Featured
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลายคนคงเคยเห็นคลิปวิดีโอที่นำเสนอเรื่องราวอาหารริมทางในไทย ถ่ายทอดผ่านคาแร็กเตอร์ชายชาวญี่ปุ่นในชุดทำงาน เป็นเสื้อเชิ้ตแบบเรียบง่าย ซึ่งภายในคลิปมักจะเดินทางไปลิ้มลองอาหารไทยที่มีรสชาติจัดจ้าน พร้อมกับเครื่องดื่มกระป๋องเขียวที่เป็นซิกเนเจอร์คู่ใจ และต้องพูดคำว่า “โอ้โห” ทุกครั้ง เพราะเป็นเอกลักษณ์ประจำคลิป วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Yasuharu Nishio (ยาสุฮารุ นิชิโอะ) ชาวญี่ปุ่นวัย 51 ปี ที่หลงรักในอาหารไทย และได้ท่องเที่ยวทั่วไทยไปแล้วกว่า 70 จังหวัด ในเวลาเพียง 3-4 ปี ปัจจุบันเขาได้ทำธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเขียนบล็อกภาษาญี่ปุ่น แนะนำร้านอาหารท้องถิ่นทั่วไทย ชื่อว่า ‘激旨!タイ食堂’ ต่อมาได้จัดตั้งบริษัททัวร์ที่ให้บริการชาวญี่ปุ่นในการท่องเที่ยวไทย TRIPULL และล่าสุดกับบทบาทอินฟลูเอนเซอร์สายอาหารชื่อดัง เจ้าของช่อง Asia Gourmet Story ที่เน้นถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคาแร็กเตอร์มนุษย์เงินเดือนที่ชื่นชอบสตรีตฟู้ดไทย ในรูปแบบคลิปวิดีโอแนว Cinematic ชีวิตบรรณาธิการในโอซาก้า นิชิโอะ เล่าถึงชีวิตในญี่ปุ่นว่า เขาเคยทำงานเกี่ยวกับการทำนิต
SME ไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในปี 2569 เมื่อกำลังซื้อยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ต้นทุนดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับสูง ขณะที่การแข่งขันบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเร็วกว่าที่เคย “เคทีซี” สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสมาพันธ์ SME ไทย จึงร่วมกันเปิดเวทีเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 26 “SME Next Move: ทางรอดใหม่ในโลกธุรกิจที่ไม่เหมือนเดิม” เพื่อถอดรหัสทิศทางธุรกิจ SME ไทย โดยผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่า “ข้อมูล (Data) และสภาพคล่องทางการเงิน (Cashflow)” กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดความอยู่รอดและการเติบโตของผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ปัจจุบัน SME ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลสถานการณ์ SME ไทยของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME จำนวน 3.3 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด มีการจ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 70% ของแรงงานภาคเอกชนไทย โดย สสว. คาดการณ์ว่า SME GDP ในปี 2569 จะเติบโตในกรอบ 2.0-2.8% จากแรงสนับสนุนของภาคบริการ การ
หากการเปิดร้านอาหาร ไม่ได้เป็นเพียงการส่งต่อความอร่อย แต่ยังเป็นการส่งต่อ “วัฒนธรรมที่กินได้” ควบคู่ไปกับการ “สร้างคุณค่าและโอกาสให้ผู้สูงวัย” ได้มีอาชีพ มีรายได้ และกลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเอง “เราเห็นแววตาเขาเปลี่ยน โฟนว่ามันเป็นมิชชั่นอันหนึ่งคือการทำให้คนกลับมาเห็นคุณค่าตัวเอง มันมีความหมายมากกว่าแค่เปิดร้านอาหารขึ้นมาหนึ่งร้านเพื่อรักษาสูตรที่จะหายไป” นี่คือเรื่องราวของ “Hub-rare” (หาบเร่) ร้านอาหารพื้นบ้านอยุธยาหรือฟาสต์ฟู้ดสไตล์ชาวบ้าน ของ คุณโฟน-เนตรนภางค์ หงษ์อุปถัมภ์ไชย ร้านเล็กที่ให้คุณค่ากับทุกคนที่อยู่เบื้องหลังอาหารทุกจาน “หาบเร่” ฟาสต์ฟู้ดสไตล์อยุธยา คุณโฟนเติบโตมาในจังหวัดอ่างทอง เพราะครอบครัวดำเนินกิจการโรงอิฐอยู่ในอำเภอป่าโมก ขณะเดียวกันยังมีธุรกิจร้านอาหาร Grand Chaopraya (แกรนด์เจ้าพระยา) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของคุณแม่ที่หลงใหลในการทำอาหาร จึงเปิดให้บริการร้านนี้มามากกว่า 10 ปี จากนั้นได้ต่อยอดธุรกิจสู่โครงการThe Wine Ayudhya (เดอะไวน์ อยุธยา) และ The Artisans Ayutthaya (ดิ อาร์ทิซานส์ อยุธยา) ซึ่งในตอนแรกตั้งใจพัฒนาเป็นโรงแรม แต่ความคิดนั้นได
ประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยเสน่ห์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ และเปิดโอกาสสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน และหน่วยงานพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ Cross-Border QR Payment รับชำระเงินนักท่องเที่ยวผ่าน QR Payment รองรับ 9 สกุลเงิน 9 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “Pay like a Local” นางสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. กล่าวว่า สังคมในปัจจุบันนิยมใช้ QR Payment เป็นหลัก หรือเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ทำให้นักท่องเที่ยวอยากได้รับความสะดวกสบายในการใช้จ่ายด้วยเช่นกัน นอกจากจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังช่วยกระจายรายได้ให้ร้านค้ารายเล็กทั่วประเทศไทย สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของการมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ไม่ได้มุ่งแค่สร้างรายได้เข้าประเทศ แต่ยังต้องการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง นายณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินแล
เรื่องราวของ Isaac Kong และ Pamela Theng คู่รักวัย 54 ปี ผู้ชุบชีวิตตุ๊กตาเก่าในความทรงจำของใครหลายคนให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง โดยเริ่มจากทำเป็นงานอดิเรก ยึดเป็นอาชีพเสริมมายาวนาน 30 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานมาเปิดร้าน Toy Doctor ให้บริการซ่อมแซมตุ๊กตา เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่ามันได (Mandai Wildlife Reserve) ใกล้กับสวนสัตว์สิงคโปร์ ซึ่งมีลูกค้ายอมบินข้ามประเทศจากกาตาร์มาสิงคโปร์ เพื่อส่งตุ๊กตาตัวโปรดมาซ่อมที่ร้านแห่งนี้โดยเฉพาะ จากงานอดิเรกสู่การซ่อมตุ๊กตานับพันตัว ย้อนกลับไปในปี 1996 จุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจเกิดขึ้นที่ Fort Canning Park สวนสาธารณะที่พวกเขาไปร่วมงานปิกนิกตุ๊กตาผ้า ซึ่งจัดแสดงผลงานของศิลปินผู้สร้างสรรค์ตุ๊กตาหมี ด้วยความประทับใจในสิ่งที่เห็น ทั้งคู่จึงซื้อหนังสือมาศึกษาและฝึกซ่อมตุ๊กตา ทั้งการเย็บ ยัดนุ่น ทำความสะอาดตุ๊กตาด้วยตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ก่อนเริ่มทำเป็นงานอดิเรก และค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำงานประจำหลายปี โดย Pamela ทำงานในแวดวงวิศวกรรม ส่วน Isaac ทำงานด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข
“อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์พาวเวอร์ของไทย แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ทว่าในขณะที่อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเติบโต ตลาดแรงงานกลับเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากร โดยคาดว่าช่วงปี 2568-2572 ไทยจะต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและ Future Food มากกว่า 47,000 คน ช่องว่างดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคการศึกษาในการเร่งสร้างบุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย และผลักดัน “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ให้เกิดขึ้นได้จริง นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการคือ การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก ขณะเดียวกัน ยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับกับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในฐานะแหล่งผลิตวัตถุดิบและอาหาร แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังขาดการยกระดับไปสู่ตลาดโลกและกล
วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ภายใต้ราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “From Wisdom to Evidence: Transforming Traditional Knowledge into Clinical Herbal Practice” ระหว่างวันที่ 18–19 มิถุนายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทิศทางการพัฒนาสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การใช้ประโยชน์ทางคลินิกบนฐานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รศ.ดร.ภญ.นริศา คำแก่น ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร กล่าวว่า การพัฒนาสมุนไพรไทยในปัจจุบันต้องก้าวจากการสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมคือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการศึกษาสมุนไพรไทย โดย รศ.ดร.ภก. ศุภชัย ติยวรนันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอแนวทางการถอดรหัสองค์ความรู้จากตำราแพทย์แผนไทยและจารึกวัดโพธิ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อค้นหารูปแบบการใช้สมุนไพร
กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านน้ำหอมและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เส้นทางของ คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นจากครอบครัวนักธุรกิจหรือมีเงินทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มจาก “โอกาส” และ “ความกล้าที่จะเรียนรู้” “ดิฉันไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยค่ะ จบแค่มัธยมศึกษาแล้วเข้าร่วมโครงการ Internship ของโรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้การทำงานจริงหนึ่งปี ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงานประจำ” เธอย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยสาว พร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ โรงแรมคือห้องเรียนชีวิต การทำงานในธุรกิจโรงแรมทำให้เธอได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการบริการ การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตที่ยึดมั่นในการดูแลลูกค้าและการบริการ “ดุสิตฯ สอนให้เรียนรู้จากของจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงแรมคือการฝึกฝนชีวิตและการทำงานไปพร้อมกัน” ในช่วงเวลาเดียวกัน เธอยังหารายได้เสริมจากการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องก
จากกระแสข่าวแอปพลิเคชันดีลิเวอรีจีนที่กำลังเป็นที่สนใจในขณะนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ อาจารย์ปอ-ภากร กัทชลี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมผู้บริโภคของประเทศจีน เจ้าของเพจอ้ายจง โดยให้ความเห็นว่า ปรากฏการณ์แอปพลิเคชันเดลิเวรีจีนในไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีมานานแล้ว อย่างเช่น ในปี พ.ศ. 2566 ที่มีการตั้งคำถามในโลกออนไลน์ไทย โดยมีหลายเจ้าที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน เช่น Gokoo, Feixiang หรือ ช้างบิน อาจารย์ปอ ระบุสาเหตุที่คนไทยเกิดความกังวล เพราะกังวลว่า แอปฯ เหล่านี้อาจมีลักษณะเป็น “Closed-Loop Business หรือ ระบบนิเวศปิด” คล้ายกับโมเดลทัวร์ศูนย์เหรียญในอดีต เป็นบริการที่ครอบคลุมครบทุกวงจร ตั้งแต่บริการดีลิเวอรีส่งอาหาร สปา คลินิกสุขภาพ ไปจนถึงการจองตั๋วเดินทางและที่พัก ปัจจัยหลักที่ทำให้แอปฯ เหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วในไทย ได้แก่ ความสะดวกสบายและคุ้นเคย โดยแอปฯ เหล่านี้มักเชื่อมต่อกับ WeChat Pay หรือ Alipay ทำให้คนจีนใช้งานได้ทันที รวมถึง mini app บนแอปเหล่านี้ ทำให้ไม่ต้องปรับตัวมาก อีกทั้งยังเป็น การทลายกำแพงภาษา เพราะบริการทั้งหมดเป็นภาษาจีน ดังนั้นจึงเป
MAGURO GROUP เปิดน่านน้ำใหม่ รุกตลาดร้านขนมเต็มตัว ประเดิมเปิด “Age.3” (อาเกะซัง) แบรนด์แซนด์วิชทอดชื่อดังจากกินซ่าโตเกียว เป็นแบรนด์แรก – เสริมพอร์ตโฟลิโอรุกตลาด Accessible Premium ราคา 80–200 บาท พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจน Age.3 ก้าวแรกของแผนสร้างพอร์ตธุรกิจขนมหวานและอาหารว่างที่บริษัทเตรียมไว้แล้วในระยะยาว • “Age.3” (อาเกะซัง) แบรนด์ปรากฏการณ์คิวยาวจากโตเกียว ปัจจุบันมีสาขาใน 5 ประเทศทั่วโลก โดดเด่นด้วยขนมปัง Shokupan ทอดกรอบจับคู่วิปครีมสูตรไม่ใส่น้ำตาล (No Sugar Added Whipped Cream) ที่ใช้สารให้ความหวาน 0 แคลอรี ผู้สร้าง Micro-Category ใหม่ “Fried Sandwich” • เตรียมเปิด Age.3 Flagship Store สาขาแรกในไทย ณ ชั้น G Dusit Central Park ตุลาคม 2569 พร้อมเมนูกว่า 30 รายการ • Age.3 คือจุดเริ่มต้นของแผนรุกตลาดขนมหวานและอาหารว่างอย่างเต็มรูปแบบของ MAGURO GROUP โดยบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาและเจรจาแบรนด์ใหม่ในกลุ่มนี้เพิ่มเติมอีกหลายโครงการ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO GROUP ผู้นำธุรกิจร้านอาหารระดับพรีเมียมและแมสพรีเมียมในประเทศไทย เดินหน้าสู่ก้าวสำคัญรุกเจาะตลาดกลุ่ม S
