How to
ควันหลง จากงาน “มหัศจรรรย์ พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ” ที่จัดไปแล้วเมื่อ 24-27 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา โดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เครือบริษัทมติชน จำกัด(มหาชน) ที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ ช่วงหนึ่งในงาน มีสาธิต การทำข้าวผัดโบราณ จากร้าน “จกโต๊ะเดียว” ที่คนให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม เบื้องต้น ความน่าสนใจนี้มาจาก “เฮียจก” เจ้าของร้าน ที่จะให้บริการแค่วันละ 1 โต๊ะเท่านั้น และ ลูกค้าก็ไม่สามารถเลือกเมนูอาหารได้ ขึ้นอยู่กับว่า วันนั้นๆ เฮียจก มีวัตถุดิบอะไรดีๆ ก็จะนำเสนอเมนูให้ลูกค้าได้อร่อยกัน และที่สำคัญ ร้านนี้ เคยต้องจองล่วงหน้า 8 เดือน – 1 ปี แต่ช่วงนี้ เร็วขึ้นมาหน่อย คือ จองล่วงหน้า 1-2 เดือน และเฮียจก ก็เพิ่มโต๊ะอาหารเป็น 5 โต๊ะต่อวัน มาถึง ตรงนี้ จึงน่าสนใจว่า เฮียจก เป็นใคร มาจากไหน และร้านที่ว่านี้ อยู่ที่ไหน เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กัน “เฮียจก” หรือ คุณสมชาย ตั้งสินพูลชัย เจ้าพ่อธุรกิจค้าส่งอาหารซีฟู้ดให้กับโรงแรมและภัตตาคารชื่อดัง ได้ริเริ่มสรรค์สร้างเมนูอาหารที่รสชาติสุดแสนจะอร่อยออกมาให้ผู้คนได้ลิ้มรส…จนเป็นที่เลื่องลือ มีร้านในอยู่ที่ย่านพลับ
ปลาสลิดเป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของประเทศไทย ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ในลุ่มภาคกลาง มีรูปร่างลักษณะคล้ายปลากระดี่หม้อแต่ขนาดโตกว่า ปัจจุบันปลาชนิดนี้เป็นที่นิยมรับประทาน ในรูปของปลาสลิดแดดเดียว ซึ่งแหล่งผลิตและแปรรูปที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก คือ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ การเพาะเลี้ยงปลาสลิด ทุกวันนี้มีการพัฒนาไปไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเพาะลูกปลา รูปแบบการเลี้ยงดูที่หลากหลาย สามารถย่นระยะเวลาการเลี้ยงให้สั้นลง เพิ่มจำนวนผลผลิตต่อไรที่สูงขึ้น ตลอดจนปรับเปลี่ยนกลไกการซื้อขายในตลาดปลาให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และนอกจากนี้ยังมีการพัฒนาอุปกรณ์ที่ทันสมัย ทำให้สะดวกรวดเร็วและประหยัด แรงงาน ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการผลิตลง ส่งผลทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีกำไรเพิ่มขึ้น คุณประวิง แดงโชติ เป็นคนที่รักในอาชีพเกษตรกรรม พยายามพัฒนารูปแบบการทำการเกษตรต่างๆ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงปลา ซึ่งหลังจากออกมาสร้างครอบครัว คุณประวิงได้มายึดอาชีพ และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อยู่ที่บ้านเลขที่ 579 หมู่ 7 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก คุณประวิง เล่าให้ฟังว่า ตัวเองเป็นคนชอบที่ชอบจับสัตว์น้ำ แต่ละวันจะออกไปจับสัตว์น
“การให้” เป็นสัญญาทางแพ่งประการหนึ่ง ซึ่งมีบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตั้งแต่มาตรา 521-536 ใครจะยกทรัพย์สิน ทั้งสังหาริมทรัพย์ หรืออสังหาริมทรัพย์ ให้กับใคร เมี่อให้ไปแล้ว คล้ายว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เมื่อผู้รับยินดีรับก็น่าจะจบเรื่อง แต่ปัญหาจะเกิดมีขึ้น เมื่อให้ไปแล้ว จะขอคืนในภายหลังนี่สิ จะขอคืน จะเอาคืนได้หรือไม่ เรื่องของการให้ โดยหลัก ให้แล้วให้เลย หรือให้แล้วขอคืนไม่ได้ แต่ในทางกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการขอคืน อันเป็นข้อยกเว้น เอาไว้ด้วย ภาษากฎหมาย เรียกการขอคืนนี้ว่า “ถอนคืนการให้” ถ้าจะถอนคืนได้ จะต้องมีเหตุหรือเข้าเหตุ 3 ประการ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 531 ดังนี้ “อันผู้ให้จะเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น ท่านว่าอาจจะเรียกได้แต่เพียงในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้ (1) ถ้าผู้รับได้ประทุษร้ายต่อผู้ให้เป็นความผิดฐานอาชญาอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายลักษณะอาชญา หรือ (2) ถ้าผู้รับได้ทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง หรือ (3) ถ้าผู้รับได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ ในเวลาที่ผู้ให้ยากไร้และผ
‘หน้างอ…คอหัก’ นิยามความอร่อยของ ‘ปลาทูแม่กลอง’ ที่ติดหูสำหรับนักชิมปลามืออาชีพ เรียกได้ว่า ถ้าเดินทางไปถึง จ.สมุทรสงคราม แล้วไม่ได้ลิ้มลองเมนูเด็ดอย่าง ปลาทูแม่กลอง คงเสียชื่อนักชิมมืออาชีพน่าดูเชียวล่ะครับ แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้จำเพาะเจาะจง ว่าจะพาไปชิมปลาทูแม่กลองเสียทีเดียว แต่จะแนะนำธุรกิจที่สามารถสร้างอาชีพ-สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับพ่อค้า-แม่ขาย ในย่านนี้มาอย่างยาวนาน ใช่แล้ว…เรากำลังพูดถึงอาชีพการทำ ‘ปลาทูนึ่ง’ขายนั่นเอง ถ้าพูดถึง “ปลาทูนึ่ง”ใครหลายคนอาจจะเข้าใจและนึกถึง การนำปลาทูไปนึ่งในซึ้งหรือในเตาอบอย่างแน่แท้ แต่จริงๆแล้ว ปลาทูนึ่ง ไม่ใช่เป็นการนำปลาไปนึ่งนะครับ แต่จะนำปลาทูที่ได้มาต้ม หรือลวกพอแค่ตาขุ่นขาว แต่ที่เรียกว่า ปลาทูนึ่งนั้น เพราะว่าเป็นคำที่คนโบราณใช้เรียกกัน และเรียกต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน คุณสมพร ทองคง หรือ เฮียมด เจ้าของร้านปลาทูนึ่งชื่อดัง แห่งตลาดกรุงธนฯ ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจการค้าขายอาหารทะเลมายาวนานนับ 10 ปี และหันมาเอาดีในด้านการทำธุรกิจขายส่ง-ขายปลีก ‘ปลาทูนึ่ง’ จนเป็นที่รู้จักของพ่อค้า-แม่ขายที่ตลาดเป็นอย่างดี ได้เปิดใจเกี่ยวกับการเปิดค
มีหลายปัจจัยที่ทำให้เด็กบางคนทานยาก หรือทานอาหารได้น้อย ส่วนหนึ่งมาจากรสชาติที่ไม่ถูกปาก หรือบางเมนูที่ลูกอยากทาน แต่คุณแม่ไม่ให้ทาน เพราะไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เลยทำให้ทุกครั้งที่เด็กทานข้าวก็มักจะทำหน้าเบื่อโลกให้คุณแม่ได้เห็นอยู่เป็นประจำ “หอมกรุ่น” แบรนด์น้ำสต๊อกเด็กสำเร็จรูป ที่ได้จากการเคี่ยวผัก 5 ชนิด และกระดูกสัตว์ นานกว่า 6 ชั่วโมง จนสารอาหารทั้งหมดละลายออกมาจากวัตถุดิบ กลายเป็นน้ำซุปที่เข้มข้น นำไปปรุงอาหารให้มีรสชาติดีขึ้น มีประโยชน์ต่อเด็กทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป เพราะดูดซึมง่าย เจ้าของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว คือ แพทย์หญิงอัจฉรา สัมฤทธิวณิชชา หรือ คุณหมออ้อ ปรับสูตรจากอาม่า ต่อยอดกลายเป็นธุรกิจ อดีต หมออ้อเคยเป็นแพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ หลังจากมีครอบครัวพร้อมลูกน้อย 2 คน เธอหันมาเปิดคลินิคผิวหนังเป็นของตัวเอง พร้อมกับเป็นเจ้าของกิจการน้ำสต๊อกเด็กหอมกรุ่น สำหรับที่มาของสูตรน้ำสต๊อก หมออ้อ เล่าว่า เวลาลูกๆ ทานอาหารที่อาม่าทำให้มักทานเยอะกว่าอาหารที่ตัวเองทำให้ ด้วยความสงสัยเลยถามอาม่าว่า มีวิธีการอย่างไร ซึ่งก็ได้คำตอบว่า จะใช้น้ำ
“หูฉลาม” จัดว่าเป็นอาหารที่มีราคาแพง น้อยคนนักที่จะได้ลิ้มลอง สาเหตุเพราะหายาก รสชาติดี คนอย่างเราๆ คงได้แค่ทานกระเพาะปลาไปพลางๆ ก่อน ทว่าล่าสุด มีร้านขายส่งหูฉลามรายใหญ่ ย่านเยาวราช หัวใสนำวัตถุดิบชั้นดี อาทิ หูฉลาม เป๋าฮื้อ และรังนกน้ำผึ้ง มาต่อยอดสกัดทำเป็นซุป หวังเป็นหนึ่งทางเลือกให้คนรักสุขภาพ จำหน่ายในราคาย่อมเยา เฮียเฮง หรือ “วรวุฒิ อำนาจพิชิตไพรี” เจ้าของร้านเฮงหูฉลาม ตั้งอยู่ย่านเยาวราชเปิดมานานกว่า 20 ปี เขาสืบทอดกิจการต่อจากเตี่ย โดยหูฉลามนำเข้ามาจากฮ่องกง แคนาดา แอฟริกา ซึ่งหูฉลามมีทั้งจำหน่ายปลีกและส่ง ราคาขึ้นอยู่กับเกรดและขนาด เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 500 – 10,000 บาท นอกจากนั้นยังจำหน่ายเครื่องปรุงรสต่างๆ อาทิ เหล้าจีน น้ำมันหอย รวมถึงภาชนะเครื่องครัว คุณเฮงจำหน่ายหูฉลาม เป๋าฮื้อ รังนก กระเพาะปลา ซอสปรุงรส เครื่องครัว ที่เกี่ยวกับการทำอาหารจีนมานาน เขาเล่าว่า วันหนึ่งมีลูกค้ามาสอบถามถึงหูฉลามแบบถ้วย แต่เนื่องจากทางร้านไม่มี จึงคิดวิธีให้ลูกค้าได้รับประทานง่าย เกิดไอเดียจำหน่ายหูฉลามแช่แข็งเป็นชุด พร้อมน้ำซุปให้ไปต้มที่บ้าน ขั้นตอนการทำง่ายไม่ยุ่งยากเพียงนำหูฉลามไปนึ่ง จาก
นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้า เกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาระดมความเห็นต่อร่างม าตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักปฏิบัติด้านสุขลักษณะสำหรับ ทุเรียนแช่เยือกแข็ง ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพฯ ว่า จากการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้มีการจัดทำมาตรฐานหลักปฏิบัติด้านสุขลักษณะสำหรับทุเรียนแช่เยือกแข็งเป็นมาตรฐานบังคับ เนื่องจากทุเรียนแช่เยือกแข็ง เป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญและมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับช่วงที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ประกอบการผลิตและส่งออกทุเรียนแช่เยือกแข็ง พบว่า เนื้อทุเรียนไม่ได้คุณภาพ มีสิ่งปนเปื้อนซึ่งไม่ใช่อาหาร รวมถึงพบค่าเชื้อแบคทีเรียเกินกว่าค่าที่กำหนด ขณะที่กระบวนการแช่แข็งก็ไม่มีการควบคุมคุณภาพในด้านกระบวนการผลิตที่เกี่ยวกับสุขลักษณะและความปลอดภัย จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระทรว งเกษตรฯ ต้องดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการส่งออกในภาพรวม และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนแช่เ
“เด่น เฉาก๊วย” ปฏิวัติการกินเฉาก๊วยไม่ให้จำเจอยู่กับ “สีดำ” อีกต่อไป ด้วยเฉาก๊วยหลากสี อาทิ สีขาว (รสนมชีส) และเฉาก๊วยสีเขียว (รสชาเขียว) เจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย ธุรกิจหวานเย็นรับลมร้อนที่กำลังพีคสุดๆ เจ้าของไอเดียเก๋ คือ คุณเบญจวรรณ อุตรชัย หรือคุณติ๊ก คุณติ๊ก เจ้าของไอเดียเฉาก๊วยสี “ขาว – เขียว” เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบกินเฉาก๊วย ตระเวนชิมเฉาก๊วยที่ขายในท้องตลาดมาหลายยี่ห้อ พบว่าทุกยี่ห้อเหมือนกันหมด คือ มีสีดำ มีรสชาติหวาน บางยี่ห้อผสมแป้งมัน เลยเกิดแนวคิดอยากสร้างสีสันให้กับวงการเฉาก๊วย ด้วยการทำเฉาก๊วยที่มีสีสัน มีรสชาติเฉพาะตัว ไม่ผสมแป้ง และใช้หญ้าหวานแทนความหวานจากน้ำตาลทราย จากความตั้งใจอยากปฏิวัติวงการเฉาก๊วย คุณติ๊ก เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ต่อว่า ได้เดินทางไปประเทศเวียดนาม ประเทศที่ปลูกหญ้าเฉาก๊วยคุณภาพดีที่สุดในโลก นอกจากนั้นยังไปเรียนการทำเฉาก๊วย แล้วนำสูตรกลับมาประยุกต์ตามแบบฉบับของตัวเอง จนในที่สุดกลายเป็นเฉาก๊วยสีขาว และสีเขียว ซึ่งมีส่วนผสมของนมชีส และชาเขียว “ปีที่แล้วดิฉันเดินทางไปเรียนการทำเฉาก๊วยที่ประเทศเวียดนาม หลังจากนั้นนำสูตรม
ผู้เขียน/ภาพ กรรณิกา เพชรแก้ว ฉันเห็นเขาทำหมี่พันครั้งแรก นอกจากสนุกไปการม้วนๆพันๆของเขาแล้ว ก็นึกในใจว่าทำง่ายปานนี้ นี่หรือที่ติดขั้นของดีเมืองลับแล คือฉันนึกว่าจะมีอะไรซับซ้อนเวอร์วังมากกว่านี้เสียอีก ง่ายปานนี้ แต่หมี่พันก็เป็นของขึ้นชื่อ ของกินติดบ้านติดเรือนของคนเมืองลับแล อุตรดิตถ์จริงๆ และป่านนี้ก็กำจรกำจายไปทั่ว เคยเห็นที่เมืองนอก เขาก็ยังเรียกหมี่พันลับแล ฮิตกันไปทั่วทีเดียว ที่ชื่อว่าหมี่พัน มันมาง่ายๆคือ เขาใช้วิธีพันๆม้วนๆแบบง่ายๆ ง่ายกว่าปอเปี๊ยะหรือก๋วยเตี๋ยวหลอดเพราะไม่ต้องพับปลายใดๆทั้งสิ้น ม้วนง่ายๆอย่างนั้น ส่วนข้างในก็เป็นหมี่ยำ ซึ่งก็คือเส้นหมี่ขาวแช่น้ำหรือลวก ผสมกระเทียมโขลกสักหน่อย แล้วเอามายำกับพริกป่น น้ำปลา มะนาว น้ำตาล ถั่วงอก กระเทียมเจียว ผักชี หรือจะใส่เครื่องเคียงอื่นใดอีกก็ตามใจ จะเอาเผ็ดน้อยเผ็ดมากแล้วแต่จะสั่งการกัน แผ่นที่นำมาพันนั่น เขาเรียกว่าแผ่นข้าวแคบ ซึ่งมันก็คือแผ่นข้าวเหนียวโม่ผสมกับน้ำแล้วเอามาทาเป็นแผ่น เอาไปนึ่งบนผ้าขาวบางที่คลุมปากหม้อ เเล้วตากเเดดจนเเห้ง หน้าตาเหมือนแผ่นปอเปี๊ยะ แผ่นข้าวเเคบนี่เขาจะผสมงาดำกับเกลือ ลงในเเป้ง เพื่อเพิ่ม
จากความหลงใหลเครื่องหนังและชอบงานหนังแท้ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด ฯลฯ ทำให้ คุณชิติ วงษ์ชูแก้ว หรือ คุณฟีม เด็กหนุ่มจากรั้วมหาวิทยาลัยรังสิต หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจด้านการบิน ที่เคยฝากผลงานทางจอแก้วไว้หลายเรื่อง อาทิ เรื่องน้ำใสใจจริง รับบทเป็นศรราม เทพพิทักษ์ในสมัยก่อน ซีรี่ส์เรื่อง angel ก็รับบทเป็นพระเอก และยังเคยเป็นศิลปินอยู่ Evo nine (อีโว ไนน์) บอยแบรนด์กรุ๊ป 7 คน จากสังกัด Mono Music เคยออกซิงเกิ้ลเพลงมาแล้วหลายเพลง ยอดวิวหลักล้าน Make You Dance ล่าสุด เจ้าตัวทุ่มเงินหลักแสนสวมบทบาทเจ้าของธุรกิจกระเป๋าหนังวัว ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Chiti” (ชิติ) ผลิตและออกแบบตัดเย็บมาเพื่อเอาใจหนุ่มสาวมาดเซอร์ที่ชอบแต่งตัวเท่ๆ ซึ่งความนิยมของตลาดเครื่องหนังนั้นเรียกว่าไม่มีตกยุคแน่นอน จากใจรัก หล่อหลอมเป็นธุรกิจ เฟ้นวัสดุผลิตสินค้า โดยส่วนตัวของคุณฟีม เขาเป็นคนชอบแต่งตัวลุยๆ ชอบใส่กางเกงยีนส์ ส่วนกระเป๋าที่ใช้ติดตัวมักทำด้วยหนังโดยเฉพาะหนังวัว เนื่องจากมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อายุการใช้งานนาน ประกอบกับมองว่ากระแสความนิยมเครื่องหนังในตลาดแทบจะไม่มีตก ดังจะเห็นได้ว่า
