Featured
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. สื่อลาวรายงานว่า รัฐบาลลาวได้สั่งยุติการปลูกกล้วย ภายหลังพบว่ามีนักลงทุนต่างประเทศร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นบางแห่งนำสารเคมีอันตรายมาใช้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งคน สัตว์ และพืชพันธุ์ทางธรรมชาติ รวมถึงดิน ในระยะยาว นอกจากนี้ เมื่อ ‘มติชนออนไลน์’ ได้ย้อนกลับไปค้นข้อมูลเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ร้องเรียนผ่านเฟซบุ๊กเพจดังอย่าง ‘ໂທລະໂຄ່ງ THOLAKHONG ’ และ All About Bokeo Province (ແຂວງ ບໍ່ແກ້ວ ຄົນ ບໍ່ແກ້ວ)ว่าสวนกล้วยในเขตบ้านปุง เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก เนื่องจากมีการใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดมลพิษทั้งทางน้ำและทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของชาวบ้าน โดยระบุว่ามีผู้ป่วยจากเหตุดังกล่าว จึงต้องการสอบถามถึงความคุ้มครองจากภาครัฐ ซึ่งต่อมาทาง ‘เจ้าแขวง’ ได้มีคำสั่งยุติการปลูกกล้วย โดยไม่อนุญาตให้ขยายพื้นที่การปลูกกล้วยเพิ่มเติมอีก ส่วนที่ปลูกไปแล้วประมาณ 10,000 ไร่สามารถดำเนินต่อไปได้ แต่เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจตราอย่างเข้มงวด ท่าน ดร. คำพัน เผียยะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาช
ถูกจัดระเบียบกันไปตามลำดับความเหมาะสม สำหรับความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่มีการขอความร่วมมือให้บางกิจกรรมออกจากพื้นที่ไปแล้ว แต่ขอให้มีกิจกรรมเน้นเพื่ออำนวยความสะดวกคนที่เข้ามาสักการะ เช่น เรื่องอาหาร จะเหมาะสมกว่า ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สุ่มสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนที่เดินทางไปยังบริเวณท้องสนามหลวงยามนี้ เกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว หลายคนสนับสนุนอย่างยิ่งและบอกว่าน่าจะทำมาตั้งนานแล้ว แต่อยากจะขอฝากไปทางผู้รับผิดชอบด้วยว่า ความจำเป็นของประชาชน นอกจากอาหารหรือน้ำดื่ม ยังมีเรื่องของ “สถานที่ปลดทุกข์” หนักเบา อีกหนึ่งเรื่องใหญ่ หากเป็นไปได้ ขอให้มีรองรับอย่างเพียงพอ และขอ “ความสะอาด” บ้างตามสมควร ไม่ใช่เดินขึ้นไปแล้วต้องผงะถึงขั้นถอยหลังกลับ เพราะสุดทนกับกลิ่นและความเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเสียเป็นส่วนใหญ่ “วันก่อนได้ข่าว มีห้องสุขาติดแอร์ มาจอดให้บริการ แถวราชนาวีสโมสร เลยยอมกลั้นไว้เพื่อไปลองสักครั้ง ปรากฏสมความตั้งใจ ทั้งสะอาด ทั้งเย็นฉ่ำ เฮฟเว่น ทอยเลท สมกับยี่ห้อเขาจริงๆ” หญิงสาววัยกลางคน รายหนึ่ง ที่เดินทางมายังท้องสนามหลวง ให้ข้อมูลมาอย่างนั้
นักกฎหมายชี้ “น๊อต มินิเหลือง” ส่อโทษอ่วมยอมความไม่ได้เป็นอาญาเเผ่นดิน จากกรณีในโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงคลิปวิดีโอจากเพจ ‘อยากดังเดี๋ยวจัดให้V.4’ ที่บันทึกเหตุการณ์ขณะชายคนหนึ่งต่อยหน้าชายอีกคนเป็นจำนวนหลายครั้ง พร้อมกับด่าทออย่างรุนแรง และต่อมาทราบว่าหนุ่มเจ้าของรถมินิ ที่ทำร้ายคู่กรณีคือ น๊อต – อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ น๊อต เวคคลับ พิธีกรรถโรงเรียน ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 เมื่อวันที่ 6 พ.ย.เเหล่งข่าวนักกฎหมายจากสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวถึงกรณีคนขับรถมินิคูเปอร์ ทำร้ายคนขับมอเตอร์ไซด์ จนดั้งหักว่า กรณีนี้ถึงคู่กรณีไม่แจ้งความ แต่เรื่องนี้ผิดทำร้ายร่างกายอันเป็นอันตรายเเก่ร่างกายเเละจิตใจตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา295 ระบุไว้ว่า ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือ ทั้งเป็นอาญาแผ่นดิน ถึงผู้เสียหายไม่แจ้งความตำรวจก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรที่ทราบเหตุจะต้องแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ม.295 เเละ
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 7 พ.ย. ที่สน.ยานนาวา ”น๊อต”อัครณัฐ เปิดใจถึงเหตุการณ์ทั้งหมดว่า ” ผมสาบานว่าผมขอโทษที่ทำร้ายน้องบอย ผมบอกแม่ของน้องว่า แม้ผมไม่ค่อยมีเงิน ผมเป็นเด็กรับผิดชอบ วันนี้มีคนบุกมาปาไข่ที่ร้านผม พ่อแม่ผมโดนหมด ร้านอาหารผมก็โดน ผมถามว่าคนเหล่านั้นทำอะไรผิด ผมทำผิด ผมรับผิดชอบ ผมไม่เคยหนีไปไหน ผมไม่มีความจำเป็นที่ต้องหนีไปไหน ผมไม่ได้มาสร้างภาพเป็นคนดี ทุกอย่างอยู่ที่ใจของผม ผมตั้งใจทำมันออกมา แต่การกระทำแค่ 1 นาทีครึ่งนั้น อย่าเอาเรื่องนี้มาตัดสินผมเลย เมื่อถามว่า ทำไมต้องให้กราบรถ น๊อตกล่าวว่า “ผมผิด ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาจะมีมีดมีปืนอะไรหรือเปล่า แต่ผมก็กลัว ตอนนั้นผมคิดว่าน้องต้องขอโทษ ผมก็บอกให้เขากราบ ผมผิดที่ผมใช้อารมณ์ ” “ตอนนั้นน้องเขาขอโทษแล้วทำไมต้องทำร้ายด้วย น๊อตกล่าวว่า ใช่ น้องเขาขอโทษ แต่ตอนนั้นมันเร็วมาก ดอกสุดท้ายนั้นไม่ทันจริงๆ ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าผมขอโทษครับกับน้องบอย คุณแม่สุธีรา และญาติๆ ผมขอโทษที่ทำให้น้องเจ็บ ผมจะรับผิดชอบและจะดูแลเรื่องนี้ตราบเท่าที่ผมจะทำได้” “ผมขอร้องนะครับ การพิมพ์ข้อความของพวกคุณ มันบั่นทอนจิตใจของผม แต่ไม่เป็นไร แต่อย่าทำร้
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 ผุ้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านไทยเจริญ หมู่ 8 ตำบลม่วงยาย อำเภอเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เกือบทุกหลังเรือนเริ่มมีการเตรียมฟืนไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการประกอบอาหารและใช้ชีวิตประจำวัน อีกส่วนหนึ่งเป็นการเตรียมไว้สำหรับสุมไฟเพื่อคลายหนาวในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้ ขณะที่หลายครอบครัวก็ได้มีการนำผ้าห่มและเสื้อผ้ากันหนาวมาซักตากเพื่อเตรียมความพร้อมไว้เช่นกัน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศให้พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีความสูงอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่นมาปกคลุมซึ่งจะทำให้ตั้งแต่ระยะนี้เป็นอุณหภูมิจะลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องและมีการคาดการณ์ว่าอาจจะหนาวที่สุดในรอบ 3 ปี นายเจริญ แซ่ว่าง อายุ 23 ปี ชาวบ้านไทยเจริญ กล่าวว่าหมู่บ้านตั้งอยู่บนสันเขาสูงอีกทั้งยังติดกับแม่น้ำโขง ซึ่งในช่วงฤดูหนาวจะหนาวจัดเพราะมีลมพัดแรง ซึ่งขณะนี้ลมหนาวเริ่มมาเยือนแล้วโดยจะหนาวเย็นมากในช่วงกลางคืนและช่วงเช้า ทำให้หลายคนได้เตรียมความพร้อมทั้งเสื้อและฟืนเพื่อสุมไฟคลายหนาว ซึ่งเป็นวิธีเดียวของคนที่นี่ที่จะทำให้คลายหนาวได้ รวมถึ
วันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V4.” ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุว่า “กราบรถกู !!!!!!!! วลีของชายเจ้าของรถเก๋งคันดังกล่าวซึ่งถูกมอไซด์เฉี่ยวชน ถ้ามันหนีคงจะจับยากส์เพราะกูเองเคยเจอมาแล้ว มึงสมควรแจ้งตำรวจหรือเรียกประกันนะ ไม่สมควรไปทำร้ายร่างกายเค้าแบบนั้น !!!!! เดี๋ยวเรามารู้จักชายเจ้าของรถเก๋งกัน ^^^^ อย่าคิดว่ารวยละมึงจะทำอะไรก็ได้. ค…. !!!! และ “เห็นเค้าบอกว่า น้องคนที่ขับมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ขับหนีนะ แต่น้องเค้าขับตามแท็กซี่ที่ขับเบียดเค้าไปชนท้ายรถมินิ พอน้องเค้าตามไม่ทัน น้องเค้าเลยยูเทินมาหาเจ้าของรถยนต์ แต่เจ้าของรถยนต์ก็ไม่ฟังอะไรเลย เอาแต่ตะคอกแล้วก็ต่อยอย่างในคลิปอ่ะคะ เห้…มากมาย !!!! (คลิกที่นี่เพื่อดูคลิป) ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เพราะภาพประชาชนร่วมร้องเพลง ‘สรรเสริญพระบารมี’ ที่บริเวณหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นั้นเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่และน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง หลายคนจึงเฝ้ารอชมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่จะนำไปฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ รวมถึงสถานีโทรทัศน์ต่างๆ อย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งภายหลังก็มีคลิปวิดีโอออกมามากมาย ทว่าเหล่านั้นก็ยังไม่ใช่ผลงานของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ ท่านมุ้ย ซึ่งเป็นผู้ดูแลงานด้านโปรดักชั่นในการถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์ อย่างไรก็ตามล่าสุดวันนี้ (6 พฤศจิกายน) ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล หรือ คุณหญิงแมงมุม ธิดาของท่านมุ้ย ก็ได้ชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว yingmangmoomofficial แล้วว่า วีดิทัศน์ดังกล่าว ท่านมุ้ยได้ตัดต่อเสร็จสิ้นแล้ว และน่าจะได้รับชมกันภายในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน โดยว่า “วีดิทัศน์การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ตัดต่อโดยท่านพ่อ พี่หญิงนุ้ยและทีมได้เสร็จสิ้นลงแล้ว น่าจะได้ชมกันไม่เกินอาทิตย์หน้าแน่นอนค่ะ แมงมุมดูแล้วประทับใจมาก น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างที่สุด ที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของการถ่ายทำวีดิทัศน์ชุดนี้ ข
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าศาลาการเปรียญวัดศรีจำปา บ้านซ่ง หมู่ 5 ต.นาแก จ.นครพนม ในเขตเทศบาล ต.นาแก มีเซียนพระและญาติโยมที่มาทอดกฐินภายในวัดจำนวนมาก ต่างมามุงดูวัตถุมงคลที่ถูกค้นพบใต้บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เทพนิมิต ซึ่งเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด หลังจากคณะกรรมการหมู่บ้านร่วมกันทำความสะอาดก้นบ่อ ที่มีแต่โคลนตม กระทั่งพบวัตถุมงคลซุกในคันโทโบราณกว่า 500 องค์ จึงเตรียมให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบว่ามีความเก่าแก่มากน้อยแค่ไหน หลังจากวัดแห่งนี้พบเจอพระทองคำน้ำหนักมากถึง 42 กิโลกรัม เมื่อช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา พระครูกิตติพัฒนาสุนทร เจ้าอาวาสวัดศรีจำปา กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้ปรึกษากับคณะกรรมการวัดและญาติโยม เพื่อจะทำความสะอาดก้นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว เพื่อรับกฐินที่จะมาทอดภายในวัดวันที่ 6 พ.ย โดยนิมนต์หลวงปู่นาโค ปัญญาปทีโป พระเกจิเชื่อจากวัดสะเกษ ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ มาทำพิธีบวงสรวงขอขมาลาโทษ และสวดถอดถอนตามความเชื่อของชาวอีสาน ภายหลังสูบน้ำออกจากบ่อจนหมด จึงให้นักเรียนจากโรงเรียนนาแกพิทยาจำนวนหนึ่ง ลงไปโกยสิ่งปฏิกูลจากก้นบ่อขึ้นมา ระ
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ตลาดสดเทศบาลนครนายกอ.เมือง จ.นครนายก นายยู่เว้ง และนางบุษบง แซ่ตั้ง พร้อมครอบครัว ร่วมกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายกได้จัดเลี้ยงอาหารประชนชนทั่วไปได้กิน ฟรี เช่นข้าวมันไก่ ข่าวขาหมู ก๋วยจั๊บ และของกินอีกมากมายร่วมแล้วมี 21 รายการ พร้อมน้ำดื่มและอาหารที่นำมาเลี้ยงประชาชนสามารถนำใส่ถุงกลับไปกินที่บ้านได้อีกด้วย จากการสอบถามนายยู่เว้ง พ่อค้าขายก๋วยจั๊บ เล่าว่าตนนั้นได้มีความคิดอยากจะเลี้ยงอาหารพี่น้องประชาชน จึงได้ปรึกษากับภรรยาและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดจึงได้ร่วมตัวกันนำอาหารมาเลี้ยงประชาชนเพื่อเป็นการตอบแทนแผ่นดิน ซึ่งเป็นแผ่นดินของพ่อหลวงเราทุกคนต่างมีความจงรักภักดีต่อพระองศ์ท่าน ถึงแม้ท่านจะจากพวกเราไป แต่ความรู้สึก โศกเศร้าเสียใจก็ไม่เคยจางหายไป พวกเราจึงหันหน้ามาทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง ที่มา มติชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณี นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้โฟสเฟชบุ๊กต่อต้านทางเอกชน จะนำเข้าพันธุ์มันฝรั่งมาให้ชาวบ้านปลูกที่ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า โดยประกันราคารับซื้อผลผลิต ซึ่งมีการใช้สารเคมีมากรวมทั้งและยังมีทำสัญญาผูกมัดชาวบ้านทุกทาง ขณะเดียวกันยังขัดแย้งกับแนวทางการส่งเสริมให้ปลูกผักปลอดภัย โดยการลดละเลิกการใช้สารเคมี ที่จังหวัดกำลังเร่งขับเคลื่อนอยู่ ล่าสุด บนเฟชบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ “ไกรสร กองฉลาด” ซึ่งเป็นเฟชบุ๊ก ส่วนตัวของรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ได้ความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อมีการโพสข้อความแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยวชนิดนี้ และยังมีการพาดถึงหน่วยงานของรัฐบางแห่งในทำนองที่ว่า ไม่รู้จักถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม ถนัดหลอกแต่ชาวบ้านให้ปลูก พอปลูกแล้วไม่เคยขายได้สักอย่าง นอกจากนี้นายไกรสรยังให้สร้างกระแสอย่ากินมันฝรั่งทอดกรอบทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยนายไกรสรโพสต์ข้อความว่า ในที่สุดก็เปิดหน้าออกมาแล้วครับ เดินเครื่องเต็มตัว พืชเชิงเดี่ยว ทฤษฎีปฏิวัติเขียว อาบแผ่นดิน น้ำ อากาศด้วยยาพิษ ซ่อนดาบภายใต้สัญญาลวง
