Featured
ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ ผมเป็นข้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตลอดชีวิต ครั้งที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากที่สุดคือตอนถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องศูนย์รวมแห่งดวงใจ (Center of Nation) ซึ่งผมตามเสด็จพระองค์ท่าน 1 ปีเต็ม ๆ บางครั้งทรงขับรถไปเยี่ยมราษฎรด้วยพระองค์เอง โดยผมนั่งอยู่ด้านหลังเพื่อใช้กล้องบันทึกภาพไปด้วย บางครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขา ผมจะเดินนำหน้าห่างจากพระองค์ประมาณสัก 1 วา เวลาหกล้มไปพระองค์ก็ทรงฉุดให้ลุกขึ้น ตอนนั้นพระองค์ทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษาแล้วนะ ส่วนผมก็ 50 กว่าเห็นจะได้ พระองค์ท่านจึงตรัสว่า “ทำไมถึงสู้แรงเราไม่ได้” (หัวเราะ) นั่นเป็นครั้งหนึ่งที่ผมประทับใจมาก มีอีกครั้งหนึ่งที่ผมไม่เคยลืมคือตอนที่พระเจ้าอยู่หัวทรงขับรถเข้าไปในสลัมแถวคลองรังสิต พอไปถึงพระองค์ก็ทรงก้าวพรวดลงจากรถประชาชนที่อาศัยอยู่ที่นั่นต่างตกอกตกใจเป็นการใหญ่ว่าในหลวงเสด็จฯ จึงรีบเปิดไฟกันพรึบพรับ ครั้งนั้นเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรน้ำในคลอง แล้วตรัสถามประชาชนว่าน้ำที่เห็นอยู่นี้นำไปใช้อะไรบ้าง เขาก็บอกว่าใช้ทั้งกินทั้งอาบ แต่พระองค์ทรงให้ความรู้ว่าน้ำนี้กินไม่ได้นะ เป็นอันตราย หลังจากนั้
เมื่อวันที่14ตุลาคม พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตรรักษาราชการแทนรองผบู้ญัชาการตารวจนครบาลรับผิดชอบงาน จราจร เปิดเผยว่า กองบัญ ชาการตำรวจนครบาลได้จัดเตรียมเส้นทาง การรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก ด้านการจราจร ในพิธีเคลื่อนพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ จะมีการเคลื่อนพระบรมศพออก จากโรงพยาบาลศิริราช ในเวลาประมาณ 13.00 น.วันนี้มาประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่ง ดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า จะมีการเคลื่อนขบวนพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลศิริราช ใช้เส้นทางถนนอรุณอัมรินทร์ ข้ามสะพาน พระปิ่นเกล้า เลี้ยวขวาเข้าหน้าถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนมหาราช เข้าทางประตูเทวาภิรมณ์ พระบรมมหาราชวัง โดยตลอดเส้นทางที่เคลื่อนขบวนผ่านนั้นจะมีการปิดการจราจรชั่วคราวในเส้นทางดังกล่าวและเพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนท่ีประสงค์มาน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และรักษาความปลอดภัย อาจพิจารณาปิดการจราจรเพิ่มเติมถัดไปอีกหน่ึงทางแยกจากเส้นทางเสด็จ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวต่อว่า สำหรับประชาชนท่ีจะเดินทางมาน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จ สู่สวรรคาลั
ในค่ำคืนแห่งความสูญเสีย เหล่าปวงประชาชนโศกสลด โลกโซเชี่ยลมีการแชร์ภาพ พร้อมข้อความว่า “คืนวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 วันเสด็จสวรรคตองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เกิดปรากฏการณ์ “หมอกธุมเกตุ” ซึ่งตำรากล่าวถึงว่ามักจะมีในเวลาที่มีเหตุใหญ่ๆเกิดขึ้น เช่นเหตุการณ์สวรรคตของพระเจ้าแผ่นดินมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งองค์ในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453 ก็มีบันทึกว่าได้เกิดปรากฏการณ์ “หมอกธุมเกตุ” นี้เช่นเดียวกัน ดังข้อความบางส่วนจากพระนิพนธ์ใน หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิสกุล ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ เมื่อแผ่นดินสยามร้องไห้ ที่ได้บรรยายไว้ว่า “พวกราษฎรเอาเสื่อไปปูนั่งกันเป็นแถวตลอดสองข้างทาง จะหาหน้าใครที่มีแม้แต่ยิ้มก็ไม่มีสักผู้เดียวทุกคนแต่งดำน้ำตาไหลอย่างตกอกตกใจด้วยไม่เคยรู้รส อากาศมืดคุ้มมีหมอขาวลงจัดเกือบถึงหัวคนเดินทั่วไป ผู้ใหญ่เขาบอกว่านี่แหละหมอกธุมเกตุ(๑)ที่ในตำราเขากล่าวถึง ว่ามักจะมีในเวลาที่มีเหตุใหญ่ๆเกิดขึ้น” ขอบคุณภาพ Bigg Sirirojwong ขอบคุณข้อมูล บล็อกคุณกัมม์
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เดินทางมายังศาลาศิริราช 100 ปี พร้อมเหล่าคณะศิษยานุศิษย์ เข้าสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภาย พร้อมนั่งสมาธิตั้งจิตอธิษฐาน ท่ามกลางประชาชนที่มาต้อนรับและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ต่อมาเวลา 22.20 น. คณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลศิริราช ต่างนำผ้าสีดำและขาวมาตกแต่งบริเวณทางเดินรอบโรงพยาบาล ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บริเวณหน้าประตู 1 โรงพยาบาลศิริราช ฝั่งท่าน้ำศิริราช เจ้าหน้าที่นำกำลังพลทหารมารักษาการหน้าประตู และกั้นรั้ว ไม่ให้ประชาชนเข้า สามารถออกได้อย่างเดียว โดยมีประชาชนต่างแต่งชุดดำไว้ทุกข์มายืนรอที่บริเวณหน้าประตูจำนวนมาก พร้อมทั้งจับจองพื้นที่ตลอดเส้นทางถนนพรานนกอย่างเนืองแน่น ซึ่งจะเป็นเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพไปยังพระบรมมหาราชวังในวันพรุ่งนี้ โดยเส้นทางเริ่มตั้งแต่ประตู 8 ผ่านร้านขายยา เลี้ยวขวาเข้าถนนอรุณอมรินทร์ เลี้ยวขวาขึ้นสะพานปิ่นเกล้าไปยังพระบรมมหาราชวัง นอกจากนี้ ประชาชนบางกลุ่มยังไปจับจองพื้นที่บริเวณถนนอรุณอมรินทร์ที่จะมุ่งห
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) นำโดยนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สำนักงานใหญ่ของยูเอ็นในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่มา มติชนออนไลน์
สโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ร่วมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ประกอบด้วย สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, ลิเวอร์พูล และเชลซี ที่มา มติชนออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสำนักพระราชวังมีประกาศแถลงการณ์เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต บริษัทหลายแห่งที่กำลังจัดกิจกรรมเพื่อความบันเทิงให้ประชาชนก็ประกาศงด และเลื่อนการแสดงหลายๆ งานออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่าน โดย ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ แจ้งว่าละครเวทีเรื่อง ‘หลายชีวิต’ ที่กำลังจัดแสดงอยู่ที่ศูนย์ศิลปการละคร สดใส พันธุมโกมล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเลื่อนการแสดงออกไปอย่างไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับละครเวทีเรื่อง ‘นิทานหิ่งห้อย เดอะ มิวสิคัล’ ที่บริษัทโต๊ะกลมจัดแสดงอยู่ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศระหว่างนี้ก็จะเลื่อนการแสดงออกไปเช่นกัน ขณะที่ในส่วนของคอนเสิร์ต ผู้จัด ‘ทรู พรีเซ้นท์ส อีทีซี เจอร์นี่ย์ คอนเสิร์ต’ ที่เดิมจะให้ วงอีทีซี เปิดการแสดงในวันที่ 15 ต.ค. ที่ไบเทค บางนา ก็เลื่อน เช่นเดียวกับคอนเสิร์ต ‘โพวิตัน-ดี พรีเซ้นท์ส “โมเดิร์นด็อก 22′ ที่จะแสดงวันที่ 15 ต.ค.นี้ ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี และคอนเสิร์ต ‘ร่างทรงคนเขียนเพลง’ ที่จะมีวันที่ 15 ต.ค. ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ก็เลื่อนออกไปไม่มีกำหนดเช่นกัน ที่
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม สำนักงานเลขาธิการด้านสื่อมวลชนของทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์ของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุว่า “ในนามของประชาชนของสหรัฐอเมริกา ข้าพเจ้าขอพระราชทานกราบบังคมทูลต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อแสดงความเสียใจอย่างหาที่สุดมิได้ และขอแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวไทยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเป็นมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ และทรงเป็นหุ้นส่วนอันทรงคุณค่าต่อประธานาธิบดีสหรัฐหลายคน ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติต่อการได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ ในระหว่างการเดินทางเยือนประเทศไทยเมื่อปี 2555 และยังจดจำถึงความอบอุ่นและสง่างามแห่งพระองค์ เช่นเดียวกับพระมหากรุณาธิคุณและความรักที่พระองค์มีต่อปวงชนชาวไทย “ในฐานะที่ทรงเป็นประมุขอันเป็นที่รัก ทรงเป็นนักสู้ผู้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการพัฒนาประเทศของพระองค์ และได้ทรงแสดงให้เห็นถึงการอุทิศตนอย่างไม่ย่อท้อเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย ด้วยจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์และพระปรีชาสามารถด้านนวัตกรรมของพระองค์ ทรงคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นที่ยกย่องชื่นชมของคนทั้งโลก พระองค์ทรงทิ้งไว
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม สำนักพระราชวัง ได้เผยแพร่หมายกำหนดการสรงน้ำพระบรมศพ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 17.00 น. วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นองค์ประธานในพิธี ที่มา มติชนออนไลน์
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาแห่งชาติ(กสทช.) แจ้งว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติในการประชุม ครั้งพิเศษที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 มีมติกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กรณีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ดังนี้ 1.การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคต ผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีโทรทัศน์ ในระบบภาคพื้นดิน ระบบดาวเทียม และระบบอื่นใด ให้ถือปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อปฏิบัติของสำนักพระราชวังโดยเคร่งครัด 2.การถ่ายทอดภาพหรือเสียงเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคต และงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตให้เชื่อมโยงสัญญาณโดยตรงจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โดยมิให้นำเอาภาพและเสียงไปออกอากาศซ้ำเว้นแต่จะได้รับอนุญาต และ 3.การเผยแพร่รายการต่
