Featured
ส้มตำ อาหารประจำชาติไทย ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วไทย-ทั่วโลก ล่าสุด มีผู้ประกอบการเล็งเห็นความสำคัญของภูมิปัญญา หวังสร้างอาหารแปรรูปให้ง่ายต่อการบริโภคและสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่าปกติ ผุดเป็นไอเดีย “ส้มตำไทยอบกรอบ ตราแม่ตุ๊ก” ส้มตำสำเร็จรูปในรูปแบบซอง ฉีกทานได้เลยทันที คุณตุ๊ก-สมคิด อินทรบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท M.T (เอ็มที) เกษตรแปรรูป จำกัด อายุ 50 ปี เจ้าของไอเดียส้มตำไทยอบกรอบบรรจุซอง ตราแม่ตุ๊ก แนะนำตัวให้รู้จักว่าไม่ได้จบการศึกษาระดับสูง แต่มีใจรักด้านเกษตร ที่ผ่านมาทำงานบุกเบิกอาชีพค้าขายผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่าง ปลาร้า หน่อไม้ ของหมักของดอง อาหารพื้นเมือง มาร่วม 20 ปี ที่ตลาดขายส่งสินค้าเกษตรใหญ่ๆ อย่าง ตลาดสี่มุมเมือง และด้วยความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์คลุกคลีสินค้าเกษตรมานาน ที่ผ่านมาจึงคิดสร้างผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปทางการเกษตรเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ เคยคิดทำ “ต้มยำกุ้งแบบซอง” ออกมาจำหน่าย แต่รสชาติยังไม่ลงตัว และล่าสุดต้นปีนี้เอง ได้เปิดตัวสินค้าแปรรูปน้องใหม่ ชื่อว่า “ส้มตำไทยอบกรอบ ตราแม่ตุ๊ก” เป็นส้มตำซองสำเร็จรูปพร้อมทาน สามารถเก็บในอุณหภูมิห้
ปัจจุบัน กระแสออร์แกนิค ไร้สารพิษ มาแรงมาก ด้วยผู้บริโภคหวั่นเกรงอันตรายจากสารเคมี อันนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และไก่ เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ ดังนั้น ทางออกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ว่าง ข้างๆบ้าน ก็คือเลี้ยงไก่ไว้บริโภคเอง ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อหรือไก่ไข่ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” นำ แปลนสำหรับการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่มาฝากกัน ซึ่งจุดประสงค์หลักก็คือ การเลี้ยงในปริมาณที่ไม่มาก แต่สามารถต่อยอดเพื่อเป็นอาชีพเสริมได้ โรงเรือนไก่พื้นเมืองต้นแบบ ที่ได้มาคราวนี้ มาจาก ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ ที่มีคำแนะนำการสร้างโรงเรือนดังนี้ เป็น โรงเรือนขนาด 6 X 6 ตารางเมตร สามารถเลี้ยงไก่ได้ 15-20 ตัว วัสดุก่อสร้างเป็นไม้ไผ่ และหลังคามุงด้วยจาก ต้นทุนก่อสร้างประมาณ 4500-5000 บาท นั่นหมายความว่า พื้นที่ที่จะสร้าง น่าจะเป็นในสวน ที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มเย็น และสร้างอยู่บนพื้นดิน เนื่องจาก จะมีพื้นที่ส่วนที่เป็นลานอิสระ ปล่อยให้ไก่ได้ออกมาหากิน ทั้งพืช ต้นหญ้า มด หรือปลวก เป็นต้น นอกจากนี้ โร
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)กล่าวว่า ช่วง5เดือนของปีงบประมาณ(ตุลาคม2559-กุมภาพันธ์2560) สสว.ได้พิจารณาอนุมัติเงินกู้ระยะยาวปลอดดอกเบี้ยให้แก่เอสเอ็มอีจำนวน 251 ราย เป็นจำนวนเงิน 219.19 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละ 0.87 ล้านบาท จำแนกเป็นกองทุนพลิกฟื้นวงเงินรวม 1,000 ล้าน ปล่อยกู้แล้วจำนวน 174 ราย เป็นเงิน 153.54 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละ 0.88 ล้านบาท และกองทุนฟื้นฟูวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท จำนวน 77 ราย เป็นเงิน 65.65 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละ 0.85 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ สสว.จะพยายามเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือจากกองทุนทั้ง 2 ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะมีคำขอความช่วยเหลือทางการเงินจากเอสเอ็มอีเข้ามาเป็นจำนวนมาก นางสาลินีกล่าวว่า นอกจากนี้ในการประชุมคณะอนุกรรมการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 โดยมีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบขยายกลุ่มเป้าหมายของเอสเอ็มอีที่สามารถยื่นขอกู้เงินเพื่อฟื้นฟูกิจการจากกองทุนวงเงิน 2,000 ล้านบาท ที่ สสว. ดูแลอยู่ จากเดิมที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเ
อายุแค่ 15 ปีแต่ ปัจจุบัน “แซคช์ มาร์ค” เด็กชายชาวอเมริกัน มีทรัพย์สินที่เกิดจากฝีมือ น้ำพักน้ำแรงของเขาเองถึง 40 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,404 ล้านบาท แซคช์ มาร์ค ให้สัมภาษณ์รายการคิด ไทคูนส์ (Kid Tycoons) ของช่องทีวีทีแอลซี ที่นำเสนอเรื่องราวของ เศรษฐีอายุน้อยว่า เขาเริ่มสร้างกรอมโซเชียล GromSocial (www.gromsocial.com) สังคมออนไลน์ที่มีความปลอดภัยสำหรับเด็กด้วยเนื้อหา เกม รูปแบบความบันเทิงที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเยาวชน ตั้งแต่เขาอายุเพียง 12 ปี แล้วถูกนายดาร์เรน มาร์ค พ่อของเขา สั่งห้ามเขาเล่นเฟซบุ๊ก!!! ระหว่างไปออกรายการคิด ไทคูนส์ กับลูกชาย ดาร์เรนเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสั่งห้ามแซคช์ ซึ่งตอนนั้นอายุราว 11 ปีเล่นเฟซบุ๊กว่า “มีเพื่อนผมคนหนึ่งโทรมาบอกผมว่า เขาเห็นแซคช์บนเฟซบุ๊ก และว่าแซคช์มีเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กราว 700 คน ซึ่งผมมั่นใจว่าในจำนวนเพื่อนเหล่านั้น น่าจะมีเพื่อนที่แซคช์รู้จักจริงๆไม่ถึง 1 ใน 10 ผมจึงเข้าไปลบบัญชีเฟซบุ๊กของเขา แต่พอ 2-3 วันต่อมาเขาก็ใช้ชื่ออื่นสร้างบัญชีเฟซบุ๊กขึ้นมาอีก คราวนี้ผมจึงบอกเขาว่า หากผมจับเขาได้บนเฟซบุ๊กหรือตามสื่อโซเชียลอื่นๆ อีก ผมจะยึดแล็ปท็อป
ชื่อไหม ฉันเพิ่งรู้จักหม่อนเมื่อไม่นานนี้เอง หม่อน ผลไม้ช่อเล็กๆ น่ารักๆ เปรี้ยวอมหวาน ลูกแดงๆ ถ้าเข้มจนดำก็จะมีความหวานเพิ่มขึ้น เริ่มแรกเพื่อนนักเขียนรุ่นน้องเอามาให้สองต้น เธอเพาะใส่ถุงดำมาพร้อมกับบอกว่าปลูกง่ายมากค่ะ ที่บ้านมีสองต้นใหญ่ๆ เก็บกินไม่ทันเลย ต้องแจกเพื่อนบ้าน ตัดกิ่งใส่ถุงปักไว้แจกๆ กันไปปลูก เริ่มปลูกหม่อนสองต้นแรกและตอนนี้ออกลูกเล็กๆ ให้ตื่นเต้นได้แล้ว ผลสีเขียวคล้ายๆ เงาะ แต่เล็กมาก สำหรับคนปลูกต้นไม้ฉันคิดว่ามันน่าตื่นเต้นทุกช่วง ไม่ว่าจะแตกใบใหม่ หรือออกดอก ผล ต่อมาเริ่มปลูกเพิ่มขึ้นอีกสองสามต้น เพราะเมื่อเปิดห้องสมุดที่บ้าน ทำบ้านเป็นห้องสมุดให้ใครๆ เข้ามาอ่านมาใช้ได้ด้วย ในวันเปิดห้องสมุดกระท่อมทุ่งเสี้ยว ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นข้าราชการของเทศบาล นำหม่อนใส่ตะกร้ามาให้ หยิบกินกันเพลินและรู้สึกชอบรสชาติขึ้นมา จึงหาพันธุ์มาปลูกเพิ่มอีกสามต้น ปลูกง่ายจริงๆ ติดทุกต้นและเริ่มให้ลูกผลแล้ว วันนี้เริ่มชอบขึ้นมาจริงๆ เพราะปลูกง่าย และไม่ต้องดูแลมากนัก ปลูกไว้เก็บกินเล่นๆ และถือว่าเป็นไม้ประดับได้ด้วย เรียกว่าไม้ประดับที่กินได้ แบบเดียวกับเชอร์รี่ป่า ส้มจี๊ด และอื่นๆ นั่นแหละ
นายพร้อมพงษ์ ปันยะ ชาวบ้านนาสมดี ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม เผยว่า แต่เดิมมีอาชีพเป็นกรรมกร รายได้วันละ 200-300 บาท ต่อวัน ทำมา 6-7 ปี ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว ช่วงก่อนจะลาออกจากงานจึงได้เปิดคลิปวิดีโอ ลองศึกษาวิธีทำตุ้ม เครื่องมือดักสัตว์น้ำของคนอีสานดูวันละ 1-2 อัน ก่อนนำไปดักจับกุ้งฝอยตามลำห้วย หนองน้ำสาธารณะในหมู่บ้าน ปรากฏว่าได้กุ้งฝอยมาหลายกำมือ คิดว่าน่าจะทำเป็นอาชีพได้ จึงสะสมอุปกรณ์การทำ เช่น ไม้ไผ่ ตาข่าย ขาดน้ำพลาสติกใส เชือกฟาง ก่อนเริ่มลงมือทำตุ้มรูปทรงกลม รัศมีกว้าง 1 ฟุต เลาไม้ไผ่ยาว 1 ผุต ทำเป็นเสาค้ำยัน ใช้ไม้ไผ่ดัดให้เป็นรูปทรงกลม เชือกฟางมาผูกยึด นำตาข่ายมาล้อม ก่อนตัดปากขวดน้ำสวมเย็บใส่ช่อง 4 จุด ไว้ดักกุ้ง ก้นของตุ้มจะขึงตาข่ายปิดทับอีกรอบ ตรงกลางตุ้มจะมีคานไว้สำหรับผูกรำข้าวใช้เป็นเหยื่อล่อ ใช้ไม้ไผ่ยาว 1 เมตร ผูกมัดติดกับตุ้ม จนผลิตได้ตุ้ม จำนวน 60 อัน “ใกล้พบค่ำ ออกจากบ้านไปดักจับกุ้งฝอยที่อ่างเก็บน้ำหนองญาติ พอช่วง 6 โมงเช้าทุกวันก็เก็บ ทำอาชีพนี้มาได้ 3 เดือนแล้ว มีรายได้ดีกว่างานที่เคยทำ จึงได้ยึดมาเป็นอาชีพหลัก รายได้วันหนึ่งประมาณ 500-700 บาท”
มะเฟืองเป็นไม้ผลที่มีวิตามินซีสูง เป็นผลไม้ที่ผลิตได้โดยไม่ใช้สารเคมี ถึงแม้จะอยู่ในดงเกษตรอย่างสามพราน ผลผลิตมะเฟืองสุกแก่เต็มที่ผิวผลตึง แช่ในตู้เย็นเช้า ๆ หลังเวลากาแฟ ใช้มีดเฉือนกิน สดชื่นดีแท้ คุณค่าของน้ำมะเฟือง มะเฟืองที่ผลสุกแล้วนำมากินเป็นผลไม้ อาจใช้วิธีเฉือนทีละกลีบ หากจะตัดตามขวางก็จะได้รูปดาว การแปรรูปเป็นน้ำมะเฟืองก็สะดวกดี ง่ายต่อการนำมาดื่ม หรือแช่เย็นก่อนดื่มจะได้สดชื่นยิ่งขึ้น นักโภชนาศาสตร์ได้วิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของมะเฟืองแล้วพบว่าอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และพลังงาน ในปริมาณไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น คุณค่าของมะเฟืองตามสารอาหารดังกล่าวก็จะเห็นว่า มะเฟืองหนึ่งผลนั้นสามารถที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ควบคุมการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ ควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดแข็งตัวง่าย แถมยังมีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยระงับความฟุ้งซ่าน จึงช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นในผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ ส่วนน้ำมะเฟืองคั้นนั้น ตำรายาโบราณกล่าวว่ามีสรรพคุณในการแก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความร้อนภายในร่างกาย
ผักตบชวาเป็นไม้น้ำขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ลำต้นสั้น แตกใบเป็นกอ ลอยไปตามน้ำ ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี แต่ไม่ทนน้ำเค็มยากต่อกำจัด แต่ที่บ้านศาลาดิน ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจคือ การรับซื้อผักตบชวาแห้ง นำมาผสมเป็นดินปลูกต้นไม้ คุณวันชัย สวัสดิ์แดง ประธานวิสาหกิจกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านศาลาดิน เล่าว่า เนื่องจากผักตบชวา เป็นปัญหาต่อการสัญจรในคลอง เลยมองเห็นว่าถ้านำมาใช้ประโยชน์ก็น่าจะได้ช่วยกำจัดได้อีกทางหนึ่ง จึงขึ้นป้ายรับซื้อผักตับชวาตากแห้ง ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท จากนั้น ก็นำมาผสมรวมกับวัสดุอื่น บรรจุถุงเป็นดินพร้อมปลูก สำหรับส่วนผสมประกอบไปด้วย ผักตบชวาสับตากแห้ง / แกลบ / ขี้เถ้า / ดินบดผสมขี้วัว ทั้งหมดนี้อย่างละ 1 ส่วน ผสมเข้ากัน ดินผสมปลูกต้นไม้ตัวนี้ ปลูกได้ในต้นไม้แทบทุกประเภท เนื่องจากช่วยระบายน้ำได้ดี ราคาจำหน่ายถุงละ 10 บาท ในแต่ละเดือน มียอดขายเฉลี่ย 4,000 ถุง สร้างรายได้ราว 40,000 บาทต่อเดือน ปัจจุบันมีลูกค้า เป็น ร้านขายดินปลูกต้นไม้ มาติดต่อซื้อไปบ้าง รวมทั้งคนในชุมชนด้วย ใครจะนำไอเดียนี้สร้า
เสน่ห์ของ “กาแฟโบราณ” อยู่ที่ความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคั่วบดอย่างพอเหมาะ ผสานกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เมื่อรินผ่านน้ำแข็งทุบละเอียด เติมความหวานมันด้วยนมสด จะดูดหรือจะดื่มก็ชื่นใจ หายเหนื่อย ยิ่งอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรา ลูกค้ายิ่งคึกคัก แวะเวียนมาไม่ขาด เช่นที่ร้าน “อ้อย กาแฟโบราณ” ร้านเล็กๆ ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 ที่มี คุณพรรณวดี อยู่คง เป็นมือชง “วันๆ มีลูกค้าเยอะมากค่ะ บางวันกว่าจะได้กินข้าวเช้าก็ปาเข้าไปตอนบ่ายแล้ว” อาจารย์อ้อย บอกเมื่อถามถึงกิจการของครอบครัวที่เธอเข้ามารับไม้ต่อ พร้อมกับรับภาระดูแลพี่ๆ น้องๆ อีก 6 คน แทนแม่ซึ่งเป็นกำลังหลักของบ้านล้มป่วย กระทั่งปัจจุบันทุกคนสำเร็จการศึกษามีการมีงานทำกันหมด แม้จะจบการศึกษาเพียงแค่ประถมศึกษาปีที่ 7 แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค ด้วยความที่มุ่งมั่นตั้งใจ กับประสบการณ์กว่า 25 ปี รสมือที่เป็นที่ยอมรับของมิตรรักคอกาแฟ ทำให้บ่อยครั้งอาจารย์อ้อยต้องไปออกร้านให้บริการตามคำเชิญชวน และเป็นที่มาของการรับเชิญเป็นวิทยากรสอนวิชาชีพหลักสูตรกาแฟโบราณที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน หรือ มติชน อคาเดมี อาจารย์อ้อย หรือที่รู้จักเรียกขานกันในชื่อ “
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่บ้านริมคลองโฮมสเตย์ ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยโครงการ วิลเลจ ทู เดอะ เวิลด์ ซึ่งเป็นไอเดียใหม่ของการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยกลุ่มบริษัทต่างๆ มีการเชิญหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาร่วมกิจกรรม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในกิจกรรมคือ การเรียนรู้การทำน้ำตาลที่หมู่บ้านริมคลองผีหลอก หมู่ที่ 6 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านริมคลองโฮมสเตย์ นายสมชาย สมุทรทองคำ ปราชญ์ชาวบ้าน อายุ 71 ปี กล่าวว่า ขั้นตอนการทำน้ำตาล เริ่มจากการเก็บน้ำตาลมะพร้าวจากงวง แล้วกรองเศษไม้ออก จากนั้นตั้งกระทะเคี่ยวให้เดือด ช้อนฟองออก ใช่เวลาเคี่ยวราว 1 ชม. จากนั้น กระทุ้งน้ำตาลที่งวดได้ที่ เพื่อลดอุณหภูมิ ตามด้วยการหยอดลงแม่พิมพ์ให้ได้รูปตามต้องการ นายสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ในอดีต ชาวบ้านแถบนี้ หากจะส่งลูกเรียนจบ ต้องทำน้ำตาลถึง 10 ตัน ราคาเฉลี่ยในยุคนั้นตกราว กก.ละ 3 บาท สำหรับปัจจุบันราคาสูงสุดอยู่ที่ กก.ละ 120 บาท “ตอนนี้สิ่งที่เป็นห่วงคือ กลัวจะไม่มีคนสืบทอด เพราะเด็กรุ่นใหม่ในหมู่บ้านพอเรียนหนังสือจบ นิยมไปทำงานที่กรุงเทพฯโรงเรียนในชุมชนก็ไม่ส่งเด็กมาเรียนรู้ ปัจจ
