How to
เลิกทำนาเพราะฝนแล้ง หันทำ“ขนมถ้วย”ขาย ส่งลูกเรียนจบ ป.ตรี 3 คน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ลองทานขนมถ้วยเจ้าอร่อยเจ้าหนึ่ง ที่คนขายมักจะขี่รถพ่วงข้างมาขายแถวหน้าบริษัทในตอนประมาณเที่ยงๆเสมอ เมื่อจอดรถได้สักพัก จะมีพนักงาน รวมถึงคนที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ ทยอยกันเข้ามาซื้อขนมกันไม่ขาดช่วง คุณพนม – พนมศักดิ์ ก้านอินทร์ หรือ ลุงพนม พ่อค้าขายขนมถ้วย วัย 51 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ไปแกะขนมถ้วยไปพรางว่า ตนนั้นขายขนมถ้วยมาได้ 21 ปีแล้ว ก่อนจะมาขายขนมถ้วย เดิมก็ทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ แต่ก็ต้องเลิกทำนาไป เพราะเจอเข้ากับปัญหาฝนแล้ง ทำให้ปลูกข้าวไม่ค่อยได้ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ซบเซา “ข้าวมันไม่ค่อยมีราคานังหนู ทำมาได้แค่พอกิน จะทำไว้ขายมันก็สร้างเนื้อสร้างตัวลำบาก” ลุงพนมแกว่ามาแบบนั้น วันหนึ่ง ตนได้ไปรับขนมถ้วยจากเจ้าหนึ่งมาขาย ซึ่งเป็นขนมถ้วยสูตรโบราณ จากสุพรรณบุรี ก็อยากให้เขาสอนสูตรให้เพื่อจะได้ออกมาทำขายเอง ก็ได้พูดทีเล่นทีจริงหยอกไป แต่กลับไม่ยอมสอน บอกเพียงว่า “ถ้าอยากเป็นก็มาหัดเอาเอง” ตนจึงตัดสินใจเข้าไปช่วยงานที่ร้านขนมถ้วยร้านนั้น ลุงพนมบอกว
‘หอยกาบผัดเผ็ด’ อาหารพื้นบ้าน จานเด็ด โดย กฤช เหลือลมัย ความสนุกรื่นรมย์ของคนชอบเดินตลาดสดหลายๆ คน (รวมทั้งผมด้วย) อยู่ที่การได้พบว่า ตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางตลาดเช้าที่มีร้านรวงคับคั่ง อากาศเย็นสบาย ข้าวของที่สรรหามาขายมีทั้งที่เคยคุ้นและแปลกตา และเมื่อเอ่ยปากถามไถ่ ก็ได้รับคำอธิบายถึงที่มาที่ไป รวมทั้งวิธีทำกินอย่างละเอียดลออ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ตลาดเช้าริมน้ำน่าน ในตัวอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอย่างที่ว่านี้ครับ จากที่ไม่ได้แวะเวียนไปนาน เมื่อผ่านไปอีกครั้ง ก็พบว่ายังมีปลาน้ำจืดพันธุ์แปลกๆ สดๆ ให้เลือกซื้อหามากมายเช่นเดิม ทั้งปลาเนื้ออ่อน ปลาน้ำเงิน ปลาแดง ปลาเบี้ยว ปลากด ปลาหลด แถมคราวนี้ผมเห็นถุงใส่เนื้ออะไรสักอย่าง ที่ต้มสุกเสร็จสรรพแล้ววางขายในราคาถุงละสี่สิบบาท “หอยกาบจ้ะ นี่แกะเนื้อมาเรียบร้อยแล้ว เอาไปต้มก็ได้ ลาบก็ดี ผัดเผ็ดก็อร่อย” แม่ค้าว่าเสียงแจ๋วๆ ทีเดียว หอยกาบ (Clams) เป็นหอยน้ำจืดแบบสองเปลือกประกบ ตัวใหญ่ เนื้อมาก ชาวบ้านกินต้มจิ้มน้ำจิ้ม หรือแกะเนื้อไปผัดเผ็ดรสจัดๆ มันก็เหมือนหอยเนื้อแน่นชนิดอื่นๆ ที่คนชอบเอามาทำกับข้าวนั่นแหละครับ อย่างหอยหวา
แจกสูตร ‘กุ้งผัดไข่เค็ม’ ทำง่าย อร่อย ใช้เวลาไม่นาน กุ้งผัดไข่เค็มมีหลายสูตร บางสูตรใส่พริกหวานสีเขียว เหลือง แดง ผักขึ้นฉ่าย ใส่ไข่ ใส่นม คล้ายๆ ปูผัดผงกะหรี่ แต่สูตรนี้เป็นแบบจีนอีกแนวหนึ่ง ที่ผัดให้ไข่เค็มเคลือบกับเปลือกกุ้ง จะแห้ง ไม่มีน้ำขลุกขลิกและใส่เหล้าจีนให้หอมค่ะ บางคนอาจหาซื้อไข่เค็มแดงนึ่งสุกที่ขายเฉพาะไข่แดงกลมๆ ยาก บางตลาดไม่มี อาจต้องหาหน่อยนะคะ ที่ตลาด อ.ต.ก. จะมีประจำที่ร้านขายไข่เค็มแดงใกล้แผงขายปลาสดค่ะ มีถุงใหญ่ ถุงเล็ก สูตรนี้ใช้ถุงเล็ก ราคา 100 บาทค่ะ ไข่เป็ดซื้อที่ร้านนี้เลยค่ะ เหล้าจีนหาซื้อได้ที่ร้านขายของชำ ร้านขายของชำหลังตลาด อ.ต.ก. มีค่ะ ถ้าหาไม่เจอ ถามคนขายได้ค่ะ ราคาขวดละ 220 บาท ส่วนผสมอื่นๆ จะมีติดครัวกันอยู่แล้วนะคะ มาดูส่วนผสมกันเลยค่ะ ส่วนผสม กุ้ง 11 ตัว ไข่เค็มแดงนึ่งสุก 6 ลูก ไข่เป็ด ไข่แดงสุก 2 ลูก แป้งมัน น้ำมัน เนยเค็ม ซุปก้อนปรุงรส รสไก่ น้ำตาลทราย เกลือ น้ำ เหล้าจีน ตราเจดีย์ วิธีทำ บดไข่เค็มแดงจนละเอียด ใส่ไข่แดงของไข่เป็ด บดรวมกันจนร่วน ใช้กรรไกรตัดเปลือกหลังกุ้ง เขี่ยเอาเส้นดำหลังกุ้งออก เช็ดให้แห้ง พรม
ข้าวเม่า จัดเป็นอาหารว่างอย่างหนึ่งที่มีกลิ่นหอม รสอร่อย เป็นที่นิยมรับประทานในหมู่คนทางภาคอีสานอย่างกว้างขวาง และในปัจจุบันนี้พบว่า ประชาชนในภาคอื่นๆ ก็นิยมรับประทานข้าวเม่าด้วยเช่นกัน บางท้องที่นำข้าวเม่ามาแปรรูปเป็นขนมหวานในรูปแบบต่างๆ กัน ที่สำคัญเมื่อรับประทานแล้ว จะทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานเหมือนกับการรับประทานข้าว ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าข้าวเม่านั้นทำมาจากข้าวดีๆนั่นเอง จะเรียกว่าเป็นอาหารว่างหรือขนมก็ไม่ผิด ลูกสาว 2 คน ของคุณเกตธิดา ช่วยทำข้าวเม่าในวันหยุด และหลังจากเลิกเรียนในวันธรรมดา การทำข้าวเม่า เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวชนบท ที่มีมานานตั้งแต่สมัยโบราณกาล ในอดีตพบว่า ชาวนาจะทำข้าวเม่าเพื่อใช้รับประทานเป็นอาหารว่างและใช้เป็นของฝากญาติพี่น้อง แต่คนเก่าแก่บอกว่า นอกจากทำเพื่อรับประทานแล้ว ยังทำเพื่อนำไปเซ่นไหว้ผีเจ้าปู่ที่รักษาไร่นา หรือที่เรียกตามภาษาท้องถิ่นอีสานว่า ผีตาแฮกนั่นเอง เหตุที่ต้องเซ่นไหว้ก็เพราะว่าต้องการให้ ผีตาแฮก ดลบันดาลให้นาข้าวได้ผลผลิตสูงในปีนั้นๆ แต่ในปัจจุบันนอกจากจะทำข้าวเม่าตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว ชาวบ้านยังทำเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมยามเว้นว่างจา
“คิดได้ยังไง?” สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิด หลังจากได้เห็นปฏิทินปลูกผัก ปากกาที่ทำจากหลอดทดลองวิทยาศาสตร์ ที่คั่นหนังสือจากเปลือกมังคุด เรียกโดยรวมว่า “สินค้าแนวอีโค่ดีไซน์” (Eco design) สินค้ารักษ์โลกที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ลูกยาง” ลูกยาง – วีรพล วงษ์เทวัญ อายุ 29 ปี ศิษย์เก่าจากรั้วมหาวิทยาลัยรังสิต ปริญญาตรีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ และปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจ เจ้าของผลงานสุดน่าทึ่ง ลูกยาง เล่าว่า เดิมทีเรียนการออกแบบอย่างเดียว แต่เมื่อก้าวสู่วงการนักออกแบบเต็มตัว ก็พบว่าตัวเองอยากทำธุรกิจ จึงเรียนบริหารเพิ่มเติม เพื่อนำความรู้มาพัฒนาและบริหารธุรกิจของตน ตอนนี้เป็นเจ้าของธุรกิจ ไปพร้อมๆ กับการเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ (design service) “ผมเป็นคนชอบคิด ชอบประดิษฐ์ ชอบการออกแบบ เลยเลือกที่จะทำอาชีพที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ลองทำกระเป๋าที่ผลิตจากหญ้าเทียม ทำปากกาจากหลอดทดลองวิทยาศาสตร์ ปลอกปากกาจากเศษไม้ปรากฏว่าผลตอบรับดี จึงขยายกลายเป็นธุรกิจ” สำหรับไอเดียในการผลิตสินค้าแต่ละชิ้น ชายหนุ่มเริ่มจากการสังเกต และ
เผยเคล็ดลับความสำเร็จ 32 ปี “สีเขียวแจ่วฮ้อน” ร้านอาหารดังศรีสะเกษสุดยอดความร่อย “สีเขียวแจ่วฮ้อน” ดีกรีเป็นถึงร้านอาหารเจ้าดังของจังหวัดศรีสะเกษ มี คุณพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือ “ป้าเขียว” วัย 64 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารอีสานพื้นเมืองแห่งนี้ ป้าเขียว เล่าให้ฟังว่า ร้านสีเขียว เปิดมาได้ 32 ปี ชื่อร้านมาจากชื่อของป้าเขียวที่เป็นคนผิวคล้ำ เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้เด็กประถมฯ แต่ทำได้หนึ่งปีลาออก เพราะรู้สึกว่าทำแล้วไม่ใช่ ออกมาเปิดร้านรับซักรีด ขายของชำ แต่เป็นอาชีพที่ทำแล้วเหงา จึงมีพี่ที่นับถือ มาชวนทำแจ่วฮ้อนเนื้อ ขายอยู่ 2 ปี จึงรู้ว่าลูกค้าไม่ได้นิยมทานเนื้อกันมากเท่าไหร่ เลยเพิ่มรายการอาหารอีสานเมนูอื่นๆเข้ามา สูตรอาหารทั้งหมดเป็นสูตรของป้าเขียว ผลตอบรับที่ได้ค่อนข้างดี นางพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือป้าเขียว วัย 64 ปี แน่นอนว่าการทำอะไรก็แล้วแต่ ย่อมมีอุปสรรค การทำร้านอาหารเช่นกัน ป้าเขียว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ทำร้านอาหารมา ไม่เคยมองว่าร้านอื่นเป็นคู่แข่งเลย คู่แข่งที่แท้จริง คือ ตัวเองกับปัญหาเล็กน้อยของลูกน้องในครัว ว่าวันนี้ลูกน้องมาครบไหม ถ้าไม่ครบต้องลงครัวเอง ม
เปิดสูตร ‘ข้าวอบไก่รมควัน’ เมนูทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน เอาใจมนุษย์เร่งรีบ ส่วนผสม ไก่เบรสรมควัน 200 กรัม/1 ห่อ ปลายข้าวหอมสีนิล 3 ส่วน ข้าวสาลี 1 ส่วน กระเทียมสับ พริกไทยดำบด เกลือ เห็ดหอม (ชิตาเกะ) ถั่วพีแคน (แล้วแต่ชอบ) ไข่ไก่ พริกหวาน น้ำมันมะกอก ผักดีล เสริมกลิ่น ผักตกแต่งจาน ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก กะหล่ำปลีแดง วิธีทำ ใส่น้ำมันมะกอกในกระทะให้ร้อน ใส่กระเทียมสับ ผัดให้พอหอม ใส่เห็ด ผัดให้นุ่ม เติมเกลือเล็กน้อย ใส่ไก่เบรสฝรั่งเศสรมควันที่หั่นชิ้นเล็กๆ ผัดให้หอม ใส่ปลายข้าวหอมสีนิลที่หุงสุกแล้ว 3 ส่วน ข้าวสาลี 1 ส่วน และ ถั่วพีแคน ใส่ไข่ผัดให้เข้ากัน เติมเกลือ พริกไทยเล็กน้อย ใส่ดีลก้านเล็กๆ ผัดเร็วๆ เอาขึ้นพักไว้ ตักข้าวใส่ในพริกหยวกที่คว้านเอาเมล็ดออกแล้ว อุ่นเตา 180 องศาเซลเซียส นำพริกหยวกอบ 20 นาที แต่งจาน ตัดครึ่งหัวกะหล่ำม่วง ลอกกาบ และเด็ดใบฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้ จัดกาบกะหล่ำม่วงและใบฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กใส่จาน นำพริกหยวกที่อบและพักให้อุ่นเล็กน้อย วางในจานให้สีสวยงาม อาหารจานนี้มีประโยชน์ทางโภชนาการสูงทั้งจากปลายข้าวกล้องและข้าวสาลี ข้าวสาลีหุงสุกแล้วจะแข็ง
สาวเมืองตรังปิ๊งไอเดีย ‘ขนมเค้กสดในกระบอกไม้ไผ่’ ลูกค้าติดใจ ออร์เดอร์เพียบ! ที่ร้านขนมเค้กกิตติธัช เลขที่ 9/8 หมู่ 7 ถนนตรัง-พัทลุง ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นร้านขายขนมเค้กเมืองตรังและขนมเค้กสดที่ทำสดใหม่วันต่อวัน โดยมี น.ส.ขวัญหทัย หนูเริก อายุ 30 ปี เป็นเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นอดีตพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ได้หัดทำขนมเค้กเริ่มมาจากการเรียนสูตรมาจากอินเตอร์เน็ตและนำมาปรับสูตรต่างๆ เพื่อให้ได้เป็นสูตรเฉพาะของที่ร้าน โดยร้านนี้เปิดให้บริการมากว่า 2 ปี จำหน่ายเค้กสด เค้กเมืองตรัง ขนมหม้อแกงเผือก หม้อแกงทุเรียน หม้อแกงไข่ และขนมสดต่างๆ หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ทางร้านได้ออกบู๊ธจำหน่ายขนมที่งานลูกลม ที่ตำบลนาหมื่นศรี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประสบปัญหากล่องกระดาษที่สั่งผลิตไม่ทัน จึงเกิดไอเดียทำเค้กใส่กระบอกไม้ไผ่ เนื่องจากที่บ้านมีต้นไผ่จำนวนมาก จากนั้นได้เริ่มทดลองทำ วิธีการคือ นำไม้ไผ่ที่ไม่แก่และไม่อ่อนเกินไปมาตัดให้ได้ขนาดที่เหมาะสม นำมาขัดจนสะอาด ก่อนนำเข้าเตาอบฆ่าเชื้อ จากนั้นนำไปใส่แป้งเค้ก อบให้แป้งสุก ต่อด้วยการแต่งหน้าเค้ก มีทั้งหน้ารวม หน้ามะพร้าวอ่อน หน้าสตรอว์เบอ
กีฬาสุดฮิตของคนรักสุขภาพในยุคนี้ต้องยกให้ “กีฬาวิ่ง” ในปี 2561 มีการจัดงานวิ่งสูงถึง 1,200 งาน มีทั้งงานวิ่งฟรี และงานวิ่งที่ต้องเสียค่าสมัครแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 200-1,000 บาท จากปริมาณคนที่สนใจกีฬาประเภทนี้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับกีฬาวิ่งเติบโตขึ้นตามไปด้วย RUN 2 PARADISE (รัน ทู พาราไดซ์) ร้านจำหน่ายรองเท้าวิ่งคุณภาพสูง มีครบทั้งอุปกรณ์การวิ่งนานาชนิด ตั้งอยู่หลังห้างสรรพสินค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ จุดเด่นของร้านมีเครื่องวัดขนาดเท้าของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้ได้รองเท้าที่ถูกต้องตามสรีระ มาพร้อมลู่วิ่งเตรียมไว้บริการ คุณกัญจน์ จิรัฐติวณิชย์ หรือ คุณโป้ง เจ้าของร้าน “รัน ทู พาราไดซ์” ปัจจุบันอายุ 31 ปี ดีกรีนักไตรกีฬาที่รักการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเมื่อปี 2557 แล้วหันมาสานฝันเป็นเจ้าของธุรกิจรองเท้ากีฬา “ก่อนจะมาเปิดร้านขายรองเท้าวิ่ง ผมเคยทำงานประจำในแวดวงการเงิน 4 ปี หลังจากนั้นลาออกมาช่วยธุรกิจครอบครัวขายเสื้อผ้าส่งออก ประเภทกางเกงยีน เสื้อผ้าผู้หญิง แต่ทว่าส่วนตัวไม่ถนัดเรื่องเสื้อผ้า ประกอบกับเป็นนักกีฬาวิ่ง เลยเลือกที่จะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับก
มีกับข้าวมังสวิรัติมาชวนทำครับ เป็นสตูผักนุ่มๆ รสอ่อนๆ ที่ปลอดเนื้อสัตว์โดยสิ้นเชิง มันก็แปลกดี ผมทำสตูหม้อนี้กินมายี่สิบปีแล้วเห็นจะได้ แต่ก็นึกไม่ออก ว่าไปเอาสูตรมาจากไหน จำต้นเหตุไม่ได้เลยว่าไปแอบครูพักลักจำของใครเขามา ดังนั้นถ้าเกิดไปเหมือนสูตรเก่าแก่ของบ้านใครเข้า ก็ขออภัยนะครับ ไม่ได้จงใจจะลอกโดยไม่อ้างอิงเลยแหละ ถ้าวันนี้พรุ่งนี้ตั้งใจจะกินผักสไตล์ออกฝรั่งๆ หน่อย คว้าตะกร้าไปตลาดกันเดี๋ยวนี้เลยครับ สำหรับสตูหม้อนี้ ผักที่ผมใส่เป็นหลักๆ เลย ก็มีแครอต หอมใหญ่ มะเขือเทศ บร็อกโคลี กะหล่ำดอก หน่อไม้ฝรั่ง (asparagus) เซเลอรี พริกหวาน (bell pepper) กระเจี๊ยบเขียว ส่วนเห็ด ก็มีเห็ดฟาง เห็ดหอมสด เห็ดเข็มทอง เครื่องปรุงกลิ่นที่จำเป็น ก็คือใบเบย์ (bay leaf) และผักชีฝรั่ง (parsley) แห้งหรือสดก็ได้ ตัวทำความข้น ผมใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำมันมะกอก extra virgin พริกไทยดำป่นและผงพริกปาปริก้า (paprika)นี่ว่าเฉพาะที่ใส่ปกตินะครับ ดังนั้น ถ้าใครพิสมัยของอื่นที่เข้ากันได้ เช่น กะหล่ำดาว (brussels Sprouts) กะหล่ำปลีม่วง ฟักทองญี่ปุ่น หรือเห็ดโคน เห็ดตีนแฮด เห็ดแชมปิญอง ฯลฯ ก็ปรับใช้ใส่ได้ตามใจชอบเล
