Featured
หลังจากที่มีการแชร์ภาพของ “เบลล่า ราณี” สมัยที่ทำงานร้านไอศกรีมชื่อดังว่อนออกมาทั่วโลกออนไลน์ โดยเรื่องนี้ เบลล่า ราณี เคยพูดในรายการ Switch ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 ว่า ครอบครัวต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต คุณพ่อทำธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาก็ไม่ดี คุณแม่จากที่เป็นแม่บ้าน ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน “ชีวิตก็เริ่มลำบาก เบลล่า จึงได้ไปทำงานพิเศษตั้งแต่ ม.4 เคยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟตามห้าง ยืนทั้งวัน 7-8 ชั่วโมง รู้สึกนับถือมากคนที่ทำงานแบบนี้ ทำให้รู้เลยว่า เงินไม่ได้หามาง่ายๆ” ขอบคุณคลิปจากยูทูบ รายการ #Switch EP72 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
จากกรณีหนุ่มนครพนม นายธรรมวัฒน์ แพทอง ชาว อ.ธาตุพนม เป็นนักตรวจสอบภาษี ระดับชำนาญการ สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 19 (บึงกุ่ม) ซึ่งซื้อลอตเตอรี่และถูกรางวัลที่ 1 ถึง 10 ใบ โดยได้รับเงินรางวัลทั้งสิ้น 60 ล้านบาท (อ่าน รวยพลิกชีวิต! หนุ่มสรรพากรสุดเฮง ถูกรางวัลที่ 1 รับ 60 ล้าน กลายเป็นเศรษฐีในพริบตา) ในวันนี้ 20 มี.ค. ประชาชนได้เดินทางมารอ นายธรรมวัฒน์ ที่บริเวณหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า นายธรรมวัฒน์ ซึ่งเป็นชาวนครพนม จะเดินทางกลับมาจังหวัดบ้านเกิด เพื่อแจกเงินชาวบ้านจำนวน 3 ล้านบาท โดยจะให้คนละ 1,000 บาท ทำให้ชาวบ้านเกือบทั้งอำเภอแห่มารอกันหน้าลานวัดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง คนแก่ที่เดินแทบไม่ไหว ก็มารอกันแน่นไปหมด โดยที่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า นายธรรมวัฒน์ จะเดินทางมาหรือไม่ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
กว่าจะมาถึงวันนี้ ที่โด่งดังจนขึ้นชั้น นางเอกเบอร์ต้น สาวเบลล่า ราณี ก่อนเข้าวงการบันเทิง ก็น่ารัก แถมเป็นเด็กขยัน ชอบทำงานพิเศษ หารายได้ ไม่รบกวนเงินพ่อแม่ โดย สาวเบล เคยบอกว่าทำมาแล้วทั้งแจกใบปลิว รับจ้าง ทำงานพิเศษต่างๆ ตั้งแต่ ม.4 เป็นเด็กเสิร์ฟ ตามห้าง เหนื่อยมาก เดินทั้งวัน 7-8 ชั่วโมง เข้าใจเลยคนที่ทำงานแบบนี้ เงินไม่ได้หามาได้ง่ายๆ พอเริ่มมีเงิน ก็เริ่มดูแลตัวเอง เอาเงินไปจัดฟัน จนมีโมเดลลิ่งมาติดต่อ ล่าสุด โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพ สาวเบลล่า ก่อนเข้าวงการ ขณะอยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟของร้านไอติมดังด้วย น่ารักมากๆ แม่หญิงการะเกด
การกินน้ำปั่นผักผลไม้ 5 สีทุกวัน ช่วย “กู้โลก” ได้ เพราะนอกจากสุขภาพจะดีแล้ว ยังสร้างโลกสีเขียวและสังคมดีๆ ไปพร้อมกัน “ปลูกปั่น” เป็นธุรกิจที่เกิดจากคนป่วยที่หายด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต และกินผักผลไม้ 5 สีทุกวันด้วยการทำเป็นน้ำปั่นจนหาย…กลายเป็นคนสุขภาพดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และคนป่วยคนนั้นดันเป็นนักออกแบบ “ปลูกปั่น” จึงไม่ได้เป็นเพียงร้านน้ำปั่นธรรมดา เหล่านี้ คือ ข้อความแนะนำตัว…ที่จะพาเราไปรู้จัก “ธุรกิจสีเขียว” ที่พร้อมจะเติบโตแบบยั่งยืนควบคู่ไปกับความสุขของทั้งคนทำ คนปั่น และ คนกิน คุณจัง-ศิริลักษณ์ มหาจันทนาภรณ์ หุ้นส่วนคนสำคัญกิจการ “เวลาเย็น” ร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เสริม ขวัญใจนักปั่นย่านซอยทองหล่อ และเจ้าของธุรกิจ “ปลูกปั่น” ที่เกริ่นไว้ตอนต้น กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ เอกนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำงานเป็นนักออกแบบฟรีแลนซ์ ตั้งแต่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานหนักและมักให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าค่าตอบแทน ผลงานที่ผ่านมา จ
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nansa Naralyn ได้โพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอ เล่าถึงประสบการณ์การใช้ศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อดังย่านรังสิต คลองสอง โดยกล่าวในคลิปวิดีโอว่า “หลังจากที่ตนได้นำรถกลับจากศูนย์บริการ มีใบสั่งจับความเร็วเกินกว่ากำหนด สถานที่คือสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตนจึงไปที่ศูนย์บริการ เพราะวันที่ในใบสั่งตรงกับวันที่รถอยู่ในศูนย์บริการ” “ตนถามช่างว่าใครเป็นคนขับ ช่างรับว่าเป็นคนขับเพียงคนเดียว ตนจึงถามว่าขับไปที่ไหน ช่างพูดวกวนแต่ระบุได้สองสถานที่คือ คลองหลวง และพหลโยธินออกไปทางเชียงราก ตนจึงถามย้ำว่าแน่ใจไหมเพราะเห็นว่าไม่ตรงกับในใบสั่ง ช่างบอกว่าขับไปไกลหน่อยคืออยุธยา ตนจึงถามว่าศูนย์บริการอยู่คลองสอง ต้องขับไปไกลขนาดนั้นเลยหรือ” “ช่างตอบว่าเป็นการลองรถระยะไกล ซึ่งตนไม่รู้ว่าการลองรถมีแบบนี้จริงหรือไม่ ตนก็นำใบสั่งให้ดู พร้อมถามว่ารถไปอยู่ที่สามโคกได้อย่างไร ช่างจึงตอบว่าขากลับวนรถจากอยุธยากลับมาทางสามโคก ก่อนจะรับผิดชอบในใบสั่งใบนี้ ส่วนทางผู้จัดการก็จะรับผิดชอบใบสั่งนี้เป็นเงินห้าร้อยบาท” “ตอนเราพูดคุยกับช่าง ผู้จัดการก็อยู่บริเวณนั้นแต่ไม่ได้ออกมารับผิดชอบอะไร ก่อนหน้านี้ก
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. เว็บไซต์ เน็กซ์ชาร์ก รายงานว่า ผู้หญิงโสดชาวเวียดนามจำนวนมากจัดงานแต่งงานปลอมผ่านการใช้บริการเจ้าบ่าวรับจ้างราคาแพงเพื่อป้องกันสังคมประณามจากการท้องก่อนแต่ง เนื่องด้วยธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่ยอมรับการท้องก่อนแต่งงานทำให้ประเทศเวียดนามมีการทำแท้งสูงถึง 300,000 ครั้งต่อปี ซึ่งส่งผลให้ประเทศเวียดนามมีการทำแท้งสูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก โดยส่วนมากผู้ที่ทำแท้งเป็นนักศึกษาและผู้หญิงโสด ทั้งนี้บริการเจ้าบ่าวให้เช่า จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่อยากเก็บลูกของตัวเองไว้ด้วยไม่สร้างความ อับอายให้แก่ครอบครัวและวงศ์ตระกูล ในทางกฎหมายการจ้างเจ้าบ่าวแต่งงานถือว่าไม่ผิดอะไร เนื่องจากเป็นแค่การแสดงเฉยๆ ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสกันจริงๆ นายเหงียน ซวน เทียน ผู้ให้บริการเจ้าบ่าวรับจ้างในเมืองฮานอย เล่าว่า เขาจัดงานแต่งงานกว่า 100 งาน และให้บริการเจ้าบ่าวปลอม 300 คนต่อปี โดยมีค่าบริการประมาณ 40,000-130,000 บาทต่อหนึ่งแพ็กเกจบริการ โดยมีหลายระดับบริการ อย่างเช่น ครอบครัวที่ร่ำรวยก็จะใช้บริการพ่อแม่ของเจ้าบ่าวซึ่งดูมีการศึกษาและการงานที่ดูดี ซึ่งต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น บร
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะประธานคณะทำงาน และผู้แทนหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กรมประชาสัมพันธ์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวโครงการ “ปั้นดาว” และเยี่ยมชมกิจการในจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นพื้นที่แรก โดยคาดว่าในปี 2561 จะมีจังหวัดเข้าโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 10 จังหวัด คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า โครงการปั้นดาว เป็นการสร้างโอกาสให้วิสาหกิจตั้งแต่ระดับฐานรากหรือธุรกิจชุมชน วิสาหกิจรายย่อย ไปจนถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี โดย สสว. ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง ร่วมดึงความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานเข้ามาช่วยพัฒนาหรือส่งเสริมผู้ประกอบการในหลายมิติ เพื่อให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น ถือเป็นต้นแบบการพัฒนาส่งเสริมแบบบูรณาการ ซึ่งโครงการปั้นดาวจะนำร่
ข้าวเหนียวหน้าหมู ยังเป็นอาชีพทำเงินให้กับคนค้าขายหลายต่อหลายคน ตรงกับประโยคที่ “เส้นทางเศรษฐี” มักใช้เกริ่นขึ้นต้นในหลายอาชีพว่า ทำง่าย ขายคล่อง เห็นได้จาก เจ๊อ้อย ข้าวเหนียวหน้าหมู คนสู้ชีวิตหนึ่งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของ คุณธัญรัศม์ นาคประเสริฐ หรือ เจ๊อ้อย วัย 62 ปี แต่กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เจ๊อ้อยเคยเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานออฟฟิศ แต่เงินเดือนที่ได้ไม่พอใช้จ่าย จึงหันมาเอาดีทางด้านค้าขาย สับเปลี่ยนอยู่หลายอย่าง ทั้งอาหาร และของหวาน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ “ชีวิตสะบักสะบอมอยู่พอสมควร เพราะอยู่ในช่วงพิษเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ขายของได้กำไรวันละร้อยบาท ไม่พอเลี้ยงครอบครัว ลูก 3 คน แม่ 1 คน มิหนำซ้ำยังต้องผ่อนบ้านอีก” เจ๊อ้อย เล่าต่อ หลังจากนั้นเปลี่ยนมาขายข้าวเหนียวหน้าหมู เพราะเห็นว่าเป็นอาหารหลัก คนนิยมกิน ช่วงแรกรับหมูฝอย หมูแผ่น จากร้านอื่นมาขาย แล้วทอดหมู ทอดไก่เสริมเอา “โชคดีได้ผลตอบรับจากลูกค้าจึงทำธุรกิจของเรารุ่งเรืองมาตลอด” ปัจจุบันเจ๊อ้อยยึดอาชีพนี้มาร่วม 20 ปี ถามถึงการทำข้าวเหนียวหน้าหมู เจ๊อ้อย บอก ไม่รู้จักแม้กระทั่งหวดนึ่งข้าวเหนียว เพราะจับแต่ปากกามาตลอด “โดยส
ไม่ได้เป็นแค่แมลงทอดหาบเร่ข้างทางอีกต่อไปแล้ว โดยพบว่าในประเทศไทยเองมีฟาร์มจิ้งหรีดมากถึง 2 หมื่นฟาร์มทั่วประเทศ เพราะปัจจุบันจิ้งหรีดถือเป็นแมลงเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) แนะนำให้ผู้บริโภคทั่วโลกทาน เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ซึ่งจิ้งหรีด 3 ขีด มีปริมาณโปรตีนเท่ากับเนื้อสัตว์ 1 กิโลกรัม ที่สำคัญ ยังมีกรดอะมิโน โอเมก้า ไคตินซึ่งเป็นสารเพื่อความงามอีกด้วย บริษัท โกลบอล บั๊กส์ เอเชีย จำกัด (Global Bugs Asia Co., Ltd.) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ผงโปรตีนจากจิ้งหรีด ภายใต้ชื่อแบรนด์ เอ็นโต พาวเดอร์ (Entopowder) พร้อมเปิดตัวโรงงานผลิตและฟาร์มระบบปิดแบบครบวงจร ทำตั้งแต่การอนุบาลจิ้งหรีดไปจนถึงขั้นตอนการใช้นวัตกรรมเพื่อแปรรูปให้เป็นผงโปรตีน ที่ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คุณกณิศนันท์ ธัญธิติวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท โกลบอล บั๊กส์ เอเชีย จำกัด เล่าให้ฟังว่า กว่าจะมีวันนี้ทำฟาร์มทดลองมาแล้ว 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่การทำฟาร์มแบบระบบเปิดเหมือนทั่วไป แต่พบว่ายังไม่ได้มาตรฐานสากล เนื่องจากต้องส่งออกจึงเพิ่มมาตรฐานให้กับฟาร์มจิ้งหรีดเปลี่ยนเป็นระบบปิด
วันที่ 19 มี.ค. ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดราษฏร์เจริญธรรม (วัดสุน) ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี จัดงาน “เทศกาลองุ่นหวานและของดีดำเนินสะดวก ครั้งที่ 32” โดยมี นายพงษ์พันธ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอดำเนินสะดวก เป็นประธานเปิดการแข่งขัน กินส้มตำถาด ศึกวันสะท้านคลองดำเนินสะดวก ครั้งที่ 1 เพื่อหาผู้กินจุประจำอำเภอดำเนินสะดวก ภายในส้มตำถาดจะประกอบไปด้วย ส้มตำไทย เส้นขนมจีน ข้าวเหนียว ไข่ต้ม หมูยอ น่องไก่ทอด แคบหมู แตงกวา ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี และน้ำเปล่า 1 ขวด ส่วนกติกา ผู้เข้าแข่งขันใช้มือในการกินเท่านั้น ผู้ที่ทานหมดทั้งถาดเป็นผู้ชนะลำดับที่ 1–3 แบ่งเป็นฝ่ายชายและฝ่ายหญิง และไม่จำกัดอายุ ส่วนการแข่งขันเริ่มที่ฝ่ายชายเป็นไฮไลต์มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 15 คน ซึ่งหนึ่งในผู้แข่งขันมีนักท่องเที่ยวชาวบราซิลที่เดินทางมาเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวกและเข้ามาเที่ยวภายงานกับเพื่อน 3 คน เข้ามาร่วมสมัครเพื่อแข่งขันด้วย ทราบชื่อคือ นายเฟโดร นักท่องเที่ยวชาวบราซิล โดยก่อนลงแข่งขันนายเฟโดร ประกาศว่า “ส้มตำของชอบสบายๆ” สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่มาร่วมแข่งขันและร่วมเชียร์ที่ต่างปรบมือกันสนั่นงาน ก่อนแข่งขันผู้แข
