How to
“ผู้ใหญ่อี๊ด – อนันต์ อินทร” หนุ่มใหญ่ร่างบาง ผิวคล้ำ พูดจาสุขุม เกษตรกรยุคใหม่ที่ใช้หลักทฤษฎีเกษตรพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาพัฒนาบ้านเกิดจากนักกฎหมายผันตัวเองเป็นเกษตรกร เจ้าของไร่ธันยจิราพร ไร่อ้อยที่ใหญ่สุดในนครสรรค์ ส่งต่อผลผลิตสู่กลุ่มโรงงานน้ำตาลมิตรผล “การทำอะไรก็ตาม อย่างแรกเราต้องมีใจรักก่อน แล้วมาศึกษา พร้อมกับวางแผน ซึ่งการทำงานของผมจะน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง (ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี) 2 เงื่อนไข (ความรู้และคุณธรรม) ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้กับงานและการดำเนินชีวิตในประจำวัน” ผู้ใหญ่อี๊ด เล่าให้เราฟังว่าหลังจากจบการศึกษาระดับม. 6 แล้วเรียนต่อในด้านกฎหมาย จากนั้นหันมาทำไร่อ้อย เริ่มต้นลงมือทำเองทุกอย่าง โดยนำหลักต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เน้นการคิดต่าง ผู้ใหญ่อี๊ดเล่าเพิ่มเติมว่าเริ่มทำไร่อ้อยตั้งแต่ปี 2529 จนถึงตอนนี้อายุ 49 ปีแล้ว ปัจจุบันมีไร่อ้อยที่เป็นของตัวเอง 400 ไร่ และมีลูกไร่อีก 3,000 กว่าไร่ การทำไร่อ้อย มีกระบวนการทำอย่างไรบ้าง? -สิ่งแรกคือเราต้องรู้เกี่ยวกับระบบดินก่อน แล้วนำเอาเรื่องของวิชาการเข้ามาปรับใช้ โด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านมงคลอิเลคทริค เลขที่ 430/1 ถนนกลางเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ร้านซ่อมและติดตั้งแอร์รถยนต์ ไดนาโม และแบตเตอรี่ นำถังน้ำยาแอร์เก่ามาประดิษฐ์ให้เป็นระฆังแจกจ่ายให้กับวัดในพื้นที่ชนบทห่างไกล นายอนุพงษ์ บุญอาจ เจ้าของร้านกล่าวว่า ทำเสร็จสิ้นแล้ว รวม 28 ใบ พร้อมไม้เคาะระฆัง โดยแนวคิดมาจากแนวกระแสพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงนำแนวคิดดังกล่าวมาประกอบอาชีพอย่างพอเพียง พออยู่พอกิน พอมี พอใช้ หากเหลือให้แบ่งปัน แต่ละวันร้านจะมีลูกค้ามาเติมน้ำยาแอร์รถยนต์จำนวนมาก แต่ละถังมีขนาด 13.6 กิโลกรัม และเมื่อน้ำยาหมดต้องทิ้ง หรือบริจาคให้คนรับซื้อของเก่า บิดาคือ นายชูศักดิ์ บุญอาจ จึงมีแนวคิดอยากนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ จากนั้นได้ร่วมกันศึกษาหาความรู้ผ่านยูทูบ ที่มีการสอนการดัดแปลงถังให้ออกมาในรูปแบบต่างๆ “มาวันหนึ่งคุณพ่ออยากทำระฆัง จึงนำถังน้ำยาแอร์เก่านั้นมาทำ เริ่มจากการตัดวาล์วออกจากตัวถัง ใช้ใบตัดเหล็กตัดก้นถังออก ใช้ตะไบลบคม ดัดพับหูถังให้เป็นรูปใบเสมาและเชื่อมติดกัน เมื่อเสร็จนำถังไปล้างให้สะอาด ตากให้แห้ง พ่นสีกันสนิม ก่อนพ่นสีเหลือง ใช้เวลาทำใบละ
เมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง ถ.ราชดำเนิน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ประชาชนจำนวนมากนิยมไปรับประทานอาหารร้านข้าวแกง “เย่สิบ” หรือ 20 บาท กันอย่างเนืองแน่น ไม่ว่าจะเป็นเมนู ข้าวมันไก่ ข้าวหมูทอด ข้าวมันไก่ทอด กวยจั๊บ หมี่ไก่ตุ๋น หรือแม้กระทั่งอาหารตามสั่ง ทุกเมนู 20 บาท อีกทั้งยังบริการน้ำแข็งฟรีอีกด้วยทั้งนี้จากการสอบถามทราบว่า เจ้าของร้าน คือ นายมนเทียร นุ้ยภิรมณ์ อายุ 50 ปี และภรรยา อาศัยอยู่ที่ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง นายมนเฑียร บอกว่า จากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยและจังหวัดตรังตกต่ำ อันเนื่องมาจากราคาพืชผลการเกษตร คือ ยางพาราและปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำมาหลายปีติดต่อกัน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้น้อย โดยที่ร้านอาหารจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดตรัง มีการปรับกลยุทธ์ ในการทำการค้า และธุรกิจ ตนและภรรยาจึงมีความคิดว่า น่าจะเปิดร้านขายอาหารในราคาถูกเพื่อรองรับผู้ที่มีรายได้น้อย จึงตัดสินใจมาเปิดร้านอาหารภายใต้ชื่อร้าน “เย่สิบ หรือ ยี่สิบบาท” ในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี “ สำหรับเมนูอาหาร เป็น ขายข้าวราดแกง 2 อย่าง 20บาท และยังมีข้าวมันไก่ ข้
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ คุณผู้อ่านทุกคน ช่วงนี้เพื่อนๆ หลายคนหลบร้อนไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะเลย ส่วนใครที่ยังติดงาน หรือออกจากบ้านไม่ได้ เพราะแดด แรงขนาดนี้ออกกำลังกายกันแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ นะคะ ทดแทนที่ร่างกายสูญเสียไป และลดอุณหภูมิในร่างกาย ไม่ให้ร้อนจนเกินไป เพราะเมนูของว่างเราวันนี้ จะทำหน้าเตาอบกันค่ะ พายแอปเปิ้ลสูตรกลูเทนฟรี นั่นเองค่ะ ขั้นตอนการทำของเราจะแบ่งเป็น 2 ส่วนค่ะ ส่วนแป้งพาย กับส่วนไส้แอปเปิ้ล สูตรนี้วินลดการใช้น้ำตาลในการทำไส้ลงนะคะ ใครไม่ชอบไส้แอปเปิ้ลแบบเปรี้ยวนำ ไม่แนะนำให้ใช้แอปเปิ้ลเขียวนะคะ ส่วนวินใช้แอปเปิ้ลเขียวเพราะชอบความเปรี้ยวนำ และหวานน้อยหน่อยค่ะ ส่วนผสม “แป้งพาย” แป้งข้าวกล้อง 1/2 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1/3 ถ้วย แป้งมันฝรั่ง 1/3 ถ้วย แซนแทนกัม santhan gum* 1ช้อนชา ผงฟู 1/4 ช้อนชา เนยออร์แกนิก non-dairy margarine** 5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเ
รู้จักกับ ขนมโบราณ “นกปล่อย” พร้อมวิธีทำ ใครได้ชิม รับรองอร่อย อะไรเอ่ย? “ไข่กบ นกปล่อย บัวลอย อ้ายตื้อ” คืออะไร คำถามนี้อยู่ในข้อสอบของนักเรียนอาหารไทย และนักเรียนมัคคุเทศก์ที่ผมสอนด้วยนะครับ ใบ้ให้นิด ทั้งหมดเป็นขนมไทยๆ กินกับกะทิ มีชื่อบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยว่า “ประเพณีสี่ถ้วย” คือเป็นขนมที่จัดเลี้ยงคนในงานต่างๆ ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตกทอดมาถึงรัตนโกสินทร์ สมัยนี้เราก็ยังกินขนมทั้งสี่ถ้วยนี้อยู่ เพียงแต่ไม่ได้เป็นประเพณีอะไรแล้ว ซื้อขนมประเภทน้ำกะทิใส่น้ำแข็งในห้างนี่ปาเข้าไปถ้วยละ 35 บาท แพงพอกับกินข้าวเลย ส่วนใหญ่จะเดาออกคำหน้ากับคำหลังว่า “ไข่กบ” คือเม็ดแมงลัก เพราะมันเหมือนไข่กบ บ้างก็ว่าเป็นเม็ดสาคูเล็กๆ ก็ได้ “อ้ายตื้อ” คือข้าวเหนียว เพราะกินแล้วอิ่มตื้อ เหมาะเป็นขนมจัดเลี้ยงคนเยอะๆ จริง แต่ไอ้ 2 คำตรงกลางนี่ซิ เดากันไม่ค่อยออก ถ้าไม่เคยอ่านเจอมา “บัวลอย” ใบ้ให้เลยว่าไม่ใช่บัวลอยที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ อย่างนั้นไม่ต้องใส่น้ำแข็ง โบราณเขาหมายถึง ข้าวตอก ครับ ข้าวตอกมาจากข้าวเปลือกคั่ว ให้แตกบานออกคล้ายกับทำข้าวโพดคั่ว เอามากินกับน้ำกะ
การออกแบบชิ้นงานด้วยความคิดสร้างสรรค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าทำได้สินค้าชิ้นนั้นก็จะมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร มีทั้งมูลค่าและคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว อีกทั้งการใช้วิชาเรียนมาเป็นตัวเสริมสร้างแนวคิดยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เหมือนกับร้าน a.hoopp ร้านขายสินค้าที่เหมาะกับการมอบเป็นของขวัญน่ารักๆ ให้กับทุกคน คุณจำปูน-สุธิดา อัตพุฒ อายุ 25 ปี จบปริญญาตรีจากภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Graphic Designer บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของของขวัญดีไซน์เก๋ โพสต์ขายสินค้าผ่านอินสตาแกรมควบคู่ไปกับการทำงานประจำ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า หลังจากเรียนจบเริ่มหางานทำเกี่ยวกับ Graphic Designer ในระหว่างรอเรียกสัมภาษณ์งาน เริ่มเปิดร้าน a.hoopp (เอ.ฮู้ป) ปัจจุบันเปิดได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ในตอนนั้นเป็นช่วงงานรับปริญญาของเพื่อนๆ ที่สนิท เลยตั้งใจจะทำของขวัญแจกเพื่อน จึงนึกถึงของที่อยากทำมานาน นั่นก็คืองานปักลายลงสะดึงเป็นภาพคน แต่ตนปักไม่เป็น ถนัดงานวาดในคอมฯมากกว่า เลยพยายามหาอุปกรณ์ที่สามารถพิมพ์ลายลงผ้าได้ งานชิ้นแรกจึงเป็นการออกแบบภาพวาดในสะดึง พอทำเสร็จออกมา
ปัจจุบันกระแสออร์แกนิค ไร้สารพิษ มาแรงมาก ด้วยผู้บริโภคหวั่นเกรงอันตรายจากสารเคมี อันนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และไก่ เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ ดังนั้น ทางออกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ว่าง ข้างๆบ้าน ก็คือเลี้ยงไก่ไว้บริโภคเอง ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อหรือไก่ไข่ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” นำ แปลนสำหรับการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่มาฝากกัน ซึ่งจุดประสงค์หลักก็คือ การเลี้ยงในปริมาณที่ไม่มาก แต่สามารถต่อยอดเพื่อเป็นอาชีพเสริมได้ โรงเรือนไก่พื้นเมืองต้นแบบ ที่ได้มาคราวนี้ มาจาก ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ ที่มีคำแนะนำการสร้างโรงเรือนดังนี้ เป็น โรงเรือนขนาด 6 X 6 ตารางเมตร สามารถเลี้ยงไก่ได้ 15-20 ตัว วัสดุก่อสร้างเป็นไม้ไผ่ และหลังคามุงด้วยจาก ต้นทุนก่อสร้างประมาณ 4500-5000 บาท นั่นหมายความว่า พื้นที่ที่จะสร้าง น่าจะเป็นในสวน ที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มเย็น และสร้างอยู่บนพื้นดิน เนื่องจาก จะมีพื้นที่ส่วนที่เป็นลานอิสระ ปล่อยให้ไก่ได้ออกมาหากิน ทั้งพืช ต้นหญ้า มด หรือปลวก เป็นต้น นอกจากนี้ โรงเรือนลักษณะน
เวลาดูหนังบางเรื่อง โดยเฉพาะหนังผี หรือหนังที่เป็นเรื่องเหนือจริง จะเห็นรูปร่างหน้าตาของคนที่แปลกออกไปจากปกติมาก ทั้งหน้าเละ หน้าผี หน้าแฟนซี แต่งคนเป็นปีศาจ ฯลฯ บางเรื่องใช้ซีจี แต่บางเรื่องเกิดจากการตกแต่งด้วยสองมือของมนุษย์ธรรมดานี่เอง นอกจากในหนังแล้ว ที่เห็นเป็นข่าวฮือฮาบ่อย ๆ ในช่วงนี้ คือ การแต่งหน้าในรายการ “เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ (Sing Your Face Off)” ทางช่อง 7 ที่เอานักร้องนักแสดงมาแต่งหน้าเป็นคนอื่น อย่างเช่น นัท ทิวไผ่งาม แต่งเป็นเจ้าชายอสูร และแหลม 25 hours กระแต อาร์สยาม แต่งเป็นคุณแม่ผ่องศรี วรนุช หรืออย่างปีที่แล้วที่เปลี่ยนกรีน อัษฎาพร เป็นสังข์ทอง สีใส เปลี่ยนโบว์ เมลดา เป็นอดัม เลอวีน เบื้องหลังใบหน้าที่ถูกตกแต่งออกมาจนชวนตะลึงร้องว้าวเหล่านั้น คือ สเปชียลเอฟเฟ็กต์เมกอัพอาร์ติสต์ชื่อดังงานชุกของวงการคนหนึ่ง คือ เจี๊ยบ-ฐาน ธัญศญาพร อีกคนคือ ไก่-คงกฤช ทองดี ทั้งคู่ให้ข้อมูลกว้าง ๆ ว่า การแต่งหน้าที่เหนือจริงไม่ใช่การแต่งคนสวยงามปกติ เรียกโดยรวมว่าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์เมกอัพ ซึ่งจะแยกย่อยไปตามลักษณะการแต่ง ไม่ว่าจะเป็นการติดหนวด การติดขน การติดซิลิโคน การติ
ร้านอาหารตามสั่ง มีอยู่มากมายให้เห็นเกลื่อนกลาด เมนูก็มากหน้าหลายตา แต่ทำไมใครๆต้องสั่งแค่เมนูกะเพรา ทำง่ายหรือเปล่า อร่อยหรือไม่ ก็ไม่มีใครบอกแน่ชัดได้ แต่ที่แน่ๆทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “กะเพราเมนูสิ้นคิด” เพราะเข้าร้านตามสั่งทีไร ต้องสั่งทุกที สั่งทุกรายอยู่ร่ำไป หิวแต่ไม่รู้จะกินอะไร สุดท้ายหนีไม่พ้นกะเพราจานด่วนอยู่ดี ร้าน “แล้วแต่ กะเพราแท้ระดับโลก เฮ้ย” ฉีกกฎร้านตามสั่ง หลุดกรอบกะเพราสารพัดผัก จัดเมนูกะเพราเดิมๆ เน้นเนื้อสัตว์และใบกะเพราเป็นวัตถุดิบหลัก เติมรสด้วยเครื่องปรุงสามัญประจำบ้าน ผัดคลุกเคล้ากันอย่างลงตัว เสิร์ฟบนจานชามรูปร่างแปลกตาสารพัด ตามสไตล์ของสองหนุ่มมาดกวนผู้ก่อตั้งร้าน อย่าง คุณเดอะ มู๋-นพรัตน์ อุณาภาค วุฒิการศึกษา ม.6 สายศิลป์ฝรั่งเศส ที่ ร.ร. แก่นนครวิทยาลัย เพราะเรียนไม่จบคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาสเปน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากตัดสินใจออกมาเป็นศิลปินวงดนตรีร็อคชื่อ THE CLOCK (เดอะ คล็อก) ในสังกัดค่าย HALF DRY (ฮาล์ฟ ดราย) ก่อน และ คุณอาร์มมี่-จักรพล ศรีตระกูล จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น สองหนุ่มอารมณ์ขัน
หลังประสบวิกฤตโรคระบาดในสวนส้ม ทำให้ต้องหันมาปลูกพืชผักสวนครัวและกล้วยหอมเพื่อสร้างรายได้ทดแทน ตรงนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ คุณเกรียงศักดิ์ วิเลปะนะ ลูกชาวสวนพบโอกาสทองที่แฝงอยู่ในกล้วยหอม ผลไม้เศรษฐกิจที่โตก้าวกระโดด ราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมมีดีมานด์ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ปัจจุบัน ผู้ชายคนนี้กลายเป็นเจ้าตลาดกล้วยหอม ด้วยการสร้างแบรนด์ “KING FRUITS” (คิง ฟรุทส์) มีพื้นที่ปลูก 3,000 ไร่ เกษตรกรเครือข่ายอีก 1,000 ไร่ ตั้งเป้าอีก 2 ปีจะขยายพื้นที่ปลูก 10,000 ไร่ ส่งกล้วยหอมขายแต่ละวันเกือบ 15 ตัน ตลาดหลักส่งเข้าร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น, ห้างสรรพสินค้า อาทิ สยามพารากอน ฟู้ดแลนด์ บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส แม็คโคร แม็กซ์แวลู และสายการบิน เช่น การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ รวมทั้งการบินเครือไมเนอร์ กรุ๊ป รายได้ทั้งปี 2559 ราว 200 ล้านบาท ผลผลิตมาตรฐานส่งออก ขายในไทย คนไทยกินของดี คุณเกรียงศักดิ์ เรียนด้านการเกษตรที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ อำเภอบางพระ จังหวัดชลบุรี หลังจากเรียนจบ เขาเลือกเดินตามรอยของครอบครัว ด้วยการสืบทอดมรดกสวนส้มเข
