Featured
ร้านอาหารตามสั่ง มีอยู่มากมายให้เห็นเกลื่อนกลาด เมนูก็มากหน้าหลายตา แต่ทำไมใครๆต้องสั่งแค่เมนูกะเพรา ทำง่ายหรือเปล่า อร่อยหรือไม่ ก็ไม่มีใครบอกแน่ชัดได้ แต่ที่แน่ๆทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “กะเพราเมนูสิ้นคิด” เพราะเข้าร้านตามสั่งทีไร ต้องสั่งทุกที สั่งทุกรายอยู่ร่ำไป หิวแต่ไม่รู้จะกินอะไร สุดท้ายหนีไม่พ้นกะเพราจานด่วนอยู่ดี ร้าน “แล้วแต่ กะเพราแท้ระดับโลก เฮ้ย” ฉีกกฎร้านตามสั่ง หลุดกรอบกะเพราสารพัดผัก จัดเมนูกะเพราเดิมๆ เน้นเนื้อสัตว์และใบกะเพราเป็นวัตถุดิบหลัก เติมรสด้วยเครื่องปรุงสามัญประจำบ้าน ผัดคลุกเคล้ากันอย่างลงตัว เสิร์ฟบนจานชามรูปร่างแปลกตาสารพัด ตามสไตล์ของสองหนุ่มมาดกวนผู้ก่อตั้งร้าน อย่าง คุณเดอะ มู๋-นพรัตน์ อุณาภาค วุฒิการศึกษา ม.6 สายศิลป์ฝรั่งเศส ที่ ร.ร. แก่นนครวิทยาลัย เพราะเรียนไม่จบคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาสเปน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากตัดสินใจออกมาเป็นศิลปินวงดนตรีร็อคชื่อ THE CLOCK (เดอะ คล็อก) ในสังกัดค่าย HALF DRY (ฮาล์ฟ ดราย) ก่อน และ คุณอาร์มมี่-จักรพล ศรีตระกูล จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น สองหนุ่มอารมณ์ขัน
รัตติกานต์ เกตุแก้ว หรือ ตั๊ก อดีตสาวแบงก์ จบ ม.ธรรมศาสตร์ วัย 25 ปี ใจรักเกษตร โบกมือลามนุษย์เงินเดือน ขอผันตัวไปเป็นชาวสวนปลูกมะนาวไร้เมล็ดและทำปุ๋ยใช้เองที่บ้านเกิดจังหวัดพิษณุโลก ส่งผลผลิตมะนาวลูกใหญ่ๆ ขายห้างแม็คโคร และตลาดสด กำเงินล้านทุกปี ชีวิตแฮปปี้ อนาคตเล็งแปรรูปมะนาวไร้เมล็ดในรูปของน้ำมะนาว มะนาวผง และขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ ตั๊ก เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ไปทำงานธนาคารแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างทำงานจะนำมะนาวไร้เมล็ดที่ปลูกเองมาขายเพื่อหารายได้พิเศษ และจากการขายไม้ผลรสเปรี้ยวจัดชนิดนี้ ทำให้รู้ตัวเองว่าแท้จริงแล้วใจรักเกษตรมากกว่าทำงานประจำ หนที่สุดเลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านไปปลูกมะนาวขายเป็นเรื่องเป็นราว “พื้นเพเป็นคนพิษณุโลก แต่ต้องเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ จบมาก็สมัครเข้าทำงานธนาคารได้ 1 เดือน แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้งานหลายด้าน เช่น งานขายงานบริการ และเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการในองค์กรใหญ่ ซึ่งจุดเปลี่ยนที่ตัดสินใจลาออกมาปลูกมะนาวขาย เพราะช่วงทำงานได้ลองนำ มะนา
ความสำเร็จ นั้นอยู่ที่ผู้อื่นกล่าวถึง มิใช่ยกย่องสรรเสริญตนเอง จะรู้จักอุทัต สุวิทย์ศักดานนท์ มากไปกว่าความเป็นเฮียใหญ่ของคนเชียงใหม่ เจ้าของธุรกิจในเครือนิ่มซี่เส็ง สิงห์เหนือที่ประสบผลสำเร็จมากมายหลายอย่าง เป็นยักษ์ในวงการขนส่งที่สร้างขึ้นมาด้วยมือและได้เห็นผลสำเร็จนั้นด้วยตาตนเอง ย่อมต้องให้ความสนใจสายตาที่สังคมมองเขาอยู่ อุทัต สุวิทย์ศักดานนท์ เป็นหนึ่งในเพียงสี่คนไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับเชิญจากรัฐบาลจีนเข้าร่วมประชุมสุดยอด100นักธุรกิจเชื้อสายจีนจากทั่วโลก นอกจากเขาแล้วมีเพียงเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าสัวใหญ่ค่ายช้าง ,ธนินทร์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี. และ ไกรสร จันศิริ เจ้าสัวซีเล็คทูน่า “ มีผมคนเดียวที่ไม่ใช่เจ้าสัว แถมบ้านนอกด้วย” เจ้าตัวบอกพร้อมยิ้มสว่าง เขาได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับผู้ประสบผลสำเร็จในหลากหลายสาขาวิชา นั่นยืนยันว่าคนอื่น สังคมอื่น ยอมรับในความสำเร็จของเขา ขณะที่เจ้าตัว ยกให้เพียงสองสิ่งที่นำพาตนเอง ครอบครัว และธุรกิจมาถึงวันนี้ได้ “ขยัน และอดทน ผมมีเท่านั้นจริงๆ ทำๆๆๆเก็บๆๆๆ ถังคุณก้นไม่รั่ว วันหนึ่งน้ำมันก็เต็ม” เกิดในครอบคัวคนจีน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธรรมศักดิ์ โรจน์วิรุฬห์ นักวิจัยและอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ประดิษฐ์อุปกรณ์ผลิตน้ำบริโภคแบบพกพา แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการบริโภค สามารถนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำดิบที่ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ รวมไปถึงพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยและภัยพิบัติ มีขนาดเล็ก สะดวกแก่การพกพา ผลิตน้ำบริโภคที่สะอาดตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำบริโภคขององค์กรอนามัยโลก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ โรจน์วิรุฬห์ (คนกลาง) และนักศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ เล่าว่า เมื่อปี 2554 เป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งตอนนั้นน้ำดื่มขาดแคลนมาก ตนเองจึงได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ผลิตน้ำขึ้นมาใช้ เพื่อนำน้ำมาบริโภค ซึ่งสามารถใช้งานได้จริง จึงได้พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ โดยมี รองศาสตราจารย์สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ โดยอุปกรณ์ผลิตน้ำแบบพกพา สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการบริโภค นำไปใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำดิบ น้ำประปา น้ำผิวดิน ผลิตน้ำสำหรับบริโภคได้ 1.0 ลิตร ต่อครั้ง น้ำดื่มที่ได้ตามมาตรฐานน้ำดื่มขององค์กรอนามัยโลก หลักการทำง
เป็นอีกหนึ่งเยาวชนไทยที่มีความสามารถระดับเทพ “น้องเก้า” ด.ช.วีรพัฒน์ เทสะรุต อายุ 11 ปี จากโรงเรียนประชาสรรค์วิทยา จ.พิษณุโลก ที่เพิ่งมาออกรายการซูเปอร์เท็น SUPER 10 โชว์ความสามารถทางกีฬาเปตองที่เหลือเชื่อ โดย น้องเก้า มาโชว์ความสามารถเพื่อตั้งเป้าของรางวัลคือ ที่นอนใหม่ให้กับปู่และย่า ที่ตอนนี้เดินขึ้นไปนอนบนบ้านไม่ไหวแล้ว โดยน้องเก้าคิดถึงตอนที่เคยไปแข่งเปตองแล้วได้นอนที่นอนนุ่มๆ จึงอยากให้ปู่และย่าได้นอนที่นอนนุ่มๆ แบบที่ตนเคยนอนด้วย สำหรับน้องเก้า อาศัยอยู่กับปู่และย่าตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อกับแม่ต่างแยกทางไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่น้องเก้าเรียนชั้นอนุบาลเท่านั้น น้องเก้าบอกว่าตัวเองนั้นไม่เหงา และมีความสุขดี โดยน้องเก้าจะช่วยย่าขายกล้วยและตัดกล้วยเป็นประจำ น้องเก้ามีความกตัญญูและรักปู่กับย่ามาก น้องเก้า โชว์ลีลาการโยนลูกเปตองที่ตัวเองถนัด คือเป็นมือตี ด้วยการโยนลูกเปตองโดนลูกเหล็กที่อยู่ห่างจากตัวโดนตรงๆ ทั้ง 3 ลูก จนสร้างความฮือฮาไปทั้งสตูดิโอ สำหรับโจทย์ที่ทีมงานให้น้องเก้าโชว์ความสามารถคือ การโยนลูกเหล็กให้โดนไข่ไก่ ไข่นกกระทา โดยไม่โดนลูกเหล็กที่วางอยู่ด้านหน้า ซึ่งน้อ
กลายเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ได้รับการแชร์ต่อโดยสมาชิกเฟซบุ๊ก จุ๋ม เอ ที่ได้โพสต์ภาพ พนักงานในร้านสะดวกซื้อพร้อมเด็กๆ และระบุว่า “มีเรื่องราวดีๆมาให้แชร์กันครับ 7-11 นี้ตั้งอยู่ตลาดนัดหินเพลิงบางพระ ลูกไปชื้อน้ำกินมีเงิน 5 บาท บ้าง 10 บาท บ้าง แต่ได้ ขนม น้ำ มาเกินราคาตลอด ก็เลยถามว่าเอามาได้ไง ขโมยมารึป่าว เด็กบอกว่าพี่เขาออกให้ เราไม่เชื่อเพราะมันบ่อย วันนี้ว่างเลยไห้เงินเด็กไป15 บาทแล้วแอบตามเข้าไปถ่ายกล้อง ให้เด็กซื้อ โออิชิ แล้วบอกว่าเงินมี 15 บาท น้องคนนี้ได้เดินเข้าไปหยิบโออิชิ ให้แล้วก็ออกส่วนที่ขาดให้โดยยิ้มแย้มแล้วเต็มใจ ถึงจะเป็นแค่เงิน 5 บาท 10 บาท แต่มันก็ให้ด้วยความดีและเมตตา ขอบคุณมากครับ (เชื่อเฟสน้องมันจะยาวไปไหน) ทั้งนี้ คุณบูชา เชยเอี่ยม เจ้าของคลิปเปิดเผยว่า จากเหตุการณ์นี้ ได้สอนลูกว่า เราควรใช้เงินเท่าที่เรามีเท่านั้น โดยไปที่ร้านเพราะต้องการทราบว่าพนักงานใจดีคนนี้เป็นใคร ซึ่งก็ทราบว่า ชื่อ น้องแทน อายุ 17 ปี เมื่อเด็กๆไปซื้อของ ในราคา 20 บาท แต่มีอยู่เพียง 15 บาท น้องแทน ก็บอกให้รอและคิดเงินให้พร้อมทั้งออกเงินเพิ่มให้ ซึ่งตนซาบซึ้งและขอบคุณน้องมาก จึงมอบเงินให้ 500 บา
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ช่วงวันที่ 22-28 มิ.ย. ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร สำหรับข้อควรระวัง ช่วงวันที่ 22-28 มิ.ย. ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย และชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 24-2
ครอบครัวของ คุณมะโนทยาน พรมกอง อพยพจากอำเภอเดชอุดม มาตั้งหลักปักฐานอยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 7 บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี สมัยก่อน ถึงแม้น้ำยืนจะเข้าออกลำบาก แต่ก็ดินดำน้ำดีกว่าที่เดชอุดม…ดีไม่ดีอย่างไรให้สังเกตดูที่ชื่อหมู่บ้านคือเกษตรสมบูรณ์ เมื่อเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ครอบครัวของคุณมะโนทยานปลูกข้าวไว้กิน ขณะเดียวกัน ก็ปลูกพืชไร่ จำพวกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง มีอยู่ช่วงหนึ่ง มะเขือพวงมีราคา จึงปลูกกันพอสมควร ทำให้ผลผลิตมีมาก หากนำไปขายในตัวเมืองอุบลฯ หรือที่ตลาดอำเภอวารินชำราบ ขายได้ราคาไม่ดี จึงต้องนำไปขายไกลถึงจังหวัดจันทบุรี จากซ้ายไปขวา คุณเพ็ญนภา คุณธนะศักดิ์ คุณแม่ลำเนาว์ และสมาชิกใหม่ของครอบครัว คุณมะโนทยาน นำมะเขือพวงบรรทุกรถไปขายถึงเมืองจันท์ ซึ่งอยู่ไกลพอสมควร เมืองจันท์ในช่วงที่คุณมะโนทยานไปเห็นนั้นเป็นหน้าผลไม้ ตามข้างทางมีสวนเงาะสุกแดง ข้างทางบางแห่งมีทุเรียนวางขายอยู่เต็มไปหมด คณะที่ไปได้ซื้อชิมแล้วอร่อย ขณะที่นั่งรถกลับบ้าน คุณมะโนทยานเริ่มคิดว่า น่าจะปลูกทุเรียน เพราะสภาพพื้นดินของอำเภอน้ำยืน สีเดียวกับเมืองจันท์ เพราะเป็นตะเข็บชายแด
Grainey – เกรนเน่ย์ คือ ชื่อแบรนด์สแน็กพันธุ์ใหม่ ที่ผลิตจากข้าวกล้องหอมมะลิจากจังหวัดสุรินทร์ นำมาผ่านกระบวนการ “ป๊อบ” หรือทำให้พองคล้ายกับข้าวโพดคั่ว แล้วนำมารีดให้เป็นแผ่นบางเฉียบ ก่อนนำไปเคลือบด้วยน้ำผึ้งดอกลำไย ของดีเมืองเชียงใหม่ จากนั้นจึงมาผ่านกระบวนการอบลมร้อนเพื่อไล่ความชื้น เพิ่มความกรุบกรอบ และทำให้ ไม่เสียง่าย คุณโสรัจ มหรรณพกุล Startup ลูกใหม่มาแรง เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เกรนเน่ย์” สแน็กข้าวกล้อง “ข้าวกล้องหอมมะลิของไทย มีประโยชน์มาก สามารถช่วยลดน้ำตาลในเส้นเลือด แม้นำมาแปรรูปคุณสมบัติหลายอย่างก็ไม่หายไป และให้แคลอรีต่ำ ปริมาตรข้าวกล้อง 20 กรัม ให้แคลอรีน้อยกว่าแอปเปิ้ลหนึ่งลูก แต่มีไฟเบอร์พอๆ กับแอปเปิ้ลหนึ่งลูกเลยทีเดียว” คุณโสรัจ มหรรณพกุล CEO วัยยี่สิบกว่า แห่งบริษัท ฟูลเกิล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย เกรนเน่ย์ สแน็กทำจากข้าวกล้อง เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น พื้นเพเป็นคนสมุทรปราการ สมัยอยู่ชั้นมัธยม มีโอกาสได้ทุนไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา เลยศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ ส่วนกิจการของตัวเอง ที่เพิ่งจะตั้งต้นเมื่อไม่นานมานี้ จุดเริ่มน่าจะเป็นแรงบันดาล
กลายเป็นปกติไปแล้ว เมื่อไปทานอาหารที่ร้านเสร็จ แล้วเรียกพนักงานเพื่อเก็บเงิน พร้อมกับคำถามแบบไม่ต้องเหนียมอายใครว่า มีบัตรอะไรได้ส่วนลดบ้าง และหากบัตรเครดิตใบไหนให้ส่วนลด พฤติกรรมโดยทั่วไปเราก็จะหยิบบัตรใบนั้นขึ้นมาใช้รูดชำระเงินทันที แต่ถ้าไม่มีก็จะต้องถามหาจากเพื่อนร่วมโต๊ะว่าใครมีบัตรใบดังกล่าวบ้าง แหม! ก็ส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ คำนวณดูแล้วก็มิใช่น้อย เพื่อนที่มีบัตรเครดิตใบนั้นก็น่าจะยินดีที่จะให้รูด (ถ้าเพื่อนๆ ที่ไปทานข้าวกันพอไว้ใจกันได้และวงเงินไม่เต็มไปเสียก่อน) เพราะเมื่อเพื่อนๆ จ่ายเงินสดคืนให้เราแล้ว คนรูดยังได้คะแนนสะสมเข้าบัตรไปอีกเต็มๆ แบบไม่ต้องแบ่งใคร จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย คนไทยมีค่าเฉลี่ยในการถือบัตรเครดิตประมาณคนละ 2-3 ใบ นี่คือค่าเฉลี่ย บางคนมีมากถึง 10 ใบ ดังนั้น ก็ใช้วนไปค่ะ บัตรไหนให้ส่วนลดก็หยิบบัตรนั้นขึ้นมาใช้บ่อยหน่อย ตรงนี้เองก็ขึ้นอยู่กับแผนการตลาดของธนาคารแต่ละค่ายที่ใครจะเก่งกว่าในการเกี่ยวยอดใช้จ่ายผ่านด้วยการมีโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดกว่า มุกโปรโมชั่นที่ง่ายที่สุด ก็เห็นจะเป็นส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ลูกค้าน่าจะชอบที่สุด แต่การ
