How to
หลีกหนีชีวิตจากเมืองกรุง แล้วหันมาใช้ชีวิตในทุ่งหญ้า อยู่กับธรรมชาติ และบรรดาแพะที่สร้างรายได้ให้ไม่ขาดสาย สำหรับคุณเชาวรัตน์ อ่ำโพธิ์ หรือ คุณลุงเป้ง เกษตรกรตามแนวพระราชดำริ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2552 และประธานชมรมส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์แพะ แกะ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ผันตัวมาเป็นเกษตรกร พร้อมยึดหลักการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างแท้จริง ปัจจุบันไม่ต้องไปคอยแก่งแย่งชิงดีในสังคมทำงาน มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน มีความสุขทุกวันอยู่ในผืนแผ่นดินไทย อดีตผู้รับเหมา ผันตัวทำเกษตร กลายเป็นคนเลี้ยงสัตว์ดีเด่น สำหรับประวัติคุณลุงเป้ง ครั้งหนึ่งเขาคือผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ต้องคอยไปประมูลงานราชการ เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ที่ดี กระทั่งปี 2536 ตัดสินใจเป็นเกษตรกร เพราะต้องการหนีชีวิตที่ต้องคอยเอาแต่แย่งชิงคนอื่น มาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้สีเขียว มีรายได้ยั่งยืนโดยไม่ต้องฝืนใจทำ จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ว่า “คุณสุขฟาร์ม” “ผมจบการศึกษาระด
คอลัมน์ สดจากเยาวชน เมื่อความรู้ในตำราไม่อาจตอบข้อสงสัยเรื่องการเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าได้ นักศึกษาวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์กลุ่มหนึ่งจึงลุกขึ้นมาค้นหาคำตอบด้วยการ “ลงมือทำจริง” จนสามารถเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าในภาคใต้ได้เป็นผลสำเร็จ “ไรน้ำนางฟ้า” คืออาหารมีชีวิตชั้นดีของปลาสวยงาม ที่มีโปรตีนสูง ช่วยสร้างสีสันสดใสให้ปลา และไม่เป็นพาหะนำโรคแบบไรแดงหรือหนอนขี้หมู ทว่าไรน้ำนางฟ้ากลับไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากเพาะพันธุ์ยาก ทำให้นักศึกษา ปวส. ปี 2 แผนกวิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย ปลา-เปรมกมล กาญจนราษฎร์ สมาย-ขนิษฐา แก้วยอด และ เนย์-ธัญญา ทองขำพยายามค้นหาคำตอบด้วยการทดลองเพาะเลี้ยง เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้เรื่องไรน้ำนางฟ้าในวิทยาลัยให้ผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามเข้ามาศึกษา เพื่อช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงปลาและเพิ่มศักยภาพการจำหน่ายปลาสวยงามในท้องตลาดให้มากขึ้น ด้วยการทำโครงการไรน้ำนางฟ้า ภายใต้โครงการพลังเยาวชนพลเมืองสงขลา ได้รับการสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กระบวนการทำงานเริ่มต้นจากการค้น
แหนม เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้จากการนำเนื้อหมูหรือเนื้อสัตว์มาสับหรือบดผสมเข้ากับเครื่องปรุงรส ห่อด้วยใบตองหรือพลาสติก เก็บไว้ 2-3 วัน ก็ได้รสเปรี้ยวพอดี กินอร่อย คนภาคเหนือมักจะผลิตแหนมเพื่อเป็นอาหารคู่ครัว เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน และส่งเสริมให้เกษตรกรที่เลี้ยงหมูมีรายได้ด้วย การผลิตแหนมหมู บ้านป่าตึงใต้…สินค้า OTOP 5 ดาว ขายดีจากวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าตึงใต้ เป็นการผลิตในเชิงธุรกิจเพื่อการเสริมสร้างรายได้สู่การมีวิถีที่มั่นคง เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ จึงได้นำมาบอกเล่าสู่กัน คุณพัฒนา แสนใจ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ เล่าให้ฟังว่า ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันแปรสูง การมีรายได้ไม่พอเพียงกับค่าใช้จ่ายได้ส่งผลกระทบให้วิถีการดำรงชีพของเกษตรกรหลายครัวเรือนไม่มีความมั่นคง สำนักงานเกษตรอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา จึงส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบวิถีพอเพียง ทำการเกษตรไร่นาสวนผสมด้วยการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์หรือประมง มีการจัดการใช้ที่ดิน แรงงาน เงินทุนหรือใช้ปัจจัยการผลิตเหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ส่งเสริมการผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือGAP เพื่อให้ได้ผลผลิตปลอดภัยจากสา
โลกออนไลน์ มีการแชร์ สาวเมืองราชบุรี ปิ้งไอเดียทำวุ้นกะทิเป็นรูปเด็กทารกเบบี้ น่ารักที่มีรูปแบบคล้ายกับเด็กทารกจริงๆ ที่กำลังนอนหลับบนเบาะรองนอน โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Lucky Marwin Wongyai โพสต์ว่า “เพิ่งจะคลอดน้องชายมาวินเมื่อตะกี้เอง… มาวินบอกว่าน้องเบบี้นอนหลับอยู่เหรอ… อืม… เหมือนจริงเหรอ” จนมีผู้สนใจเข้าไปกดไลค์และกดแชร์กันเป็นจำนวนมาก หลายคนต่างเอ่ยปากในทำนองเดียวกัน “น่ารักเว่อจนไม่กล้ากิน” ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถึงที่มาของวุ้นกะทิเด็กทารกไอเดียเก๋ๆ ที่บ้านเลขที่ 328/90 ซอยเขาวังวิลลา ซ.3 เขตเทศบาลเมืองราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ที่รับทำวุ้นกะทิรูปเด็กทารก มีป้ายติดไว้ที่บริเวณปากทางเข้าบ้านว่า บ้านวุ้นมาวิน ราชบุรี วุ้นหลากหลายรูปแบบ รับทำตามออร์เดอร์ ภายในบ้านก็พบกับนางสาวปิยธิดา วงษ์ใหญ่ อายุ 37 ปี กำลังขะมักเขม้นบรรจงทำด้วยความปราณีตวุ้นกะทิรูปเด็กทารกเพื่อส่งลูกค้าตามที่ได้รับออร์เดอร์ไว้เพื่อให้ได้ลิ้มลองรสความอร่อยในสูตรเฉพาะของทางร้าน มีความหอม รสชาติอร่อยถูกปาก คุณปิยธิดา วงษ์ใหญ่ เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีอาชีพขายวุ้นหลากหลายรูปแบ
ไก่ย่าง ริมทาง อาจเป็นเมนูชินตา ด้วยเพราะวัตถุดิบหาได้ง่าย เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ต้องมีร้านใหญ่โต แค่รถเข็นหรือโต๊ะ 1 ตัว กับเตาย่างก็ขายได้แล้ว แต่ถ้าจะให้ขายไก่ย่างเสียบไม้คงจะธรรมดาเกินไป คุณหนูนา เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ จึงเกิดแนวคิด นำ “ต้นตะไคร้” มาใช้แทนไม้เสียบไก่ สร้างความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร คุณหนูนา-จันทิมา นิลบุตร วัย 33 ปี เจ้าของร้าน ไก่ตะไคร้ แห่งตลาดโรงโป๊ะ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ที่เจ้าตัวอดีตเคยเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้า แต่เพราะเศรษฐกิจไม่เฟื่องฟูเหมือนเมื่อก่อน เลยเปลี่ยนอาชีพมาขายอาหารแทน เพราะเชื่อว่าของกินยังไงก็ขายได้-ขายง่ายกว่า เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของ “ไก่ตะไคร้” เธอบอก ปกติจะเห็นไก่ย่างเสียบไม้ทั่วไป จึงอยากลองทำอะไรแปลกใหม่ดูบ้าง เพราะคนเริ่มเบื่ออาหารแบบเดิมๆ กระทั่งนำ ต้นตะไคร้มาเสียบไก่ย่างแทนไม้ เกิดเป็น “ไก่ตะไคร้” ทำขายมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว จุดเด่นของไก่ตะไคร้ คือ ใช้ต้นตะไคร้มาเสียบเนื้อไก่แทนไม้ที่เห็นตามทั่วไป เพราะต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้กับตัวสินค้า สร้างเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และตะไคร้ยังเป็นสมุนไพรไทยที่หาได้ง่าย นำมาย่างแล้วมีกลิ่นหอม ไม
“…จะดีแค่ไหน ถ้าทุกเมนูอาหารจะกลายเป็นเรื่องง่ายและอร่อยแซบสุดติ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็เนรมิตอาหารรสอร่อย ด้วย “น้ำนัวส์ ลาปาญ่า” ในชั่วพริบตา ไม่เกิน 1 นาที” …………… เนื้อหาข้างต้น เป็นประโยคประชาสัมพันธ์ของผลิตภัณฑ์น้ำปรุงรสมะนาวสด ที่สามารถนำไปเป็นรสชาติหลักของทั้งส้มตำ ยำทุกชนิด และก๋วยเตี๋ยว ภายใต้แบรนด์ “น้ำนัวส์ ลาปาญ่า” โอท็อป 5 ดาวของจังหวัดกำแพงเพชร มี คุณคุณานนต์ ทองงิ้ว เป็นผู้ดูแล เริ่มต้นแนะนำตัว พื้นเพเป็นชาวกำแพงเพชร จบการศึกษาคณะศิลปะการแสดง เอกการละคร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก่อนหน้านี้เคยเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาด้านการแสดง เปิดบริษัทออร์แกไนซ์ รับจัดงานแต่งงาน เปิดตัวสินค้า หลังแต่งงานมีครอบครัว หันมาเปิดร้านอาหาร ใช้ชื่อว่า ร้านอาหารไทยสี่ภาค ลาปาญ่า มีเมนูไฮไลต์ เป็น “ส้มตำ” รสชาติถูกปากของใครหลายคน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ “ส้มตำ” ได้รับการกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางในหมู่ลูกค้านั้น อาจเพราะทางร้านของเขามีสูตร “น้ำปรุงรส” ที่ทำออกมาได้จัดจ้านโดนใจ ปรุงเมื่อไหร่อร่อยเมื่อนั้นเหมือนกันทุกครั้งที่สั่ง คุณคุณานนต์ ทองงิ้
“บุ๊นหม็อก” (Bún Mộc) เป็นอาหารเส้นทางภาคเหนือของเวียดนาม เป็นขนมจีนที่มีน้ำซุปเหมือนก๋วยเตี๋ยวคือเป็นน้ำซุปซี่โครงหมู หรือจะใช้กระดูกหมูส่วนอื่นด้วยก็ได้ขอให้มีเนื้อติดกระดูกด้วย เช่นกระดูกคอหมู โดยนำกระดูกหมูไปลวกน้ำทิ้งครั้งหนึ่งเพื่อกำจัดกลิ่นคาว ไขมัน เลือด และสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ จากนั้นจึงนำกระดูกหมูลงต้มพร้อมกับหอมหัวใหญ่ เห็ดหอม (ในเวียดนามจะใช้ผงปรุงรสเห็ดที่ทำจากเห็ดขายเป็นกระปุก) ปรุงรสด้วยน้ำตาลกรวด เกลือ และพริกไทยเม็ดให้มีรสอ่อนๆ เคี่ยวประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้กระดูกหมูเปื่อยและน้ำซุปหวานได้ที่ ระหว่างนี้ก็มาเตรียมลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นแบบนี้เองที่คนเวียดนามเรียกว่า “หม็อก” (Mộc) ถ้าเป็นที่เวียดนามเขาจะมีขายแบบบดสำเร็จมาเลยเรียกว่า “หย่อซ้อม” (Giò sống) แต่เราบดเองได้โดยใช้เครื่องบดสับอาหาร ใส่เนื้อหมูผสมกับมันหมูลงไปบดให้ละเอียดเนียนเหนียว ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา และพริกไทยปั่นอีกรอบให้เข้ากันดี หรือจะทุ่นเวลาด้วยการซื้อหมูเด้งมาแทนก็ได้ แล้วนำมาผสมเครื่องเพิ่ม ตักหมูบดใส่ชามโคมใบใหญ่ ใส่เห็ดหูหนูดำหั่นฝอยๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ต้นหอมซอยลงไปคลุกให้เข้ากันอีกทีแล้วแบ่งเป็น 2
ทีมข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจร้านขนมครกคุณภา ณ ตลาดวังหลัง ตรงข้ามโรงพยาบาลศิริราช คุณภา ชัยภา วัย 50 ปี เจ้าของร้านขนมครกคุณภา เจ้าเก่าตลาดวังหลังที่ขายมากว่า 20 ปี เล่าให้ฟังว่า เดิมทีเป็นจังหวัดสุรินทร์ ก็ทำขนมครกขาย ซึ่งช่วยกันทำกับภรรยา แต่ก็อยากขายได้เงินเยอะขึ้น จึงเข้ามาขายที่กรุงเทพฯ ได้ที่ขายในตลาดวังหลัง จึงตั้งร้านขาย ขายที่นี่มาประมาณยี่สิบปีได้แล้ว สูตรขนมครก เป็นสูตรโบราณของคนเฒ่าคนแก่ สืบทอดมาจากรุ่นย่ารุ่นยาย พ่อแม่เขาก็สอนให้ทำ ก็ทำมาตลอด จนเอามาขาย ก็ขายเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ขายที่ตลาดวังหลังได้สักสองสามปี ก็เริ่มขายดีมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องมาปรับวิธีการทำขนมครกเพื่อให้ทันต่อความต้องการของคนซื้อ ที่มายืนรอ โดยวิธีการปรับนั้น คุณภา บอกว่า “ปรับโดยวิธีการหยอดขนมครก เพราะการหยอดทีละหลุมแล้วงัดขึ้นมาทีละหลุด ทีละหลุม มันทำให้เสียเวลามาก เลยใช้การราดแป้งไปทั่วทั้งถาดเพื่อให้สามารถยกขนมครกในถาดที่อังไฟขึ้นมาทั้งแผงได้ ก่อนจะเอากรรไกรมาใช้ตัดแยกทีหลังซึ่งง่ายและเร็วกว่า และที่ยังขายได้มาตลอด 20 ปี ทั้งยังมีคนมาต่อคิวซื้อ ขายได้ตลอด เพราะมีเคล็ดลับคือ ทำขนมค
เวลาจะทำอาหารบางครั้งทำเพราะอยากทาน บางครั้งทำเพราะได้วัตถุดิบมา แต่เมนูนี้ทำเพราะถูกใจภาชนะ! พอดีไปร้านอุปกรณ์เบเกอรี่ เห็นถาดฟอยล์รูปเปลือกหอยน่ารักดี น่าจะเอามาทำพาสต้าอบชีส เสิร์ฟเป็นที่พอรับประทานท่าจะดี เอาละได้ภาชนะแล้ว เข้าตลาดซื้อกุ้งสด ปลาหมึกกล้วยตัวย่อมๆ แคร์รอต หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดรวม ใบพาร์สเลย์สำหรับตกแต่ง เส้นพาสต้าจะใช้แบบไหนดี มะกะโรนีแบบข้อก็ดีแต่จะธรรมดาไป เอาเส้นแบบเกลียว เรียกว่าฟูซิลลี่ดีกว่าค่ะ ส่วนชีสในตู้มีทั้งมอซซาเรลล่า (สีขาว โดนความร้อนแล้วจะเหนียว เยิ้ม) และเชดด้า (สีเหลือง แบบเดียวกับที่ใส่แฮมเบอร์เกอร์ เมนูนี้ภาชนะมีขนาดไม่ใหญ่ ส่วนประกอบมีหลายอย่าง จึงแนะนำให้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทั้งผัก ทั้งอาหารทะเล จะได้พอดีคำค่ะ แบ่งกุ้งแบบเป็นตัวเอาไว้แต่งหน้า แนะนำให้หั่นวัตถุดิบและลวกพอสุก เตรียมของไว้ก่อน แล้วจึงทำซอสขาวจะได้คลุกทีเดียว ชิม ใส่ถาดฟอยล์ โรยชีสแล้วอบ ลองทำ 2 แบบค่ะ อีกแบบโรยชีสก่อน อบสัก 15 นาที ให้พอเหลือง เอาออกมาโรยเกล็ดขนมปัง แล้วอบต่อให้เกล็ดขนมปังเหลืองกรอบ อร่อยอีกแบบค่ะ ผักที่เลือกใช้นอกจากรสชาติหวานแบบธรรมชาติซึ่งจะตัดกับเกลือที่โรย และมีสีสั
เปลี่ยนสายนาฬิกาที่ดูดาษดื่นให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยฝีมือของ “โต้ง ปิยวัช ชูตระกูล” ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.พระจอมเกล้า พระนครเหนือ ผู้ชายจิตใจดี ที่หลงใหลนาฬิกาข้อมือ ถึงขนาดเคยนำเงินเก็บ ซื้อนาฬิกาเรือนละ 4 แสนบาทเพื่อนำมาสะสม ล่าสุดเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นธุรกิจ ทุ่มสุดตัวสร้างอาณาจักรเครื่องมือบอกเวลาไซซ์เล็กที่บ้านย่านลาดพร้าว สร้างเอกลักษณ์ใช้หนังจากกระเป๋าเก็บกระสุนสมัยสงครามโลกภายใต้แบรนด์ crazy chick straps สร้างรายได้ทั้งปีนับล้านบาท คุณโต้ง เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากจบ คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์นาน 10 ปีจนกระทั่งอยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก นั่นคือ “นาฬิกา” ในที่สุดขายกิจการแล้วมุ่ง หน้าสร้างธุรกิจตามที่ใจรัก สินค้าชิ้นแรกที่วางขาย คือ สายนาฬิกา ทำจาก กระเป๋าหนังที่ใช้เก็บกระสุนของทหารอเมริกันสมัยสงครามโลก “ผมเปิดร้านรับซ่อมคอมพิวเตอร์ ควบคู่กับรับซ่อม – รับซื้อนาฬิกา จนกระทั่งรายได้นาฬิกานั้นมากกว่า หนที่สุดขายธุรกิจรับซ่อมคอมพิวเตอร์ แล้วมาสร้างตัวด้วยการขายสายนาฬิกาเต็มตัว เรียกว่า รายแรกและรายเดียว
