Featured
“หมู่บ้านหนองเม็ก” นับเป็นหมู่บ้านต้นแบบผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร จังหวัดอำนาจเจริญ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากล คือ Organic Thailand และ IFOAM เป็นโรงเรียนผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร “คุณป้อม” หรือ “ศุภชัย มิ่งขวัญ” เป็นแกนนำสำคัญของกลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก ทำหน้าที่ส่งเสริมการผลิตและด้านการตลาด คุณป้อมเรียนจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ไปฝึกงานเป็นยุวเกษตร ที่อิสราเอลนานถึง 7 ปีเต็ม เมื่อกลับมาเมืองไทย ได้แต่งงานและย้ายถิ่นฐานมาอยู่บ้านหนองเม็ก ตำบลคึมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยา คุณป้อมได้นำนวัตกรรมความรู้ด้านการเกษตรที่ทันสมัยจากประเทศอิสราเอลมาใช้ปลูกผักอินทรีย์ของตัวเองในชื่อ“ ไร่ภูตะวัน ออร์แกนิก ฟาร์ม” โดยปลูกพืชผักอินทรีย์บนเนื้อที่ 35 ไร่ ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนหันมาปลูกผักอินทรีย์และรวบรวมผลผลิตจากสมาชิกส่งขายตลาด ปัจจุบัน ไร่ “ภูตะวัน ออร์แกนิก ฟาร์ม ” มีสมาชิกลูกไร่ ที่ปลูกผักอินทรีย์รวมกันประมาณ 100 ไร่ พวกเขามุ่งปลูกพืชผักอินทรีย์ในโรงเรือนระบบปิด ที่เรียกว่า “โรงเรือนกรีนเฮ้าส์” ข
กล้วยปิ้ง ขนมหวานแสนอร่อย ถือเป็นการแปรรูปนำวัตถุดิบจากสิ่งที่มีอยู่มาสร้างเป็นอาชีพด้วยวิธีการอันง่ายดาย ที่สำคัญต้นทุนต่ำ จะเห็นได้จากตามตลาด ตรอก หรือซอกซอย มักจะมีร้านกล้วยปิ้งอยู่แทบทั้งนั้น ด้วยเป็นขนมทานง่าย อิ่มท้อง คนไทยจึงนิยมกิน คุณไผ่-ครองศักดา สีสังข์ อายุ 33 ปี เจ้าของร้านกล้วยปิ้งคิงคอง เล่าให้ฟังว่า ที่บ้านทำสวนกล้วย ปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์ไส้ขาวมากว่า 10 ปี ส่งขายตลาด และวางจำหน่ายหน้าบ้าน แต่ช่วงหลังมานี้มีเกษตรกรปลูกกล้วยจำนวนมาก ส่งผลให้กล้วยล้นตลาด ราคาตกเหลือเพียงหวีละ 2-3 บาทเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ลูกชายเจ้าของสวนอย่างตน จึงหาทางระบายผลผลิตออกสู่ตลาดด้วยการแปรรูปเป็นกล้วยปิ้ง ตั้งชื่อ “กล้วยปิ้งคิงคอง” ปัจจุบันเปิดมาได้ 2 ปี ร้านตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 205/13 ถนนบ้านดอนตูม ซอย 5 ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ใช้พื้นที่หน้าบ้านเปิดเป็นร้านเล็กๆ โดยก่อนหน้านี้คุณไผ่ทำงานวนเวียนในสายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ ทำอยู่ 5 ปี เรียกได้ว่าทำครบหมดแล้วตั้งแต่ผลิต แปรรูป กระทั่งอาหาร บวกกับอายุที
เมื่อไม่กี่วันก่อน เห็นข่าวจาก ไทยพีบีเอส ว่ามีอาชีพวิ่งทุเรียน (อ้างอิง ช่องทีวีให้เลย เพราะข่าวนี้เจ๋งมาก ต้องให้เครดิตคนคิดประเด็น) อาชีพวิ่งทุเรียน ก็คือ จะมีมอเตอร์ไซค์ ไปดัก รถขนทุเรียน ที่ออกมาจากสวนทางภาคตะวันออก จากนั้นก็ขับประกบเลย แล้วถามว่า ไปส่งที่ล้งนี้ไหม ราคานี้ๆ เรียกว่า แย่งทุเรียนกันไปขายจะดีกว่า ปรากฏการณ์นี้ กำลังบอกอะไร กำลังบอกว่า ทุเรียน เป็นผลไม้ที่ฮอตมากในเวลานี้ไง ผลไม้อะไรก็ตาม ถ้าได้กลุ่มลูกค้าคนจีน ตลาดพุ่งปรี๊ดแน่นอน (สองปีก่อน เคยมีคลิป คนจีน ทำซุปทุเรียน แบบฮอตพอท หรือหม้อร้อน แบบสุกี้ เอาทุเรียนลงไปต้มซดน้ำร้อน แต่ไม่น่าจะถูกจริตผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยมีนิดเดียว เมื่อเทียบกับ ชาวจีน) ลองมาดูตัวเลขกัน ทุเรียนของไทยส่งออกสู่ต่างประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ประเทศอันดับแรกที่มีการส่งออกทุเรียนมากที่สุดคงไม่พ้นประเทศจีน เมื่อปี 2559 อยู่ที่ 329,790,765 กิโลกรัม มูลค่า 9,571,005,691 บาท และในปี 2560 อยู่ที่ 305,853,240 กิโลกรัม มีมูลค่ามากถึง 15,280,299,599 บาท จะเห็นว่าตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นมา (เดาว่า ชาวจีนกินแล้ว
“ดวงพร เวชสิทธิ์ (คุณปุ้ย)” วัย 41 ปี นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ที่เป็นความหวังของภาคเกษตรไทย ในฐานะกำลังหลักที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพป้อนครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไทยในอนาคต คุณปุ้ย เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ เคยทำ e-commerce ค้าขายในอีเบย์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เธอยอมลาออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ “สวนบุษรา ” ซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำเกษตรมาก่อน แต่เธอพยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer (YSF) ของกรมส่งเสริมการเกษตร เธอมีโอกาสรวมกลุ่มพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันวิเคราะห์วิธีการและหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็น ประธานกลุ่ม young smart farmer จ.จันทบุรี และเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย YSF เขต 3 (ภาคตะวันออก) ได้รับการฝึกอบรมความรู้ด้านเกษตรทั้งในปร
นักเรียนโรงเรียนแม่บ้านทันสมัยคนหนึ่งมาจากนอก เจอกระทะเล็กๆ ทำไข่กระทะแบบอุดรแขวนอยู่ ถามว่า เอาไปทอดไข่เจียวได้มั้ย ผมบอกไม่ได้ อย่างนี้เอาไว้ทำไข่กระทะ ขึ้นชื่อคือที่อุดรธานี ซึ่งได้สืบเชื้อสายมาจากไข่กระทะเวียดนามกินกับบาแกตต์ หรือขนมปังฝรั่งเศสซึ่งได้มาจากคนฝรั่งเศสอีกที สมัยฝรั่งชอบรุกรานครอบครองเอเชีย ไข่กระทะ เอากระทะไข่ตั้งไฟ ใส่เนยสดแท้ๆ 1 ช้อน น้ำมันนิดหนึ่ง กันเนยไหม้ ต่อยไข่ใส่ 1-2 ฟอง หาฝาปิดให้ไข่สุกเร็ว ไฟอย่าแรง บางคนแนะว่าให้เอาฟ็อกกี้ฉีดน้ำหน้าไข่หน่อย จะนุ่ม พอไข่เริ่มสุก เปิดฝา หย่อนกุนเชียงหั่น หมูยอหั่น หมูสับผัดโรยต้นหอม เหยาะซอสปรุงรสกับพริกไทย ไข่สุกดีจัดเสิร์ฟกับขนมปังฝรั่งเศสดุ้นสั้นๆ ผ่าครึ่งทาเนยสด ปิ้งไฟพอเหลือง ต้องไปกินที่อุดรธานี อุบลราชธานี ถึงจะได้บรรยากาศ อร่อยกว่าทำกินเองที่บ้าน ผมไปคิดทำไข่กระทะแบบแปลกๆ ให้ร้านอาหารแถวจันทบุรีอีก 2 แบบ แบบหนึ่งขโมยมาจากของสเปนเคยเห็นในทีวี เขาใช้ซอสที่ทาพิซซ่ามาใส่มะเขือเทศสด แล้วต่อยไข่ใส่ลงไป น่ากินมากกกกก ไข่กระทะพิซซ่า เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ช้อนชา มะเขือเทศหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม 1/2
กำลังเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เมื่อลูกค้าคนดังอย่าง “คุณลีน่า จัง” ไลฟ์สดต่อว่าต่อขานอย่างรุนแรง เนื่องจากเธอเดินทางไปเยี่ยมชมสวนผลไม้ “สวนละไม” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อหวังเข้าร่วมโปรแกรมท่องเที่ยวสวนรวมแพ็กเกจทานทุเรียนได้ไม่อั้น แต่เมื่อเดินทางไปถึงปรากฏ “ทุเรียนหมด” ทางสวนไม่มีทุเรียนให้รับประทาน เนื่องจากขายบัตร 3,000 หมดภายในเวลาอันรวดเร็ว ต่อมาทางผู้รับผิดชอบได้ออกมาชี้แจงเหตุผลและขอโทษลูกค้าผ่านทางเพจของสวนละไม ไปแล้วนั้น ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจข้อมูลการจัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ของทางสวนละไม พบว่า เพิ่งมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เกิดปัญหาทุเรียนหมดสวน คือ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมานี้เอง และได้ระบุรายละเอียดไว้ ปีนี้ทางสวนละไม เปิดกิจกรรมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. ถึงวันที่ 15 ก.ค. เปิดตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. สามารถมาซื้อบัตรที่หน้าสวนวันที่มาเที่ยวได้เลย ไม่ต้องจอง และไม่มีการรับจองล่วงหน้า “วันธรรมดาลูกค้าไม่เยอะมาก เที่ยวสบายๆ สุดๆ ค่ะ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดยาว ลูกค้าเยอะอาจต้องรอคิวเข้าสวนนิดนึง พยายามมา
“ซอโสตถิกุล” คือ ชื่อตระกูลคหบดีของเมืองไทย มีกิจการในความดูแลหลากหลาย นับตั้งแต่ ศูนย์สรรพสินค้า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่เครื่องปรุงในครัวเรือน ส่วนสินค้าเก่าแก่ที่สุด อายุอานามเกือบ 70 ปี ที่ว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความมั่งคั่ง”นั้น ใครจะเชื่อว่าเป็นของที่เริ่มทำในแบบ “ซื้อมา-ขายไป” มีกำไรต่อหน่วยไม่กี่บาท แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่แทบทุกคนต้องมีไว้ใช้ นั่นก็คือ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ “นันยาง” นั่นเอง คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารรุ่นที่สาม ของตระกูล ”ซอโสตถิกุล” วัย 33 ปี เจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดห้องทำงานส่วนตัวบนออฟฟิศย่านสี่พระยา ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกันท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง “ธุรกิจของเรา เริ่มต้นจาก คุณวิชัย ซอโสตถิกุล ซึ่งเป็นคุณตาของผม เดินทางมาจากเมืองจีน แบบเสื่อผืนหมอนใบ ตั้งแต่เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ท่านก่อร้างสร้างตัว ทำงานทุกอย่าง เริ่มจากซื้อมาขายไปสินค้าสารพัด และหนึ่งในนั้น คือ รองเท้าผ้าใบนันยาง”คุณจักรพล ย้อนจุดตั้งต้นของธุรกิจตกทอด ก่อนเล่าต่อ ช่วงแรก รองเท้าผ้าใบนันยาง นั้น เป็นสินค้านำเข้
ในแวดวงคนทำมาค้าขายด้านอาหาร หากเอ่ยชื่อ เจ้าของกิจการ นามว่า คุณจงใจ กิจแสวง อาจไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ถ้าบอก “หมูทอด…เจ๊จง” แล้วหล่ะก็ ร้อยละเก้าสิบ อาจร้อง…อ๋อ! ก่อนออกปาก ของเขาดีจริง ไม่งั้นคงไม่ขายมาได้นานจนป่านนี้ แถมยังมีเส้นทางเติบโต ขยายกิจการไปเรื่อยๆ นับสิบสาขาแล้ว หมูทอดเจ๊จง เกิดขึ้นได้อย่างไร คือ คำถามแรกที่พิธีกรประจำงานสัมมนา “พอแล้วดี” เวิร์กช็อป ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันก่อน ด้าน คุณจงใจ กิจแสวง เจ้าของกิจการ “หมูทอดเจ๊จง” เจ้าดังย่านพระรามสี่ ในฐานะวิทยากรรับเชิญ กล่าวตอบด้วยลีลาเป็นกันเองว่า จำได้ว่าย้อนไปกว่า 15 ปี ไปซื้อข้าวหมูทอดให้ลูกกิน เขาขายกล่องละสิบบาท ฟังเหมือนถูก แต่พอเปิดออกมามีหมู 4 ชิ้นเรียงกันอยู่ เลยบอกกับลูกเลย เดี๋ยวแม่จะขายบ้าง แล้วจะให้หมูเยอะกว่านี้อีก คุณจงใจ เล่าต่อว่า นอกจากนั้น ยังมีเหตุผลอยากหารายได้เพิ่ม เนื่องจากยังมีหนี้อยู่มาก ตอนนั้น ขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์อยู่ ขายเสร็จบ่ายโมงกลับบ้าน กว่าจะนอนราวสองทุ่ม เลยมีความรู้สึกว่าจะบ้าเกินไปแล้ว คนเป็นหนี้ แต่ทิ้งเวลาไปถึง 8 ชั่วโมง มันไม่ใช่ มันน่าจะมีอะไรทำต่อจากที่เราขายข้า
น.ส.ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ และท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทจัดงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หลังจากได้รับการตอบรับที่ดีใน 2 ปีที่จัดมา ส่งผลให้ตลาดทุเรียนเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะในปีที่แล้วมีการขยายตัวเกือบ 200% ซึ่งในปีนี้จึงยกระดับงานให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล โดยได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จัดงานภายใต้ชื่อ ไทยแลนด์ อเมซิ่ง ทุเรียน แอนด์ ฟรุต เฟส 2018 ที่ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 18-23 พ.ค.นี้ “ท็อปส์ ถือว่าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกที่จัดงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนขึ้น และความสำเร็จ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ปีนี้ต้องการผลักดันตลาดผลไม้ไทยก้าวสู่ตลาดโลก ให้เป็นมหานครผลไม้เมืองร้อน จึงยกระดับงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงลูกค้าคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นทุเรียนเลิฟเว่อร์ จากทั่วโลก และหวังให้บรรจุปฏิทินการท่องเที่ยวหน้าร้อนประจำปีที่จะต้องมาท
ปัจจุบัน สมาร์ตโฟน เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศมีใช้ และสิ่งที่คู่กับ สมาร์ตโฟน ก็คือ แอพพลิเคชั่น ที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เกษตรกรในยุค 4.0 จึงไม่ควรพลาดในก้าวไปสู่โลกดิจิตอลอย่างเต็มตัว ด้วยแอพพลิเคชั่น ที่สร้างความสะดวกให้กับงานอาชีพที่ทำอยู่ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอรีวิว แอพพลิเคชั่น ที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกร ดังนี้ Protect Plants สำหรับแอพนี้ เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพืช และศัตรูพืช มาพร้อมกับฟังก์ชั่นเด่น ที่คอยติดตามการระบาดของศัตรูพืช รายงานผลแบบฉับไวทำให้เกษตรกรป้องกันได้ทันท่วงที โดยมีฟังก์ชั่นหลัก 6 หมวด คือ ข่าวสารต่างๆ, องค์ความรู้ด้านอารักขาพืช, การวินิจฉัยศัตรูพืชเบื้องต้น, การวินิจฉัยตามชนิดพืช, การพยากรณ์เตือนการระบาด และการพยากรณ์สภาพอากาศ 2. Farmer info อีกหนึ่งแอพโดนใจที่รวบรวม 7 ฟังก์ชั่นเด่น ไว้ให้คุณอย่างครบถ้วน #ราคารับซื้อ : รายงานและเปรียบเทียบราคารับซื้อผลผลิตการเกษตร ณ จุดรับซื้อสินค้าเกษตรทั่วประเทศ รายงานสดถึงมือเกษตรกรทุกวัน #ราคาตลาดสด : ตรวจสอบราคาอาหารสดและอาหารแห้งจาก 6 ตลาดใหญ่
