Featured
คุณต้นไม้ มนันห์ตชัย ไพรสินธ์ อายุ 26 ปี เจ้าของสติ๊กเกอร์ชื่อดัง ตัวหมู by ต้นไม้ ครีเอเตอร์หนุ่มเข้าสู่วงการครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์ เมื่อปี 2014 ก่อนหน้านี้ชีวิตไม่ได้สุขสบาย ไม่ได้ร่ำรวย เป็นเด็กหนุ่มจากต่างจังหวัด หาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่ชั้น ม.4 เมื่อโตขึ้นจึงเข้ามาเรียนด้านจิตรกรรมใมหาวิทยาลัยดังด้วยการกู้ยืม ในระหว่างเรียนหารายเสริมด้วยการร้องเพลงกลางคืน และรับจ้างวาดรูป “ช่วงนั้นลำบาก ไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่ ที่ๆ ไปประจำคือตลาดนัดเสื้อผ้ามือสอง พอมาเรียนมหาวิทยาลัย ตอนสอบติดผมคิดหนัก เพราะไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาเรียน ใช้เงินอาทิตย์ละ 500 บาทตลอด 1 ปี รับจ้างวาดรูป รูปละ 50 บาท หลังเลิกเรียทุกคืนจะไปร้องเพลงหาเงินอยู่ประมาณ 5 ปี” คุณต้นไม้เล่าต่อว่า เพราะชอบวาดรูป จึงเปิดแฟนเพจเฟซบุ๊กตั้งแต่สมัยเรียน ใช้เป็นช่องทางแสดงผลงานให้ตัวเอง ตอนนั้นมียอดไลก์ประมาณ 7,000 ไลก์ “ผมคอยอัพเดตผลงานอยู่เรื่อยๆ ในระหว่างนั้นก็มีแฟนเพจหลายคนอยากได้รูปไปทำสติ๊กเกอร์ ในตอนนั้นเองทางไลน์เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์” โดยคาแรกเตอร์ที่คุณต้นไม้เลือก คือคาแรกเตอร์ที่มาจากตัวคุณต้นไม
วันที่ 27 มิถุนายน 2561 ที่วัดโพธิญาณ ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก วันนี้วันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดใน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่วันพระสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วยซื้อสับปะรดจากต.วังนกแอ่น อ.วังทอง มาแจกชาวบ้านในตำบลหัวรอ จำนวน 5 ตัน สำหรับวันพระวันนี้โดยพระวัดโพธิญาณ และญาติโยมตำบลหัวรอ ได้เดินทางไปที่บ้านน้ำพรม ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง ไปช่วยเกษตรกร ตัดสับปะรดในไร่ และช่วยซื้อจากหลาย ๆ ราย รวมจำนวน 11 ตัน มาแจกให้กับชาวบ้านตำบลหัวรอในวันนี้ หลังจากเสร็จพิธีทำบุญบนศาลาการเปรียญในเวลาประมาณ 08.30 น. วัดโพธิญาณ ได้ออกประกาศเสียงตามสายเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ ม.4 ม.5 ตำบลหัวรอ ที่อยู่ละแวกใกล้เคียงวัด ให้มาช่วยรับสับปะรดไปแบ่งกันรับประทาน วัดได้ไปช่วยซื้อมาจากเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด จากต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ ไม่สามารถขายสับปะรดได้ ต้องปล่อยเน่าคาสวน มีชาวบ้านที่มาทำบุญนำกลับไปคนละ 2-3 หัว อีกจำนวนหนึ่งก็มอบเงินสมทบให้กับเจ้าอาวาสวัดโพธิญาณไปร่วมซื้อสับ
หลังจากถูกทิ้งร้างเงียบเหงาอยู่นานนับปี กระทั่งต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการส่งสัญญาณจากผู้รับผิดชอบพื้นที่บริเวณหน้า “ตึกแดง” ตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร จะมีการจัดสรรพื้นที่ให้ผู้สนใจมาตั้งร้านขาย “ของเก่า” กันได้ฟรีๆ เป็นเวลา 3 เดือน ทำเอาแวดวงคนทำมาค้าขายเกิดความคึกคักกันขึ้นมาอีกรอบ โดยเจ้าของสถานที่บนทำเลทองดังกล่าว ระบุข้อมูล เปิดให้ผู้ประกอบการสินค้าประเภทของเก่า ของโบราณ ของสะสม เสื้อผ้าวินเทจ แฟชั่นทั่วไป อาหาร ที่สนใจ เข้ามาเปิดร้านขายกันได้แบบฟรีๆ ทุกวันอังคาร-พุธ เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ค.-ก.ค.นี้ ส่วน วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ บริเวณ “ตึกแดง” ตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร ที่เรียกขานตัวเองว่า “จตุจักร เพลย์กราวด์ จะเปิดขายสินค้า ตั้งแต่ 09.00–22.00 น. โดยมีทั้งโซนค้าขายของเก่าด้านหน้าอาคาร โซนของเก่าภายในอาคารชั้น 1-2-3 และ โซนแฟชั่นวินเทจ อยู่หน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำแพงเพชร บ่ายวันหยุดที่ผ่านมา “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสไปรีวิวแหล่งช็อปปิ้ง “ของเก่า” ซึ่งกำลังเป็นที่ถูกกล่าวถึงในหมู่นักช็อป พบภาพค้าขายคึกคักพอสมควร ส่วนสินค้าแต่ละแผงมีความหลากหลายไม่น้อย แต่ละร้านแทบไม
โรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล สังกัดสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนพิการประเภทบกพร่องทางสติปัญญาและบกพร่องทางการได้ยิน เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล-มัธยมฯ 6 ตั้งอยู่เลขที่ 78 ม.3 ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โรงเรียนแห่งนี้ นอกจากจะมีหน้าที่ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนที่มีความบกพร่องดังกล่าว เพื่อให้มีความรู้ความอ่านออกเขียนได้ สามารถช่วยเหลือตนเองและอยู่ในสังคมโดยปกติได้แล้ว ยังมีโครงการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้การทำงานปฏิบัติจริงเพื่อเป็นแนวทางให้กับเด็กนักเรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือนำไปประกอบเป็นอาชีพให้กับตนเองหลังจากจบการศึกษา Coffee Truck- รถกาแฟแดง ปกติจอดให้บริการอยู่บริเวณถนนริมแม่น้ำน่าน ฝั่งตรงข้ามวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ “วัดใหญ่-วัดพระพุทธชินราช” ของชาวจังหวัดพิษณุโลก และเมื่อกว่า 5 ปี ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนฯได้ดำเนินโครงการสร้างอาชีพให้กับนักเรียนในสังกัดอย่างเป็นรูปธรรม โดยคุณศักดิ์ดา เรืองเดช ผอ.โรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล เป็นผู้ริเริ่มโครงการ Coffee Truck -รถก
ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจอย่างจดจ่อจากคนไทยทั้งประเทศ สำหรับปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ภายใน วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศใน อ.แม่สาย บรรดาชาวบ้านแทบทุกครัวเรือน ต่างพากันก็จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางกลุ่มถึงกับเกิดอาการตื่นตระหนกกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนไม่เป็นอันทำมาหากิน และมีจำนวนไม่น้อยพากันเดินทางไปเฝ้าดูใกล้กับจุดเกิดเหตุ ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวเหยียด สองข้างทางแทบหาที่จอดรถไม่ได้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องนำแผงเหล็กมากั้น ไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปใกล้จุดทางเข้าถ้ำเป็นระยะห่างกว่า 1 กิโลเมตร จากการสอบถาม คุณฐิติภัทร ง่วนหอม เจ้าของร้าน “ข้าวมันไก่รามัญ”อ.แม่สาย ได้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ มีคนมาเหมาข้าวมันไก่ของเขาหลายสิบห่อ พอสอบถามได้ความว่าจะนำไปเลี้ยงเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ-พยาบาล ที่ประจำอยู่ภายในเต็นท์กองอำนวยการห่างจากปากทางเข้าถ้ำหลวงฯกว่า 1 กิโลเมตร ตนจึงแถมข้าวมันไก่ไปให้ 2-3 ห่อ กระทั่งช่วงเย็นเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปฏิบัติการค้นหาก็ยังไม่
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ในปี 2561 สถานการณ์โลจิสติกส์ของไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวเร่งขึ้นเล็กน้อยจากการลงทุนภาครัฐและการส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัว ดังนั้น ธุรกิจนี้จึงน่าสนใจ และเราจะสามารถเข้าไปสู่ธุรกิจนี้ได้อย่างไร จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน มีบริษัทขนส่งมากมาย วิ่งกันอยู่เต็มเมือง ด้วยการค้าขายทางออนไลน์ที่มากขึ้นด้วย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะแนะนำธุรกิจรับส่งสินค้า สายพันธุ์ไทย เพื่อคนไทย ที่ชื่อว่า ซุปเปอร์เอส โดยการนำทีมของ คุณศุภชัย นิลวานิช เจ้าของกิจการ ก่อนที่จะไปสู่เรื่องราวของธุรกิจรับส่งสินค้า คุณศุภชัย ย้อนอดีตให้ฟังว่า เมื่อราวปี 2550-2557 ซุปเปอร์เอส เติบโตมาจากการทำธุรกิจ ที่คุณศุภชัย จำกัดความเองว่า “สารพัดบริการ” แนวคิดของธุรกิจนี้มีอยู่ว่า ใน 1 ชุมชน ที่มีบ้านเรือนคนประมาณ 1 พันหลังคาเรือน หรือเรียกว่า 1 ทำเล หากเราเปิด “สารพัดบริการ” เราจะสามารถทำเงินได้ 1 แสนบาทต่อเดือน สารพัดบริการ ที่ว่านั้น ได้แก่ การเปิดให้มีตู้หยอดเหรียญ ตู้น้ำ เครื่องซักผ้า ขณะเดียวกันก็ให้บริการ รับโอนเงิน เพียงแต่เปิดอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง เพร
พนักงาน รพ.สต. สืบสานตำนานขนมแป้งจี่ จากบรรพบุรุษ สร้างรายได้ในวันหยุด วันละ 1,000-2,000 บาท อาหารการกิน แต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่าง อาจมาจาก ประเพณีวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวัสดุที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่น ที่จะนำมาทำอาหาร ขนมไทยๆ ที่มีมาแต่โบราณ หลายอย่างได้มีการสืบสานจากบรรพบุรุษ ที่ยังมีให้เห็นไม่มากนัก เช่น มะพร้าวแก้ว ขนมผิง เป็นต้น และยังมีขนมอีกประเภทหนึ่งที่ยังพอมีให้เห็น ขายอยู่ตามตลาดนัด แต่ไม่มีวางขายตามแผง และตามร้านทั่วไป คือขนมแป้งจี่โบราณ ทำจากแป้งทำขนมจีน ปั้นเป็นรูปกลม แบน นำไปย่างไฟร้อนๆ ให้กรอบนอกนุ่มใน มีรสหวานไม่มาก นางสาว วีรวรรณ คลังทรัพย์ พนักงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เล่าว่า หลังจากว่างจากงานประจำ ช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ ได้ทำขนมแป้งจี่โบราณ ที่ได้รับสืบทอดมาจากคุณแม่ ที่ทำขายมานานแล้ว โดยทำขายที่ตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว และได้ช่วยแม่ทำขนมแป้งจี่มาตลอด หลังจากเรียนจบและได้ทำงานเป็นพนักงาน รพ.สต.ป่าไร่แล้ว และเมื่อถึงวันหยุด คือ วันเสาร์ ได้ทำขนมแป้งจี่โบราณ ขายที่ตลาดนัด คลองถม ที่บริเวณตลาดรถไฟอำเภออรัญประเทศ และวันอาทิต
แม้มีงานประจำและทำธุรกิจอยู่แล้ว แต่ด้วยรักในการทำเบเกอรี่ และคิดต่อยอดหารายได้เพิ่มอยู่เสมอ คุณสาวิตรี มงคลศิลป์ (ปุ้ย) และ คุณสุรชัย ธัญธาดา (แว่น) สองสามีภรรยาจากจังหวัดลพบุรีจึงช่วยกันสร้างแบรนด์ “เคี้ยวเพลิน” เจาะตลาดคนชอบกินขนมทานเล่น เคี้ยวเพลิน เรียกตัวเองว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็กในครอบครัวที่เพิ่งเปิดได้ 3 เดือน เป็นแบรนด์ที่ชูคอนเซ็ปต์ง่ายๆ ให้ลูกค้าเคี้ยวอย่างเพลิดเพลินตามชื่อ เคี้ยวจนหมดโดยไม่รู้ตัว โดยคุณแว่นและคุณปุ้ย ต่างมีธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว ที่บ้านคุณแว่นทำธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้าขายส่งขายตลาดนัดจตุจักร และประตูน้ำ ส่วนคุณปุ้ยทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้รับเหมาทำถนน และเคยทำเบเกอรี่มาก่อน แต่เพราะการทำธุรกิจคู่แข่งค่อนข้างเยอะ หลักการตลาดเยอะ ทั้งคู่เริ่มรู้สึกเบื่อ จึงเริ่มทดลองหาอาชีพใหม่ ทั้งทำเกษตร ทำขนม สารพัดอย่าง กระทั่งมาลงตัวที่แบรนด์เคี้ยวเพลิน โดยมีคุณปุ้ย ภรรยาสาวเป็นคนชักชวน ส่วนคุณปุ้ย เสริมว่า เคี้ยวเพลินเป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ช่วยกันทำในครัวเรือน เพราะอยากทำอะไรที่กินแล้วถูกปาก ซึ่งตนถนัดเบเกอรี่อยู่แล้ว ทั้งคู่เริ่มศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หาวัตถุด
ครูสอนดนตรีใน จ.พิษณุโลก ชื่นชอบและเลื่อมใสในพระสมเด็จพุฒาจารย์โต เก็บสะสมพระเครื่องสมเด็จกว่า 10,000 องค์ ทำเป็นพิพิธภัณฑ์สมเด็จบ้านครูชา เพื่อให้เยาวชนได้มาศึกษาและเกิดองค์ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่อง เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 95/6 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านของนายธรรศณะ กุลสุวรรณ หรือ ครูชา ครูสอนดนตรีโรงเรียนดนตรีสากลพิษณุโลกบ้านครูชา พบว่าได้มีการเก็บสะสมพระเครื่อง ซึ่งเป็นพระสมเด็จพุฒาจารย์โตจำนวนมาก จนสามารถทำเป็นพิพิธภัณฑ์สมเด็จบ้านครูชา นายธรรศณะ เปิดเผยว่า ชื่นชอบในพระสมเด็จพุฒาจารย์โตมากว่า 10 ปีแล้ว โดยเริ่มต้นจากมีนายทหารระดับพลโทนายหนึ่งให้มาก่อน 1 องค์ จากนั้นได้เห็นพุทธคุณที่ทำให้ตนเองแคล้วคลาดจากสิ่งร้ายๆ หลายครั้ง จึงได้ตั้งใจที่จะเก็บสะสมพระสมเด็จ ไม่ว่าจะเป็นของเก่าหรือของใหม่ และจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาขึ้น โดยล่าสุดสามารถได้เก็บสะสมได้มากกว่า 10,000 องค์แล้ว นายธรรศณะ กล่าวอีกว่า หลังจากเก็บสะสมได้ จึงได้ทำเป็นห้องพิพิธภัณฑ์ขึ้นภายในบ้าน “องค์ไหนสวยงามก็จะโชว์ไว้ในตู้สวยงาม บางองค์ก็นำมาแปะติดกับผนัง
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวถึงปัญหาสับปะรดราคาตกต่ำในขณะนี้ว่า ช่วงที่ผ่านมา ได้เข้าหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ โดยส่งสัญญาณมาตลอดถึงภาวะการส่งออก อาจเจอปัญหาแข่งขันไม่ได้กับประเทศผู้ผลิตและส่งออกสับปะรดแปรรูปรายใหญ่ อย่างอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ในการส่งออกตลาดโลก รวมถึงไปสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งปีนี้อินโดนีเซีย มีผลผลิตสูงทุกปี 300% และอียูยังไม่ตัดการให้สิทธิทางภาษี (จีเอสพี) จึงเสียภาษีนำเข้าอียูต่ำกว่าไทย 3.5% ขณะที่ฟิลิปปินส์ ยังได้จีเอสพีพลัส ภาษีนำเข้าถึงต่ำกว่าไทย 18.5% ขณะที่ผู้ส่งออกไทยยังเจอปัญหาต้นทุนกระป๋องและค่าแรงงานสูง เงินบาทแข็งค่ากว่าปีก่อน 2-3 บาท ทำให้การกำหนดราคาส่งออกสูงกว่า 2 ประเทศนี้มาก และสมาคมยังไม่ได้รับการประสานให้เข้าหารือแก้ปัญหาสับปะรดกับหน่วยงานใด สำหรับตลาดส่งออกนั้น ยังส่งออกได้ แต่ปริมาณจะไม่สูงกว่าปีก่อน ในส่วนการรับซื้่อผลสับปะรดสดนั้น ทุกโรงงานผู้ผลิตได้มีการทำสัญญารับซื้ออยู่แล้วแม้ว่ากำลังผลิตจะเต็มก็ต้องรับซื้อตามสัญญาที่ทำไว้ ส่วนสับปะรดที่ล้นเป็นปัญหาคือเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน เมื่อผลผลิต
