Featured
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลกินเจที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20-28 ต.ค. 2560 กระทรวงพาณิชย์อยากจะขอเชิญชวนให้คนไทยใช้โอกาสนี้หันมาบริโภคผักและผลไม้อินทรีย์ เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพในช่วงเทศกาลกินเจ และยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชอินทรีย์ให้มีโอกาสในการจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้นและมีรายได้สูงขึ้น “ปกติในช่วงเทศกาลกินเจ ความต้องการผักและผลไม้มีเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่ปีนี้ กระทรวงอยากจะรณรงค์ให้ประชาชนคนไทย หันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคผักและผลไม้อินทรีย์เพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันนี้ หาซื้อได้ไม่ยาก และราคาไม่ได้สูงมาก แต่มีผลดีหลายด้าน ทั้งการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูก ช่วยสนับสนุนสินค้าอินทรีย์ และในภาพใหญ่ คือ การปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมโลก เพราะการปลูกสินค้าอินทรีย์ไม่มีการใช้สารเคมี” นางอภิรดี กล่าว ทั้งนี้ ประชาชนสามารถหาซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งผักและผลไม้ได้ตามห้างสรรพสินค้าที่ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับกระทรวงพาณิชย์ ในการเปิดช่องทางให้กับเกษตรกรนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย เช่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เดอะมอลล์ ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษต
เป็นเรื่องราวของความสูญเสียที่น่าประทับใจ เมื่อเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์เผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจของโหลว เทา หญิงสาววัย 28 ปี นักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน หลังป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ก่อนเข้ารับการรักษาอยู่นาน สุดท้ายได้ตัดสินใจบริจาคศีรษะเพื่อศึกษาวิจัยทางการแพทย์ รวมทั้งบริจาคอวัยวะช่วยต่อชีวิตให้กับคนอื่นด้วย สำหรับโหลว เทา เริ่มป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงขณะเริ่มเรียนปริญญาเอก สาขาประวัติศาสตร์ ด้วยมีอาการเกี่ยวข้องกับเซลล์ประสาทที่อยู่ในสมองและไขสันหลัง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีทางรักษา กระทั่งต้นปีที่ผ่านมาอาการป่วยเริ่มทรุดหนัก และเข้ารับการรักษาพิเศษในห้องไอซียู จากนั้นในวันที่ 17 ต.ค. โหลว เทา ได้บอกกับพ่อว่าต้องการที่จะหยุดการรักษาและบริจาคอวัยวะ โดยตอนแรกครอบครัวก็ไม่ยินยอม แต่โหลว เทา ได้ร้องขอจนพ่อยอมทำตามคำปรารถนาสุดท้ายของลูกสาว ด้วยการบริจาคศีรษะของเธอ เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ เพื่อให้เป็นแนวทางการรักษาคนป่วยลักษณะนี้คนอื่นๆ พร้อมบริจาคอวัยวะช่วยต่อชีวิตคนอื่น ขอบคุณที่มา weibo.com ที่มา ข่าวสดออนไลน์
น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรื่องนี้ดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา และกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลากหลาย เริ่มจากข่าวความไม่รัดกุม มีช่องโหว่ โดยผู้มีรายได้น้อยเอาบัตรสวัสดิการไปแลกเป็นเงินกับร้านธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ซึ่งถือว่าผิดเงื่อนไข ความไม่เท่าเทียมของประโยชน์ที่ได้รับ และยังไม่ชัดเจนว่ารัฐจะจ่ายเงินให้นานแค่ไหน ทำให้ไม่ทราบว่าโครงการบัตรคนจนนี้จะใช้เงินงบประมาณรวมทั้งหมดเท่าไร จะเอาเงินจากที่ใดมาอุดหนุน จะขึ้นภาษีหรือไม่ อย่างไร จึงควรวางแผนป้องกันไม่ให้บัตรคนจน กลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้ถือบัตรไม่อยากพ้นจากการเป็นคนจน และโครงการนี้จะมีผลต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตอย่างไร นั้น อธิบดีกรมบัญชีกลาง ขอชี้แจงว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้วยการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ผู้มีสิทธิ รวมทั้งเพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดสวัสดิการสังคมแล
กอร.พระราชพิธีฯแจงข้อควรปฏิบัติ-ข้อห้ามงานพระราชพิธี ประชาชนพกร่ม พัด หมวก แว่นตากันแดด เพื่อกันฝนได้ อนุญาตใช้กล้องมือถือถ่ายภาพ แต่ห้ามถ่ายในเขตราชวัติ เมื่อริ้วขบวนพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินผ่าน ควรอยู่ในอาการสำรวม งดเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ด้าน มท.เผยพระเมรุมาศจำลองเสร็จครบทุกจังหวัดแล้ว เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กองอำนวยการร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) ประกอบด้วยตัวแทนจากกรมศิลปากร กระทรวงมหาดไทยและกรมประชาสัมพันธ์ จัดแถลงข่าวเรื่อง “คติ ความเชื่อ การจัดสร้าง และประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ แนวปฏิบัติงานพระราชพิธีฯ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและจิตอาสาในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ” นายก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กล่าวถึงความเชื่อในการจัดสร้างศิลปกรรมประกอบการจัดสร้างประติมากรรมประดับพระเมรุมาศของพระบาทส
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 21-26 ต.ค. 2560) ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ระบุว่าในช่วงวันที่ 21-26 ต.ค.60 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนชื้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยในช่วง 1-3 วันแรกจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ที่่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 09.01 น. วันที่ 19 ต.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังสระปทุมไปยังโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง ในพิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมี นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง นางนภาพร เล้าสินวัฒนา ผู้อำนวยการกองศิลปกรรม นางพัฒนา เกตุกาญจโน ผู้อำนวยการโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ กรมศิลปากร สำนักช่างสิบหมู่ ช่างฝีมือ และจิตอาสา เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงคม เสด็จฯ ไปทรงเจิมโองการบวงสรวงสังเวยช่างเครื่องสดราชสำนัก เสด็จฯ ไปยังโต๊ะสังเวย จากนั้นทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน ที่โต๊ะเครื่องสังเวย ทรงจุดธูปหางปักที่เครื่องสังเวย (ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย สังข์ แตร พนักงานภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์) ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงคม จากนั้นประทับพระราชอาสน์ นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นายช่างศิลปกรรม ผู้ประกอบพิธีอ่านโองการบวงสรวงแล
หมูยอห่อใบตองเป็นรูปทรงกระบอก หั่นเป็นแว่นๆ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มที่ผสมด้วยน้ำปลา พริก น้ำตาล และน้ำมะนาว หรือจะจิ้มกับพริกไทยบดกับเกลือและน้ำมะนาว เป็นออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยของชาวเวียดนาม หมูยอยังสามารถนำไปดัดแปลงใส่ในอาหารได้สารพัดชนิดที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดคือ ข้าวต้มเส้นหรือก๋วยจั๊บญวน ที่เรียกว่า จ๊าวบั๊นกัน (Cháo bánh canh) ชาวเวียด เขามีวิธีกินที่หลากหลายกว่านั้น เช่น เสิร์ฟคู่กับปากหม้อ (มีไส้) ที่เรียกว่าบั๊นก้วน (Bánh cuốn) กินกับแป้งปากหม้อ (ไม่มีไส้) เรียกว่าบั๊นเอื้อก (Bánh ướt) ใส่เป็นไส้ขนมปังบาแก็ตที่เรียกว่าบั๊นหมี่ (Bánh mì) หรือใส่เป็นไส้แซนด์วิชของบั๊นหย่าย (Bánh giầy /bánh dầy / bánh dày) ซึ่งเป็นแป้งแผ่นกลมที่ทำจากข้าวเหนียว ใส่ในขนมจีนน้ำที่เรียกว่ากันบุ๊น (Canh Bún) บุ๊นหม็อก (Bún mọc) และขนมจีนเนื้อของชาวเมืองเว้ที่เรียกว่า บุ๊นบ่อเว้ (Bún bò Huế) และอีกสารพัดวิธีกินหมูยอ คนไทยนั้นนอกจากนำมาแทะกินเล่นแล้วยังนิยมนำมาทอดจิ้มซอสศรีราชา หรือยำให้มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ดจี๊ดจ๊าด แล้วพัฒนาไปไกลกว่านั้นด้วยการใส่ในส้มตำ จะว่าไปแล้วคนไทยเรากินหมูยอกันมานานนมจนลืม
ส้มตำ เมนูยอดฮิตของไทย มีขายทุกภาคของประเทศ หรือจะกล่าวได้ว่า ทุกชุมชน มีตั้งแต่ร้านในตรอก ซอก ซอย กระทั่ง เป็นหนึ่งในเมนู ของโรงแรมห้าดาว ด้วยลักษณะพิเศษ ของรสชาติ คุณค่าทางอาหาร ทำให้คนกินส้มตำกันได้เรื่อยๆ ทั้งนี้ วัตถุดิบหลักของส้มตำก็คือ มะละกอ ดังนั้น มะละกอ จึงเป็นพืชที่มีตลาดใหญ่รองรับแน่ๆ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สำรวจตลาดเทศบาลเมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พบร้านค้าที่ขายมะละกอสับ อย่างเป็นล่ำเป็นสันถึง 2 ร้าน ในตลาดเดียวกัน และเมื่อได้เข้าไปพูดคุย ก็ทำเอาอึ้งกันเลยทีเดียว ด้วยยอดขายที่สูงถึงวันละ 800 กิโลกรัมต่อวัน ที่สำคัญ เป็น 800 กิโลกรัม ที่หมุนเวียนอยู่เฉพาะที่อำเภอเมือง เท่านั้นเอง มะละกอสับ สำเร็จรูป เป็นอีกหนึ่งสินค้า ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยว่า ซื้อแล้ว นำไปลงครก ทำส้มตำขายได้เลย ไม่ต้องมานั่งปอกเปลือก และสับ ให้เสียเวลา ร้านแรก เป็นร้านของ คุณลอน หาเนาสุข โดยมีคุณตั้ม หนึ่งในทีมงาน ให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ขายมานานนับสิบปีแล้ว ในแต่ละวัน ใช้มะละกอ มากถึง 800 กิโลกรัม (มะละกอก่อนสับ) โดยเทีย
ชีวิตของเอสเอ็มอีที่ฝ่าฟันอุปสรรค กว่าจะสร้างสินค้าให้ขึ้นมาผงาดในตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเป็นไปไม่ได้ ด้วยตัวอย่างที่มีให้เห็นมากมาย และการเรียนรู้ จากประสบการณ์ของคนอื่นก็เป็นอีกหนึ่งทางลัดให้พบทางสำเร็จได้เร็วขึ้น คุณศรีภา แสงฟ้าสุวรรณ เจ้าของกล้วยเล็บมือนางอบ ยี่ห้อ “ศรีภา” เป็นหนึ่งในตัวอย่างของเอสเอ็มอี ที่สามารถสร้างสินค้าพื้นบ้าน เข้าสู่โมเดิร์นเทรด อย่างน่าทึ่ง ราว 15 ปีที่แล้ว กล้วยเล็บมือนาง ไม่เป็นที่รู้จักในตลาด ด้วยเป็นผลไม้ท้องถิ่น มีมากที่จังหวัดชุมพร แต่มาวันนี้ กล้วยชนิดนี้ คนรู้จักมากขึ้น ได้รับความนิยมมากขึ้น มาพร้อมๆ กับ สินค้า กล้วยเล็บมือนางอบ ตรา ศรีภา ที่สามารถส่งขายโมเดิร์นเทรด ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่นอีเลฟเว่น คิง เพาเวอร์ ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต โกลเด้นเพลส หรือการนำขึ้นเสิร์ฟบนการบินไทย และเลานจ์ผู้โดยสารของการบินไทยเช่นกัน คุณศรีภา เล่าว่า ย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เดิมตัวเองเคยมีอาชีพ เป็นพนักงานประจำตำแหน่งเลขานุการ แล้ววันหนึ่ง สามีก็ทักว่าจะทำงานเลขาไปจนแก่เลยเหรอ ตำแหน่งนี้ไม่โตนะ ในขณะที่ตำแหน่งอื่นก็โตขึ้
ข้าวโพดฝักพร้อมทาน เป็นสินค้าที่คนไทยรู้จักกันดี มีขายอยู่ทั่วไป แทบจะทุกชุมชน แต่ปัญหาหนึ่งของสินค้าประเภทนี้คือ ข้าวโพดบางเจ้าหวาน บางเจ้าไม่หวาน ซึ่งเคล็ดลับง่ายๆ แต่ทำยากที่สุดคือข้าวโพดต้องหวานมาตั้งแต่อยู่บนต้น อีกทั้งเมื่อหลุดจากต้นมาปุ๊บ ต้องต้ม แล้วกินเลย นั่นล่ะจะหวานที่สุด แต่ในแง่การค้าขาย ยิ่งในปริมาณมากๆ โอกาสที่จะได้เก็บปุ๊บ ต้มปั๊บ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยข้อจำกัดของเวลา และสถานที่ในการจำหน่าย ลูกค้า ผู้บริโภคที่ต้องการบริโภค ข้าวโพดคุณภาพ ก็ต้องซื้อจากร้านสะดวกซื้อ ซึ่งผู้ผลิตมีวิธีการผลิตและการจัดจำหน่าย ที่รับประกันได้ว่า หวานทุกฝัก บริษัท ซันสวีท จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตข้าวโพดส่งออก มาตั้งแต่ปี 2540 ตลาดส่วนใหญ่ 60 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในโซนเอเชีย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่ส่งออกไปมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็กระจายไปทั้งยุโรปและอเมริกา รวมแล้วปีละนับแสนตัน ในรูปข้าวโพดกระป๋อง/ในถุงสุญญากาศ และแช่แข็ง โดย ผลประกอบการ ปี 2559 รายได้ 1,600 ล้านบาท กำไร 100 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ปี 2560 ยอดขาย 2,000 ล้านบาท กำลังการผลิต 150,000 ตันต่อปี ทั้งนี้ ซันสวีทถือเป็น 1 ใน 3 ของ
