Featured
ในเมื่อชีวิตคนเราต้นทุนไม่เท่ากัน ฉะนั้น คนต้นทุนต่ำจึงต้องพยายามสูง เฉกเช่นผู้ชายที่ชื่อ อาร์ท หรือ “คมศานต์ จิวากานนท์” ผู้ผลิตและจำหน่ายหมอนระดับ 6 ดาว แบรนด์ลักชัวรี่ (Luxury) ที่ต้นทุนชีวิตติดลบพ่อแม่แยกทางกัน ไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ๆ นิสัยเกเร การเรียนห่วย เกือบเรียนไม่จบ โตมาเคยถูกไล่ออกจากงาน ติดหญิง เงินเดือนหมดไปกับการเที่ยวเตร่ ชีวิตทุกอย่างแย่ เคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่เพราะสติทำให้ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง คุณอาร์ท เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันอายุ 36 ปี จบปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ เอกการตลาด จากมหาวิทยาลัยทองสุข เป็นลูกคนเดียว ฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่แยกทางกัน จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ชีวิตอยู่กับแม่และยาย ตอนเด็กหาค่าขนมด้วยการไปไซต์งานก่อสร้าง เก็บสังกะสี เหล็ก ตะปูไปขาย โตขึ้นมาหน่อย ราว ม.3 หาค่าเทอมด้วยการไปเป็นพนักงานล้างจานตามฟู้ดเซ็นเตอร์ ไปเป็นเด็กปั๊ม จบ ม.3 เลือกเรียนสายอาชีวะด้านการตลาด เรียนไม่เก่ง เคยติดศูนย์ 10 ตัว โดยที่แม่กับยายไม่รู้ กระท่อนกระแท่นมาจนได้รับใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยทองสุข แต่กว่าจะเรียนจบเคยถูกรีไทร์ด้วยซ้ำ หลังจากจบ ป.ตรี คุณ
เพราะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตลอด 24 ชั่วโมง พอถึงเวลาทำมาหากิน จึงต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ กระทั่งกลายเป็น “จุดขาย”สำคัญ ทำให้เวลามีลูกค้าเดินผ่านหน้าร้าน แทบทุกรายเป็นต้องหยุดดูเป็นนานสองนาน ด้วยเห็นความน่ารัก-น่าเอ็นดู ของ “ผู้ช่วยพ่อค้า” สี่ขา หน้าแหลม ขนสวย หางยาว เพศผู้สองตัว ชื่อว่า “กระเพรา” กับ “ชาเย็น” นั่นเอง “ชาเย็น” ไปช่วยขายของที่ตลาดนัด คุณปู – พัลลภ กาญจนะ อายุ 43 ปี เจ้าของกิจการขายอาหารขนม-อุปกรณ์ สำหรับสุนัข ชื่อร้าน “กระพรา ด็อก คลับ” อยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูล ถึงความเป็นมาของ “ผู้ช่วย”ทั้งสองตัวให้ฟัง ด้วยน้ำเสียงร่าเริง เริ่มต้นจาก “กระเพรา” เป็นสุนัข ที่ครอบครัวเขาเลี้ยงมาตั้งแต่อยู่ที่เชียงใหม่ ช่วงนั้นคุณปู ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักดนตรี ตำแหน่ง “มือกลอง”ประจำวง ตระเวนเล่นตามผับ-ร้านอาหารในตัวจังหวัด กระทั่งอายุมากขึ้น จึงเลิกอาชีพนักดนตรี และย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนมองหาธุรกิจส่วนตัวในสิ่งที่ถนัด เริ่มจากรับขนม-ของเล่น-อุปกรณ์ น้องหมา มาตระเวนขายตามตลาดนัดในตัวอำเภอเมือง โดยมี “กระเพรา” ติ
“เส้นทาง” ของอดีต “รั้วของชาติ” หลังจากปฏิบัติหน้าที่อย่างสมภาคภูมิ เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เริ่มต้นจากการเป็นเกษตรกร ทำสวนกาแฟ ปลูกมะคาเดเมีย กล้วย มะนาว ฯลฯ บนที่ดินซึ่งได้รับการจัดสรรจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขนาด 5 ไร่ ถัดจากนั้นไม่นาน ช่วยกัน 2 คนกับภรรยา เลี้ยงตัวด้วยเงินบำนาญ ก่อนจะสร้างเพิงไม้เล็กๆ ขายกาแฟสด-อาหารเช้า ให้กับบรรดานักท่องเที่ยวแถวสี่แยกรื่นฤดี ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำมาได้เกือบ 20 ปี กิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันเริ่มอยู่ตัว หัวหน้าครอบครัวอดีตรั้วของชาติ ในวัย 50 ปีเศษ จึงมองหาอาชีพใหม่ ที่อาจเป็นงานสร้างรายได้ สามารถมาจุนเจือครอบครัวได้อีกทาง และงานใหม่ในแบบที่เขาเลือกทำครั้งนี้ มี “รอยทาง” แห่งการ “พึ่งพาตนเอง” ให้เดินตามอย่างแน่วแน่และมั่นคง คุณอาร์ต-ส.อ. ยุทธการ สมมุติวงษ์ อดีตหัวหน้าชุดทหารพราน กรมทหารพรานที่ 34 กองทัพบก ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญที่มีสวนเกษตรและร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเอง กรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง ถึงที่มาของคำว่า “ธุรกิจเพื่อการพัฒนา” ในแบบของเขา “ที่ผ่านมามีโอกาสเรียนรู้แนวทางเกษต
เมื่อวันที่ 14พ.ย.59 ที่โรงรับจำนำบุรีรัมย์อาทร บริเวณศูนย์การค้าตลาดทอง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้นำข้าวสารที่ช่วยซื้อจากชาวนาโดยตรง แบ่งใส่ถุงๆ ละ 1 กิโลกรัม ไว้มอบเป็นของสมนาคุณแก่ลูกค้าที่นำสิ่งของไปจำนำ ไถ่ถอน หรือส่งดอกเบี้ย ทุกคน ลูกค้าหลายคนคิดว่าเป็นข้าวสารนำมาขาย แต่พอทราบต่างพอใจ ถือเป็นบรรยากาศการช่วยเหลือชาวนาและเป็นการทำความดีเพื่อในหลวงได้อีกทางหนึ่ง หลังจากชาวนาได้รับผลกระทบจากราคาข้าวเปลือกตกต่ำในขณะนี้ นายบุญสม ผ่องบุพกิจ ผู้บริหารโรงรับจำนำบุรีรัมย์อาทร เปิดเผยว่า ในขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนหนัก เนื่องจากราคาข้าวที่ตกต่ำ และได้เห็นทุกภาคส่วนได้พยายามหาทางช่วยเหลือ ซึ่งทางโรงรับจำนำบุรีรัมย์อาทรเองก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา โดยเฉพาะการบรรเทาความเดือดร้อนลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีปัญหาด้านการเงินอยู่แล้ว หากมีส่วนหนึ่งเล็กๆน้อยๆในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนบ้าง ในส่วนตัวคิดว่าเป็นการร่วมกันในการทำความดีเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย ผู้บริหารโรงรับจำนำบุรี
กัมพูชากลับมาฉลองเทศกาลน้ำ (Water Festival) อีกครั้งในปีนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ไปถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับเทศกาลลอยกระทงของเมืองไทย หลังจากที่ทางการได้ยกเลิกการฉลองไปหลายครั้ง แต่ประชาชนกลับให้ความสนใจน้อยกว่าที่เคยเป็น รัฐบาลกัมพูชาได้ยกเลิกการฉลองเทศกาลนี้ไป 3 ปี ติดต่อกัน โดยในปี 2011 และ 2013 ให้เหตุผลว่ามีสาเหตุจากปัญหาอุทกภัย ส่วนในปี 2012 ต้องยกเลิกเพื่อให้อาลัยกับการสวรรคตของเจ้าสีหนุ และกลับมาฉลองอีกครั้งในปี 2014 ก่อนที่ปีที่แล้วก็ต้องยกเลิกอีกครั้งเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง แม้ว่าปีนี้ การแข่งขันเรือยาว การแสดงคอนเสิร์ต และกิจกรรมความบันเทิงริมโตนเลสาบจะกลับมาสร้างความครื้นเครงเหมือนในอดีต แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้คนมาร่วมงานน้อยกว่าที่เคยมาก “ปีนี้คนน้อยมาก ขายไม่ได้เลยค่ะ” วัน ฟารา (Van Phara) แม่ค้าขายไข่เป็ดปรุงสุกริมทางกล่าวกับ Phnom Penh Post “ร้านขายของมีเต็มไปหมด แต่คนมาเดินมีแค่นิดเดียวเอง” อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลอ้างว่า มีประชาชนกว่า 5 แสนคน ออกมาร่วมการฉลองเทศกาลครั้งนี้ ทั่วกรุงพนมเปญ ทั้งนี้ เทศกาลน้ำของกัมพูชาถือเป็นเทศกาลใหญ่ที่รั
จากกรณีนางเอกคนดัง “จั๊กจั่น” อคัมย์สิริ สุวรรณสุข แจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.น.3 ให้ติดตามจับกุมหญิงสาวที่อ้างตัวเป็นลูกชาวนา ทำทีมาขอความช่วยเหลือให้ช่วยซื้อข้าว ซึ่งดาราสาวหลงเชื่อพร้อมใช้ไอจีส่วนตัวเป็นสื่อกลางช่วยขายข้าวให้ โดยมีแฟนคลับจำนวนมากสั่งซื้อและโอนเงินไปให้แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับของ ขณะที่หญิงสาวดังกล่าวหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้จนบัดนี้ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ย. “จั๊กจั่น” อคัมย์สิริ สุวรรณสุข ดาราชื่อดัง โพสต์ข้อความในไอจีส่วนตัว @jakjaan_akhamsiri ชี้แจงรายละเอียดของคดี พร้อมแสดงความรับผิดชอบในฐานะที่ใช้ไอจีเป็นสื่อกลางช่วยขายข้าว ด้วยการประกาศชดใช้เงินคืนให้กับผู้เสียหายทั้งหมด ท่ามกลางแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์แสดงความชื่นชมและให้กำลังใจเป็นระยะๆ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ตามที่ได้จัดพิมพ์และออกใช้ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2549 เป็นต้นมานั้น ธปท.ขอเรียนให้ทราบว่า ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังกล่าว จัดพิมพ์ขึ้นตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 ซึ่งสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ การนำธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปถ่ายสำเนาด้วยเครื่องถ่ายเอกสารสี หรือการลอกเลียนแบบด้วยวิธีการใดๆ เพื่อประโยชน์ใดๆก็ตาม ทั้งเป็การกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานปลอมแปลงธนบัตรรัฐบาลไทย ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายอาญา ธปท.จึงขอประกาศให้ระงับการถ่ายสำเนา หรือการลอกเลียน หรือทำเลียนแบบ ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอให้ประชาชนโปรดอย่าสนับสนุนซื้อสิ่งที่ทำเลียนแบบหรือภาพถ่ายสำเนาธนบัตรเฉลิมพระเกียรติฯ ดังกล่าว ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชี่ยลมีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Breeze Nuttapon ซึ่งถ่ายภาพดวงจันทร์ที่เปล่งแสงลอดก้อนเมฆ แต่มีการระบุว่าปรากฏภาพคล้ายพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยผู้โพสต์ได้บรรยายใต้ภาพไว้ว่า “อยู่ที่จินตนาการของทุกๆ คน #ฉันเกิดในรัชกาลที่๙” พร้อมทั้งระบุ ว่า ไม่ได้มีการแต่งภาพใดๆ เมื่อถ่ายเสร็จก็ตกใจเช่นกัน ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เป็นภาพวามสวยงามของธรรมชาติที่รังสรรค์สีลงบนตัวปลากัดได้อย่างลงตัว โดยเป็นภาพที่ได้รับการแชร์ต่อกันจำนวนมากโดยเพจ Shutter Prince ได้นำภาพมาเผยแพร่ พร้อมระบุว่า ” ความงดงามของปลากัดธงชาติไทย คุณค่าของงาน ” ศิลปะ ” ต้องใช้ใจประเมิน “เจ้าไตรรงค์” ปลากัด ที่มีราคาค่าตัว แพงที่สุด ในขณะนี้ ที่ทุกคนกล่าวถึงกัน สำหรับผม ไม่อยากให้ทุกคนมองเรื่องราคาค่าตัวนะครับ อยากให้มองถึงศิลปะบนตัว ” เจ้าไตรรงค์ ” มากกว่า ” เจ้าไตรรงค์ ” มีคุณค่าสำหรับงานภาพปลากัดลายธงชาติไทย ของคนไทยเรา ผมอยากให้มองถึงความสามารถ ในการบรีดสายพันธุ์ ของ คนไทยเรามากกว่า คุณค่าของงาน ” ศิลปะ ” ต้องใช้ใจประเมิน” ทั้งนี้ พบว่าปลากัดตัวดังกล่าวได้รับการประมูลไปในราคาสูงถึงครึ่งแสนบาท และเป็นที่กล่าวถึงในความสวยงามของลายที่สวยงามลงตัว ออกมาคล้ายกับสีของธงชาติไทย จนได้รับชื่อว่าไตรรงค์ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูเทวาพิทักษ์ไปยังเต็นท์มูลนิธิโครงการทู บี นัมเบอร์วัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี บริเวณสนามหญ้าหน้าทำเนียบองคมนตรี ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับประตูเทวาพิทักษ์ เพื่อประทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มให้ประชาชนที่เข้าสักการะพระบรมศพ โดยอาหารและเครื่องดื่มที่ประทานในวันนี้คือ ขนมปัง แอปเปิล และน้ำผลไม้ บรรจุกล่องพร้อมรับประทาน พระองค์ตรัสทักทายกับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ที่มา มติชนออนไลน์
