Featured
นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอ็มคิวดีซี) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของทายาทตระกูลเจียรวนนท์ (ซีพี) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดแผนพัฒนาโครงการเดอะ ฟอเรสเทียร์ บนที่ดิน 300 ไร่ บริเวณบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 7 ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสต้นแบบ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 9 หมื่นล้านบาท รองรับกลุ่มเป้าหมายคนไทยและต่างชาติ บางส่วนประมาณ 20-30% โดยโครงการนี้จะเป็นต้นแบบสำหรับขยายไปยังทำเลที่มีศักยภาพในไทย และต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียต่อไป ทั้งนี้ ภายในโครงการนอกจากมีพื้นที่ปลูกป่าที่มีความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆ เพื่อให้เกิดระบบนิเวศทางธรรมชาติสำหรับสันทนาการและการอยู่อาศัยเพื่อความยั่งยืนแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของเมดิคัล เซ็นเตอร์ ศูนย์การแพทย์ และโรงเรียนอนุบาล ซึ่งจะเป็นการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ โดยรายละเอียดจะทยอยเปิดเผยต่อไป ในโครงการยังมีพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 6 แสนตร.ม. ประกอบไปด้วยอาคารมิกซ์ยูส ซึ่งผสมผสานทั้งพื้นที่สำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก อาคารนวัตกรรม ตลอดจนมีโซนทาวน์ เซ็นเตอร์ เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ร้า
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6บก.ป. พ.ต.ท.ธราดล เหมพัฒน์ รองผกก.(สอบสวน) กก.6บก.ป. พร้อมกำลังเข้าจับกุม 1.นายเกียรติศักดิ์ สาแม อายุ 60 ปี ชาวจ.ยะลา 2.นายประทีป สุระเสียง อายุ 52 ปี ชาวจ.กาฬสินธุ์ 3.นายอัครเดช เลิศตระกูลทรัพย์ อายุ 29 ปี ชาวจ.ปัตตานี และ 4.นายณัฐพงษ์ อำไพ อายุ 51 ปี ชาวจ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุม นายประทีป ได้ที่ห้องแถวในตลาดภูดิน อ.เมืองกาฬสินธุ์ นายเกียรติศักดิ์ จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 56 ม.2 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ นายอัครเดช จับได้ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี และนายณัฐพงษ์ จับกุมได้หน้าบ้านเลขที่ 351/14 ต.คูยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวว่า คดีนี้มีกลุ่มผู้เสียหายหลายสิบรายจาก จ.ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส เข้าแจ้งความว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาอ้างตัวมาจากสมาคมพัฒนาผู้มีรายได้น้อย หลอกให้สมัครสมาชิกและลงทุนในกองทุนของบริษัทแห่งหนึ่ง ราคา 350 บาทต่อหุ้น และกองทุ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานการประชุมร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือเอสเอ็มอีแบงก์) สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และหน่วยงานเศรษฐกิจ ที่เอสเอ็มอีแบงก์ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการพิเศษเพื่อขับเคลื่อนเอสเอ็มอีสู่ยุค 4.0 จำนวน 9 โครงการ 1 มาตรการทางการเงิน วงเงินรวม 200,000 ล้านบาท คาดจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้งภายในเดือนธ.ค.นี้ เพื่อเป็นของขวัญให้แก่เอสเอ็มอีปีใหม่ 2561 นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า มาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี แบ่งเป็นการดำเนินงานผ่านกองทุนฟื้นฟู MSME คนตัวเล็ก วงเงิน 20,000 ล้านบาท สำหรับปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอีที่มีรายได้น้อยแบบไม่ได้มีหลักประกัน สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% คงที่ 7 ปี โครงการสินเชื่อเพี่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน วงเงิน 50,000 ล้านบาท ปล่อยกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 5 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี โครงการสินเชื่อดอก
คุณอาร์ต สมมุติวงษ์ วัยห้าสิบเศษ เจ้าของกิจการร้าน “กาแฟสดเขาค้อ” ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกรื่นฤดี ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เผยถึงการดำเนินกิจการของครอบครัวที่ทำมาร่วม 20 ปี แล้ว ว่า รายรับพออยู่ได้ เพราะตลอดทั้งปี จะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนไม่เกิน 6 เดือน นอกเหนือจากนั้นแล้ว เขาจะหารายได้จากการทำไร่พืชผัก-ผลไม้ ทำสวนกาแฟอาราบิก้า รวมทั้งรับซื้อเมล็ดกาแฟจากชาวสวนอื่นๆ นำมาคั่วและบด ขายหารายได้เสริมอีกทางหนึ่ง และด้วยความที่คลุกคลีกับ “กาแฟ” มาตลอด ก่อนหน้านี้ เขาจึงสร้างสรรค์ เครื่องชงกาแฟสด แบบเคลื่อนย้ายได้ หรือที่ยุคสมัยปัจจุบัน นิยมเรียกกันว่าเครื่องชง “กาแฟดริป” “การบริโภคกาแฟ ถ้าจะให้ได้ความสุนทรี ต้องมาทั้งกลิ่นและรส ซึ่งเครื่องชงดริปแบบพกพานี้ สามารถตอบโจทย์บรรดาคนรักกาแฟ ได้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมามีลูกค้าให้ความสนใจกันพอสมควร เป็นงานแฮนด์เมด ตามออร์เดอร์ ชุดละ 500 บาท ไม่รวมแก้วกาแฟ สนใจสั่งซื้อไปเป็นของขวัญของฝาก ติดต่อกันมาได้ครับ” คุณอาร์ต ฝากประชาสัมพันธ์มาอย่างนั้น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณอาร์ต โทรศัพท์ 089-856-9257 หรือ Facebook/อาร
“ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นน้อยหน่าพันธุ์ลูกผสม ที่เกิดจากพ่อแม่คือ น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องกับฝ้ายเขียวเกษตร 1 ประชาชนทั่วไปเริ่มรู้จัก น้อยหน่า “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นครั้งแรก ในงานเกษตรแฟร์ 2558 “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นผลงานของ อาจารย์เรืองศักดิ์ กมขุนทด รศ.ฉลองชัย แบบประเสริฐ และ คุณกวิศร์ วานิชกุล นักวิจัยของสถานีวิจัยปากช่อง สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณสมเกียรติ บุตรบำรุง กับฝ้ายเขียวเกษตร 2 ที่เขาภาคภูมิใจ ฝ้ายเขียวเกษตร 2 เป็นไม้ผลที่มีศักยภาพทางการค้า เพราะเป็นพันธุ์น้อยหน่าที่ปลูกง่าย ทนแล้ง ให้ผลผลิตเร็ว บังคับให้ออกดอกติดผลได้ง่าย และต้นทุนการผลิตต่ำ กล่าวได้ว่า ฝ้ายเขียวเกษตร 2 มีอัตราการเจริญเติบโตของลำต้นดี ให้ผลผลิตสูง และมีลักษณะเด่นแตกต่างจากพันธุ์การค้าเดิม เพราะฝ้ายเขียวเกษตร 2 มีกลิ่นหอม หวาน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้อยหน่าพันธุ์ฝ้าย มีเนื้อเนียนนุ่ม ติดผลง่าย ให้ผลดก ขนาดผลปานกลาง ซึ่งเป็นไซซ์ที่ตลาดต้องการ เปลือกหนาติดกันเป็นแผ่นไม่แยกตา ปริมาณเนื้อมากเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค การปลูกดูแล การปลูกน้อยหน่าฝ้
คุณชวพจน์ ชูหิรัญ หรือ “คุณนพ” เจ้าของโรงงานหมูเสียบไม้ ย่านติวานนท์ จ.นนทบุรี ที่มีกำลังการผลิตนับแสนไม้ต่อวัน เรื่องราวประวัติความเป็นมา ของคุณนพ ดั่งนิยาย เคยผ่านชีวิตจากจุดต่ำสุด ขนาดที่ว่าบ้านซุกหัวนอนแทบจะยังไม่มี ผ่านงานมาแล้วนับร้อยอาชีพ ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย คนขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ ที่สำคัญครั้งหนึ่งเคยได้ นิตยสารเส้นทางเศรษฐี เป็นที่พึ่งในการค้นหาอาชีพที่เหมาะกับตัวเอง โดยบอกว่าเป็นแฟนประจำตั้งแต่นิตยสารออกใหม่ๆ มีเรื่องราวอาชีพให้อ่านมากมาย อย่างที่กล่าว คุณนพ ผ่านงานผ่านอาชีพมามากมายหลายอาชีพ จนในที่สุด ก็พบกับทางเดินที่กล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จเกินคาด นั่่นคือ เจ้าของโรงงานหมูเสียบไม้ ที่ใช้หมูราว 5-6 ตันต่อวัน อีสาน มาถึงวันนี้ คุณนพ มีประสบการณ์มากพอในฐานะเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จพร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์และแนวคิดในการทำธุรกิจผ่าน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” คุณนพ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันนอกจากหมูเสียบไม้แล้ว ยังเพิ่มไลน์การผลิตไปที่ไส้กรอกอีสานวันละนับหมื่นลูก หรือหมูสดราว 500-600 กก.ต่อวัน โดยบอกว่า ได้ไอเดียมาจากพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อหมูเสียบไม้ไปปิ้งขาย ว
โกเผือกโกดำ (GopuekGodum) ร้านอาหารกระแสดังจากโลกออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารเช้าและขนมหวานหน้าตาน่ารัก อย่างสังขยา 4 สี ร้านนี้เกิดจากการรวมตัวกันของวัยรุ่น 4 คนแต่ต่างอายุกัน สองหนุ่มสถาปนิก อย่าง คุณอะตอม-ชนะ ฉายานนท์ อายุ 28 ปี และ คุณบูม-วาสุทิน คำพรหม อายุ 28 ปี และสองสาวที่จบด้านการสื่อสารมวลชนอย่าง คุณขวัญใจ-พชรพรรณ ปิ่นคำพิชัย อายุ 24 ปี และ คุณน้ำ-อภิชญา วงศ์ปัน อายุ 24 ปี คุณขวัญใจ หนึ่งในหุ้นส่วนร้านรับอาสาเล่าที่มาที่ไปของร้านโกเผือกโกดำ ให้ฟังว่า เริ่มแรกมีหุ้นส่วนอยู่ 3 คน (ภายหลังเพิ่มเป็น 4 คน) เดิมทีที่ตั้งร้านเป็นร้านอาหารเก่าของคนรู้จัก เห็นว่าปิดกิจการจึงขอเซ้งร้านทำกิจการต่อ เหตุจากสองหนุ่มสถาปนิกอยากหาอะไรทำช่วงเช้าก่อนไปทำงาน และสองสาวอยากหากิจกรรมทำระหว่างรอรับปริญญา เกี่ยวกับชื่อร้าน คุณขวัญใจ เล่าว่า คำว่า โก ให้อารมณ์เหมือนร้านอาหารเช้านั่งจิบกาแฟ ส่วนคำว่าเผือกกับดำ มาจากฉายาของหุ้นส่วนหนุ่มสถาปนิกทั้ง 2 คนที่มีสีผิวขาวกับเข้ม เสริมสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ ใช้ของเท่าที่พอหาได้หรือมีอยู่แล้วที่บ้านเพรา
พื้นที่ดอยภูทับเบิก เดิมเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นบรรพบุรุษ ทำกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่บนดอยภูทับเบิกแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกผักเมืองหนาวแทน อย่างการปลูกกะหล่ำปลี เป็นต้น ซึ่งปลูกมากบนพื้นที่ดอยของภูทับเบิก ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม โดยผู้ปลูกส่วนใหญ่เป็นชาวม้ง คุณอาเซ็ง แซ่ลี วัย 62 ปี ผู้อาวุโสชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ในหมู่บ้านภูทับเบิก ม.14 เล่าว่า “ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อแม่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่การปลูกฝิ่นไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข หรือหายจากความยากจนที่มีอยู่ได้เลย เพราะพอฝิ่นขายไม่ได้ ชาวบ้านก็เอามาสูบ สูบเสร็จก็ไม่สามารถทำงานอะไรได้อีก เป็นวังวนซ้ำไปซ้ำมา ไม่จบสิ้น แต่พอพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ส่งเสริมให้ชาวม้งหันมาปลูกผักอย่างกะหล่ำปลีที่ชอบอากาศเย็นบนดอยนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็ปลูก แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของตนคือ การใช้สารเคมี ชาวม้งที่นี่ปลูกกะหล่ำปลีกันแต่ก็ต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นอย่างมาก เป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วย โดยคุณอาเซ็ง เล่าว่า “ญาติที่สนิทกัน ป่วยเป็นหลายโรคมาก ทั้งเป็นมะเร็งตั
อาจารย์ประทีป กุณาศล นักวิชาการอิสระด้านพืช รวมถึงยังเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการไม้ผลมายาวนาน ตลอดจนยังได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศหลายแห่ง กระทั่งสะสมความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดใหม่ๆ นำกลับมาพัฒนาปรับปรุงงานเกษตรอยู่เป็นประจำ เผยข้อมูล สถานการณ์มะพร้าวทั้งในประเทศ และต่างประเทศดังนี้ “สำหรับตัวเองเป็นลูกชาวสวนผลไม้ อยู่ที่บ้านแพ้ว เกิดและเติบโตมากับผลไม้ประจำถิ่นหลายชนิด แล้วก็เห็นมะพร้าวมาตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ ที่บ้านมีสวนมะพร้าวอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตลอดเวลาได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของมะพร้าวตั้งแต่ส่วนบนคือใบ ยอด ผล ลงมายังลำต้นและราก พันธุ์ที่ปลูกเป็นมะพร้าวก้นจีบ ได้มาจากที่อำเภอสามพราน ซึ่งพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมที่สามพรานจะมีลักษณะรูปร่างผลเล็ก เวลาขายสมัยก่อนมักขายควบ 2 ผลเล็ก เท่ากับ 1 ผลใหญ่ แต่ทั้งนี้ ต้องให้เครดิตกับฟาร์มอ่างทองที่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตั้งอยู่บริเวณปากคลองภาษีเจริญ กระทุ่มแบน เป็นแหล่งที่คัดมะพร้าวก้นจีบ มีการทำพันธุ์จนเกิดการแพร่หลายไปทั่ว เพราะในช่วงนั้นมะพร้าวน้ำหอมก้นจีบได้รับความนิยมมาก ขณะนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมเปลี่ยนไปจากเมื่อหลายสิบปีก่อน ในตอนนั้นมะพร
ทุกวันนี้วัฒนธรรมกาแฟแพร่หลายไปทั่วโลก นอกจากจะมีสารพัดเมนูแปลกใหม่ เพื่อเอาใจคอกาแฟแล้ว ผู้ประกอบการยังพยายามสรรหาวิธีการต่างๆ ที่ทำให้กาแฟเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม ความพยายามดังกล่าวมาถูกทาง เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน ซึ่งไม่เพียงชื่นชอบรสชาติขมเข้ม แต่ยังชมชอบงานศิลป์จากกาแฟที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เครื่องดื่มแก้วโปรด ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มมูลค่าให้กับเจ้าของธุรกิจด้วย เทรนด์ศิลปะจากกาแฟในปัจจุบันมีหลากหลายจนคาดไม่ถึง “รอยเตอร์ส” นำเสนอศิลปะบนฟองนมแบบสามมิติ ที่เป็นสไตล์เฉพาะของร้าน “มาย โคฟี่” (My Cofi) ในเมืองเกาสงของไต้หวัน “ชาง คุ่ย ฟาง” เจ้าของร้าน “มาย โคฟี่” ริเริ่มไอเดียเติมงานศิลป์ลงบนฟองนมของเมนูคาปูชิโน่ร้อน โดยใช้ภาพถ่ายเป็นแบบ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าลูกค้าต้องการภาพอะไร ส่วนใหญ่มักเป็นภาพสัตว์เลี้ยงแสนรัก บางคนก็อาจจะเลือกการ์ตูนหรือสัตว์แปลกๆ สำหรับภาพสัตว์เลี้ยง เธอจะเริ่มต้นจากการทำฟองนมให้เป็นรูปเป็นร่าง ก่อนจะค่อยๆ ใช้กาแฟ ช็อกโกแลต หรือแยมผลไม้หลากสี บรรจงแต่งแต้มให้ออกมาคล้ายกับภาพต้นแบบที่สุด สนนราคาของกาแฟที่เสิร์ฟพร้อมงานศิลป์แบบสามมิติก็จะขึ้นอยู่กับระดับความยาก-ง
