิดมาคว้านรับประทานเฉยๆ หรือทำลอยแก้วใส่น้ำแข็งรับประทานให้หวานเย็นชื่นใจดับร้อน วันนี้ได้สูตรใหม่ที่จะนำมะยงชิดมาฝานทำเป็นยำ รับประทานเคียงกับกุ้งเผา มะยงชิดที่ได้มาวันนี้เนื้อเยอะ หวานอมเปรี้ยวนิดๆ เอามายำแทนมะม่วง อร่อยชื่นใจดีค่ะ ส่วนผสม กุ้งแม่น้ำ 1 ตัว (ขนาด 4 ตัว/กิโลกรัม) น้ำยำ มะนาว 6 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 5 ช้อนโต๊ะ มะปราง 3 ลูก ต้นหอม ผักชี หอมแดง พริกขี้หนูซอย วิธีทำ กุ้งเผา ใช้กรรไกรทำกับข้าวตัดเปลือกกุ้งจากต้นคอกุ้งมาถึงหางข้อสุดท้ายของกุ้ง ตัดหนวดและขาที่เกะกะออก ใช้มีดผ่ากลางหลังกุ้งแบะกุ้งพักไว เตรียมเผากุ้ง เตรียมเตาถ่าน ไฟร้อนได้ที่ เอากุ้งวางบนตะแกรง เอาฝาหม้อปิดกุ้งให้ระอุ ถ้าไฟแรงให้เอาขี
จิบค็อกเทล โซ้ยส้มตำสุวรรณเขต! ที่ “ลาวต้มลาว” ร้านอาหารสุดหรู ต้นตำรับลาวแท้ หากพูดถึง ‘อาหารลาว’ เชื่อว่าใครหลายคนคงนึกถึงเมนูแซ่บ ๆ ทางภาคอีสานอย่าง ส้มตำ ลาบ ทำนองนี้อย่างแน่นอน แม้ไทยอีสานกับลาวจะมีความคล้ายคลึงกันด้านวัฒนธรรมอาหาร แต่ทว่ามีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทางวัตถุดิบและกรรมวิธีการปรุง เส้นทางเศรษฐีพามารู้จักกับร้านอาหารน้องใหม่ “ลาวต้มลาว – Lao Dtom Lao” ที่เปิดตัวได้เพียง 4 เดือน ใจกลางย่านโอลด์ทาวน์ อาหารลาวต้นตำรับแท้ ๆ ปรุงรสด้วยฝีมือเชฟชาวลาวตัวจริง ยกระดับอาหารพื้นถิ่นลาวสู่ความเรียบหรูเฉพาะตัว ผสมผสานเข้ากับสไตล์การตกแต่งร้านแบบโพสต์อินดัสเทรียล โดยมี คุณเติ้ล – จิตธนา สันทวี เป็นผู้จัดการร้านในขณะนี้ คุณเติ้ล เล่าจุดเริ่มต้นของการทำร้านอาหารลาวสุดคลาสสิกแห่งนี้ให้ฟังว่า เกิดจากคุณโจ๊ก – สมเกียรติ ไพโรจน์มหกิจ เชฟชื่อดัง เจ้าพ่อแห่งวงการอาหาร และเชฟชาวลาว เชฟแดง – เดวิด ที่ช่วยกันนำไอเดียมาช่วยกันทำร้าน และออกแบบเมนู ร้านลาวต้มลาวแห่งนี้โดดเด่นด้วยสไตล์การตกแต่ง ด้วยเคาน์เตอร์บาร์ค็อกเทลสุดหรูที่อาจดูขัดกับอาหารลาว ตั้งตระหง่านอยู่ภายในร้าน รอลูกค้าเข้ามาสั่งเครื
ขายได้วันละหมื่น “ขนมจีนยายแก้ว” เจ้าเด็ดเพชรบูรณ์ อร่อย หน้าตาดี ราคา 30 บาท หากพูดถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ หลายคนคงกำลังนึกถึงมะขามหวาน หรือแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ แต่แท้จริงแล้วยังมี “ขนมจีน” ที่สร้างชื่อให้กับจังหวัดนี้ ดังเช่น ขนมจีนยายแก้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ – ร้านขนมจีนสูตรเฉพาะ ที่ดำรงกิจการต่อเนื่องมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ของคุณยายแก้ว แก้ววนะ วัย 83 ปี เดินเข้าไปจะพบคุณยายแก้วยิ้มต้อนรับอย่างเป็นมิตรอยู่ภายในร้าน เธอย้อนความถึงที่มาที่ไปให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน แถวบ้านยังไม่มีร้านใดเปิดขายขนมจีน จึงคิดค้นสูตรด้วยตนเอง และเปิดร้านขายบริเวณใต้ถุนบ้าน ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา จุดเด่นของขนมจีนยายแก้ว คือ เส้นขนมจีนมีความเหนียวนุ่มกำลังดี ไร้สารกันบูด ที่สำคัญบีบเส้นสดใหม่ทุกวัน ส่วนน้ำยาให้รสชาติเข้มข้น เรียกได้ว่าถึงพริกถึงขิง มี 4 ชนิด เริ่มต้นที่ น้ำยาป่า รสเผ็ดจัดจ้าน กลมกล่อม พร้อมเนื้อปลาดุกเน้นๆ ต่อด้วย น้ำยากะทิ ทานเข้าไปแล้วได้รสหวานนำ เผ็ดตาม กะทิเข้มสะใจ ตามมากับ น้ำยาหวาน รสหวานกำลังดี มีสัมผัสละมุนลิ้น และปิดท้ายด้วย น้ำปลาร้าสมุนไพร ที่จัดว่าเป็นซิกเนเจอร์ มีร
กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS Group ก่อตั้งโดย คุณจรูญ และ คุณหทัย ศิริวิริยะกุลเดิม KTIS เป็นที่รู้จักกันในนาม กลุ่มน้ำตาลไทยเอกลักษณ์ ผู้กระจายสินค้าน้ำตาล ก่อนจะพัฒนาและก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ผลิตน้ำตาลในเวลาต่อมา และขยายธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน กลุ่ม KTIS ได้กลายเป็นกลุ่มบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายน้ำตาลและผลพลอยได้จากน้ำตาลอย่างครบวงจร โดยมี บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแม่ ที่ดำเนินธุรกิจในเครือ อันประกอบด้วย โรงงานน้ำตาล, ธุรกิจ Bio Product และ Bio Energy ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาล แม้จะขยายธุรกิจไปสู่ตลาดอุตสาหกรรมอื่นๆ แต่นโยบายสำคัญที่สุดของ KTIS คือ “ชาวไร่อ้อยมั่งคั่ง กลุ่ม KTIS มั่นคง“ คุณป่าน– ภูมิรัฐ หวังปรีดาเลิศกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายไร่ กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วัย 26 ปี เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า KTIS เป็นโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายน้ำตาล และผลพลอยได้จากน้ำตาล อย่างเยื่อกระ
แม้จะเปิดตัวได้เพียง 8 เดือน แต่กระแสดีเกินคาด กับ “ชาไข่มุกลองดิ” ชาไข่มุกเจ้าดังในจังหวัดน่าน เพราะมีเงินเพียง 10 บาทก็ดื่มชาไข่มุกเย็นๆ รสชาติกลมกล่อมได้ เจ้าของกิจการ คือ คุณออย – ทิพวรรณ เสนา อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน เล่าอย่างเป็นกันเองว่า เดิมทำแฟรนไชส์กาแฟถังและกาแฟสองใจ แต่เห็นว่าระยะหลัง คู่แข่งเริ่มเยอะขึ้น จึงคิดค้นสูตรชาไข่มุกพร้อมกับทำขาย ใช้ชื่อร้านว่า “ลองดิ” เปิดตัวไปเมื่อประมาณปลายปี 61 ราคาขายแก้วใหญ่ขนาด 16-18 ออนซ์ 25 บาท แต่จากการสังเกตเห็นลูกค้าเด็กมักทานน้ำไม่หมด จึงลดปริมาณลง ทำชาไข่มุกแก้วเล็ก ขนาด 12 ออนซ์ จำหน่ายในราคาย่อมเยา เพียงแก้วละ 10 บาทเท่านั้น “เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ลองขายชาไข่มุกแก้วละ 10 บาท ปรากฏผลตอบรับดีมากจนน่าตกใจ ดีขนาดที่ว่าขายได้วันละ 300 – 400 แก้วเลยทีเดียว ลูกค้าทั่วประเทศให้ความสนใจกันมาก ทั้งลูกค้าทั่วไปและกลุ่มใหม่ๆ ล่าสุด มีแฟรนไชส์ 100 กว่าสาขาแล้ว” คุณออยให้เหตุผลความนิยมของชาไข่มุกราคาประหยัดว่า “คงเพราะราคาถูก อร่อย คุ้มค่า มีเงิน 10 บาทก็สามารถดื่มชาไข่มุกได้ ยิ่งช่วงนี้สภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ค่อยดี หลายคงคงไม่อยากซื้อชาหรือกาแฟแพงๆ
