How to
ไม่ใช่แค่อาหารไทยที่ผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบ แต่ผลไม้อย่าง ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้มโอ กล้วยไข่ และมะม่วง ก็ติดอันดับผลไม้ไทยที่คนจีนรู้จักเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ถึงขนาดมีคำกล่าวของคนประเทศนี้ว่า“กินอาหารจีนต้องกินที่มณฑลกวางตุ้ง แต่ต้องกินกับข้าวหอมมะลิ เสร็จแล้วต้องตบท้ายด้วยผลไม้ไทย ถึงจะครบสูตร ซึ่งรสชาติผลไม้ไทยที่ถูกปากมากที่สุด คือ ทุเรียนและมังคุด” “ราชาและราชินีผลไม้” เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก นิ้วทองคำ ใช้เคาะทุเรียน ขายนาน 28 ปี หลายคนถ้าอยากกินข้าวเหนียวมะม่วง หรือทุเรียนสด ต้องหาทานตามฤดูกาลเท่านั้น แต่บนถนนเยาวราชหรือที่รู้จักกันดีว่าไชน่าทาวน์ ย่านที่มีของอร่อย เลื่องชื่อเรื่องอาหารทั้งเมนูคาวหวาน รสชาติถูกปากคนไทยและต่างชาติ มีอยู่ร้านหนึ่งมีเมนูดังกล่าวให้รับประทานหน้ำใจทั้งปี ร้านนี้ชื่อว่า “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” ร้านที่มีลักษณะเป็นรถเข็นเปิดตั้งแต่ 18.00-03.00น.อยู่หน้าห้างทองโต๊ะกัง สาขา 3 ผู้ก่อตั้ง คือ คุณรุ่งโรจน์ และ คุณอภิญญา ทับทอง สองสามีภรรยาชาวจีน ค้าขายย่านเยาวราชมานานกว่า 28 ปี ก่อนหน้านี้จำหน่ายแต่บัวลอย ต่อมาเพิ่มทุเรียนสดด้วย
“ความอร่อยของข้าวขาหมู อาจารย์อดุลย์โรจน์ ก็คือ น้ำซุปจะต้องเคี่ยวจนได้กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศนานาชนิด เจือด้วยรสหวานของโอวัลติน โดยปราศจากผงชูรส พร้อมขับรสอร่อยของเนื้อหมูออกมาให้ได้อย่างครบถ้วน เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วนักปรุงหลายคนตกม้าตายกับเรื่อง “น้ำซุป” นี้มานักต่อนักแล้ว…” “สูตรอาหารจะให้กำหนดอัตราส่วนตายตัวไม่ได้หรอก เพราะต้องปรับรสชาติตามความชอบของผู้ทาน และปริมาณของอาหารที่ทำว่ามากน้อยแค่ไหน” คือ หัวใจของเสน่ห์ปลายจวักของพ่อครัวแม่ครัวไทยนับแต่อดีต ที่สามารถเรียกลูกค้าให้กลับมาใช้บริการครั้งแล้วครั้งเล่า และเป็นสูตรลับเฉพาะตัวที่ผ่านการสั่งสมประสบการณ์ ค่อยๆ ปรุง ค่อยๆ ทดลอง กระทั่งได้สูตรความอร่อยที่ลงตัว เพราะการปรุงอาหารก็คือวิทยาศาสตร์ ทุกกระบวนการความอร่อยล้วนมีเหตุมีผล เช่นเดียวกับ “ขาหมูสูตรโอวัลติน” ของ อาจารย์อดุลย์โรจน์ อังสนันท์สุข ที่ไม่ได้ใส่โอวัลตินเพื่อความเท่อย่างเดียว แต่โอวัลตินยังเป็นหนึ่งในเคล็ดลับความอร่อยที่ช่วยเพิ่มรสชาติของน้ำแกงให้หอม ออกหวานนิดๆ สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตร์บัณฑิต เอกชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง แม้จะไม่ไ
ข้าวห่อใบบัว เมนูที่หากินได้ไม่ง่ายนัก หรือแม้ที่ขายกันอยู่ ผู้บริโภคก็กังขาเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากใบบัว ที่เกิดจากการทำนาบัวมีสารฆ่าแมลงตกค้างค่อนข้างมาก คุณจงดี เศรษฐอำนวย หรือป้าแจ๋ว ผู้นำกลุ่ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร “ไร่นาสวนผสม” ที่ 97/1 หมู่ 1 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้พลิกฟื้นเมนูนี้ ขึ้นมาอีกครั้งโดยมีจุดขายนอกจากรสชาติที่อร่อยลงตัวแล้ว ใบบัวที่นำมาใช้ ยังปลูกกันเอง ปล่อยโตตามธรรมชาติ และไม่ใช้สารเคมี เพื่อควมปลอดภัยในการนำมาห่อ “ข้าวห่อใบบัว” สำหรับ ส่วนผสมหลักๆ ของข้าวห่อใบบัว มีดังนี้ 1.ข้าวผัด 2.ไข่เค็มแดง 3.กุนเชียง 4.กุ้งแห้งทอด 5.แปะก๊วย 6หมูหมักรวนเค็ม 7.เห็ดหอม ทั้งนี้ ข้าวผัด ที่นำมาใช้ห่อนั้น เป็นข้าวหอมมะลิ หุงสุกผัดกับวัตถุดิบได้แก่ รากผักชีกระเทียมพริกไทย น้ำตาลทราย น้ำมันงา หอมใหญ่สับ ผักสามสี(แครอท ถั่วลันเตา ข้าวโพด) และน้ำปรุงรส (ที่ประกอบด้วย ซอสปรุงรส น้ำมันงา และน้ำตาลทราย) ใบบัวก่อนน้ำมาใช้ ต้องนำไปนึ่งให้ใบเหี่ยวลง และนิ่ม เหมาะแก่การห่อ และเมื่อห่อแล้ว ก็ต้องนำไปนึ่งอีก ราว 15 นาที ก็จะได้กลิ่นหอมของใบบัวเวลารับประทาน ที่กลุ่มของ ป้าแจ๋ว ร
ที่ห้างสุนีย์ทาวเวอร์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พบกับ คุณชุติมา กุสุมาลย์ อายุ 33 ปี หรือคุณก้อย แม่ค้าร้านขนม “ไข่เต่าน้องก้อย” กำลังทอด ขนมไข่เต่า และที่น่าสนใจคือมีทั้งแบบทั้งเดิมสีเหลือง มันเทศ สีม่วง จากมันม่วง และสีดำ จากชาโคล คุณก้อย บอกว่า ขายขนมไข่เต่ามาประมาณ 2 ปีแล้ว โดยเพิ่งขายที่ห้างสุนีย์ทาวเวอร์ ได้ 1 ปีเศษ ลูกค้าเยอะ เพราะเป็นขนมที่กินได้ทุกเพศทุกวัย “ก้อยเรียนรู้จากทำขนมไข่เต่า จากอินเตอร์เน็ท แต่บอกเลยนะคะว่า เราต้องมาปรับเปลี่ยนสูตร ลองผิดลองถูกเยอะมาก ไปทำตามเค้าเป๊ะๆ ไม่ได้” คุณก้อยเล่าให้ฟัง ขนมไข่เต่า ใช้ส่วนผสมหลักๆ ได้แก่ แป้งสาลี มันเทศ น้ำตาล และเกลือ ส่วนผสมเพียงเท่านี้ คุณก้อยว่า ทำให้ได้กำไรครึ่งต่อครึ่ง นอกจากนี้ ยังเป็นขนมที่ทำไม่ง่าย คนทำขายไม่มาก ดังนั้น จึงเป็นขนมที่ขายได้เรื่อยๆ อีกทั้ง ใช้เทคนิคการขายคือให้ชิมฟรี ก่อนตัดสินใจซื้อ “วันหนึ่งก็ขายได้ประมาณพันกว่าบาท หักค่าใช้จ่ายก็เหลือครึ่งต่อครึ่ง ดีใจค่ะคิดว่า เดินมาถูกทางแล้ว ก็น่าจะเอาดีทาง ขนมไข่เต่านี้ไปเลย นอกจากนี้ยังเป็นขนมที่กินได้ทุกเพศ ทุกวัย” คุณก้อยว่าอย่างนั้น คุณก
คุณบุญชุบ สุวรรณฉวี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านปราโมทย์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพขายกล้วยทอดมาทั้งแต่สมัยรุ่นคุณแม่ โดยในช่วงนั้นเธอก็ได้มาเรียนรู้วิธีการทำตั้งแต่อายุ 15 ปี ก็เกิดความชำนาญสามารถช่วยกิจการงานที่บ้านได้ จนต่อมาเธอจึงได้ยึดอาชีพขายกล้วยทอดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เราก็ช่วยแม่ก่อนตอนนั้น เรียกว่าช่วยแม่ขายมาตลอดทุกวัน ก็ได้เรียนรู้วิธีการทำกล้วยทอดจากแม่แบบดังเดิมเลย ต่อมาพอแม่เสียชีวิต ก็ไม่คิดที่จะเลิกขายกล้วยทอดก็ยังขายอยู่ เพราะสูตรนี้ยังมีคนชอบกิน เรียกว่าขายมาตลอดจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว ที่ขายอยู่ที่ตรงนี้” คุณบุญชุบ เล่าถึงที่มา กล้วยที่ใช้ทอดขายให้กับลูกค้านั้น คุณบุญชุบ บอกว่า จะเลือกกล้วยน้ำว้าสวนที่ปลูกในพื้นที่ โดยที่กล้วยน้ำว้าสวนมีความพิเศษคือมีรสชาติที่อร่อย กล้วยที่เลือกมาทำกล้วยทอดจะเลือกกล้วยที่แก่พอดี ไม่สุกและไม่อ่อนมีอายุตามที่กำหนด ซึ่งกล้วยน้ำว้าที่นำมาทอดจากสวนสามารถขายได้ถึงวันละ 600 ผลกันเลยทีเดียว เมื่อได้กล้วยที่มีลักษณะตามที่ต้องการจะนำมาปลอกเปลือกออก จากนั้นผ่ากล้วยน้ำว้าตามแนวยาวผล ให้มีลัก
ทำไมสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จึงส่งออกกล้วยหอมทองรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ?? นับเป็นเวลากว่า 40 ปี สำหรับการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ทางด้านการส่งเสริมปลูกและจำหน่ายไม้ผลของจังหวัดเพชรบุรีให้ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด ขณะเดียวกัน เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา สหกรณ์แห่งนี้ประสบผลสำเร็จด้วยการส่งออกกล้วยหอมทองไปขายยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก โดยมียอดการส่งออกที่ทวีจำนวนขึ้นจนกลายเป็นรายใหญ่ที่สุดในขณะนี้ นอกจากนั้น ยังมียอดการส่งขายให้แก่ห้างดังและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศในจำนวนมากเป็นลำดับต้น จึงเกิดคำถามว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้สหกรณ์ท่ายางสามารถทำได้เช่นนั้น ?? คุณมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จังหวัดเพชรบุรี ให้คำตอบว่า สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินงานมาเป็นเวลากว่า 40 ปี อีกทั้งโครงการกล้วยหอมทองส่งออกได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งในตอนแรกเริ่มจากการรวมตัวของสมาชิกที่ปลูกไม้ผลหลายชนิด แต่ไม่เน้นปลูกกล้วย คุณมานะ บุญสร้าง ด้วยโครงสร้างการทำงานที่ต้องเกี่ยวข้
กลุ่มชาติพันธุ์ไทย-ลาว ที่อยู่ริมสองฝั่งโขงทั้งในประเทศไทยและประเทศลาว เรามีวัฒนธรรมร่วมกันหลายอย่างที่ยังคงสืบต่อมาจนปัจจุบัน ทั้งภาษา ศาสนา การแต่งกาย และอาหารที่แทบจะไม่ต่างกันเลย โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินที่กินข้าวเหนียวเป็นหลักพร้อมกับกับข้าวที่ทำขึ้นง่ายๆ จากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นตามฤดูกาล กินผักกินปลาแม่น้ำโขงเป็นหลัก น้ำพริกหรือเครื่องจิ้มชนิดหนึ่งที่แพร่หลายอย่างมากคือ ป่นปลา ซึ่งพบว่าชาวลาวนี้กินกันมานาน ดังปรากฏอยู่ในบันทึกของเพียสิง จะเลินสิน ที่ได้จดบันทึกตำรับอาหารพระราชวังหลวงพระบางที่เขาได้คลุกคลีอยู่ในห้องเครื่องในวังหลวง ก่อนที่จะถึงแก่อนิจกรรมใน ค.ศ.1967 ในสมุดจดเล่มนั้นได้กล่าวถึง ป่นปาเลิม (ปลาเลิม) ซึ่งหมายถึงปลาเทพา อันเป็นปลาหนังจำพวกหนึ่งที่มีมากในแม่น้ำโขง เขาบอกถึงวิธีทำว่านำชิ้นปลาไปต้มกับเกลือหรือน้ำปลา มีหอม กระเทียม พริกสด และมะเขือเปราะอ่อนนำไปหมกไฟให้สุกเรียกว่าเครื่องหอม แล้วจึงตำให้เข้ากันกับเนื้อปลา เติมน้ำต้มปลาให้พอข้น ปรุงรสด้วยน้ำปลา โรยต้นหอม ผักชี และใบมะกรูดซอย กินกับแกงส้ม แตงกวาและผักแนม ป่นปลาในปัจจุบันทำจากปลาหลายชนิดไม่จำกัดแต่ปล
อดีตพนักงานแผนก GM MD ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ GMM GRAMMY อย่าง คุณปุ๋ย-จุฑามาศ ย่อจันทร์ สาวสวยวัย 27 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ “คุณนายหัวเห็ด แหนมเห็ดสามอย่าง” เปิดตัวด้วยการแนะนำตัวให้เรารู้จักว่า จบการศึกษาคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ครั้นเมื่อมีครอบครัวจำต้องลาออกจากงานไปเป็นแม่บ้าน ดูแลบ้านและสามี ส่วนรายได้เสริมของแม่บ้าน คุณปุ๋ย เล่าว่า เธอชอบสรรหาสินค้ามาขายตามสื่อออนไลน์ เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม เสื้อผ้า แต่เป็นงานเสริมที่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงต้องมองหางานใหม่ที่สร้างรายได้ดีกว่านี้ จากความสนใจเป็นพิเศษในด้านการเข้าครัวปรุงรสอาหาร และชอบทานเห็ดเป็นชีวิตจิตใจ ยามไปจ่ายตลาดเจอะเจอวัตถุดิบประกอบอาหารมากหน้าหลายตา แต่กลับต้องมาสะดุดที่เห็ด เพราะมีหลากหลายชนิดเหลือเกิน เลยเกิดความคิดอยากจะน้อมนำพระราชดำริในรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงส่งเสริมให้มีการแปรรูปอาหารทางการเกษตร คือ การนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างอาชีพ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คุณปุ๋ย เล่าต่อ ศึกษาข้อมูลวิธีการแปรรูปอยู่นาน ลองผิดลองถูกสูตรแหนมเห็ดหลายต่อหลายครั้ง จนมาถึงครั้งที่ 6 ปรากฏรสชาติออกมาน่าพอ
ไม่ใช่แค่อาหารไทยที่ผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบ แต่ผลไม้อย่าง ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้มโอ กล้วยไข่ และมะม่วง ก็ติดอันดับผลไม้ไทยที่คนจีนรู้จักเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ถึงขนาดมีคำกล่าวของคนประเทศนี้ว่า“กินอาหารจีนต้องกินที่มณฑลกวางตุ้ง แต่ต้องกินกับข้าวหอมมะลิ เสร็จแล้วต้องตบท้ายด้วยผลไม้ไทย ถึงจะครบสูตร ซึ่งรสชาติผลไม้ไทยที่ถูกปากมากที่สุด คือ ทุเรียนและมังคุด” “ราชาและราชินีผลไม้” เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก นิ้วทองคำ ใช้เคาะทุเรียน ขายนาน 28 ปี หลายคนถ้าอยากกินข้าวเหนียวมะม่วง หรือทุเรียนสด ต้องหาทานตามฤดูกาลเท่านั้น แต่บนถนนเยาวราชหรือที่รู้จักกันดีว่าไชน่าทาวน์ ย่านที่มีของอร่อย เลื่องชื่อเรื่องอาหารทั้งเมนูคาวหวาน รสชาติถูกปากคนไทยและต่างชาติ มีอยู่ร้านหนึ่งมีเมนูดังกล่าวให้รับประทานหน้ำใจทั้งปี ร้านนี้ชื่อว่า “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” ร้านที่มีลักษณะเป็นรถเข็นเปิดตั้งแต่ 18.00-03.00น.อยู่หน้าห้างทองโต๊ะกัง สาขา 3 ผู้ก่อตั้ง คือ คุณรุ่งโรจน์ และ คุณอภิญญา ทับทอง สองสามีภรรยาชาวจีน ค้าขายย่านเยาวราชมานานกว่า 28 ปี ก่อนหน้านี้จำหน่ายแต่บัวลอย ต่อมาเพิ่มทุเรียนสดด้วย
“แพร่” ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งไม้สัก มีผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ทำอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้สักหลายพันราย และเมื่อปี 2556 ทางจังหวัดได้มียุทธศาสตร์การพัฒนาให้เป็น “เมืองแห่งเฟอร์นิเจอร์” (Furniture City) ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้หลายฝ่ายเข้ามาสนับสนุนเพื่อให้อุตสาหกรรมไม้ของที่นี่พัฒนาอย่างยั่งยืน คุณชูชีพ แว่นฉิม คุณชูชีพ แว่นฉิม ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์หัวดง ตำบลดอนมูล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัท และภรรยาที่เป็นคนเมืองแพร่ได้มาเปิดร้านขายเฟอร์นิเจอร์ไม้สักกว่า 10 ปีแล้ว จากนั้นตนก็ลาออกมาทำกันอย่างเต็มตัว โดยมีหน้าร้านชื่อร้านดอกฝ้าย ย่านหัวดง ตำบลดอนมูล และมีโรงงานผลิตเอง ลูกค้ามีทั้งพวกรีสอร์ต โรงแรม และคนทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมาการทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้สักขึ้นอยู่กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามีการก่อสร้างเยอะก็จะขายดีมีออร์เดอร์เยอะตามไปด้วย สินค้าที่ร้านมีตั้งแต่ชิ้นใหญ่อย่างตู้เสื้อผ้า เตียง โต๊ะเครื่องแป้ง หากขายเป็นเซตตกชุดละแสนกว่าบาท โดยมีบริการส่งทั่วประเทศ นอกนั้นก็เป็นข้าวของเครื่องใช้
