How to
ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำที่เกษตรกรไทยต้องประสบกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากเสียงสะท้อนถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่องผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่า ราคากล้วยตกต่ำหรือหาตลาดจำหน่ายไม่ได้ ราคาพริก ใบมะกรูด หรือสัตว์น้ำ อย่าง ปลาชนิดต่างๆ ขายไม่ได้ราคา เป็นต้น นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างความมั่นคงทั้งด้านรายได้และอาชีพเป็นอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในหนทางสำคัญที่ทุกภาคส่วนไม่ว่า ภาครัฐหรือ เอกชน ที่เข้ามาช่วยเหลือต่างให้ข้อแนะนำ คือ การนำสินค้าเกษตรมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ทั้งนี้ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้คำจำกัดความว่า หมายถึง การนำผลิตผลทางการเกษตรมาแปรสภาพจากลักษณะเดิมไป เป็นกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน ซึ่งอาจเกิดจากการแปรสภาพตามธรรมชาติให้ต่างไปจากเดิมเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งสินค้าเกษตรด้านที่ไม่ใช่อาหารและด้านอาหาร นายธงชาติ ศรีศักดิ์ ผู้ก่อตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีพลังงานทดแทน เป็นผู้หนึ่งที่ได้เห็นและสัมผัสถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรในสาขาต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จึงมีแนวคิดที่จะขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตร
เพราะ ‘ลูก’ คือทุกสิ่งทุกอย่าง หลายคนจึงกล้าลองทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำก็เพื่อลูก อย่าง มิค – บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ ที่ปฏิเสธทันทีเมื่อเพื่อนชวนทำธุรกิจ แต่พอชื่อ น้องปริม – รัตน์นรี ลูกสาววัยขวบเศษถูกยกมาเป็นเหตุผล สุดท้ายเลยตัดสินใจร่วมหุ้นโดยไม่ลังเล “มิคมีเพื่อนที่เรียนโรงเรียนประจำด้วยกันตั้งแต่เด็กที่อังกฤษ แล้วย่าเขารู้จักกับย่ามิค เขาเลยชวนทำปูดองสูตรย่ามิคกันไหม เราบอกว่าอย่าทำเลยยาก มันใช้เวลานาน วุ่นวาย เวลาทำลูกน้องที่บ้านมือแหก เพราะกรรมวิธีการเตรียมวุ่นวายมาก เขาก็พูดไปพูดมา เราก็บอกว่าอย่าเลยจะทำทำไมให้เหนื่อย แต่พอเขามาพูดโประโยคสุดท้ายว่าเรามีลูกไม่ใช่เหรอ อยากทำอะไรให้ปริมไม่ใช่เหรอ เออ! จริง ลืมประเด็นสำคัญคือ ลูก โอเค…งั้นทำ เลยเริ่มทำตัดสินใจว่าลองสักตั้ง” นักแสดงอารมณ์ดีบอกถึงที่มาของ ‘Pookaiyerm_byMick (ปูไข่เยิ้มบายมิค)’ โดยเมื่อตัดสินใจเริ่มก็ลองลงมือทำ แต่รสชาติไม่ใกล้เคียงกับที่คุณย่าผู้ล่วงลับเคยทำให้ทาน โชคดีที่ตอนหลังได้เจอสูตรของคุณย่าได้จดไว้ ทว่าขั้นตอนการทำกลับไม่ง่ายเพราะปูไข่ดอง 1 ตัวต้องผ่านคนล้างและขัดถึง 6 รอบ ซึ่งในครั้งแรก ปู 50 ตัวที่มาส่งตั้งแต่
คนไทยใจดีไม่เเพ้ชาติใดในโลก เฉกเช่น ร้านอาหารในตลาดท่าน่า จังหวัดนครปฐม ขึ้นป้ายหน้าร้านประกาศบอกลูกค้าว่า “ไม่มีเงิน ไม่มีกิน มากิน ฟรี ได้ที่นี่” และ “ฟรี สำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุและผู้พิการ” ซึ่งจะกินฟรีกี่จานก็ได้ ขอเพียงห้ามเหลือทิ้งเท่านั้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสไปเดินเที่ยวเล่นที่ “ตลาดท่านา” ตลาดโรงไม้เก่าๆริมแม่น้ำนครชัยศรี(แม่น้ำท่าจีน) อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ในตลาดมีทั้งร้านขายของเล่นโบราณ ร้านขายส้มโอ ร้านเค้กมะพร้าวน้ำหอม ร้านกล้วยปิ้ง ร้านหน่อย เบเกอรี่ ที่ขายขนมขึ้นชื่อ อย่างขนมมาม่อนจัง และร้านอาหารต่างๆ เดินเล่นไปเรื่อย เห็นร้านอาหารร้านหนึ่ง ชื่อร้าน “ตูมตาม ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย” ลักษณะเหมือนร้านอาหารทั่วไป ที่เน้นขายอาหารเกี่ยวกับสัตว์ปีก อย่าง เป็ดและไก่ มีเมนูหมูบ้างประปราย แต่ที่ทำให้สะดุดตาจริงๆคือป้ายที่แขวนบอกว่า”ไม่มีเงิน ไม่มีกิน มากิน ฟรี ได้ที่นี่” และ “ฟรี สำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุและผู้พิการ”ต่างหาก เมื่อเห็นว่าในร้านคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ จึงเดินเข้าไปพูดคุยกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอยืนลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวอย่างแข็งขัน หน้าหม้อลวก เธอชื่อ
คนภาคเหนือแถบเชียงใหม่ แพร่ น่าน ชอบกินบวบลูกเล็กจิ๋วที่เรียก “มะนอยต๊อบ” ส่วนใหญ่ก็ลวกหรือต้มกินกับน้ำพริกนะครับ ผมเองเพิ่งได้ไปเดินเล่นที่กาดแลงของอำเภอปัว จังหวัดน่าน มาเมื่อหลายวันก่อน ได้จับจ่ายของจุ๊กจิ๊กๆ มากินเล่นอย่างเพลินทีเดียว เช่น ข้าวกั้นจิ้น แอบหมู แอบสมองหมู ไก (สาหร่ายน้ำ) นึ่ง ได้ “น้ำผัก” แบบล้านนาแต๊ๆ มาถุงหนึ่ง กับมะนอยต๊อบอีกหนึ่งกอง มะนอยต๊อบ กลับมาถึงบ้าน ผมคิดว่าจะกินมะนอยต๊อบยังไงดี ในที่สุดตัดสินใจปรุงสำรับที่เคยทำแล้วเมื่อหลายปีก่อน คือ “เลียงแห้ง” ครับ ปกติแล้ว เลียงหรือแกงเลียงคือแกงซดน้ำ มักปรุงใส่พริกไทยมาก โดยมีสูตรมาตรฐานที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน แต่ทว่า ก่อนหน้าที่แกงเลียงจะมามีนิยามเป๊ะๆ แบบนี้ “เลียง” เคยเป็นคำกริยาด้วย หมายถึงการเอาผักมาต้ม ไม่ใส่พริก ปรุงรสอ่อนๆ เท่านั้นเอง มาทุกวันนี้แหละครับที่หมายความเฉพาะถึงแกงน้ำใสที่มีกลิ่นใบแมงลักนำหน้า ที่จริง ผมไม่ชอบชื่อ “เลียงแห้ง” นี้นัก แต่มันสื่อให้เข้าใจได้ง่ายกว่าชื่ออื่นน่ะครับ ถ้าจะให้อธิบายอย่างรวบรัด นี่ก็คือการปรุงแกงเลียงในขั้นตอนแบบผัดเท่านั้นเอง เราต้องปรุงเครื่องแกงเลียงก่อนครับ โดยตำพริกไท
ปัจจุบันมีคนไทยหัวดี นำ “ยางพารา” มาเพิ่มมูลค่าเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่หลากหลาย ส่งขายไปทั่วโลก เฉกเช่น “อรกานต์ สายะตานันท์” หรือ คุณกานต์ หญิงสาววัย 29 ปี ดีกรี ปริญญาโท ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ จากประเทศอิตาลี ใส่ความคิดสร้างสรรค์ในน้ำยางพารา กลายเป็นของใช้ใกล้ตัว ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นที่ยอมรับทั้งคนไทยและต่างชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถูกใจสาวก “อีโค โปรดักต์” คุณอรกานต์ สายะตานันท์ คุณกานต์ เล่าว่า หลังจบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทำงานเป็นครีเอทีฟโฆษณา 2 ปี ก่อนบินลัดฟ้าไปเรียนต่อ ป.โท ที่เมืองมิลาน ระหว่างเรียนปริญญาโท เกิดไอเดีย ทำ “จุกน้ำ” ปิดขวดในรูปแบบที่ทันสมัย เป็นทั้งจุกปิดขวดสุญญากาศ กรวยกรอกน้ำ และปากขวดที่ช่วยให้เทน้ำออกจากขวดง่ายขึ้น ช่วยให้ขวดแก้วสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ สำหรับที่มาของไอเดีย “จุกน้ำ” คุณกานต์ เล่าว่า จากการสังเกตเมืองที่อาศัยอยู่ มีขวดไวน์เหลือทิ้งจำนวนมาก จึงมองหาโอกาสสร้างรายได้ และตั้งใจอยากเพิ่มมูลค่าน้ำยางพาราของไทย เพราะไทยส่งออกยางพาราอันดับ 1 ของโลก เลยเป็นที่มาของแบรนด์ PARA (พาร่า)
“ไทยเด็ด” เปิดช่องทางค้า เพื่อวิสาหกิจชุมชน สู่ PTT Station กระทรวงพาณิชย์ PTTOR และ ธพว. ผนึกกำลังช่วยวิสาหกิจชุมชน สร้างช่องทางจัดจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน เปิดตัวโครงการการปรับเปลี่ยนเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนในสถานีบริการ PTT Station หรือ โครงการ “ไทยเด็ด” ณ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาสยาม ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มเปิดจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2561 คาดว่าจะมีผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 14 แห่ง และในปี 2562 จะเพิ่มขึ้นกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ คุณวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “จากแนวคิดรัฐบาลต้องการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น เกษตรกร ซึ่งมีจำนวนมากผลิตสินค้าแล้วไม่มีสถานที่และช่องทางจำหน่าย ทั้งนี้เพื่อสนองตอบนโยบายที่กระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมาย โดยกรมพัฒนาธุรกจิการค้า เร่งขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทย โดยคำนึงถึงความหลากหลายของแหล่งกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม รวมถึงเป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก ในส่วนของสินค้าก็มีความพร้อมสำหรับการ
เปลี่ยนทำนา มาปลูกหญ้าหวาน รายได้เพิ่ม 7 เท่า ต่อปี ปลูกหญ้าหวาน รายได้เพิ่ม ก่อนเข้าถึงเนื้อหา ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า อำเภอสะเมิง เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ฉะนั้น จะมีพื้นที่ราบสำหรับทำนาน้อย จะได้ข้าวประมาณ 100 ถัง ขายได้เงินประมาณ 10,000 บาท เมื่อปี 2557 สถาบัน IQS เข้ามาส่งเสริมการผลิตหญ้าหวาน จึงตัดสินใจทดลองปลูก จำนวน 1 ไร่ จนถึงปัจจุบันเปรียบเทียบแล้วมีรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง 7 เท่า ต่อปี หญ้าหวาน นั้น หลังจากปลูกได้ 30 ถึง 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยทยอยเก็บทุกวัน ส่วนหญ้าหวานสด 10 กิโลกรัม เมื่อตากแห้งในโรงเรือนหลังคาพลาสติก หากแดดจัด ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จะเหลือน้ำหนักแห้ง ประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม คุณภาพของหญ้าหวานจะแตกต่างกัน ในแต่ละฤดูกาลคือ หน้าร้อนและหน้าฝนใบจะบางต้นสูง แต่หน้าหนาวใบจะหนาต้นจะเตี้ย หญ้าหวานถือเป็นพืชทนแล้ง จากช่วงแล้งที่ผ่านมาไม่มีน้ำรดระยะเวลาเป็นเดือนก็ไม่ได้รับผลกระทบ สามารถปลูกเป็นพืชทางเลือกทดแทนข้าวที่มีปัญหาด้านราคาอยู่ในขณะนี้ และเป็นพืชทนแล้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้อีกด้วย คุณละออง ศรีวรรณะ เกษตรกรบ้านอมลอง บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่
อยากกินผัก กิน’ต้มจับฉ่าย’ โดย กฤช เหลือลมัย คงมีบางวันใช่ไหมครับ ที่เราอยากกินกับข้าวอะไรที่เบาๆ สบายๆ ปาก มันอาจเป็นเพราะเราเพิ่งจบการเดินทางไกลไปในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย จำต้องกินแต่อาหารเนื้อๆ จนพานท้องไส้อึดอัด หรือไม่ก็รู้สึกเบื่ออาหารรสจัด อยากกินแค่ข้าวสวยหรือข้าวต้มร้อนๆ ไข่เจียว แล้วก็ซุปอะไรผักๆ ที่พอซดได้สักชาม แต่ก็ต้องการมากกว่าแกงจืดใสๆ (เรื่องมากดี) อย่างนี้ก็ทำต้มจับฉ่ายกินสักหม้อดีกว่าครับ “จับฉ่าย” หรือแปลไทยได้ว่า “ผักสิบอย่าง” เป็นต้มซุปแบบจีนที่คอข้าวต้มกุ๊ยโบราณคงจดจำได้ดี ถึงกะละมังเคลือบใบโตหน้าร้าน ตั้งไฟอ่อนๆ บรรจุไว้ทั้งกระดูกเป็ด ซี่โครงหมู ผักสารพัดอย่าง (น่าจะเกินสิบ) ที่เจ๊กผู้ปรุงหั่นเติมเพิ่มใส่เข้าไปตลอดเวลา จนน้ำซุปสีเขียวคล้ำๆ นั้นเป็นแหล่งรวมรสหวานจากผัก ไขกระดูกหมูเห็ดเป็ดไก่ และเครื่องปรุงแบบจีน จนเรียกว่าถ้าไปนั่งล้อมวงกินข้าวต้มรอบดึกแบบนั้น ก็แทบไม่มีใครปฏิเสธต้มจับฉ่ายได้เอาเลย สำรับจับฉ่ายนั้นมีหลายแบบ แต่ที่คนไทยคุ้นเคย คงเป็นแบบที่ต้มผักจีนหลายๆ อย่างรวมไปกับซี่โครงหมู หรือเนื้อส่วนอื่นๆ ที่อยากกิน ดังนั้น ถ้าจะทำกินตอนบ่ายหรือเย็น เช้าๆ เราก
ไฮฟ์สเตอร์ hivesters เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาไทย รายได้คืนสู่สังคม 2 สาวทายาทธุรกิจ “รุ้งทองทัวร์” ไอเดียดีสร้างกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยว มาพบกับ “โลเคิล ฮีโร” และ “โลเคิล โลเคชั่น” หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละท้องถิ่น ทั้งอาหาร งานหัตถกรรม งานฝีมือ งานศิลปะ ผ่านรูปแบบกิจกรรม ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงกับคนท้องถิ่น เป็นแนวทางหนึ่งในการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่กำลังจะสูญหายไปและกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชน โดยมีจุดยืนทำเพื่อสังคม คุณอชิรญา และคุณชญานิศ ธรรมปริพัตรา สองสาวคนเก่ง จากการจัดประกวดโครงการ Booking Booster 2018 ในการนำเสนอแผนธุรกิจของสตาร์ตอัพและกิจการเพื่อสังคมจากผู้ประกอบการทั่วโลก เพื่อชิงเงินทุนรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านยูโรในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า “ไฮฟ์สเตอร์” (HiveSters) สตาร์ตอัพที่ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวระดับชุมชนของประเทศไทย ได้รับการคัดเลือกติด 1 ใน 10 อันดับของบริษัทสตาร์ตอัพจาก 100 ผู้ประกอบการทั่วโลก จะได้เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นระยะเวลา 3 สั
ติดอันดับแหล่งปลูกกาแฟดีมีคุณภาพที่จังหวัดเชียงใหม่ แถมได้เครื่องหมายทะเบียน GI (Geographical Indication) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สำหรับกาแฟไทย แบรนด์ “เทพเสด็จ” ผลผลิตกาแฟจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟสดแม่ตอน ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด ที่ได้รวมตัวกันสร้างแบรนด์กาแฟไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เลียนแบบไม่ได้ทั้งกลิ่นและรสชาติ คุณสุวรรณ เทโวขัติ หรือคุณโขง คุณสุวรรณ เทโวขัติ หรือ คุณโขง ประธานกลุ่มวิสาหกิจกาแฟสดเทพเสด็จ วัย 41 ปี เล่าว่า ชื่อกาแฟเทพเสด็จ มาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยม โครงการหลวงป่าเมี่ยงในปี พ.ศ. 2534 ทั้ง 2 พระองค์เสด็จฯ มาถึง 2 ครั้ง จึงขอพระราชทานนามชื่อตำบลเทพเสด็จ เลยเป็นที่มาของชื่อกาแฟเทพเสด็จ ปลูกในตำบลเทพเสด็จ สำหรับกาแฟเทพเสด็จ เป็นกาแฟอาราบิก้า สายพันธุ์ “คาติมอร์” (CatiMor) ค่อนข้างทนทานต่อโรค ปลูกอยู่บนพื้นที่สูง 1,100 – 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นทั้งปี เฉลี่ย 10 – 28 องศาเซลเซียส ปลอดภัยไร้สารพิษ ปลูกในป่า มีดอกไม้ป่า หรือเรียกว่า “ดอกก่อ” มีสีเหลือง ประกอบกับในพื้นที่มีผึ้งโก๋น หรือผึ้งโพรง เวลาผึ้งโพรงไปตอมเกส
