Featured
มีอยู่อาชีพหนึ่งซึ่งนับวันจะเริ่มจางหายไปบ้างแล้ว นั่นคืออาชีพทำมะพร้าวเผาขาย เมื่อนึกขึ้นมาได้ก็เริ่มเสาะแสวงหาที่มาที่ไป ว่ามีที่ใดบ้าง ที่ยังเผามะพร้าวขายอยู่ตามวิถีดั้งเดิม พบว่ายังมีคุณป้าท่านหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านตะเคียน ตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ชื่อ คุณป้าสมบัติ บุหงา อายุอานามก็ปาเข้าไป 69 ปี แต่คุณป้าก็ยังทำขายอยู่ ซึ่งเหลืออยู่คนเดียวทั้งหมู่บ้าน นอกนั้นก็ไม่มีใครทำแล้ว คุณป้าสมบัติ เล่าว่า ทุกวันนี้จะมีรายได้เข้าบ้านแทบทุกวัน ก่อนอื่นจะตระเวนหาซื้อมะพร้าวทั้งพันธุ์พื้นบ้านและมะพร้าวน้ำหอม ลูกไม่อ่อนไม่แก่มาตุนไว้ โดยลูกๆ จะพาไปรับซื้อตามละแวกใกล้เคียง เมื่อได้มะพร้าวมาแล้วก็จะทำการเอาเปลือกมะพร้าวออกให้เหลือหุ้มลูกไว้พอประมาณ จากนั้นก็จะนำไปต้มในหม้อใบใหญ่ คุณป้าสมบัติจะใช้เตาถ่านเพราะหาฟืนได้ง่าย ต้มจนสุกแล้วนำมาปอกเปลือก ขั้นตอนสุดท้ายเข้าเครื่องเจียเสี้ยนที่มีอยู่ในลูกมะพร้าวออกจนหมดและสามารถนำออกขายได้เลย คุณป้าสมบัติจะขายมะพร้าวในราคาส่งลูกละ 20 บาท วันหนึ่งๆ จะขายประมาณ 50-60 ลูก โดยไม่ต้องมีใครช่วย ใครๆ ก็ถามว่าทำไมไม่เลิกทำในเมื่อส่งล
ไข่ นับว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ทุกบ้านต้องมีติดไว้ในตู้เย็น เพราะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เรียกง่ายๆ ว่า หากมื้อเย็นกลับบ้านมาไม่รู้จะทำอะไรกิน เมนูไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม เป็นสิ่งที่อยู่ในความคิดแรกๆ ก็ว่าได้ เพราะทำง่ายและประหยัดเวลา ไข่ที่เห็นทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายตามตลาดในท้องถิ่นหรือห้างสรรพสินค้า ก็จะเป็นไข่ไก่ ไก่เป็ด ซึ่งขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละท่านที่แตกต่างกันไป ว่าชอบกินไข่ประเภทไหนมากกว่ากัน ซึ่งถ้าเป็นข้าวต้มร้อนๆ ไข่เค็มที่ทำจากไข่เป็ดจึงนับว่าเข้ากันได้ดีทีเดียว ปัจจุบันไข่เป็ดกำลังได้รับความนิยมค่อนข้างมากจากผู้บริโภค เพราะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยิ่งเป็นไข่เป็ดที่ผ่านการเลี้ยงแบบได้มาตรฐาน มีการบริหารจัดการที่ดี ก็จะยิ่งทำให้ไข่แดงมีสีสันออกส้มแดง มองแล้วชวนเจริญอาหารยิ่งขึ้น จึงทำให้ไข่เป็ดเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหลายๆ รายได้อย่างไม่น้อยเช่นกัน คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ และสามี คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 186/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดไข่จนประสบผลสำเร็จ โดยเธอได้เ
คุณสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ หรือ คุณชาย วัย 45 ปี เจ้าของสวนส้มโชกุนดาวทอง ที่อ.เบตง จ.ยะลา คุณสมชาย เป็นที่รู้จักของนักวิชาการ เกษตรกร และสื่อมวลชน เมื่อเขาลุกขึ้นมาโค่นยางพารา บางส่วนของที่บ้าน แล้วปลูกส้มโชกุนเบตง ของดีจังหวัดยะลา ซึ่ง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอไปแล้วนั้น (อ่านเรื่องคลิก ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อ.เบตง โค่นยางฯ หันปลูกส้มโชกุน ราคาดี ตลาดรับไม่อั้น) คุณสมชาย อธิบายให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังถึง เงาะลิ้นจี่ ว่าเป็นเงาะป่าของมาเลเซีย แต่ปลูกได้ทางภาคใต้ มีรสอร่อย รสชาติมันคือเงาะผสมลิ้นจี่ กรอบ เนื้อไม่ติดเม็ด “ผมเคยเจอที่อ.เบตง เขาขายกันกิโลกรัมละ 60-80 บาท แล้วก็หายไปพักใหญ่ ตอนนี้ผมไปเจอที่สวนของเพื่อน กะว่าจะนำมาขยายแล้วมาปลูกที่สวน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์ มีพืชหลากหลายให้ชม” ปัจจุบัน คุณสมชายมีศูนย์การเรียนรู้ สวนดาวทอง ที่ อ.เบตง จ.ยะลา มีผู้ไปเรียนรู้ดูงานจากหลายภาคส่วนจำนวนมาก และตั้งเป้าไว้ว่าจะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย ขอบคุณภาพ คุณสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์
ไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่แท้ๆ ของตัวเอง ซ้ำร้ายลุงผู้ที่เลี้ยงดูต้องมาป่วยจนไม่สามารถเป็นเสาหลักได้อีกต่อไป แม้เมย์จะพยายามหางานรับจ้างทำก็ได้เพียงวันละ 100 บาท และไม่ได้มีงานจ้างบ่อยๆ ทำให้เธอไม่มีเงินสำหรับซื้ออาหารกลางวันที่โรงเรียน และไม่รู้ว่าอนาคตจะได้เรียนต่อไหม เพราะลุงไม่อยู่ในสถานะที่ส่งเสียได้ น.ส.บุญกันยา กรรขำ หรือเมย์ นักเรียนชั้น ม.5 ชาว อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ อายุ 17 ปี เล่าว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่อยากจะได้เห็นสักครั้ง.. ทุกวันนี้ต้องทำงานจะได้มีเงินไปเลี้ยงครอบครัว “สู้ที่สุดแล้วค่ะ ถ้าเป็นไปได้หนูก็จะสู้ต่อไป” ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อแม่แท้ๆ ของตัวเอง เมย์ถูกทิ้งให้อยู่กับลุงตั้งแต่แบเบาะ ลุงจึงเปรียบเสมือนพ่อแท้ๆ ของเมย์ “ตั้งแต่เกิดมาหนุไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่เลย ท่านอาจมีเหตุผล หนูก็ไม่รู้ แต่หนูก็ถามลุงเรื่อยนะว่าทำไมแม่กับพ่อจึงให้หนูมาอยู่กับลุง” ลุงสมาน กรรขำ ผู้ดูแลเมย์เหมือนลูกสาวแท้ๆ เผยว่า “บอกเมย์ว่า ไม่ต้องไปคิดแล้ว ของที่ผ่านมา คิดแต่เรื่องอนาคตที่จะไปข้างหน้าเถอะ อยู่กับลุงก็เรียกว่าพ่อ เลี้ยงแบบลูกมาตลอด” แม้จะโชคดีที่มีลูกเป็
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบนักแสดงลิเกตัวน้อยเสียงดี กำลังร้องกลอนลิเกขายพวงกุญแจอยู่ในตลาดนัดเบิร์ดคลองถม (หัวโป่ง) ถนนทรงพล ม.3 ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ตรวจสอบพบ น.ส.พรรษา บุญนารอด อายุ 24 ปี และ นายบอส ไกรพันธุ์ อายุ 25 ปี แม่และพ่อของน้องไมค์ หรือ ด.ช.ณัฐกร ไกรพันธุ์ อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนวัดหุบกระทิง ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง กำลังร้องลิเกและรำออกท่าทาง ด้วยชุดลิเกสีม่วงสภาพเก่า ช่วยแม่ขายพวงกุญแจรูปตัวการ์ตูน พวงละ 20 บาท โดยด้านหน้าเขียนป้ายประกาศ “หนูมาร้องลิเกขายพวงกุญแจ เพื่อเป็นทุนการศึกษา ขอให้ทุกคนมีลาภ ขอให้ทุกคนร่ำรวย” ซึ่งได้รับความสนใจจางผู้ที่มาเดินจับจ่ายใช้สอยในตลาดนัด พร้อมซื้อพวงกุญแจเพื่อเป็นกำลังใจให้น้องไมค์ น.ส.พรรษา เปิดเผยว่า ตนและสามีเริ่มเป็นนักแสดงในคณะลิเกคณะไข่ลูกเขยมากว่า 10 ปี โดยสามีมักได้รับบทแสดงเป็นดาวร้าย ส่วนตนจะแสดงในบทนางตลก จนกระทั่งได้แต่งงานกัน และมีลูก ก็คือน้องไมค์ ตนและสามีมีความตั้งใจอยากจะสอนให้ลูกรักในอาชีพลิเก จึงเริ่มร้องกลอนลิเกให้ลูกฟังทุกวันตั้งแต่อายุได้ 2 ขวบ น้องไมค์ก
วันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 16 บ้านโนนเดื่อ ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังทราบข่าวว่าลูกชายเจ้าของบ้านโชคดีถูกล็อตเตอรี่หมายเลข 170143 ซึ่งตรงกับรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ก.ย.60 รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท เมื่อไปถึงพบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ของนางอนงค์ ผลทิพย์ อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นแม่ของ นายพรพิทักษ์ ผลทิพย์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 16 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้โชคดีคนดังกล่าว โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านต่างเข้ามาแสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากนายพิทักษ์ เป็นคนที่ชาวบ้านให้ความรักใคร่ เป็นคนที่ขยันทำมาหากินและเป็นผู้ที่ชอบช่วยเหลือคนจนและเด็ก นายพรพิทักษ์ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพรับซื้อของเก่าไปขายและเป็นช่างเชื่อมรับจ้างต่อรถพ่วงสามล้อ แต่มาระยะหลังดวงตาเริ่มมีปัญหา จึงได้เลิกทำงานช่างเชื่อมต่อรถพ่วงแล้วมาเช่าบ้านเปิดเป็นร้านรับซื้อของเก่าไปขาย ที่บ้านข้าวสาร ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยตนชอบทำบุญกับคนแก่และเด็ก ซึ่งถ้าเห็นใครยากจนไม่มีเงินซื้อข้าวกินจะช่วยเหลือให้เงินไปครั้งละ 100-200 บาท กับคนแก่ในหมู่บ้าน ส่วนเด็กนั้นถ้ามีการแข
นรักสุนัขถึงกับยิ้มไม่หุบ เมื่อเห็นความน่ารักของสุนัขตัวหนึ่งในคลิปที่สมาชิกแฟนเพจเฟสบุ๊คชื่อ คลิปฮา น้ำตาร่วง ได้โพสต์ลงในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นพฤติกรรมของสุนัขตัวหนึ่งที่คาบใบไม้แห้ง 1 ใบ เดินมาหาคนขายหมูปิ้ง พร้อมกับสั่นหางดุ๊กดิ๊กไปมา พร้อมกับทำหน้าตาออดอ้อน เหมือนกับว่าต้องการนำใบไม้มาแลกกับหมูปิ้ง ก่อนที่เจ้าของร้านจะนำหมูปิ้งให้สุนัขตัวนี้กิน 1 ไม้ และสุนัขก็ทิ้งใบไม้ลง ทำให้ชาวเน็ตผู้หลงรักสุนัขต่างเข้าชื่นชมความน่ารักและคอมเม้นท์กันจำนวนมาก เช่น “สัตว์น่ารักแบบนี้หรอที่มีข่าวโดนรังแกทารุน โดนทำร้ายตลอด คนพวกนั้นทำมันลงได้ยังไง” หรือ “ฉลาดจัง คงเคยเห็นคนยื่นแลกเปลี่ยนกันเลยเอาใบไม้มาแลกบ้าง 5555” โดยผู้โพสต์ระบุว่า “หมา เอาใบไม้ ซื้อหมู ปิ้ง กระดิ๊กหางแรงมาก” ขอบคุณภาพและคลิปจาก คลิปฮา น้ำตาร่วง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ย. นายสุวัฒน์ จันทร์สุข นายอำเภอพรานกระต่าย เปิดเผย “ข่าวสด” ว่า ได้รับแจ้งจากพระครูวิศาลวชิรกิจ เจ้าคณะตำบลหนองหัววัว เจ้าอาวาสวัดเทพสโมสร อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ว่า มีเห็ดโคนขึ้นภายในวัดให้รีบมาเก็บ จึงพร้อมด้วย จ.ส.อ.สันติ อินลา รองหัวหน้าชุดรักษาความสงบเรียบร้อย อ.พรานกระต่าย นายไพฑูรย์ ทองมี กำนันตำบลพรานกระต่าย และนายทองเลี่ยม ถาวร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านหนองน้ำใส ร่วมเดินทางไปเก็บเห็ดโคน พบว่าที่วัดเทพสโมสร หมู่ 6 บ้านหนองน้ำใส ต.พรานกระต่าย บริเวณข้างๆศาลาการเปรียญ และหลังกุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นป่าไม้เบญจพรรณ มีเห็ดโคนขึ้นงบานขาวสะพรั่ง โดยเป็นเห็ดโคนราม จึงช่วยกันเก็บโดยใช้มีดปลายแหลมแทงดินให้ชิดกับดอกเห็ดและงัดเห็ดขึ้นมา เมื่อนำไปชั่งได้ประมาณ 2 กิโลกรัม สำหรับเห็ดโคนของอำเภอพรานกระต่าย เป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่ขึ้นตามธรรมชาติประจำฤดูกาลตามกำหนดและเวลา ยังไม่มีใครสามารถนำมาปรับปรุง คือเพาะปลูกให้ขึ้นนอกฤดูกาลได้มีหลายชนิด เช่น เห็ดโคนไฟ จะมีสีน้ำตาลอ่อน ไม่ค่อยนิยมนำมารับประทานเพราะรสชาติไม่ค่อยหวาน เมื่อนำมาปรุงแล้วจะมีเมือกมาก เห็ดโคนเล็ก (เห็ด
วันที่ 17 ก.ย. เพจ Marefood และโลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวของร้านขนมวาฟเฟิลไส้กรอกชีส ที่ตลาดอินดี้ โดยวาฟเฟิลเจ้านี้ไม่ธรรมดา เพราะทำเป็นรูปองคชาติ ใครกินจะต้องกลายเป็นจุดเด่นอย่างแน่นอน สำหรับวาฟเฟิลร้านนี้ ขายชิ้นละ 39 บาท นอกจากจะมีไส้กรอกชีสข้างในแล้วยังเลือกท็อปปิ้งได้ด้วย เช่นซอสพริก ซอสมะเขือเทศ บลูเบอร์รี่ ช็อกโกแลต ฯลฯ ท่าทางน่ากินแบบนี้แต่ไม่รู้ว่าคนกินจะเขินๆ หน่อยหรือเปล่า ขอบคุณ Marefood ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ก.ย. เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่สวนสนุกโอเชี่ยนปาร์คพบชายคนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่า แซ่เจิ้ง อายุ 21 ปี ลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง นอนหมดสติในโซนเครื่องเล่น Burried Alive (แปล-ฝังทั้งเป็น) โดยเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล แต่นายเจิ้งเสียชีวิตในเวลาต่อมา สำหรับเครื่องเล่นชนิดนี้ ผู้เล่นต้องนอนลงไปในโลงศพที่เคลื่อนที่ได้ เมื่อเลื่อนสู่ชั่นล่าง ผู้เล่นต้องลุกออกมานอกโลงแล้วสัมผัสบรรยากาศสยองด้วยตนเองต่อไป รายงานระบุว่า เบื้องต้นทางสวนสนุกสันนิษฐานว่า ผู้ตายถูกโลงศพชน โดยจุดที่พบร่างคือส่วนซ่อมบำรุง ที่อนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่เข้าไปได้เท่านั้้น จึงคาดว่าผู้ตายเดินเข้าไปเอง อย่างไรก็ตามทางการฮ่องกงต้องการให้สวนสนุกชี้แจงมากกว่าเรื่องที่ว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ตายเอง เช่น มีป้ายบอกทางเดินชัดเจนหรือไม่ หรือพื้นที่ซ่อมบำรุงติดกับส่วนเครื่องเล่นเกินไปจนสร้างความสับสนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สวนสนุกได้ปิดเครื่องเล่นนี้แล้วเพื่อตรวจสอบ ขอบคุณ Eat Like 852 – ตะลุยกิน เที่ยวฮ่องกง โดยคนไทยในฮ่องกง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
