How to
ขนมเรไร มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน อย่างน้อยต้องมีอายุถึงเกือบ 200 กว่าปี ซึ่งคาดเดาได้ว่า น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากในพระราชสำนัก เพราะพบปรากฏอยู่ในกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวานในสมัยรัชกาลที่ 2 นั่นเอง! ขนมเรไร (รังไร) คือ ขนมไทยในพระราชนิพนธ์ เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง สันนิษฐานว่าที่เรียกขนมเรไร เพราะมีลักษณะเหมือนรังของตัวเรไร (เรไร น. ชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ตัวเขียว อยู่ในจำพวกจักจั่น หรือชื่อขนมชนิดหนึ่งเป็นเส้นคล้ายขนมด้วง แต่เส้นเล็กกว่า) และลักษณะเวลากดแป้งออกจากพิมพ์ที่กด จะมีเสียงบีบของตัวแป้งดังจี๊ดๆ เล็กน้อย ซึ่งอาจจะมีลักษณะคล้ายกับรังนกเล็กๆ ด้วย ขนมเรไร นั้นมีสีต่างกันออกไป เช่น ชมพู เขียว ฟ้า เหลือง ขาว ม่วงคราม เป็นต้น ขนมเรไร เป็นขนมไทยโบราณที่มีส่วนผสมมาจาก แป้ง กะทิ มะพร้าว และน้ำตาล และใช้สีในการตกแต่งอาหารเพื่อให้ดูสวยงาม โดยอาจใช้สีจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์แล้วแต่ตามสะดวก เพราะบางสีอาจหาได้ยากตามธรรมชาติ ขนมเรไร นับว่าเป็นภูมิปัญญาของชาววัง ที่สามารถรังสรรค์ความอ่อนหวานของสีขนมเรไร ให้มีรสชาติที่นุ่มนวล ละมุนลิ้นของผู้ที่ได้ชิม และความหอมกรุ่นของน้ำลอยดอกมะลิ กะทิสด และงาขาวคั
อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เกษตรกรในพื้นที่ทำอาชีพทางการเกษตรที่หลากหลาย เช่น ปลูกข้าวโพดและพืชไร่อื่นๆ จึงทำให้มีวัตถุดิบหลังจากเก็บเกี่ยวเหลืออยู่ ส่งผลให้เกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์มีการนำเปลือกข้าวโพดหรือต้นพืชมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการนำไปเป็นอาหารให้สัตว์กินและหมักปุ๋ยสามารถลดการเผาทำลาย ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทำให้ไม่เกิดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ เกษตรกรทุกครัวเรือนสามารถทำเกษตรได้อย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คุณยงยุทธ อินทร คุณยงยุทธ อินทร อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 5 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเกษตรกรที่มีประสบการณ์ทางด้านปศุสัตว์ โดยทำการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมพื้นเมือง พร้อมทั้งปลูกหญ้าสำหรับเป็นอาหารให้กับโคที่เลี้ยง และนำวัสดุเหลือใช้จากการเก็บเกี่ยวในพื้นที่อย่างเปลือกข้าวโพดมาให้โคกิน จึงช่วยลดต้นทุนการผลิตเกิดรายได้เพิ่มขึ้นเวลาจำหน่ายโคแต่ละครั้ง ทำให้การเลี้ยงโคเป็นรายได้ให้กับครอบครัวเขาเป็นระยะเวลาถึง 18 ปีเลยทีเดียว คุณยงยุทธ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาเลี้ยงโคเนื้ออย่างเช่นทุกวันนี้ สมัยก่อนได้ทำเกษตรคือการปลูกข้าวโพดเป็นหลัก เมื่อเก็บเกี่ยวผลผ
ปัจจุบัน เกษตรกรทั้งรายใหม่และรายเก่า ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรมากขึ้น โดยเน้นผลิตสินค้านำตลาดที่สามารถจำหน่ายได้แน่นอน ส่งผลให้พืชที่ปลูกออกมาแต่ละรอบการผลิตไม่ล้นตลาด แถมยังจำหน่ายได้ราคา จึงมีผลกำไรไม่เกิดหนี้สินทำเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน คุณพศิณ พิมมะรัตน์ เป็นเกษตรกรที่ได้เรียนรู้การผลิตสินค้านำตลาด โดยปลูกมะเขือเทศเชอรี่ให้มีคุณภาพ เป็นพืชปลอดสารพิษ พร้อมทั้งใช้ปุ๋ยชีวภาพเสริมในเรื่องของการเจริญเติบโต ทำให้มะเขือเทศเชอรี่ทุกผลมีรสชาติดี และที่สำคัญตลาดมีความต้องการผลผลิตที่เขาปลูก จนบางช่วงสินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการเลยทีเดียว มะเขือเทศเชอรี่สีเหลือง อยากทำงานด้านการเกษตร โดยมีแรงบันดาลใจจาก ในหลวง ร.9 คุณพศิณ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงานเกษตรเลยแม้แต่น้อย และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ดูสารคดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เห็นพระองค์ท่านทรงงานและมีโครงการที่เกี่ยวกับด้านการทำเกษตรเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจว่างานด้านเกษตรนี้เป็นเหมือนอาชีพหลักของคนไทย ทำให้เริ่มมีความสนใจและอยากเรียนรู้การทำเกษตรมากขึ้น จึงได้เข้า
KTC (เคทีซี) หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 5 พันธมิตรธุรกิจอีคอมเมิร์ซและช้อปปิ้งออน ไลน์ยักษ์ใหญ่ ลาซาด้า, ทีวี ไดเร็ค, ซิลิงโก้, ลอรีอัล และ พอลพ่า บาย ดามาคัน เปิดเวทีเสวนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสดิจิทัล พร้อมเผยมุมมองการนำพาธุรกิจสู่ความสำเร็จ และชี้นำบริการออนไลน์ที่สะดวกสบายให้กับคนยุคใหม่ คุณพิทยา วรปัญญาสกุล – รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวถึงภาพรวมของการทำธุรกิจออนไลน์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาว่า มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมทั้งช่วยสร้างรายได้ทางอาชีพและขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจให้หมุนเวียน ด้วยเทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ที่ทันสมัยส่งผลให้เกิดโอกาสดีในการติดต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด ทางเคทีซีได้เพิ่มช่องทางธุรกิจสู่ออนไลน์ ซึ่งกระแสตอบรับดี มียอดชำระเงินบัตรเครดิตผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีสมาชิกใหม่เข้ามาใช้จ่ายออนไลน์ในปี 2561 เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560 อีกด้วย เคทีซีจึงสรรหาสิทธิประโยชน์มาตอบโจทย์ความต้องการไม่น้อยไปกว่าการใช้บัตร ณ เคาน์เตอร์ ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมโค้ดส่วนลดจาก
ขายดีแสนซองต่อเดือน! “Dever Energy Gel” อาหารเหลวของทีมหมูป่า คุณอนนต์ อดิโรจนานนท์ หรือ คุณเดียร์ เจ้าของ Dever Energy Gel วัย 33 ปี เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ในอดีตตนเคยเป็นนักกีฬาเทนนิส เยาวชนทีมชาติ มักพบปัญหาแรงหมดช่วงท้ายของการแข่งขัน จึงเกิดความต้องการผลิตอาหารเติมพลังงานในรูปแบบ พกพาง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรออาหารทดแทนพลังงานอื่นๆ ที่เสียเวลาย่อยนาน เช่น กล้วยหอม ขนมปัง พอคิดได้ดังนั้นจึงจ้างบริษัท OEM เพื่อผลิต Energy Gel โดยนำความรู้ที่ตนจบปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ผนวกกับ ปริญญาโท สาขาโภชนาการและการกำหนดอาหาร ประเทศออสเตรเลีย คิดค้นสูตรเอง พัฒนาจนกลายเป็น Dever Energy Gel พลังงานเจลรูปแบบซอง เจ้าแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน คุณเดียร์ เล่าย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2555 ว่า เขาเริ่มทำผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ตอนเทรนด์สุขภาพยังไม่บูม ทำให้ประสบปัญหาเรื่องรายได้และการตีตลาด เข้าขั้นวิกฤต “เพราะเริ่มด้วยตัวเอง วิธีทำการตลาดและงบลงทุนของเราจะแตกต่างจากแบรนด์ใหญ่ๆ คือเราใช้วิธีออกแบบตัวผลิตภัณฑ์ให้ประหยัดที่
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน มีใครเคยได้ยิน สี่อาหารมหัศจรรย์ ที่ช่วยให้นาฬิกาที่ช่วยดูแลระบบภายในร่างกายของเราเดินได้ดีเป็นปกติบ้างคะ อย่างที่เพื่อนๆ ทราบดีว่า การออกกำลังกาย ลดความอ้วนต่างๆ จะได้เห็นผลที่ดีพร้อมสุขภาพกายและใจที่ดีด้วยนั้น การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับร่างกายให้สมดุล เรียกได้ว่าพักผ่อนนอนหลับให้ถูกเวลา และมากพอกับที่ร่างกายต้องการ ควบคู่ไปกับการทานอาหารที่ใช่ ในเวลาที่ใช่ เท่านี้ ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับดีๆ ที่วินอยากนำมาฝากเพื่อนๆ ค่ะ อาหารชนิดแรก ที่วินอยากแนะนำคือ ปลา ค่ะ นอกจากโปรตีนแล้ว เนื้อปลายังมีประโยชน์เฉพาะตัวมากกว่านั้นอีก นั่นก็คือ ไขมันดี ที่เรียกว่า โอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่ประกอบด้วย DHA และ EPA ที่ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ อันเป็นต้นเหตุของปัญหาไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และอาจส่งผลต่อโรคหัวใจขาดเลือดได้อีกเช่นกัน มากไปกว่านั้น โอเมก้า 3 ยังช่วยเพิ่ม HDL หรือ High Density LipoProtein ที่จะทำหน้าที่ลดคอเลสเตอรอลที่สะสมตามหลอดเลือดแดงค่ะ Super food ชนิดที่สอง ไม่สามารถลืมได้คือ ถั่ว ค่ะ แหล่งโปรตีนย่อย
จากพลาสติกไร้ค่า สู่งานกระเป๋าสานดีไซน์หรู ประณีตทุกขั้นตอน โดนใจลูกค้าต่างชาติ สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะสาว ๆ ต้องพกติดตัวขณะเดินทางไปข้างนอกหรือไปงานโอกาสต่างๆ ใช้ใส่สิ่งของได้สารพัดชนิด ขนาดน้อยใหญ่ หลากหลายสีสัน เป็นแฟชั่นหรือพร็อบในการแต่งกาย พูดแบบนี้แล้วคงจะนึกถึงอะไรไปไม่ได้นอกจาก “กระเป๋า” เส้นทางเศรษฐีมีโอกาสผ่านไปพบกระเป๋าแบรนด์หนึ่ง ภายใต้ชื่อ KATHANA (คาทาน่า) กระเป๋าถือและสะพายจากเส้นพลาสติกสานรีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ของ บริษัท วรกุลชัย แพ็กเกจ ซีล จำกัด โดยมี คุณทินกร วรกุลชัย ตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและผู้พัฒนานวัตกรรม และ คุณรุ่ง – กัญฐณา วรกุลชัย เป็นผู้จัดการโปรเจ็กต์ คุณรุ่งเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการหันมาทำกระเป๋าสานจากเส้นพลาสติกรีไซเคิลแบรนด์คาทาน่า ว่า ในตอนแรก “บริษัท วรกุลชัย แพ็กเกจ ซีล จำกัด” เป็นผู้ผลิตเส้นพลาสติกรัดของและนำเข้าเครื่องจักรเพื่อมาจำหน่าย มีการผลิตวัตถุดิบเอง โดยรับซื้อเศษเส้นพลาสติกจากโรงงานนำมาหลอมเพื่อแปรสภาพใหม่ กลายเป็นรูปแบบรีไซเคิล เห็นว่าเศษเส้นพลาสติกที่ทางบริษัทรับซื้อมาคละไปด้วยสีและ
“กล้วยกรอบไร้มัน”สแน็กน้องใหม่แบรนด์ “ย่ามะลิ” วางขาย 2 ปี เตรียมโกอินเตอร์! คุณอาร์ต – ทรงพล ทรงประไพ วัย 26 ปี เจ้าของธุรกิจกล้วยกรอบไร้มัน แบรนด์ “ย่ามะลิ” ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า พื้นเพเป็นคนสิงห์บุรี เรียนจบอาชีวะ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เคยทำงานที่กรมทางหลวงฯ มาประมาณ 2 ปีครึ่ง ตามบ้านต่างจังหวัด ชาวบ้านจะชอบปลูกพืชผลไม้อย่างพวกกล้วยไว้ทานเอง จึงคิดและนำกล้วยมาแปรรูปใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า สามารถยืดอายุให้อยู่ได้นานขึ้น แต่ยังคงความหวานของกล้วยจากธรรมชาติ และทำให้กล้วยทอดของเขา “ไม่มีไขมัน” โดยการนำมาทอดโดยไม่ติดน้ำมัน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เวลาลองผิดลองถูกปีกว่าๆ จึงสำเร็จ และได้กล้วยทอดกรอบ ที่รสชาติเหมือนทานกล้วยแบบปกติ ที่ไม่มีการใส่น้ำตาล หรือ สารปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น จากนั้นจึงแจกจ่ายให้บรรดาเพื่อนๆ และญาติ ได้ลองชิม ผลตอบรับที่ได้ก็เป็นไปในทางที่ดี จึงลองผลิตเพื่อขาย และนำคุณลักษณะของกล้วยที่มีความกรอบแบบ “ไร้มัน เน้นธรรมชาติ” มาตั้งชื่อเป็น “กล้วยกรอบไร้มัน” โดยให้มีความเป็นไทยแต่ทันสมัยในชื่อ “ย่ามะลิ” ซึ่งเป็นชื่อของญาติ ที่เป็นทั้งบุคคลต้น
สภาพดินที่ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายหรือบางพื้นที่เป็นดินทรายในพื้นที่ภาคอีสาน ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกพืชไร่ ยกเว้นพื้นที่ทำนาที่ยังคงเพาะปลูกข้าว แต่กว่า 30 ปีแล้ว ที่ชาวบ้านสว่างพัฒนา ตำบลหนองแซง อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น เปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่ เป็นพืชสวน และเป็นพืชที่สามารถทำนอกฤดู รวมถึงส่งออก ทำเงินให้กับชาวบ้านสว่างพัฒนาได้มาก ต้องยกนิ้วให้กับ คุณบุญส่วน แก้วไพฑูรย์ เจ้าของไร่มะม่วงสวนอุดม ที่ริเริ่มปลูกและผลิตนอกฤดู จนสามารถส่งเสริมและรวมกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงบ้านแฮดเพื่อการส่งออก และจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ในปี 2548 คุณบุญส่วน และ คุณอุดม แก้วไพฑูรย์ ชื่อสวนอุดม มาจาก ชื่อของคุณบุญส่วนและ คุณอุดม ภรรยา นำมารวมกัน แท้จริงแล้ว คำว่า “สวน” เป็นชื่อท้ายของคุณบุญส่วน แต่เกิดผิดพลาดตอนทำทะเบียนราษฎร์กับอำเภอ จึงเติมไม้เอกเพิ่มมาให้ ส่วนคำว่า “อุดม” คือ ชื่อภรรยาของคุณบุญส่วน เมื่อนำมารวมกันจึงตั้งเป็นชื่อไร่ “มะม่วงสวนอุดม” คุณบุญส่วนจบเพียงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา แต่จังหวะและโอกาสทำให้เขาได้ไปศ
อดีตแม่บ้าน ตามสามีไปอยู่ที่ดินแดนซากุระ เห็นโอกาสสร้างรายได้ เปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่นส่งขายให้ลูกค้าคนไทย ผลตอบรับดี ต่อยอดกิจการขายเสื้อผ้ามือสอง สร้างมาตรฐานสูง มีเสื้อสูท เสื้อยืด ชุดกระโปรง เสื้อกันหนาว เสื้อโค้ต ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค ทุกชิ้นบรรจุลงถุงพร้อมติดบาร์โค้ดราวกับเสื้อใหม่ ขายส่งราคาตัวละ 35 บาท ซื้อขั้นต่ำ 1,000 ตัว เพื่อเป็นการคละแบบ คละไซซ์ เสื้อผ้าจะไม่ซ้ำลายกันเลย ง่ายต่อการไปขายต่อ เรื่องราวของ คุณยุภาวรรณ อัจฉราพรเพ็ญ หรือ คุณเอ็มมี่ เธอตามสามีไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2553 ซึ่งสามีไปเปิดบริษัททำธุรกิจโมเดลการ์ตูน ในระหว่างนั้นมีเวลาว่าง เพราะเป็นแม่บ้าน เลยเปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่น ประเภทขนม ของเล่น กระเป๋า ของจุกจิก ส่งขายให้ลูกค้าคนไทย กระแสการตอบรับดี มีคนบอกปากต่อปาก ในเวลาต่อมา หญิงสาวผันตัวทำธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง “ในช่วงแรก ดิฉันขายสินค้าประเภท ขนม ของเล่น กระเป๋า จากนั้นได้รู้จักกับ คุณมิจิโอะ ซูซูกิ (Michio Suzuki) นักธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น พูดภาษาไทยได้ ปี 2556 เลยเริ่มเอาเสื้อผ้ามือสองเข้ามาขายที่เมืองไทยและส่งไปทางอรัญป
