How to
โด่งดังในโลกออนไลน์มาสักพักใหญ่แล้ว สำหรับชายหนุ่มที่พลิกมุมคิด นำอาหารพื้นๆ ที่คนไทยคุ้นลิ้น อย่าง “ข้าวเหนียวหมูปิ้ง” จับมาแต่งตัวใหม่ ห่อใบตองขนาดกะทัดรัด พร้อมแปะยี่ห้อ The Little pigs เขี่ยภาพความทรงจำ “ข้าวเหนียหมูปิ้งถุงพลาสติก” ไปหมดสิ้น ล่าสุดฟีคแบคดีเกินคาด ถึงขนาดลาออกจากงานประจำตำแหน่งครีเอทีฟ โรงแรมดังที่ภูเก็ต ออกมาเปิดหน้าร้านขายเป็นเรื่องเป็นราว เท้าความก่อนว่าคุณชัยชาญ แก้วสะอาด หรือคุณบอย ชายหนุ่มวัย 33 ปี เดิมเป็นครีเอทีฟโรงแรมดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต มีหน้าที่ครีเอทข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงเป็นฟู้ด สไตลิสต์ รังสรรค์หน้าตาอาหารที่เสิร์ฟในโรงแรม แน่นอนว่าทุกเมนูนอกจากอร่อยยังต้องหน้าตาดีอีกด้วย คุณบอย เล่าว่า หน้าที่ครีเอทีฟ คือ ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ งานอีเว้นท์ ที่จัดในโรงแรม รวมถึงสร้างสรรค์รูปแบบอาหาร ซึ่งที่มาของข้าวเหนียวหมูปิ้ง The Little pigs เกิดจากได้รับมอบหมายให้หาอาหารเช้าเสิร์ฟแขกที่มาพัก มองว่าข้าวเหนียวหมูปิ้ง เป็นอาหารทานง่าย เพียงแต่นำมาเพิ่มความกิ๊บเก๋ออกแบบบรรจุภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ “ทางโรงแรมมีนโยบายช่วยชาวบ้าน ด้วยการซื้ออาหารเช้าในตลา
ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมานานกว่า 40 ปี ของก๋วยเตี๋ยวอรุณี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มของผู้ที่รักเมนูเส้น มาวันนี้คนหนุ่มไฟแรงทายาทธุรกิจ ขอสยายปีกกิจการผุดไอเดีย คิดค้น “ซอสเย็นตาโฟ เป็นมิตรกับสุขภาพ” นวัตกรรมหนึ่งเดียวในไทย และเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย บุกตลาดก๋วยเตี๋ยวให้คนหันมาใส่ใจรักสุขภาพ นอกจากนั้นยังให้คนไทยทุกภาค ได้ลิ้มรสชาติว่าก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นอรุณี อร่อยแค่ไหน ด้วยระบบแฟรนไชส์ ราคาประหยัดเพียง 39,000 บาท เปิดร้านได้เลย มีอาชีพสร้างรายได้กันถ้วนหน้า คุณกิตติพงษ์ ดวงศรีมณีรัตน์ หรือคุณเลียง ปัจจุบันชายหนุ่มอายุ 41 ปี เจเนอเรชั่น 2 เท้าความว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่มีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ โดยทำลูกชิ้นเอง สูตรจีนแต้จิ๋ว ปัจจุบันเพิ่มเมนูลูกชิ้นมีลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง และซอสเย็นตาโฟที่มีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของตลาด และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น รวมถึงขายแฟรนไชส์รถเข็นไปแล้วมากกว่า 1,000 ราย คุณเลียง เล่าว่า หลังจบปริญญาโทหลักสูตรบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ก็เข้ามาช่วยกิจการครอบครัว ตั้งแต่ปี 2547 รับหน้าที่หัวเรือใหญ่ พ
ยุคทองเชฟไทย รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรม – ร้านอาหาร เติบโต ทั้งอาหารไทยยังฮิตติดลมบนทั่วโลก ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยและต่างชาติรุมจองตัว ล่าสุด สมาคมเชฟประเทศไทย ร่วม ยูบีเอ็ม บีอีเอส จับมือจัดการแข่งขัน Thailand’s International Culinary Cup (TICC) 2017 ในงาน Food & Hotel Thailand 2017 หวังเพิ่มความรู้และทักษะ สร้างประสบการณ์ พร้อมค้นหาสุดยอดเชฟไทยระดับโลก ด้านผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้แล้ววันนี้ คุณสมศักดิ์ รารองคำ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย กล่าวถึงกระแสความต้องการเชฟไทยในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารจากทั่วโลกว่า เชฟไทยยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นเช่นเดียวกับในหลายปีที่ผ่านมา จากการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และ ร้านอาหารทั่วโลกที่ต่างสร้างจุดขายและจุดเด่นในการแข่งขัน โดยหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือความสามารถของเชฟที่สามารถคิดค้น ดัดแปลง และปรุงอาหารได้อย่างหลากหลาย รสชาติดี และ มีสไตล์ของอาหารที่โดดเด่น สำหรับประเทศไทยในปี 2560 ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ยังสามารถเติบโตได้ดี โดยกลุ่มของธุรกิจโรงแรมน่าจะเติบโตและมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 564,000-574,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.
เรื่องของดอกเบี้ยเงินฝาก ที่นับวันจะลดน้อยถอยลงจนแทบจะติดลบ ย่อมเป็นปัจจัยส่งผลให้ใครที่พอจะมีทุนอยู่ในมืออาจกำลังมองหาธุรกิจสักอย่างทำ เพราะน่าจะดีกว่ากำเงินไว้เฉยๆโดยไม่มีโอกาสงอกเงย แต่อย่างที่รู้กัน ทุกวันนี้เศรษฐกิจภาพรวมนั้นสุดแสนจะซบเซา หันซ้าย แลขวา ถ้าจะหาร้านที่ขายดิบขายดีได้คงยากเต็มที ฉะนั้นถ้ามีธุรกิจอะไร ที่เสนอตัวเข้ามาในตลาด พร้อมประกาศชัด “คืนทุนเร็ว ความเสี่ยงต่ำ สินค้าไม่มีเอาท์ แถมไม่เน่าไม่เสีย” คงเป็นตัวเลือกชั้นดี สำหรับผู้ที่กำลังอยากลงทุนในยามนี้ คุณไผ่-ชาคริต ภูษิต อายุสามสิบเศษ เจ้าของธุรกิจขายปลีก-ส่ง สินค้าญี่ปุ่นมือสอง แบรนด์ “เนโกะ” ซึ่งมีหน้าร้านอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง 2 สาขา คือ ผู้ยืนยันว่า ธุรกิจในแบบของเขานั้น สามารถคืนทุนได้เร็วแถมมีความเสี่ยงต่ำอีกด้วย ก่อนย้อนความเป็นมาส่วนตัวใหรู้จัก พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี-โท ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำทางสายไอทีมาตลอด เป็นมนุษย์ออฟฟิศอยู่พักใหญ่ รู้สึกการงานไม่ตอบโจทย์ชีวิตอย่างที่อยากได้ เลยตัดสินใจลาออก แต่บอกตรงๆยังไม่รู้จะทำอาชีพอะไรต่อ พอมีโอกาสไปเ
“ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน” ประโยคดังกล่าวนี้ เห็นจะจริงที่สุดสำหรับ คุณชวพจน์ ชูหิรัญ หรือ “เฮียนพ” ผู้ผ่านชีวิตจากจุดต่ำสุด ขนาดที่ว่าบ้านซุกหัวนอนแทบจะยังไม่มี ผ่านงานมาแล้วนับร้อยอาชีพ ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย คนขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ มาสู่ เถ้าแก่โรงงานหมูปิ้ง ที่มีออร์เดอร์เฉลี่ยวันละ 100,000 ไม้ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เฉลี่ยวันละหนึ่งแสนไม้ ชีวิตที่ผกผัน ลงต่ำสุด ขึ้นสูงสุดนี้ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ได้มา หากแต่ต้องผ่านประสบการณ์ ผ่านร้อน ผ่านหนาว กระทั่งมาสู่จุดนี้ คุณนพ เล่าว่า จบการศึกษาแค่มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังจากเรียนจบ ทำงานโรงงานอีก 10 ปี ผันไปสู่พนักงานโรงแรม จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง ก็ถูกเลิกจ้าง จากนั้นก็ดิ้นรนทำและพยายามหาอาชีพอีกหลายอาชีพ ทั้งค้าขายตามตลาดนัด เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ไปเรียนการทำน้ำยาล้างจาน เรียนทำไอศกรีม พร้อมๆ กับออกไปขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์แถวสถานีตำรวจ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และชีวิตมาสู่จุดผกผันครั้งยิ่งใหญ่เมื่อได้รู้จักกับกลุ่มแม่บ้านโรงพักตำรวจปากเกร็ด ที่กลุ่มแม่บ้านนี้เอง คุณนพได้สูตรการทำหมูปิ้ง
ปีนี้ผลไม้ออกเยอะ มังคุดก็ออกเยอะตามทุเรียน เลยเอามายำให้ชื่นใจเล่น ยำมังคุดเป็นอาหารของทางภาคตะวันออกแถวระยอง จันทบุรี บางครั้งผลผลิตออกเยอะแล้ว รับประทานสดก็แล้ว กวนก็แล้ว มีคนลองนำมาทำเป็นอาหารคาวดู ออกมารสชาติดี เลยเป็นที่นิยมกันค่ะ ควรเลือกมังคุดลูกเล็กๆ จะได้ไม่มีเม็ดใหญ่ให้รำคาญเวลารับประทาน เวลาปอกมังคุดเหลือแต่เนื้อขาวๆ ระหว่างกลีบจะมีเส้นสีชมพูอยู่ให้ใช้ปลายมีดเขี่ยเอาเส้นออกเพื่อไม่ให้ขม แล้วค่อยๆ ใช้ปลายมีดเขี่ยเนื้อมังคุดออกเป็นกลีบๆ อย่าใช้มือบิ เนื้อมังคุดจะช้ำไม่สวยค่ะ มาดูส่วนผสมกัน ส่วนผสม เนื้อมังคุด เนื้อหมูบด กุ้งลวก น้ำยำ น้ำตาล น้ำปลา มะนาว พริกขี้หนู ใบสะระแหน่ หอมแดงซอย วิธีทำ ผสมน้ำยำในชามก่อนโดยผสมน้ำตาล น้ำปลาและมะนาว คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติให้ถูกปาก นำหมูปรุงรสกับซีอิ๊วขาว พริกไทย รวนในกระทะใส่น้ำเล็กน้อย รวนให้สุก หมูจะนุ่มและไม่แห้ง เคล้าหมูรวนให้เข้ากับน้ำยำ เติมกุ้งลวก เคล้าเบาๆ ตามด้วยเนื้อมังคุด เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน ใส่พริกขี้หนูหั่น หอมแดง เคล้าให้เข้ากัน จัดใส่จาน ควรชิมมังคุดก่อนนำมายำว่ารสชาติเป็นอย่างไร ถ้ามังคุดหวานแล้วก็ไม่ต้องใส่น้ำตาลเยอะ ถ้า
ชาวอาเซียนคงเป็นผู้ที่ชอบกินจุบกินจิบ เห็นได้จากการที่มีอาหารกินเล่นมากมายกันทุกชาติ เรากินกันได้ทั้งวี่ทั้งวันตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงก่อนนอน บางทีหลับไปแล้วยังฝันถึงเรื่องกินได้อีก ชาวเวียดนามก็เช่นกัน สตรีตฟู้ดของเขาขึ้นชื่อไม่น้อยหน้าชาวไทย มีของกินขายกันทุกถนนทั้งกินจริงกินเล่น ของกินเล่นอย่างหนึ่งที่เห็นได้บ่อยๆ คือ ข้าวโพดผัดกุ้งแห้ง ที่เรียกว่า “บั๊บส่าวโตม” (Bắp Xào Tôm) ส่วนมากจะใช้ข้าวโพดข้าวเหนียวเมล็ดอ้วนๆ เหนียวนุ่มอร่อย ในเมืองไทยข้าวโพดข้าวเหนียวหายากจะใช้ข้าวโพดหวานสีเหลืองแทนก็ได้ตามสะดวก เพราะชาวเวียดบางคนก็นิยมข้าวโพดหวานเช่นกัน วิธีทำก็ง่ายเกินความอร่อย ขั้นแรกให้นำข้าวโพดดิบมาฝาน ตั้งกระทะใส่น้ำมันหมู ใส่กุ้งแห้งจะเป็นกุ้งแห้งฝอยหรือกุ้งแห้งเนื้อก็ได้ตามสะดวก ทอดกุ้งแห้งแล้วตามด้วยข้าวโพดฝาน ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลทรายเล็กน้อยผัดให้เข้ากัน เมื่อข้าวโพดสุกให้ใส่ต้นหอมซอยลงไป ต้นหอมนี้ใส่มากหน่อยจะอร่อยเพราะเป็นตัวชูรสชูกลิ่น ผัดอีก 2-3 ทีก็เสร็จเรียบร้อย ตักใส่จานเสิร์ฟ หากชอบเผ็ดก็เหยาะซอสพริกศรีราชาลงไป อันว่าซอสพริกศรีราชาชื่อไทยนี้ ชาวเวียดนามก็เรียกซอสพริกว่า
เปิดตำรับสุกี้แบบไทยกับน้ำจิ้มรสเด็ด ส่วนผสมซอสสุกี้ เต้าหู้ยี้แดง 2 ก้อน น้ำเต้าหู้ยี้ 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำกระเทียมดอง 3 ช้อนโต๊ะ ซอสพริก 1/2 ถ้วย น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าแดงหั่น 1/4 ถ้วย พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนชา รากผักชีหั่น 1 ช้อนโต๊ะ ใบผักชี 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนชา งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ วิธีการทำ ปั่นทุกอย่างรวมกัน ยกเว้น งาขาว เทน้ำจิ้มใส่ถ้วย โรยงา จบครับ ที่เหลือไปต้มน้ำซุปอร่อยๆ เตรียมหาผัก วุ้นเส้น บะหมี่ เครื่องสุกี้ พวกเนื้อต่างๆ หมักน้ำมันงา และ เบกกิ้งโซดาเล็กน้อย
เรื่องที่เราควรสนใจที่สุด กลายมาเป็นเรื่องสุดท้ายที่เราให้ความสนใจ นั่นคือเรื่องสุขภาพ และการกิน การรีบเร่ง ทำให้เราละเลยเรื่องอาหารการกิน ในเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่ฉันอาศัยอยู่ ยามเช้าจะมีหมูปิ้งกับข้าวเหนียวขายอยู่ตามถนนสายต่างๆ นั้น หมายความว่าเด็กๆ ต้องกินข้าวเหนียวกับหมูปิ้งในยามเช้าเสมอ ก่อนไปโรงเรียน ไม่ได้มีอาหารที่หลากหลาย ไม่ได้มีผักกิน สมัยฉันเป็นเด็ก เรากินข้าวเช้าไปโรงเรียนทุกวัน บ้านฐานะไม่ดี ค่อนข้างไปทางลูกมากยากจนเอาเลยทีเดียว และเราก็ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่กับวิถีแบบนี้… วิถีแบบนี้คือ พ่อจะปลูกผักไว้กินเอง ปลูกทุกอย่าง แต่ที่มากที่สุดก็คือผักบุ้ง กับ ถั่วฝักยาว ผักกาดเขียว ส่วนมะละกอนั้นขึ้นเองหลังบ้านมากมาย เรียกว่าลอกอข้างครัว เป็นสิ่งไร้ค่ามาก พี่ชายคนโตต้องทำกับข้าวให้น้องๆ กิน และเขาชอบแกงเลียงมะละกอมากๆ เลย น่าจะเป็นเพราะว่าทำง่าย ใส่กุ้งแห้ง กะปิลงไป ตามด้วยมะละกอที่ห่ามๆ ใกล้สุกที่ยังกรอบอยู่ เขาว่ามันหวานดี หวานมะละกอ และผักหวานบ้าน เพียงแค่นี้แหละ แกงเลียงให้น้องกินก่อนไปโรงเรียน บางวันก็ผัดผักบุ้งกระทะใหญ่ ผัดกับหัวกะทิ เพราะบ้านเรามีสวนมะพร้าว คั้น
ตลาดความงามในไทยไม่เคยซบเซา องค์กรอิสระที่มีชื่อเสียงด้านการวิจัยข้อมูลทางการตลาดของผู้บริโภค หรือ Euromonitor เผยภาพรวมตลาดความงามในไทยปี 2559 มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นกว่าปีก่อน 6.5 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่ารวมกว่า 154,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มสินค้า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 46 เปอร์เซ็นต์ (ดูแลผิวหน้า ดูแลผิวกาย) ผลิตภัณฑ์ผม 19 เปอร์เซ็นต์ เครื่องสำอาง 14 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย 17 เปอร์เซ็นต์ และน้ำหอม 5 เปอร์เซ็นต์ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังยังคงมีความผันผวน แต่อย่างไรก็ตาม “สกินแคร์” ก็ยังเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการอยู่ต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังคงมีนักลงทุนหน้าใหม่หวังจะเข้ามาทำกำไรในตลาดนี้อยู่เสมอ เฉกเช่น คุณพรเทพ ทิพยพรกุล หรือคุณกอล์ฟ อดีตพนักงานประจำขายตรง ศิษย์เก่ารั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ปัจจุบันคุณกอล์ฟเป็นผู้นำเข้าครีมบำรุงผิวหน้าจากประเทศเกาหลี แบรนด์ “AMATA BEST EXTRA” หนึ่งเดียวในไทยที่ใช้สารสกัดจากรังนกนางแอ่น และน้ำแร่จากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีผลการวิจัยรองรับว่าช่วยเรื่องความชุ่มชื้น รักษารอยแผลเป็น เพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิว คุณก
