Featured
หากพูดถึงแบรนด์ที่ทำให้ “กัวเปา (Gua Bao)” หรือเบอร์เกอร์ไต้หวัน กลายเป็นเมนูฮิปๆ ที่คนลอนดอนยอมต่อคิวรอ คงหนีไม่พ้น Bao กลุ่มร้านอาหารสุดทรงอิทธิพลที่สร้างชื่อในอังกฤษมานานกว่าทศวรรษ จนแฟนคลับบางคนถึงขั้นสักโลโก้ร้านไว้บนตัว ร้าน Bao ก่อตั้งโดย Shing Tat Chung (ชิง ตัต ชุง), Erchen Chang (เอ้อเฉิน ชาง) และ Wai Ting Chung (ไหว่ ติง ชุง) พวกเขาเปิดร้านอาหารแห่งแรกเมื่อปี 2015 ในย่านโซโห ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 7 แห่งทั่วลอนดอน แต่ในวันนี้พวกเขากำลังทำสิ่งที่ท้าทาย โดยกำลังจะกลับมาขายอาหารเอเชียให้คนเอเชียทานถึงถิ่น ซึ่งมาในรูปแบบ “ป็อปอัพร้านสะดวกซื้อ” ที่ขายอยู่ในไทเป เป็นการผสมผสานไก่ทอดกับดีไซน์สุดเท่ไว้ด้วยกัน โปรเจ็กต์นี้มีชื่อว่า BFF ย่อมาจาก Bao Fast Foods ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยของกรุงไทเป โดยจำลองบรรยากาศให้เหมือนกับร้านสะดวกซื้อเอเชียที่เราคุ้นเคยกันดี เมนูในร้านเต็มไปด้วยความสนุกและแปลกใหม่ เช่น ไก่ทอดซอสน้ำผึ้งหมาล่า ที่เสิร์ฟพร้อมสลัดและสลัชชี่ผักดอง หรือจะเป็น บะหมี่เนื้อ ที่ใช้เนื้อย่างเสียบไม้ราดด้วยน้ำซุปลงบนชาม และเครื่องดื่มชา Nitro เมนูพิเศษที่ร่วมมือกับแบรนด์เหล้า
ตลาดวัยเรียน กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ ทั้งในแง่กำลังซื้อ การสร้างเทรนด์ และอิทธิพลต่อการตัดสินใจภายในครอบครัว ท่ามกลางการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามไทยที่มีมูลค่ามากกว่า 400,000 ล้านบาท และยังคงเติบโตต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ นั่นจึงเป็นโอกาสให้ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) เป็นแบรนด์ความงามไทยรายแรกที่ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มอายุ 10-20 ปีโดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งสกินแคร์ เมกอัพ และน้ำหอม ภายใต้แนวคิด Clean & Playful Beauty มีทั้งความอ่อนโยน ความสนุก และความมั่นใจไว้ด้วยกัน ทรงสมร ฮัทเท็ท ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (Chief Growth Officer) บริษัท เจนเนอรัส ซีนิธ จำกัด กล่าวว่า เซดี้ แอนด์ โจ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ความงามที่เข้าใจวัย 10-20 ปีอย่างแท้จริง ทั้งในด้านผิว ความรู้สึก และการค้นหาตัวตน “เราต้องการให้การดูแลตัวเองเป็นประสบการณ์ที่สนุก อ่อนโยน และช่วยสร้างความมั่นใจในแบบที่เหมาะสมกับวัย เพราะเราเชื่อว่าช่วงวัยนี้คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ที่จะรักและดูแลตัวเองอย่างสมดุล” Teen Beauty กลายเป็นตลาดแห่งอนาคต
ตึกแถว หรืออาคารพาณิชย์ ในยุคหนึ่งคืออสังหาริมทรัพย์เนื้อหอมที่ใครๆ ก็อยากลงทุน อาคารความสูง 3-4 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของ ชั้นบนเป็นที่นอน กินอยู่ค้าขายใต้หลังคาเดียวกัน สะดวก ประหยัด และตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้แบบครบเครื่อง แต่เมื่อโครงสร้างเมืองเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์แนวสูง ห้างสรรพสินค้าผุดขึ้นทุกหัวมุม และคอนโดมิเนียมเริ่มเข้ามาแทนที่ ตึกแถวก็กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกสั่นคลอนทันที ที่สำคัญที่สุดคือ ธุรกิจออนไลน์มันเข้ามาเปลี่ยนเกม ในอดีตตึกแถวอาจตอบโจทย์คนที่อยากทำธุรกิจ แต่ปัจจุบันที่ธุรกิจออนไลน์รุกคืบ การทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านอีกต่อไป ทุกวันนี้คนขายของผ่านมือถือ สต๊อกสินค้าไว้ที่บ้าน ไม่ต้องเช่าหน้าร้านให้แบกต้นทุนเพิ่ม ทำให้ความต้องการเช่าซื้อตึกแถวลดลง ลดราคา 50% ก็ยังขายไม่ออก อ้างอิงข้อมูลจาก โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ ระบุว่า ปัจจุบันมีตึกแถวหายไปจากตลาด 50% ขณะที่ตึกแถวมือสองเผชิญภาวะขายออกยาก ทำให้ต้องลดราคา โดยเฉพาะบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือธนาคารที่ขายทรัพย์มือสอง ถ้าหากอยากจะขายตึกแถวได้ต้องลดราคา 50% จากราคาปกติ แต่ยังถือว่าขายออกยาก โดยเฉพาะในต่าง
“Laluka Pizza” (ลาลูก้า พิซซ่า) ร้านแป้งย่างแห่งลำลูกกา ธุรกิจเล็กๆ ในบ้านของ “คุณหมู-อนุสรณ์ เสนีย์ประกรณ์ไกร” อดีตนักออกแบบบ้าน ที่พบปัญหาสุขภาพจนกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ให้เริ่มต้น “สร้างอาชีพใหม่” ในคอลัมน์ New Chapter “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอพาไปพูดคุยกับคุณหมูถึงการเปิดร้านพิซซ่า จากทำไม่เป็นสู่ร้านที่ลูกค้าอุดหนุนมายาวนาน 6 ปี คุณหมูทำงานออกแบบบ้านทั้งภายในและภายนอกมานาน 30 ปี ก่อนพบปัญหาสุขภาพ ทำให้เขาเริ่มเดินเหินไม่สะดวก เข้าไซต์งานลำบาก ส่งผลกระทบต่อการทำงาน กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เขาเริ่มมองหาสิ่งใหม่ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน “สิ่งแรกที่ผมตั้งใจไว้ถ้าออกมาทำอย่างอื่น คือต้องทำได้ด้วยตัวคนเดียว จากงานที่ผ่านมาของผมมีหลายปาร์ตี้ มีความวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ ผมแก่แล้วเลยรู้สึกว่าอะไรที่จะลดความวุ่นวายได้บ้าง คิดไว้หลายอย่างจะทำนู่นทำนี่ แต่สุดท้ายจบที่อาหารเพราะผมชอบกิน แต่เผอิญว่าทำไม่เป็น ดังนั้นจะทำอาหารอะไรก็ยากพอๆ กัน” คุณหมูเล่าให้ฟัง จากโจทย์ที่คุณหมูตั้งไว้ คำตอบที่ได้คือ “พิซซ่า” เป็นเมนูที่เขามองว่าสามารถทำคนเดียวได้ที่บ้าน ด้วยกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบใช้
หลายคนยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางความเครียด นอนดึก ไม่ออกกำลังกาย และปล่อยให้สุขภาพค่อยๆ ถดถอยโดยไม่รู้ตัว คำถามสำคัญคือ “จะดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้ป่วยตั้งแต่แรก” ทำให้ โป้ง – ปรมะ อินทศร และหมอโบ๊ต – นพ.พลพงศ์ ชยางศุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ร่วมกันก่อตั้ง Iwelty แพลตฟอร์มค้นหา จอง และเข้าร่วมอีเวนต์ คลาส และกิจกรรมสุขภาพ ที่ต้องการทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน จุดเริ่มต้นของ Iwelty แพลตฟอร์ม Iwelty เริ่มต้นเมื่อ 3 ปีก่อน จากเทรนด์ Wellness ที่กำลังมาแรง ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งการนอนดึก ตื่นสาย ไม่ออกกำลังกาย และเกิดความเครียดสะสม หากใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ จึงอยากให้ทุกคนเริ่มดูแลตัวเองเชิงป้องกันมากกว่ารอรักษาเมื่อเกิดโรค ทำให้โป้งและหมอโบ๊ต ก่อตั้ง Iwelty ขึ้นมา เพราะอยากให้ผู้คนเริ่มดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อม Vision สำคัญคือ “อยากให้ทุกคนเข้าถึง Wellness” ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เพศไหน หรืออยู่กลุ่มใดก็ตาม เขาเริ่มจากการ “สร้างมีเดีย” เพื่อสื่อสารให้คนรู้ว่า Wellness คืออะไร และให้ความรู้เรื่องการปรับพ
จากยาดมหลอดเล็กที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 90 ปี วันนี้“ยาดมตราโป๊ยเซียน” กำลังก้าวสู่บทใหม่ของการเติบโต ด้วยการวางหมุดหมายสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีในอีกหนึ่งทศวรรษข้างหน้า ภายใต้วิสัยทัศน์ “100 ปีแห่งความยั่งยืน” ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ยาดมตรา “โป๊ยเซียน” เปิดเผยว่า การก้าวผ่านวาระครบรอบ 90 ปี และเข้าสู่ปีที่ 91 ไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งหมุดหมายของธุรกิจ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษใหม่ของแบรนด์ โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การเติบโตของแบรนด์เกิดขึ้นได้จากความไว้วางใจของผู้บริโภค พนักงาน คู่ค้า และสังคมรอบข้าง แบรนด์เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจไม่ควรวัดจากตัวเลขทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสะท้อนถึงคุณค่าที่องค์กรสามารถส่งมอบกลับคืนสู่สังคมได้ด้วย” ปัจจุบัน ยาดมตรา “โป๊ยเซียน” สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ด้วยยอดขา
Public Garden หนึ่งใน Design Market อิสระที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสิงคโปร์ จะกลับมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 1-2 ชั้น 5 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น. โดยมีแบรนด์จากทั้งประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียเข้าร่วมงานกว่า 150 แบรนด์ เปิดโอกาสพิเศษให้ลูกค้าได้ค้นพบสินค้าที่ผ่านการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันจากแบรนด์และดีไซเนอร์อิสระหลากหลายแขนง ทั้งงานศิลปะจากฝีมือของศิลปิน สินค้าทำมือ สินค้าแฟชั่น งานเซรามิก เครื่องประดับ สินค้าไลฟ์สไตล์ และอีกมากมาย จาก flea market ช่วงสุดสัปดาห์ สู่ชุมชนคนทำงานสร้างสรรค์ Public Garden ก่อตั้งขึ้นในสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2554 โดยกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งและงานดีไซน์ โดยเริ่มต้นจากการจัดงานในรูปแบบ flea market ช่วงสุดสัปดาห์ โดยนำผลิตภัณฑ์จากเพื่อนๆ นักออกแบบและร้านค้าอิสระมาจัดจำหน่าย งานครั้งแรกที่จัดขึ้นได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นทั้งจากลูกค้าและแบรนด์ที่เข้าร่วมงาน จนทำให้ผู้จัดงานตัดสินใจจัดงานขึ้นอีกหลายครั้งในแต่ละปี ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา Public Garden ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งใน Design Market ซึ่
หลายธุรกิจเริ่มต้นมาจากความชอบ เช่นเดียวกับเรื่องราวของ “Ariel Tang” เธอชื่นชอบการทำขนมมาตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มหัดทำเล่นๆ ตั้งแต่อายุ 14 ปี ความชอบนี้จริงจังมากขึ้น เมื่อเธอตัดสินใจลงเรียนหลักสูตรวิทยาศาสตร์การประกอบอาหาร พร้อมหารายได้เสริมจากการขายคัพเค้กและบราวนี่ในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ตรุษจีนและคริสต์มาส และใช้เวลา 2 ปี หาประสบการณ์ในร้านเบเกอรีหลังเรียนจบ อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นคงในชีวิตทำให้ Ariel เบนเข็มไปเรียนต่อปริญญาตรีด้านการสื่อสารมวลชนแทน และทำงานในสายประชาสัมพันธ์ (PR) ที่มีความเครียมสูง ทำให้เธอหันมาทำขนม โดยหาแรงบันดาลใจและดูสูตรในอินเตอร์เน็ต ขนมที่ Ariel เลือกทำคือ บอมโบโลนี หรือโดนัทสไตล์อิตาเลียน รูปทรงกลม ผิวกรอบสีเหลืองทอง ซึ่งได้ปรับสูตรดั้งเดิมมาใช้ยีสต์ธรรมชาติ ทำให้ขนมมีรสชาติเปรี้ยวอมหวานเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และเพื่อนๆ ก็กลายเป็นแฟนคลับกลุ่มแรกที่ขอให้เธอเริ่มขายขนมนี้ โดยเปิดขายออนไลน์จากครัวในบ้าน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของร้าน The Fat Kid Bakery ขายออนไลน์จากครัวในบ้าน แต่กระแสตอบรับดี ในตอนแรก Ariel พยายามแบ่งเวลาทำงานประจำควบคู่ไปกับกา
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือน
ในโลกของแฟชั่น คนจำนวนมากซื้อเสื้อผ้าเพียงเพื่อใส่ไม่กี่ครั้ง ก่อนจะปล่อยให้มันกลายเป็นขยะ โดยไม่ทันตั้งคำถามว่า สิ่งเหล่านั้นยังมีคุณค่าเหลืออยู่หรือไม่ และสิ่งที่หลายคนแทบไม่หยิบกลับมาใช้อีกเลยคือ “เนกไท” สำหรับบางคน เนกไทอาจเป็นเพียงเครื่องแต่งกายของวัยทำงาน เป็นของที่ถูกเก็บไว้ท้ายตู้ หรือไม่ก็ถูกปล่อยขายต่อในตลาดมือสองราคาหลักสิบ หากใครเคยไปเดินตลาดสินค้ามือสอง ภาพของเนกไทเก่าๆ ที่แม้จะเป็นยี่ห้อดัง แต่ถูกทิ้งแล้วนำมาวางขายอยู่เกลื่อนกลาด สิ่งที่แทบจะเรียกได้ว่า ‘ขยะ’ ที่คนอื่นมองข้ามไปนั้น กลับมีคนคนหนึ่งเลือกมองต่างออกไป คนนั้นคือ “บูม-คมิก วาจาเจริญกิจ” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ @re.b0ut หากคุณเลื่อนฟีดในโซเชียลคงคุ้นหน้ากับเขาไม่น้อย คุณบูมคือคนทำคอนเทนต์ “เนกไทติดแกลม” ชุบชีวิตเนกไทมือสองให้กลับมาดูแฟชั่น เต็มไปด้วยเรื่องราว มีเอกลักษณ์จนหลายคนต้องแย่งกันซื้อ ทันทีที่วางขายก็ Sold Out ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที แม้เขาจะเรียนจบด้านแฟชั่นดีไซน์มาโดยตรง แต่หลังเรียนจบกลับไม่ได้ทำงานในสายอาชีพที่เรียนมา เพราะกลัวความกดดันจากวงการแฟชั่นที่แข่งขันกันสูง สุดท้ายจึงเลือกเดินออกไปลองทำหลาย
